นอนบ้านอิต่อง เที่ยวเนินช้างศึก (พิชิตเขาช้างเผือก ตอนที่1)

ก่อนการเดินทางทริปเขาช้างเผือก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นั้น เราได้ยินหลายๆ คนพูดถึงสถานที่แห่งนี้มามากมายพอสมควร ว่าค่อนข้างโหด เราจึงเตรียมตัวไปพอสมควร และอีกอย่างก็อยากจะรู้ด้วยว่าจะโหดมากมายซักขนาดไหนกัน 

เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ก่อนจะเดินทางต่อมุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอทองผาภูมินั้น เราแวะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรี ก่อน เพื่อสมทบกับทีมช่างภาพมืออาชีพจาก Kan photo Club  

จากนั้นเดินทางมุ่งหน้าอำเภอทองผาภูมิ ใช้เวลานานพอสมควรเชียวละคะกว่าจะถึง อ.ทองผาภูมิ ซึ่งระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปถึงทองผาภูมินั้นก็มีระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตรเลยทีเดียว จากทองผาภูมิมุ่งหน้าต่อไปยังตำบลปิล็อก ก่อนเดินทางต่อแวะกินข้าวกลางวัน และทำความรู้จักกันกับเพื่อนร่วมทางที่จะร่วมกันพิชิตยอดเขาช้างเผือกในทริปนี้ 



เส้นทางจากทองผาภูมิไปยังตำบลปิล็อกก็ไกลพอจะหลับได้ยาวๆ เลยละคะ ก็จากตัวอำเภอทองผาภูมิไปถึงตำบลปิล็อกมีระยะทางประมาณ 59 กิโลเมตร แต่เราไม่ได้หลับนะ และก็ไม่เบื่อซักนิดเลย ก็มันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออะไร เพราะเส้นทางที่อำเภอทองผาภูมิ ในระหว่างทางนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวที่โน้มตัวเข้าหากันเป็นอุโมงค์เกือบตลอดเส้นทางที่เรานั่งรถไป เพราะฉะนั้นการนั่งรถผ่านเส้นทางนี้ สำหรับเราแล้ว มันเป็นอะไรที่มีความสุขมากมายจริงๆ  แต่อาจจะลำบากคนที่เมารถง่ายๆ หน่อยนะคะ เพราะว่า ทางค่อนข้างคดเคี้ยวเลยหล่ะ  


การเดินทางสู่ทองผาภูมิ

จุดชมวิว กม.12
จุดแรกที่เราแวะคือ จุดชมวิว กม.12  จุดนี้เป็นจุดชมวิวระหว่างทางก่อนถึงอุทยานฯ ที่จุดนี้มีห้องน้ำบริการนะคะ จากจุดชมวิว กม.12 เรามุ่งหน้าต่อไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ มีค่าใช้จ่ายคนละ 30 บาท สำหรับค่าเข้านะคะ ที่อุทยานมีนกเงือกแสนรู้ตัวหนึ่ง ชื่อเจ้าแจ๋วแหวว ใครไปก็แวะไปทักทายเจ้าแจ๋วแหววได้ ได้ข่าวกอสซิบมาว่า เจ้าแจ๋วแหว่ว ไม่ชอบผู้หญิง อันนี้จริงไม่จริงก็ไปพิสูจน์กันดูนะคะ   


นี้คือวิวที่เราจะสามารถมองเห็น เขาช้างเผือกได้ สู้ไหวป่ะ


พรุ่งนี้เจอกันเขาช้างเผือก อยู่ข้างหน้าเรานี้เอง สูงจริงๆ


ภาพ: จุดชมวิวเนินช้างเผือก ซึ่งสามารถมองเห็นเขาช้างเผือกได้ชัดเจน


ถ่ายรุปคู่กับเนินช้างเผือก ก่อนที่พรุ่งนี้จะเจอเขาช้างเผือก

รถตู้พาเราขึ้นไปยังจุดชมวิวเนินกูดดอย ที่จุดนี้เราสามารถมองเห็นทิวเขาได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นจุดที่เราจะไปกางเต้นท์ตลอดจนทางเดินบนสันเขาที่ทำเอาหลายคนหวั่นใจเล็กๆ ว่าพรุุ่งนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง  แต่ว่าอาการหวั่นใจก็ไม่มากพอที่จะทำให้พวกเราเปลี่ยนใจ ก็ทิวเขาที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันช่างท้าทายเราซะเหลือเกิน เหมือนมีเสียงกระซิบเบาๆ ว่า “กล้าปะล่ะ”  

สู่บ้านอีต่อง
เราอยู่ที่จุดชมวิวเนินกูดดอยไม่นานมากนัก ก็เดินทางต่ออีกไม่ไกลไปยังหมู่บ้านอีต่อง หมู่บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางพิชิตยอดเขาช้างเผือกในวันรุ่งขึ้น ที่หมู่บ้านอิต่องเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีร้านค้าขายของชำต่างๆ มีร้านอาหาร เกสเฮาส์ โฮมสเตย์ ร้านขายของที่ระลึก ไว้บริการนักท่องเที่ยว ที่พักของเราในคืนนี้ ณัตเอ็งต่อง เฮาส์ บ้านสองชั้น ที่ถูกแบ่งออกเป็นห้องต่างๆ และชั้นล่างก็มีเตียงนอนเสริมไว้หากมีคนเข้าพักจำนวนมาก ตามห้องพักไม่มีทีวี แต่มีบริการที่ห้องด้านล่าง ซึ่งก็ไม่จำเป็นซักเท่าไหร่สำหรับการมาใช้ชีวิตแนบชิดธรรมชาติแบบนี้ บางทีทีวีอาจกลายเป็นสิ่งน่ารำคาญไปก็ได้ 


บรรยากาศในบ้านอีต่อง หมู่บ้านชายแดนที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองอย่างมากในสมัยเหมืองแร่


ร้านขายโปสการ์ดในหมู่บ้านอีต่อง


มาเลือกหาโปสการ์ดเป็นของที่ระลึกสักใบ


บ้านอีต่องมีร้านกาแฟสดน่ากินด้วย


บรรยากาศริมอ่างเก็บน้ำที่บ้านอีต่อง


โฮมสเตย์ที่บ้านอีต่อง

เก็บสำภาระเข้าที่เข้าทางกันเรียบร้อยแล้ว เราออกมาเดินสำรวจและพูดคุยกับชาวอิต่อง ซึ่งคุยกันเข้าใจได้บ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็เป็นการเริ่มต้นมิตรภาพที่งดงาม เอาไว้สานต่อความสัมพันธ์อันดีซึ่งกันระหว่างนักท่องเที่ยว และเจ้าของพื้นที่ เพื่อความสุขในการใช้ชีวิตที่นี่ 

เนินช้างศึกชมพระอาทิตย์ตก
การท่องเที่ยวของเราในวันนี้ยังไม่จบลงนะคะ เพราะยังมีอีกจุดสำคัญ คือ เนินช้างศึก สถานที่ยอดฮิตของใครหลายคนที่มาที่ปิล็อก ไม่ว่าจะมาพิชิตยอดเขาช้างเผือก หรือจะมาเที่ยวพักผ่อน นอนเหมือง ที่บ้านป้าเกล็น บ้านเล็กในป่าใหญ่ ก็มักจะมีเนินช้างศึกนี้อยู่ในโปรแกรมการเดินทางเสมอๆ 

แล้วเราจะพลาดไปได้อย่างไรละคะ จากหมู่บ้านอีต่องมุ่งหน้าไปชมพระอาทิตย์ลาลับไหล่เขาบนเนินช้างศึก แถมด้วยการยืนชมทะเลอันดามันของฝั่งพม่า ด้วยการเดินทางโดยรถตู้  เป็นอะไรที่น่าประทับใจอีกแล้วละคะ  ก็วัดความน่าประทับใจได้จาก เพื่อนๆ ร่วมทริปของเราแต่ละคน ไม่ยอมลงจากเนินช้างศึก แม้ว่าดวงอาทิตย์จะบอกลาพวกเราไปแล้ว  

ด้วยวันที่เราไปถึงหมู่บ้านอิต่องนั้น ฝนโปรยลงมา พอให้ความชุ่มฉ่ำแก่ต้นไม้และส่งผลให้พวกเราได้เห็นหมอกสีขาวก่อตัวเลาะตามสันเขา และตีนเขาที่เต็มไปด้วยแมกไม้สีเขียว บวกกับพระอาทิตย์ดวงโตที่แผดแสงสีสวย สดใส ทำเอาพวกเราเคลิ้มไปเลยทีเดียว หลังจากหยุดตะลึงกับความงดงามของบรรยากาศดีๆ บนเนินช้างศึกได้สักครู่ ทุกคนต่างก็หยิบกล้องคู่กายขึ้นมาเก็บภาพความประทับใจกันไม่หยุดหย่อน 

ในบางคราวเราก็ยังอยากเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนเดียวกันกับความสวยงามนั้นเลย จึงต้องยัดตัวเองเข้าไปในเฟรมภาพสวยๆ ที่มีแบ็คกราวเป็นภูเขา ต้นไม้ ทะเลหมอก และพระอาทิตย์ดวงโตๆ ถ่ายรูปกันจดหมดแรง และเริ่มค่ำแล้ว อากาศเย็น เริ่มกระทบผิวกาย เป็นสัญญาณเตือนว่า เราควรจะลงไปที่หมู่บ้านอิต่องได้แล้ว 


สู่เนินช้างศึก


บรรยากาศสวยมากๆ เห็นวิวไปไกล


เนินช้างศึก เป็นที่ตั้งของหน่วยทหาร 


วิวทิวทัศน์ที่เนินช้างศึก

ทริปเขาช้างเผือก ภาพที่ 022 ทริปเขาช้างเผือก ภาพที่ 023 ทริปเขาช้างเผือก ภาพที่ 018


รอชมดวงอาทิตย์ตกที่เนินช้างศึก


ยามเย็นที่เนินช้างศึก

เข้าที่พักคืนแรกที่บ้านอีต่อง
หลังจากกินอาหารมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว ในวงสนทนาการคาดเดา หรือประมาณการณ์ถึงสิ่งที่จะได้พบในวันรุ่งขึ้น ก็เป็นอีกกิจกรรมที่สร้างเสียงหัวเราะ และความสนุกสนานให้แก่การใช้ชีวิต ของเหล่านักเดินทางทั้งหลาย  อีกเรื่องน่ากลัวของพวกเราคือ “ทาก” ค่ะ เนื่องจากเราเห็นว่าฝนตกลงมา อาจทำให้มีทากได้ จึงระมัดระวังเตรียมตัวกันหลากหลายวิธี บางคนใช้ถุงกันทาก บางคนใช้ยาฉีดที่ขา บางคนก็เอาหนังยากมามัดตามขากางเกงอีกรอบ  แต่สุดท้ายแล้วเมื่อขึ้นไปไม่พบเจอทากกันซักคน สงสัยมันจะรู้ว่าเราเตรียมตัวมาดีมาก ค่ำคืนก่อนขึ้นเขาช้างเผือกจบลงด้วยการแยกย้ายกันนอน เพื่อเตรียมพละกำลังสำหรับการเดินทางในวันรุ่งขึ้น ที่หลายคนเค้าขนานนามว่าติดอันดับในเรื่องของความโหด

แผนที่การเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่บ้านอีต่อง
ระยะทางประมาณ 334 กิโลเมตร
จุด A คือ กรุงเทพฯ 
จุด B คือ บ้านอีต่อง

เรื่องราวการเดินทางยังมีต่อ คลิ๊กอ่านต่อ ตอนที่2 

หน้าหลัก เที่ยวเขาช้างเผือก คลิ๊กที่นี่


ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรี สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ 
จังหวัด: 
ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel