ไปตามหาเสน่ห์ของเชียงคานกัน "เชียงคานไม่ได้มีแค่ถนนคนเดิน"

เคยเห็นหลายๆ คนบอกว่าเชียงคานเปลี่ยนไปมาก เราเองก็ยอมรับนะว่าเชียงคานเปลี่ยนไปมาก แต่เชียงคานไม่ได้น่าเที่ยวน้อยลงไปนะสำหรับเรา จะเล่าให้ฟังว่าทำไมเชียงคานถึงยังน่าเที่ยว แต่บอกก่อนนะว่าสิ่งที่เราจะบอกมันใช้ได้แค่กับเชียงคานไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ



ย้อนไปเมื่อ 6-7 ปีก่อน ตอนเราไปเที่ยวเชียงคานครั้งแรก เราพักที่บ้านพักที่ชื่อว่ายูโร อะไรประมาณนั้น ตอนนั้นเท่าที่จำได้ค่าที่พักประมาณ 250 หรือ 150 เนี่ยแหล่ะ ก็ไม่แน่ใจ แต่ราคาไม่เกินนี้แน่ๆ ห้องพักเป็นแบบพัดลม เป็นบ้านไม้ ตอนนั้นก็มีที่พักในเส้นถนนคนเดินเท่าที่จำได้ก็มีเรือนแรมลูกไม้ โฮมสเตย์ป้าศรีพรรณ  และอีกหลายที่ แต่ที่จำได้เท่านี้เพราะตอนนั้นก็เล็งๆ ไว้ ประมาณนี้  ตอนนั้นเชียงคานเงียบเหลือเกิน ประมาณ 2 ทุ่มครึ่งนี่ ตามถนนคนเดินนี่เงียบกริ๊บ แล้วยิ่งวันนั้นคุณป้าเจ้าของที่พักเค้าไม่อยู่ด้วย แต่เค้าก็เชื่อใจเรามากให้เราพักทั้งๆ ที่ตัวเค้าไม่ได้กลับมาด้วยซ้ำ คือที่พักตอนนั้นไม่ได้มีอาหารเช้า ส่วนมากเช้าๆ เราก็เดินออกไปกินกันที่ตลาด ตอนนั้นยังไม่รู้จักภูทอก ไปเชียงคานก็ไปนอนเล่น เดินชิลๆ ริมโขง กินเป็นหลัก ปั่นจักรยาน  คุยกับคนนั้นคนนี้ 


ถนนคนเดินเชียงคานที่ผู้คนเดินดันคึกคัก


ผ่านเวลามา เชียงคานเริ่มมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เรียกว่ามีพร้อมทุกสิ่งอย่าง ทำให้บางคนอาจรู้สึกว่าที่นี่เปลี่ยนไป ไม่มีเสน่ห์อีกต่อไปแล้ว แต่สำหรับเราเราไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจึงเขียนบทความนี้เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองของเรากับเมืองเล็กๆ น่ารักริมน้ำโขงแห่งนี้  ถนนคนเดิน ผู้คนพลุกพลาน เป็นเพียงเสื้อผ้าสีสวยที่ทันสมัย ซึ่งไม่ได้เลวร้านขนาดที่ทำให้เชียงคานไร้ซึ่งสเน่ห์ไปได้หรอก แต่มันอยู่ที่ว่าเพื่อนๆ จะพาตัวเองไปอยู่ตรงจุดไหนและมองตรงจุดไหนมากกว่า แหล่งท่องเที่ยวในแบบนี้คงต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกาลเวลาในห้วงเวลาที่เหมาะสมเป็นเรื่องปกติ  ถ้าไม่ชอบถนนคนเดิน แต่ยังคงเที่ยวอยู่แค่ถนนคนเดินก็อาจจะไม่เจอเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของเชียงคานมากไปกว่าถนนคนเดินที่น่าเบื่อสำหรับเพื่อนๆหรอก เชื่อสิ ถ้าไม่ชอบถนนคนเดินที่คนเยอะ พลุกพล่านลองเปลี่ยนมาเดินหรือปั่นจักรยานตอนเช้า ที่มีร้านเปิดไม่กี่ร้าน และลองมาเที่ยววันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดยาวก็จะได้สัมผัสอีกมุมหนึ่งของเชียงคาน ชอบที่พักแบบเงียบๆ ก็ลองเลือกที่พักริมโขงที่อยู่ห่างจากถนนคนเดินออกไปอีกซักหน่อย ก็จะได้อยู่แบบเงียบๆ ชิลๆ แล้วหล่ะ 


ริมน้ำโขงความสวยยังอยู่ที่นี่


นกที่บินกลับเข้าเชียงคานทุกๆ 6โมงเย็น นั่งมองมันที่ริมน้ำโขง

เชียงคานตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบันสำหรับเราแล้วยังคงมีเสน่ห์เช่นเคย มีความสะดวกสบายบวกกับความพลุกพล่านมาเพิ่มเติมบ้างก็เป็นอีกสีสันหนึ่ง เราไปเชียงคานมาเกิน 10 ครั้ง แต่มันไม่เคยเหมือนกันเลยซักครั้งแต่มีจุดที่เหมือนกันทุกครั้งคือที่นี่ก็ยังคงอบอุ่นอยู่เหมือนเดิม บางครั้งมีเวลาอยู่เชียงคานแค่ช่วงเย็นจนถึงเช้าอีกวัน ก็จะได้เดินถนนคนเดิน กินกุ้งย่าง เมี่ยงคำ กินนู่นนี่สารพัด แวะซื้อของนิดหน่อย  เดินไปดูเด็กๆ ร้องเพลงที่ถนนคนเดิน แวะคุยกับคนนั้นคนนี้บ้าง เช้าก็ไปดูทะเลหมอกที่ภูทอก นี่อาจจะเป็นแพทเทินเดียวกันที่หลายๆ คนไปเที่ยวเชียงคาน แต่เพื่อนๆ เชื่อมั้ยหากเพื่อนๆ ลองใช้เวลากับที่นี่ให้มันมากขึ้น มุมมองที่ว่าเชียงคานนั้นเปลี่ยนไป ไม่มีเสน่ห์อีกแล้วจะไม่อยู่ในความคิดเลย เพราะถนนคนเดินที่มีผู้คนพลุกพล่านก็เป็นเพียงจุดเล็กๆ ของเชียงคาน มันลดความน่ารักของเมืองแห่งนี้ไม่ได้หรอก แต่หากเพื่อนๆ มีเวลาน้อยก็จะได้เที่ยวแบบแพทเทินการเที่ยวเชียงคานนี่แหล่ะ ซึ่งมันก็ไม่ได้แย่อะไรนะ มันก็เป็นอีกประสบการณ์ที่สนุกสนานหมือนกัน   


ทะเลหมอกภูทอก ออกไปนอกเมืองนิดเดียวสัมผัสธรรมชาติเต็มๆตา


น้องๆนักดนตรีเด็กบ้านดนตรีศีชุมพล ความน่ารักที่เชียงคานฝากไว้ในหัวใจเรา

…แต่หากว่าใครที่มีเวลาและอยากรู้จักเชียงคานให้มากขึ้นลองมาใช้เวลาที่นี่ซัก2-3 คืน ดูสิ เราว่าเพื่อนๆ อาจจะค้นพบเสน่ห์ของเชียงคานมากกว่าที่เราพบด้วยซ้ำไป มาลองใช้ชีวิตที่นี่ดูจะรู้ว่าที่นี่มันมีเสน่ห์จริงๆ การนำพาตัวเองมาเที่ยวเชียงคาน 2-3 คืนกับการใช้ชีวิตที่เชียงคาน 2-3 คืน มันแตกต่างกัน เสน่ห์มันจึงแตกต่างกัน  พูดคุยกันให้มากขึ้น ยิ้มให้มากขึ้น ใช้เวลาเที่ยวแบบสบายๆ ไม่รีบร้อนให้มากขึ้น นั่งบางทีให้นานมากขึ้น  ก็จะค้นพบบางอย่างได้มากขึ้น 


กินกันไปพูดคุยกันไป 


มิตรภาพมีมากขึ้น อยู่นานขึ้นก็รู้จักคนเชียงคานเยอะขึ้น



ใครไปเชียงคานแล้วทำทั้งหมดที่เราบอกมาแล้วยังรู้สึกว่าเชียงคานไม่เหมาะกับช้านเลย ฉันชอบแบบเงียบๆ นั่งมองแม่น้ำโขงชิลๆ แนะนำให้คุณขับรถออกจากเชียงคานอีกนิดเลยไปเที่ยวพักผ่อนที่อำเภอสังคม จ.หนองคาย ที่นั่นยังรออยู่


จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel