สรุปทริปเที่ยวน่าน พิชิตล่องแก่งลำน้ำว้า 3 วัน 2 คืน

สนุกและสวยงามกว่าที่คิดและจินตนาการเอาไว้มากค่ะ สำหรับการล่องแก่งลำน้ำว้า จ.น่าน ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกสำหรับเราเลยล่ะค่ะ ในตอนแรกนั้นต้องบอกเลยว่าค่อนข้างกังวลนิดหน่อย สำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น และด้วยการล่องแก่งที่ลำน้ำว้านี้ ถือว่าเป็นการล่องแก่งที่ติดอันดับ หนึ่งในห้าของแก่งที่ท้าท้ายที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทยในเลยก็ว่าได้  



สำหรับทริปการล่องแก่งลำน้ำว้าในทริปนี้เราใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ด้วยการเดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯและน่านด้วยเครื่องบิน เพราะหากใช้รถยนต์เดินทางอาจต้องใช้เวลามากกว่านี้ค่ะ ทริปนี้เราออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 10.00 น. ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงเครื่องก็ลงจอดที่สนามบินน่าน ออกจากสนามบินก็ไปทานข้าวเที่ยวพอดีเลยค่ะ ทานเสร็จก็แวะเที่ยววัดต่างๆ เช่นวัดพระธาตุแช่แห้ง และที่พลาดไม่ได้คือวัดภูมินทร์ กับการไปชมภาพเขียนอันโด่งดังของเมืองน่าน กับภาพรักบรรลือโลก ก่อนจะออกเดินทางมุ่งหน้าไปยัง อ.บ่อเกลือ จุดเริ่มต้นในการล่องแก่งลำน้ำว้าของเราในวันรุ่งขึ้น 


วัดพระธาตุแช่แห้ง 


ภาพเขียนสีชื่อดัง "กระซิบรักบรรลือโลก"  ในวัดภูมินทร์ จ.น่าน


วัดภูมินทร์ จ.น่าน

ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง กับการขับรถเลาะริมเขาจากอำเภอเมืองน่าน ไปยังอำเภอบ่อเกลือ แวะชมพระอาทิตย์ตกระหว่างทาง ก่อนเข้าพักที่บ่อเกลือวิว รีสอร์ท ที่พักที่ตกแต่งได้กลมกลืนกับอำเภอบ่อเกลือ


จุดชมวิวระหว่างทางไปอำเภอบ่อเกลือ


ที่พักแบบเต้นท์ในอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน


ภายในบ่อเกลือวิว รีสอร์ท

ในเช้าวันที่สองของการเดินทาง ออกแต่เช้าซักหน่อยเพื่อไปชมบ่อเกลือสินเธาว์ที่อยู่บนภูเขา และเป็นแหล่งเกลือที่มีความสำคัญมาแต่โบราณแล้ว ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านก็ยังใช้วิธีการต้มเกลือแบบดั้งเดิม เป็นอีกหนึ่งที่ที่ขาดไม่ได้สำหรับใครที่มาล่องแก่งลำน้ำว้า ควรแวะไปเที่ยวชมที่นี่ด้วย เพราะไม่ไกลกันมากนักแค่ต้องออกเช้าซักหน่อยประมาณ 8 โมง เพื่อที่จะไม่ไปเบียดเวลาในการล่องแก่ง แต่หากใครมีเวลาพอในวันแรกก็แวะมาเที่ยวที่บ่อเกลือก่อนเลยก็ได้ค่ะ


บ่อต้มเกลือสินเธาว์ในอำเภอบ่อเกลือ จ.น่าน

ออกจากบ่อเกลือสินเธาว์มาถึงที่บ้านสบมาง ประมาณ 09.00 น. ใส่อุปกรณ์เซฟตี้ต่างๆ ที่ทางผู้ประกอบการได้เตรียมไว้ให้แล้วซึ่งเป็นราคารวมแล้วกับค่าบริการ โดยเค้าจะมีเสื้อชูชีพ หมวกกันน๊อก และถุงกันน้ำใบใหญ่ให้ยืมสำหรับใส่เสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว  เมื่อแต่งตัวพร้อมแล้ว พี่สตาฟก็จะนำถุงกันน้ำที่แพ็คเสื้อผ้าของเราไปใส่ในเรือยางเพื่อมัดไว้ด้วยตาข่ายให้แน่นหนาเผื่อเรือล่มของจะได้ไม่ลอยไปไหน ก่อนออกจากจุดเริ่มต้นการล่องแก่งน้ำว้า(ตอนกลาง) บ้านสบมาง พี่ๆ สต๊าฟ จะอธิบายเกี่ยวกับการพายเรือยางและการปฎิบัติตัวเมื่อตกน้ำให้เราได้รู้ 


สัมภาระต่างๆ แพ็คลงถุงกันน้ำที่ทางผู้ประกอบการล่องแก่งเตรียมไว้ให้ยืม


กำลังบรรทุกสัมภาระลงเรือยาง

ซักประมาณ 9.30 น. เราก็เริ่มออกพายเรือไปค่ะ ระยะทางในวันแรกนี้อยู่ที่ประมาณ 40 กิโลเมตร ผ่านแก่งต่างๆ แต่ก็ถือว่าน้อยกว่าในวันถัดไป แต่ก็มีแก่งที่สนุกๆ อยู่หลายแก่งเลยค่ะ วันที่เราไปนี้น้ำไม่มาก ตามคำบอกเล่าของพี่ๆ สตาฟ แต่สำหรับเราแล้ว มันสนุกและตื่นเต้นกำลังดีค่ะ  เรือยางลำนึงในช่วงที่น้ำไม่มากนั่งได้ 4-5 คนกำลังดีค่ะ ไม่รวมสตาฟที่คอยอยู่หัวเรือ 1 คน และท้ายเรือ 1 คน ในการพายในวันแรกนี้มีหลายช่วงที่เป็นน้ำนิ่งก็พายกันเยอะหน่อย อาจมีเมื่อยแขนบ้าง แต่ช่วงที่ผ่านแก่งก็เร็วขึ้น 


หน้าตาแต่ละคนพร้อมมากสำหรับการล่องแก่งลำน้ำว้า


บางจุดในการล่องแก่งน้ำก็ไหลไม่แรง พายเหนื่อยเลย


การล่องแก่งมันสนุกก็ตรงนี้แหล่ะค่ะ แก่งน้ำแรงๆ


ผ่านแก่งมาได้ก็พายต่อไปชิล ชิล ชมธรรมชาติ

แต่หากผ่านแก่งใหญ่ๆ ก็ต้องพายจ้วงกันสุดแรงเกิดเลยค่ะ ไม่งั้นเรืออาจคว่ำได้ ใครไม่อยากคว่ำต้องจ้วงพายลึกๆ เลยค่ะ แต่ใครชอบลงน้ำก็อีกเรื่องค่ะ  ในวันแรกนี้นอกจากความสนุกสนานจากการจ้วงพายพาเรือยางผ่านแก่งน้อยใหญ่ที่เวลาผ่านแก่งใหญ่ๆ จะมีน้ำใสๆ โถมเข้ามาหาตัวกันจนเปียกปอน สร้างความสดชื่นให้กับการล่องแก่งแล้ว บรรยากาศสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เสียงนกร้อง ก้อนหินสวยงามรูปร่างแปลกตาก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและสุนทรีย์ให้กับการล่องแก่งที่ลำน้ำว้าแห่งนี้เป็นอย่างมาก 


จุดแวะพักกลางวัน


มื้อกลางวันแสนอร่อย น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู ผักต้ม ข้ามเหนียว หมูทอด


แวะเก็บผักกูดระหว่างเอาไปผัดเป็นอาหารเย็น

ระหว่างทางสู้แค้มป์ที่พักของเราก็มักจะพบเจอดงผักกูดอยู่ระหว่างทาง ฉะนั้นนอกจากการพายเรือยางผ่านแก่งต่างๆ การแวะเล่นน้ำบ้างตามเส้นทาง เราก็ยังแวะเก็บผักกูดไปเล็กน้อยพอสำหรับการทำอาหารกินกันในมื้อค่ำ  สำหรับมื้อกลางวันนั้นเราแวะทานกันระหว่างทางค่ะ เที่ยงตรงไหน ทำเลดีก็แวะตรงนั้นเลย ซึ่งพี่ๆ สตาฟเค้าจะเตรียมอาหารกลางวันมาให้เราเป็นข้าวเหนียว น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกเผา ผักต้ม หมูทอด แค้ปหมู  ต้องบอกเลยว่าน้ำพริกพี่เค้าอร่อยเลยค่ะ กินจนอิ่มแปล้เลยทีเดียว และยิ่งได้กินกันไป คุยกันไป เล่าเรื่องสนุกสนานระหว่างทางล่องแก่งกันไปอย่างสนุกสนานและนั่งดูต้นไม้ใบหญ้า น้ำใสๆ ก้อนหิน หาดทราย ก็ยิ่งพาเอาเราเจริญอาหารยิ่งขึ้นไปอีก 

ใช้เวลาเกือบทั้งวันทั้งพาย ทั้งเล่นน้ำ ทั้งแวะเก็บผักกูด ทั้งแวะถ่ายภาพน้ำตกระหว่างทาง เราก็ถึงแค้มป์หาดงาม(ชาวบ้านมักเรียกว่าแค้มป์บ้านแม่สะนานแต่จริงๆ อยู่ห่างจากบ้านแม่สะนานมาะอสมควรเลยละค่ะ) ที่เรียกแค้มป์หาดงามเพราะฝั่งตรวกันข้ามกับแค้มป์นี้จะมีหาดทรายอยู่นั่นเอง บริเวณแค้มป์บ้านหาดงามนี้จะมีการจัดเตรียมพื้นที่พักแรมแบบชั่วคราวเอาไว้ค่ะ มีลานกางเต้นท์ ศาลามุงหญ้าคาสำหรับนั่งทานข้าวและปรุงอาหาร ห้องน้ำและห้องส้วมวึ่งถือว่าสะดวกเลยทีเดียวค่ะ 


จ้วงลึกๆ พายเยอะๆ เรือจะไม่คว่ำ 


แก่งสวยๆ เยอะแยะมากมาย

พายกันทั้งวัน


น้ำใสๆ น่าเล่นที่สุด


ทั้งก้อนหินสองฟากฝั่งลำน้ำว้า เต็มไปด้วยก้อนหินสวยๆ ทั้งนั้น


รอถ่ายภาพกันหน่อย

กางเต้นท์กันเรียบร้อยแล้วก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันค่ะ ใครสะดวกในห้องน้ำซึ่งต่อท่อมาจากน้ำใสๆ ในน้ำว้าก็ได้เลย ใครชอบแบบโอเพ่นก็โดดลงในลำน้ำว้าได้เลย น้ำใสไหลเย็น สดชื่นดี ระหว่างอาบน้ำนั้น ส่วนผ้าที่เปียกนั้นก็มีราวไว้ให้ผึ่งให้หมาดสำหรับใส่ต่อในวันรุ่งขึ้น(ยังไงก็ต้องเปียกอยู่ดี ใส่ชุดเดิมเลยละกัน และชุดที่ใส่นอนกับใส่กลับกรุงเทพก็เป็นชุดเดียวกันก็ได้จะได้ไม่ต้องขนหลายชิ้น)  

ระหว่างที่เราอาบน้ำนั้นพี่ๆ สตาฟเค้าก็จะเตรียมอาหารค่ำไว้ให้เรา ใครอยากเข้าครัวเองก็ไปช่วยพี่ๆ เค้าได้ค่ะ อาหารของเรามื้อเย็นก็ง่ายๆ แต่อร่อยมากๆ ค่ะ ข้าวหุงฟืนกลิ่นหอมๆ และกับข้าวที่ทำด้วยเตาฟืนเช่นกัน อย่างไข่เจียวร้อนๆ ผัดผักกูดที่เก็บมาจากข้างทางระหว่างล่องแก่ง ต้มยำไก่แซ่บ แค่นี้ก็ทำให้มื้อเย็นกลางป่าในวันนั้นอร่อยยิ่งกว่าภัตราคาร 5 ดาวแล้ว ก็แหมจะไม่ให้อร่อยไปกว่าปกติได้อย่างไร ในเมื่อมื้อนี้กินท่ามกลางป่าเขา แสงดาว เสียงจิ้งหรีด นกร้องและน้ำไหล 


จุดกางเต้นท์ที่แค้มหาดงาม


หนาวๆ หลังอาบน้ำ หลายๆ คน นิยมมายืนผิงไฟให้อุ่น


ห้องสุขาที่แค้มป์หาดงาม 


ด้านในห้องน้ำแค้มป์หาดงาม


มือค่ำ ใต้แสงเทียน โรแมนติกซ์สุดๆ


กินเสร็จก็ยังพอมีเวลานั่งคุยแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางของเราในวันนี้ บางคนก็ถ่ายภาพดาว ก่อนจะแยกย้ายไปนอน เต้นท์ใครเต้นท์มันในถุงนอนที่เค้าจัดไว้ให้ ใครไม่สะดวกใจที่จะใช้ถุงนอนที่คนอื่นเคยใช้ก็เตรียมมาเองก็ได้ค่ะ แพ็คใส่ถุงกันน้ำมาได้ อากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเย็นพอสมควรค่ะ ใส่เสื้อกันหนาวและห่มพาก็เอาอยู่ค่ะ กำลังสบายๆ แต่บอกเลยว่าปวดแขนมากมายเนื่องจากพายเรือทั้งวัน ใครจะพกยาคลายกล้ามเนื้อกับยาทาแก้ปวดไปด้วยก็ดีนะคะ 

เช้าวันสุดท้ายของการเดินทางอีก 40 กิโลเมตรโดยประมาณ กับการผ่านแก่งน้อยใหญ่กว่า 50 แก่ง ที่เค้าบอกกันว่าสนุกสนานซะเหลือเกิน เราก็พร้อมแล้วค่ะ เช้านี้ไม่ต้องอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันกันอย่างเดียวพอ เพราะทานข้าวเช้าเสร็จก็ต้องเปียกอยู่ดี ใส่ชุดเดิมที่ผึงไว้และยังไม่แห้งนั่นแหล่ะค่ะ 

วันสุดท้ายนี้พายเรือกันแค่ครึ่งวันเท่านั้นคะ เพราะ 40 กิโลเมตร หลังนี้มีแก่งค่อนข้างมากจึงไปได้เร็วเลยทีเดียว บางแก่งก็สูงเกือบจะเป็นน้ำตกเลยทีเดียวค่ะ แต่ลำที่เรานั่งก็ไม่คว่ำนะคะ จ้วงเอาๆ ผ่านไปได้อย่างฉลุย แต่ก็ได้เปียกกันตลอดทาง แต่หากเรือคว่ำก็แค่ยกขาขึ้นและปล่อยตัวลอยไปเท่านั้นเอง บางแก่งสวยมาก โดยเฉพาะแก่งสุดท้ายที่ชื่อว่าแก่งยาวนั้น สองข้างทางเป็นหน้าผาหินสีสวยงาม ใครล่องผ่านแก่งนี้แล้วจะมารอถ่ายภาพก็ยังได้ค่ะ เลยแก่งยาวไปไม่นานนักก็ถึงจุดขึ้นแล้วล่ะค่ะ ใครจะเล่นน้ำก็เล่นได้เลย  ที่จุดขึ้นฝั่งนี้จะมีห้องน้ำให้เราสามารถอาบน้และเปลียนเสื้อผ้าได้ค่ะ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เที่ยงกว่าๆ จวนจะบ่ายแล้ว ลาลำน้ำว้าไปด้วยรถหกล้อมุ่งหน้าสู่ร้านก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้าน ก่อนจะขึ้นรถตู้กลับมาในตัวเมืองน่าน ทานอาหารเย็น พร้อมบอกลาเมืองน่านไปในค่ำวันนั้น 


สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าและภูเขา สวยงามมาก



กว่าจะผ่านมาได้ เล่นเอาหอบเหมือนกันะเนี่ย


แก่งน้ำใส ในวันฟ้าสวย


น้ำดูใสมากๆ น่าเล่นจริงๆ


พักแขนกันหน่อย


พายๆๆๆ จ้วงๆๆ


สวยมากจริงๆ ขอบๆ


ยิ่มมีน้ำ ยิ่งสนุก


เปียกทั้งวัน จนรู้สึกหนาว ใครไปอย่าลืมเต้นท์นะ


บายๆ ลำน้ำว้า เจอกันปีหน้าจร้า

สำหรับการล่องแก่งลำน้ำว้านี้ถือเป็นอีกหนึ่งแก่งยอดฮิตของคนชอบท่องเที่ยวผจญภัย ประเภทล่องแก่งที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ มีแก่งเยอะแยะไม่เราได้ท้าทาย ผจญภัย ไม่ว่าจะเป็นแก่งรถเมล์หรือแก่งผาหมอน ที่บางครั้งก็เกือบจะเป็นน้ำตกเลยซึ่งก็สร้างความสนุกสนานให้เราได้มากมาย ตลออดระยะทาง 80 กิโลเมตร ของการล่องแก่งลำน้ำว้านี้จะได้เจอแก่งน้อยใหญ่อย่างน้อย 60 แก่ง เลยทีเดียว และไม่เพียงเท่านั้นที่นี่ยังเป็นแก่งน้ำใสมากๆ บางจุดมองเห็นปลาว่ายไปมาเลยละค่ะ ธรรมชาติข้างทางก็สวยงามดึงดูดความสนใจไปไม่น้อยกว่าความสนุกสนานที่ได้รับเมื่อเจอแก่งโหดๆ เลย หรือดาวยามค่ำคืนกับเสียงน้ำไหลก็ทำให้การนอนในป่าคืนนั้นมันช่างมีความสุขเหลือเกิน  

แผนที่
จุด A จุดเริ่มต้นการล่องแก่งของเรา GPS 18.998596, 101.214197
จุด B คือจุดสิ้นสุดการล่องแก่งของเราในทริปนี้ GPS คือ 18.751259, 101.039993

ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคเหนือ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่(รับผิดชอบพื้นที่ แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์) โทร.054-521118,054-521127

จังหวัด: 
ประเภทข้อมูล: 
ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: