สรุปทริป เที่ยวระนอง ฉบับ “ขอ 3 คำ” (เที่ยวระนอง - เกาะพยาม ธันวาคม 2013)

  • Posted on: 16 January 2014
  • By: นที สโมสร
เที่ยวระนอง ฉบับ “ขอ 3 คำ”  “ระนอง..ระยอง..ยะลา” ...นี่เป็น 3 คำที่ผุดขึ้นมาในหัวของผมโดยอัตโนมัติ ตอนที่รู้ว่าตนเองถูกเชิญชวนให้ไปเที่ยวจังหวัดที่ไม่เคยไปมาก่อนอย่างระนอง และไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่เป็นเช่นนี้ แต่แทบทุกคนที่ได้ยินว่าผมจะไปจังหวัดระนอง จะต้องพูดประโยค 3 คำนี้ออกมา ประโยคที่ใช้พูดให้ลิ้นพันกันเล่นนี้แหละครับ



ชื่อของจังหวัดระนองถูกฝังอยู่ในหัวของผมราวกับรู้จักจังหวัดนี้ดี ทั้งที่ในความเป็นจริงยังไม่เคยไปเลยสักครั้ง  เมื่อผมถูกชวนให้ไปเที่ยวระนอง ผมจึงไม่รอช้าที่จะคว้าโอกาสไปทำความรู้จักจังหวัดนี้จริงๆเสียที

และไหนๆผมก็เคยจดจำจังหวัดระนองด้วยคำ 3 คำมาก่อน การเที่ยวระนองหนนี้ของผมก็เป็นการเที่ยวปิดท้ายปี 2556 พอดี ปีที่โลกโซเชียลเน็ทเวิร์คเต็มไปด้วยวลี “ขอ 3 คำ” ให้กับสิ่งนั้นสิ่งนี้ ผมเลยอยากขอเล่าการท่องเที่ยวระนองครั้งนี้แบบ “ขอ 3 คำ” นะครับ ซึ่งจะขออนุญาตสรุปจุดท่องเที่ยวแต่ละแห่งที่ได้ไปด้วยคำ 3 คำตามมุมมองของตัวผมเองด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลยครับ

“ก้องวัลเลย์”
ชิมกาแฟสดที่สุดในโลก.. ตอนเห็นประโยคนี้ในตารางท่องเที่ยว บอกตรงๆว่าผมนึกภาพไม่ออก ที่ว่า “สดที่สุดในโลก” น่ะจะนำเสนอยังไง

แต่พอไปถึงไร่กาแฟ “ก้องวัลเลย์” วิสาหกิจชุมชนซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอกระบุรี ผมต้องยอมรับว่าประทับใจมากกับแนวทางการนำเสนอของคุณสุพจน์ กรประสิทธิวัฒน์ หรือ “คุณก้อง” ผู้เป็นทุกอย่างของอาณาจักรกาแฟแห่งนี้ นั่นเพราะคงไม่บ่อยนักหรอกที่เราจะได้มาพบกับเจ้าของไร่กาแฟ มานั่งคั่วกาแฟในกระทะให้เราดูสดๆ รวมไปถึงนั่งบดเมล็ดกาแฟที่เพิ่งคั่วเสร็จสดๆนั้นใส่หม้อต้มแบบดั้งเดิม จากนั้นก็เทกาแฟจากหม้อต้มนั้นให้เรากินสดๆทันทีเลย แถมรสชาติกาแฟที่ได้ยังหอมละมุนละไมจับลิ้นจับใจเอามากๆ


ภาพ : คุณสุพจน์ กรประสิทธิวัฒน์ หรือ “คุณก้อง” เจ้าของไร่กาแฟ 

“ก้องวัลเลย์” ไร่กาแฟครบวงจรแห่งนี้ แม้จะเริ่มดำเนินการมาได้ไม่นานเท่าไหร่ แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณก้อง ทำให้ปัจจุบันเขาสามารถส่งออกเมล็ดกาแฟที่เขาคั่วเองกับมือ บรรจุถุงส่งออกไปขายทั่วโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจ โดยไม่ได้เน้นว่าต้องทำยอดให้ได้ถล่มทลาย แต่จะทำตามหลักที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้คุณก้องยังคอยแบ่งปันความรู้ในวิถีกาแฟที่เขารู้จักดีให้แก่ชาวบ้าน ชาวสวน ชาวไร่ที่สนใจอย่างไม่หวงวิชา ด้วยเหตุผลที่อยากให้เกษตรกรในจังหวัดระนองทุกคนมีคุณภาพชีวิตและธุริจที่ดีขึ้น ผมนับถือหัวใจของคุณก้องในจุดนี้มากๆ


ภาพ : คุณก้องนั่งคั่วกาแฟสดๆมาต้มให้ชิม

ที่ไร่กาแฟของคุณก้องยังมีโฮมสเตย์ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวด้วยนะครับ เหมาะแก่การพกหนังสือเล่มโปรดมานั่งอ่าน พร้อมจิบกาแฟสดๆข้างลำธาร แลกเปลี่ยนบทสนทนากับคุณก้องที่มีเรื่องราวน่าสนใจมากมายพร้อมจะแบ่งปันให้เราฟัง ถือเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อยนะครับ ...ซึ่ง 3 คำที่ผมขอมอบให้ก้องวัลเลย์ก็คือ “สด..มุ่งมั่น..พอดีตัว”

“บ่อน้ำแร่ร้อนจังหวัดระนอง”

ก่อนจะไประนองผมอ่านเจอมาว่า คำว่า “ระนอง” นั้นเพี้ยนมาจากคำว่า “แร่นอง” อันมีสาเหตุจากจังหวัดนี้มีแร่อยู่มากมายและยังอุดมไปด้วยน้ำแร่ร้อนตามธรรมชาติ ดังนั้นหากมาเยือนจังหวัดระนอง แล้วไม่ได้ลงแช่น้ำแร่ร้อน ก็คงเหมือนกับมาไม่ถึงจังหวัดนี้ ประมาณนั้นแหละครับ

ผมมีโอกาสได้ลงแช่ 2 แห่งด้วยกัน จะพาไปดูทีละแห่งนะครับ

บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน
อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันออก 2 กิโลเมตร โดยชื่อรักษะวารินซึ่งแปลว่าน้ำที่ใช้รักษาโรคได้นี้ สมเด็จย่าได้พระราชทานไว้เมื่อคราวเสด็จเยือนระนอง พ.ศ.2510  โดยที่นี่มีบ่อน้ำร้อนซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่ 3 บ่อ คือบ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูกสาว ทั้งสามบ่อมีอุณหภูมิประมาณ 65 องศาเซลเซียส

ทั้ง 3 บ่อที่รักษะวารินนี้เปิดให้บริการฟรีครับ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมมานั่งแช่เท้ากันที่บ่อลูกสาวกันเป็นส่วนใหญ่ หรือถ้าต้องการแช่ทั้งตัวก็มีโซนแยกต่างหากออกไป เสียค่าบริการไม่กี่สิบบาท


ภาพ : บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน

ผมได้ลองนั่งแช่เท้าที่บ่อลูกสาว ซึ่งน้ำร้อนไม่เบาเลยครับ กว่าจะจุ่มเท้าลงไปเต็มๆได้ต้องใช้เวลาประมาณนึงเลย ได้ชาวบ้านเจ้าถิ่นที่มากันเป็นประจำคอยแนะนำวิธีการปรับอุณหภูมิร่างกายในน้ำร้อนๆนั่น แถมคอยเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของคนระนองที่ผูกพันกับการแช่น้ำแร่ไปด้วย บรรยากาศการแช่น้ำร้อนที่รักษะวารินถือว่าน่าประทับใจครับ

บ่อน้ำแร่ร้อนบ้านพรรั้ง อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว
อยู่ห่างจากตัวเมืองระนองไป 5 กิโลเมตร เป็นน้ำพุร้อนอยู่ในพื้นที่หุบเขาล้อมรอบ มีลำธารน้ำธรรมชาติใสสะอาดไหลผ่าน ในลำธารมองเห็นปลาว่ายอยู่ทั่วไปหมด ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวลงไปว่ายน้ำเล่นกันสนุกสนาน โดยค่าเข้าชมบ่อน้ำร้อนนั้นเก็บท่านละ 20 บาท ต่างชาติ 200 บาทครับ

ในส่วนของบ่อน้ำร้อนก็มีไว้บริการหลายบ่อดีครับ ซึ่งที่บ่อน้ำแร่ร้อนบ้านพรรั้งนี้ผมได้ลองลงแช่ทั้งตัวเลย รู้สึกผ่อนคลายสบายตัวสุดๆ โดยเมื่อแช่ในน้ำร้อนได้สักพัก ก็ยังสามารถสลับมาแช่ในน้ำเย็นตรงลำธารเพื่อให้ปลามาตอดเท้าแบบสปาปลาได้อีกด้วย ถือว่าสบายแบบครบวงจรกันไปเลย


ภาพ : อ่างแช่น้ำร้อนพรรั้ง

สรุปว่าหากไประนอง ก็ไม่ควรพลาดในการไปนั่งแช่นอนแช่ที่บ่อใดบ่อหนึ่งนี้นะครับ หรือถ้าไปเที่ยวระนองมากกว่าหนึ่งวัน แล้วจะไปแช่วันละที่ก็ถือว่าเต็มอิ่มดีครับ สามารถกลับมาโม้กับใครๆได้เลยว่า ไปถึง “แร่นอง” มาแล้วจริงๆ  และ 3 คำที่ผมขอมอบให้บ่อน้ำแร่ร้อนจังหวัดระนองก็คือ  “ร้อน..ผ่อนคลาย..สบายยยยย”


“เกาะพยาม”

นี่เป็นเป้าหมายหลักในการมาเยือนระนองหนนี้เลยก็ว่าได้ และคนหลงรักทะเลอย่างผมรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้มาเกาะนี้ เพราะได้ยินมาว่าเกาะพยามยังเจริญไม่มากนัก อย่างน้อยๆบนเกาะก็ยังไม่อนุญาตให้ใช้รถยนต์ 4 ล้อ โดยการเดินทางสัญจรบนเกาะจะใช้มอเตอร์ไซค์และจักรยานเป็นหลัก

การเดินทางจากท่าเรือเทศบาลตำบลปากน้ำบนฝั่งระนองมาถึงเกาะพยามด้วยเรือธรรมดานั้น จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง


ภาพ : แผนที่เกาะพยาม

โดยเกาะพยามเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากเกาะช้างเพียง 4 กิโลเมตร ซึ่งในอดีตการเดินทางไปเกาะพยามนั้นต้องใช้ความพยายามสูง ชาวบ้านจึงเรียกเกาะนี้ว่า “เกาะพยายาม” และในที่สุดก็ค่อยๆกร่อนเสียงเป็น “เกาะพยาม” ตามวิถีการพูดสั้นกระชับของชาวปักษ์ใต้นั่นเอง   พื้นที่โดยรอบเกาะพยามจะเป็นชายหาดสลับกับโขดหิน มีหาดทรายสวยๆอยู่หลายแห่ง ตัวผมเองมีโอกาสได้ไปดูมา 4 แห่งครับ

อ่าวแม่หม้าย
อ่าวนี้เป็นประตูสู่เกาะพยามก็ว่าได้ เพราะเป็นที่ตั้งของท่าเทียบเรือ เป็นจุดขึ้น-ลงเรือของคนที่เดินทางมาเกาะ และคนที่จะเดินทางกลับเข้าฝั่ง รวมไปถึงเรือที่นักท่องเที่ยวเช่าไปดำน้ำตามจุดต่างๆ 


ภาพ : ท่าเรือบริเวณอ่าวแม่หม้าย

บริเวณหาดของอ่าวแม่หม้ายจะเป็นโขดหินซะส่วนใหญ่ อีกทั้งคลื่นลมก็แรง จึงไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ แต่อ่าวแม่หม้ายเป็นแหล่งรวมร้านค้าและร้านอาหาร ร้านเช่าจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ที่จะใช้เดินทางบนเกาะ หรือจะเลือกใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้ นับเป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทางไปเที่ยวอ่าวอื่นๆรอบเกาะ

อ่าวใหญ่
ถ้าคุณได้เห็นชายหาดของอ่าวใหญ่ด้วยตาตนเอง คุณจะต้องยอมรับว่ามันใหญ่โตสมชื่อจริงๆ เป็นชายหาดที่ยาวเกือบ 4 กิโลเมตร ช่วงน้ำลดจะมีความกว้างของหน้าหาดลึกเข้าไปในทะเลประมาณ 150 เมตร ทรายที่หาดนี้จะแน่นและละเอียด เหมาะแก่การเตะบอลหรือเล่นกิจกรรมกีฬาที่ต้องการพื้นที่กว้างๆ น้ำทะเลก็ใสสะอาดน่าเล่น


ภาพ : อ่าวใหญ่

ลวดลายบนหาดทรายแห่งนี้ก็ดูสวยงามแปลกตาดี นอกจากรอยริ้วคลื่นตามแนวยาวแล้ว ยังมีลวดลายที่เกิดจากการขุดหลุมของปูลม ดูคล้ายภาพวาดของพลุไฟที่แตกกระจายบนท้องฟ้า ประดับประดาไปทั่วทั้งหาด ทำให้หาดกว้างใหญ่ที่เลียบไปกับแนวต้นสนแห่งนี้ดูมีเอกลักษณ์ลงตัวดีจริงๆ

อ่าวใหญ่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความบันเทิงพอประมาณ เพราะมีที่พักและร้านอาหารให้เลือกเยอะ บาร์เบียร์ก็มีมากมาย รับรองว่าไม่เหงาแน่นอนครับ

อ่าวกวางปีป
ผมได้มาเดินชมหาดที่อ่าวกวางปีปในช่วง 4 โมงเย็นพอดี ถือเป็นหาดที่สวยงาม น้ำทะเลใส ทรายขาวละเอียดน่านั่งมาก บรรยากาศเงียบสงบไม่วุ่นวาย


ภาพ : กวางปีป

ซึ่งที่อ่าวนี้มีที่พักแค่แห่งเดียวคือกวางปีปรีสอร์ท  บรรยากาศโดยรวมเหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกเลี่ยงความอึกทึกแบบอ่าวใหญ่ ชอบความเป็นส่วนตัว ต้องการความเงียบสงบไว้สำหรับนั่งอ่านหนังสือใต้เงาไม้ริมหาด หรือนอนเอนกายมองวิวทะเลสวยๆตรงหน้าก็น่าจะเพลินดีไม่น้อย

อ่าวเขาควายใต้
อ่าวเขาควายได้ชื่อมาจากลักษณะทางกายภาพของแนวหาดที่เป็นอ่าวโค้งยาวเกือบ 2 กิโลเมตร และปลายของโค้งทั้งสองฝั่งโน้มเข้าหากันจนดูคล้ายเขาควาย   อ่าวเขาควายแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ อ่าวเขาควายใต้ กับอ่าวเขาควายเหนือ  ซึ่งผมได้ที่พักตรงอ่าวเขาควายใต้นี่แหละครับ

ทรายที่อ่าวเขาควายใต้นี้จะเป็นดินโคลนซะส่วนใหญ่ เพราะอยู่ใกล้กับป่าชายเลน และเป็นหาดที่คงไม่เหมาะสำหรับคนที่อยากลงเล่นน้ำทะเล เนื่องจากหาดตื้นมาก ยิ่งช่วงน้ำลดเนี่ย หาดจะแห้งลึกเข้าไปในทะเล ไกลราวๆ 500 เมตรเลยทีเดียว

วิวช่วงดวงอาทิตย์ตกที่อ่าวเขาควายใต้นี้แม้จะไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์ตกที่กลางทะเลเหมือนอย่างที่อ่าวใหญ่  โดยเราจะเห็นดวงอาทิตย์ตกเหนือแนวยอดไม้เยื้องไปทางชายฝั่ง ซึ่งก็ดูสวยไปอีกแบบ  แต่สำหรับคนที่ต้องการลงเล่นน้ำและดูวิวอาทิตย์ตกแบบสวยๆกลางทะเล ผมขอเสนอให้ไปพักที่อ่าวใหญ่แทนดีกว่า น่าจะตอบโจทย์ได้มากกว่าครับ


ภาพ : พระอาทิตย์ตกที่อ่าวเขาควายใต้

แม้ปัจจุบันเกาะพยามยังไม่อนุญาตให้รถยนต์ 4 ล้อวิ่งบนเกาะ แต่ก็อดห่วงไม่ได้ว่าจะคุมเรื่องนี้ไปได้นานแค่ไหน เพราะหากมีรถยนต์วิ่งบนเกาะได้เมื่อไหร่ สภาพแวดล้อมและสเน่ห์ตามธรรมชาติต่างๆบนเกาะคงสั่นสะเทือนไปหมด  และ “ความพยายาม” ซึ่งเป็นหัวใจและที่มาของชื่อเกาะแห่งนี้ ก็คงจะหมดความหมายลงไปเรื่อยๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ....ฉะนั้น 3 คำที่ผมอยากมอบให้เกาะพยามก็คือ “พยายาม..รักษา..พยาม”
 

บทสรุปโดยรวมสำหรับระนองของผม ต้องขอบอกเลยว่าผมประทับใจในสถานที่-ผู้คนและอาหารจริงๆ (โดยเฉพาะอาหารนี่แหละ ที่ประทับใจเอามากๆ)  รู้สึกว่าระนองเป็นจังหวัดที่น่าไปเที่ยวอย่างยิ่ง

“ระนอง..ระยอง..ยะลา” ...นี่เป็น 3 คำที่ผุดขึ้นมาในหัวของผมโดยอัตโนมัติ ตอนที่รู้ว่าตนเองถูกเชิญชวนให้ไปเที่ยวจังหวัดที่ไม่เคยไปมาก่อนอย่างระนอง ..แต่หลังจากได้ไปสัมผัสระนองด้วยตนเองจริงๆ..  3 คำที่ผมอยากมอบให้กับระนองได้เปลี่ยนเป็นดังนี้ว่า... “ระนอง..ระนอง..ระนอง” ...ซึ่งหมายถึง ควรไปเที่ยวระนองมากกว่าหนึ่งหนครับ เพราะผมคนนึงล่ะ ที่จะไปอีกแน่นอนหากมีโอกาส

สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดระนองได้ที่ ททท. สำนักงานชุมพร  โทร. 0-7750-1831-2 , 0-7750-2775-6
** ขอบคุ​ณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองประชาสัมพันธ์ภายในประเทศ

จังหวัด: