เที่ยวไหนกันดีเขาหลวง จุดชมวิวสวยๆ จุดชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น เขาเจดีย์ เขาพระแม่ย่า (พิชิตเขาหลวงสุโขทัย ตอนที่3)

เส้นทางการท่องเที่ยวบนเขาหลวงไม่ซับซ้อนอะไรมากครับ เพราะสามารถเดินเที่ยวได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่นำทาง และเส้นทางก็ไม่ไกลมาก ระยะทางรวมประมาณ 2กิโลเมตรเท่านั้น สามารถเดินเป็นวงกลมแล้วกลับมาที่แคมป์ได้ 

เส้นทางท่องเที่ยวบนเขาหลวง เราจะเริ่มต้นที่ ค่ายพักแรมของเรา ไปชมถ้ำมะเห-รก แล้วไปเขาเจดีย์ จากนั้นก็ไปเขาพระแม่ย่า เพื่อชมพระอาทิตย์ตก แล้วก็เดินกลับมาทางเขานารายณ์ ตอนกลับคงมืดแล้วคงไม่ได้ชมอะไรที่เขานารายณ์ เราก็จะแค่เดินผ่านเท่านั้น แล้ววันพรุ่งนี้เช้าตี5ค่อยตื่นไปชมดวงอาทิตย์ขึ้นที่เขานารายณ์กันอีกครั้ง 



ถ้ำมะเห-รก
ถ้ำมะเห-รกอยู่ห่างจากจุดกางเต้นท์เพียง 40 เมตรเท่านั้น จะมีป้ายชี้ทางบอกชัดเจน เป็นถ้ำที่มีประวัติตำนานเกี่ยวกับการกำเนิดพระร่วงที่นี่ โดยแม่ของพระร่วงซึ่งเป็นธิดาพญานาคได้มาคลอดบุตร ณ ถ้ำแห่งนี้ ซึ่งคลอดโดยการสำรอกออกมา เด็กที่เกิดมาจึงไม่มีรก ถ้ำแห่งนี้จึงมีชื่อว่า มะเหรก ซึ่งหมายถึง ผู้ไม่มีรก และเด้กคนนั้นก็คือ พระร่วง ซึ่งต่อมาได้ครองเมืองศรีสัชนาลัย และพื้นที่ป่าบริเวณนี้ ยังมีชื่อเรียกว่า “สวนขวัญ” อีกด้วย ในสมัยสุโขทัยใช้เป็นสถานที่เก็บยา เพื่อนำไปปรุงยาให้กับราชวงศ์ ซึ่งปัจจุบันเรายังคงพบเห็นพืชสมุนไพรขึ้นเอยู่ทั่วไป 

จากนั้นเราก็เดินต่อไปตามทางเพื่อไปเขาเจดีย์ ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักของเราประมาณ 320 เมตรเท่านั้น 


ภาพ : ทางดินไปถ้ำมเห-รก ระยะทางจากที่พักเพียง 40เมตร


ภาพ : เดินลงเล็กน้อย อีก 10 เมตรก็ถึงแล้ว


ภาพ : นี้แหละครับถ้ำมเห-รก


ภาพ : หน้าถ้ำมเห-รก


ภาพ : มีพระพุทธรูปตั้งอยู่ด้านในถ้ำมเห-รก


ภาพ: บริเวณปากถ้ำมเห-รก


ภาพ : เดินทางกันต่อ จากถ้ำมเห-รก เราจะไปกันที่ เขาเจดีย์

เขาเจดีย์ 
บริเวณเขาเจดีย์ ในสมัก่อนเชื่อว่าเป็นแหล่งชุมชน ซึ่งค้นพบร่องรอยการประกอบพิธีกรรมโบราณ รูปร่างเขายังเหมือนกับเจดีย์ และยังภูมิประเทศที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ สามารถมองเห็นการเคลื่อนทัพของข้าศึกที่จะเข้ามารุกรานได้ดี ในสมัยก่อนจะมีจำพวกหอส่งสัญญาณ บริเวณนี้ด้วย ชาวสุโขทัยใช้เป็นที่สังเกตุ ทัพข้าศึก ถ้ามีการยกทัพมาจะต้องผ่านเมืองกแพงเพชรก่อนซึ่งเป็นเมืองหน้าด่าน จะเห็นชัดเจนจากจุดนี้ และส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมืองสุโขทัยได้ไม่ยากกนัก ถ้าอากาศเปิดเราจะสามารถมองเห็นเมืองเก่าสุโขทัยได้ชัดเจน เชื่อว่าคนที่อยู่นี้น่าจะมีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าพระยา ซึ่งจะคอยดูแลเขาลูกนี้   ซึ่งมีเขื่อนที่ใช้กักเก็บน้ำบนเขานี้ด้วย (ทางเดินขึ้นเขา จุดพระยาแล่นเรือ) 

เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 146 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 145 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 144
ทางเดินไปเขาเจดีย์ชิลๆระหว่างทาง


ภาพ : ระหว่างทางขึ้นเขาเจดีย์ เราสามารถมองเห็นเขานารายณ์และเขาพระแม่ย่าได้ชัดเจน

เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 148 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 147
ภาพ: ซ้ายมองเห็นเขาพระแม่ย่า ภาพขวามองเห็นเขานารายณ์ จากทางเดินขึ้นเขาเจดีย์


ภาพ : ทางขึ้นเขาเจดีย์ เต็มไปด้วยหญ้าแฝกหอม


ภาพ : บริเวณนี้คือยอดเขาเจดีย์ 


ภาพ : มีการก่อก้อนหินเป็นรูปเจดีย์ บนเขาเจดีย์


ภาพ : กองหินที่เขาเจดีย์ ด้วยความเชื่อว่าจะมีโชคลาภ ถ้าต่อหินขึ้นโดยไม่ร่วงลงมา 

บนเขาเจดีย์ มีต้นสนอยู่ 2-3 ต้น นอกนั้นบริเวณโดยรอบไม่มีต้นไม้ใหญ่อะไรนอกจากทุ่งหญ้า หญ้าที่เห็นก็เป็น “หญ้าแฝกหอม” ซึ่งดูสวยงามมากเวลาถ่ายรูปยามเย็น แต่มีคำเตือนนะครับว่าอย่าเข้าไปในทุ่วหญ้านี้ อาจจะเจอเข้ากับ “เห็บไหม” แล้วอาจจะต้องคันไปนานเป็นเดือน 

สิ่งที่นักท่องเที่ยวควรระวังก็คือ “เห็บไหม” คือห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปในป่าทุ่งหญ้า หรือนั่งบนขอนไม้พุๆ เพราะเจ้าเห็บไหม มันจะอยู่บริเวณเหล่านี้ มันจะเข้ามากัดเหมือนเห็บหมาเลยครับ ตัวมันจะเล็กๆ เล็กกว่าเห็บหมา เวลามันกัดเราะรู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่มันอิ่มแล้ว จะรู้สึกคันๆ เห็นเป็นจุดแดงๆ แล้วก็กัดในจุดเนื้ออ่อนๆ โดยเฉพาะที่ลับ มันจะคันแล้วก็เกาไปนานเลยครับประมาณ ครึ่งเดือนได้ เกาเป็นแผลสเกร็ดเล็กๆ แล้วเราก็เกาแล้วก็เกาอีกเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ระวังให้ดีนะครับ

เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 159 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 160 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 161
ภาพทิวทัศน์บนเขาเจดีย์



บริเวณเขาเจดีย์ยังเห็นการก่อกองหินเป็นรุปเจดีย์อยู่ด้วยสองกอง เป็นความเชื่อที่เกี่ยวกับโชคลาภ เมื่อสามารถต่อกองหินขึ้นไปได้โดยไม่ล้ม

เมื่อถามว่ายังมีพิธีกรรมต่างๆทำกันอยู่หรือไม่ คำตอบจากเจ้าหน้าที่คือ ไม่มีแล้วครับ แต่ที่เขาภูกา ยังมีร่องรอยของสถูปเก่าตั้งอยู่ ซึ่งเป็นโบราณสถานโบราณบนยอดเขาภูกาอีกด้วย แต่วันนี้เราคงมีเวลาไม่พอที่จะเดินไปถึงยอดเขาภูกา ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ​2กิโลเมตร ไปกลับมาก็ 4 กิโลแล้ว คงไม่ทันชมพระอาทิตย์ตกแน่ เราจึงยังไม่มีโอกาสไปชม เขาภูกายังมีความน่าสนใจอีกอย่างที่สะดุดตาอยากจะชมดู นั้นก็คือหินเข็มทิศ หินที่ทหารญี่ปุ่นสลักบอกทิศทางไว้ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง บ่งบอกว่า ณ เขาภูกา นั้นทหารญี่ปุ่นเคยมาใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์แห่งหนึ่ง ในสมัยสงครามโลกครั้งที่2 

เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 169 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 171 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 168
ภาพ : เดินทางต่อไปยังเขาพระแม่ย่า

เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 172 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 173 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 174
ภาพ : ระหว่างเจอโสมผักกาดเข้า 

เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 175 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 176 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 177


ภาพ : แวะชมวิวสวยๆระหว่างทาง
เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 178 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 180 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 185

จากยอดเขาเจดีย์ เราเดินทางต่อไปตามทางที่อุทยานทำไว้ ผ่านทุ่งหญ้าสีเหลืองทอง แล้วเราก็ไปสะดุดตากับบางอย่างเข้า นั้นก็คือ ต้นเป้ง ซึ่งคนสุโขทัยนิยมเอาไปทำแป้งทำขนม ชื่อว่า “ขนมเป้ง” ดูต้นมันแล้วคล้ายๆต้นปาล์ม แต่ที่สะดุดตาคือเมล็ด ที่เราสามารถนำเมล็ดมันไปทำแป้งได้ด้วย ไว้มีโอกาสไปเดินตลาดสุโขทัยเราคงได้เห็น “ขนมเป้ง” 


ภาพ : ต้นเป้ง เอาไปทำขนมได้

เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 188 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 187 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 189
ภาพ : เมล็ดเป้ง

ระหว่าทางเจ้าหน้าที่ก็จะชี้ให้ดูเจ้าพวกสมนุนไพรต่างๆไปตลอดทาง 

เขาพระแม่ย่า 
อยู่ห่างจากเขาเจดีย์มาประมาณ 740 เมตร และห่างจากเขานารายณ์ 700 เมตร เหมือนว่าเขาทั้ง3ลูกทำมุม 3เหลี่ยมเขาหากัน จากเขาพระแม่ย่าเราก็สามารถมองเห็นเขาอีก 2 ลูก(เขานารายณ์ และเขาเจดีย์) ได้ชัดเจนอีกด้วย บริเวณเขาพระแม่ย่าเป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมดวงอาทิตย์ตกมากที่สุด เพราะมีทิวทัศน์ยามเย็นที่งดงามมาก ใครมาจุดนี้ แนะนำให้เตรียมเสื้อกันหนาวและกันลมแรงๆมาด้วย เนื่องจากลมแรงมาก ทำให้อุณหภูมิที่กำลังเย็นสบายกลับกลายเป็นหนาวจับใจ เหมือนโดนแช่เย็นได้ไม่ยาก 

เขาแม่แย่เป็นอีกจุดที่นอกจากจะมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว ยังมีตำนานเกี่ยวกับพระร่วงอยู่อีกหนึ่งเรื่อง ด้วยชื่อที่มาของชื่อเขาลูกนี้ที่ชื่อว่า “เขาพระแม่ย่า” นั้นมาจากคำเรียกชื่อแม่ของพระร่วงนั้นเอง โดยตำนานกล่าวถึงเขาลูกนี้ว่าเป็นจุดที่ แม่ย่า มาถือศีลในช่วงสุดท้ายของชีวิต จึงเรียกที่นี้ว่า “เขาพระแม่ย่า” 


ภาพ : เขาพระแม่ย่า

เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 192 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 193 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 194


ภาพ : จากเขาพระแม่ย่า เราจะมองเห็นเขานารายณ์ชัดเจน 


ภาพ : ทิวทัศน์ที่เขาพระแม่ย่า


ภาพ : ทิวทัศน์ที่เขาพระแม่ย่า


ภาพ : ทิวทัศน์ที่เขาพระแม่ย่า


ภาพ : พวกเรารอชมพระอาทิตย์ตกกันที่เขาแม่ย่า


ภาพ : ดวงอาทิตย์ตกที่เขาพระแม่ย่า


ภาพ : จากเขาพระแม่ย่ายามอาทิตย์อัสดง


ภาพ : ดวงอาทิตย์ตกที่เขาพระแม่ย่า




ภาพ : มองดวงอาทติย์ตกที่เขาพระแม่ย่า






ภาพ : แสงสุดท้ายที่เขาพระแม่ย่า

หลังจากที่เราเก็บภาพพระอาทิตย์ตกกันแล้ว และก่อนที่แสงสุดท้ายจะจางหาย เราก็เดินกลับก่อนล่ะครับ ไม่ใช่ว่าไม่อยากดูนานๆ แต่ลมมันแรงมาก ดีที่ผมติดเอาเสื้อกันหนาวมาด้วย จึงพอผ่อนคลายไปได้บ้าง แต่ลมแรงขนาดนี้เอาไม่อยู่จริงๆครับ อุณหภูมิอาจไม่เท่าไหร่แต่ความหนาวจากลมนี้เล่นเอาสั่นเลย จึงต้องขอตัวลงเขาก่อน 

เส้นทางเดินกลับของเราคือทางที่ไปเขานารายณ์ อีก 700 เมตรนั้นเอง เดินผ่านฐานทัพอากาศเก่า เลี้ยวลงเขาตรงลานจอดฮอพอดี จากจุดนี้ก็อีก 300 เมตร ช่วงนี้เริ่มมืดแล้วล่ะครับ หยิบไฟฉายออกมาใช้กันได้เลย ใครที่มาชมดวงอาทิตย์ตกควรมีติดตัวไว้นะครับ 


ภาพ: เส้นทางเดินกลับ เราเดินผ่านลานจอดเอลิคอปเตอร์

พอมาถึงแคมป์ อาหารเย็นก็รอพวกเราอยู่แล้ว มื้อนี้ต้องขอบคุณพี่ๆเจ้าหน้าอุทยานฯที่เป็นพ่อครัว ทำให้พวกเรากิน ได้เรียนรู้ไปด้วยว่าเจ้าหน้าที่อยู่บนเขาแบบนี้กินอะไรกัน จะมีแต่เมนูผักหรือไม่ 

เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 238 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 239 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 240
เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 241 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 237 เขาหลวงสุโขทัย ภาพที่ 242
ภาพ : อาหารเย็นของพวกเรา

ค่ำคืนนี้จบลงด้วยความเหนื่อยล้า ของทุกคน แต่หลังกินข้าวก็ทำให้พวกเรามีแรงพูดุยเรื่องราวของเขาหลวงสุโขทัยกันต่อ ทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย สมัยสงครามโลก ไปจนถึงเรื่องป่า เรื่องสมุนไพรที่ทำให้ เขาหลวงแห่งนี้ถูกบันทึกในหลักศิลาจารึกหลักที่1ด้านที่3ว่า เป็นภูเขา “สรรพยา” หรือภูเขาที่เต็มได้วยยา

จนถึงเวลา 4ทุ่ม ซึ่งเป็น ลิมิตของทางอุทยานฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องงดส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นเราจึงแยกย้ายกันนอน โดยนัดกันก่อนนอนสำหรับทริปวันพรุ่งนี้ ไว้ที่ ตื่นตี5 แล้วประมาณ ตี5ครึ่งเราจะต้องรีบไปรอชมดวงอาทิตย์ขึ้นกัน คาดว่าดวงอาทิตย์จะขึ้นประมาณ 6โมงนิดๆ 

เอาล่ะครับไปนอนหลับพักผ่อนกันก่อน แล้วเดี๋ยวมาเล่าต่อในตอนที่ 4 พาไปชมดวงอาทิตย์ขึ้นที่ผานารายณ์ 

เรื่อง/ภาพ โดย : บอย สะดุดตา


อ่านต่อตอนที่ 4 คลิ๊กที่นี่

สารบัญ หน้าหลักคู่มือพิชิตเขาหลวง คลิ๊กที่นี่

จังหวัด: 
ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel