ทริปมาเลเซีย EP#2 เที่ยวเมือง ipoh(อีโปห์) สนุกกับ Lost world of tambun

วันนี้เป็นวันที่สองของการเดินทางมาเที่ยวมาเลเซีย เป้าหมายของวันนี้คือการเดินทางไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในเมืองอีโปห์(Ipoh) ชื่อไม่ค้นหูผมสักเท่าไหร่ แต่เสน่ห์ของเมืองนี้มันน่าติดตามจริงๆครับ กาแฟดัง white coffee อาคาร ตึก ในเมืองก็มีสถาปัตยกรรมในรุ่นโคโลเนียล ซึ่งได้รับอิทธิผลจากตะวันตก เป็นเมืองที่มีอุตสหกรรมเมืองแร่เมื่อในอดีต และยังมีสวนสนุกที่สร้างความประทับใจให้ผมมากทีเดียว Lost world of tamnun และเราก็พักกันที่ละครับ 



ตื่นแต่เช้าเลยครับ มองออกไปนอกหน้าต่างของโรงแรม Sunway ในเมืองจอร์จทาวน์ ยังคงเห็นแสงไฟกับท้องฟ้าที่ยังเป็นสีน้ำเงินเข้ม แสงแรกยังไม่ปรากฏออกมา แต่ต้องรีบต่นแล้วละครับ เพราะวันนี้จะต้องไปให้ทันรถไฟ และเป็นรถไฟความเร็วสูงของมาเลเซียที่เพิ่งเปิดให้บริการได้เพียง2เดือน ของใหม่ต้องลอง 


ภาพ : ยามเช้ามองจากหน้าต่างโรงแรมห้องพักของผมที่ โรงแรม Sunway Hotel ในเมืองจอร์จทาวน์


ภาพ : ห้องอาหารเช้า


ภาพ : มีอาหารพื้นเมืองให้กินด้วยละ

การเดินทางออกจากเกาะปีนัง ได้มีโอกาสนังรถข้ามสะพานชื่อดัง ที่ยาวเอามากๆ นั้นคือ สะพานปีนัง(penang bridge) ซึ่งเป็นสะพานที่สร้างเพื่อข้ามไปมาระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะปีนัง ความยามของสะพานนั้นอยู่ที่ 13.5 กิโลเมตร สร้างเป็นถนน6เลน สร้างกันข้ามทะเลเลยทีเดียว ความจริงตอนนี้มีสะพานปีนังแห่งที่สองที่ยาวกว่าด้วย แต่ส่วนใหญ่ใช้บริเวณอุตสสหกรรมมากกว่าเพื่อจะไม่ต้องขับรถผ่านเข้าเมือง ได้นั่งรถข้ามทะเลแบบนี้ เห็นสะพานยาวไกล พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สะพานพอดี เป็นบรรยากาศที่ดีมากครับ 


ภาพ : ข้ามสะพานปีนังยามเช้า


ภาพ : ที่สถานีรถไฟ Prit Buntar 

เรามาขึ้นรถไฟกันที่สถานี Parit Buntar เป็นรถไฟ KTM ของมาเลเซีย และขบวนรถไฟที่ขึ้นนี้เป็นเก้าอี้ชั้น Gold Class ระบบรถไฟ ETS Services ซึ่งสะดวกสบายมาก เที่ยวรถ 9.15น. ไปเมือง Ipoh ถึงเวลา 10.30น. ใช้เวลาเพียง 45นาทีเท่านั้น ตั๋วทุกใบมีที่นั่งตามหมายเลข บนรถไฟมีร้านเล็กๆขายอาหารกล่อง กาแฟ เครื่องดื่ม มีห้องน้ำสะอาดบริการ บนจอทีวี มีบอกความเร็วในการวิ่งของรถไฟไว้ด้วยครับ ความเร็วประมาณ 140กิโลเมตร/ชั่วโมง 


ภาพ : บนรถไฟ KTM 


ภาพ : ในรถไฟมีขายกาแฟ และข้าวกล่องด้วย

ผมเดินไปซื้อกาแฟมากินแก้วหนึ่ง นั่งชมวิวระหว่างทางไปเรื่อยๆ ไม่นานเราก็เดินทางมาถึงเมืองอีโปห์แล้วละครับ สถานีรถไฟอีโปห์ นี้ใหญ่มากครับ และมีความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมอีกด้วย ถ้าเดินออกไปชมที่ด้านนอกตัวอาคารจะเห็นว่าเป็นทรงตึกเก่าแบบโคโลเนียล ทรงคลาสสิคแบบอังกฤษ สร้างขึ้นในปี ค.ศ1894 ถือได้ว่าเป็นอาคารเก่าแก่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของมาเลเซียเลยทีเดียว 


ภาพ : ลงรถไฟที่สถานีรถไฟเมืองอีโปห์ (Ipoh)


ภาพ : ด้านหน้าสถานีรถไฟเมืองอีโปห์ (Ipoh)

จากสถานีรถไฟเมืองอีโปห์(Ipoh) เรามุ่งตรงไปทางใต้ของเมืองอีโปห์ ไปเที่ยว ปราสาทเคลลี่ (Kellie's Castle) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองอีโปห์ ประมาณ 23 กิโลเมตร จุดนี้น่าสนใจมากๆ ยิ่งคนชอบถ่ายรูป ถ่ายเซลฟี่น่าจะยิ่งชอบ มีหลายคนมาถ่ายฟรีเวดดิ้งกันที่นี่ด้วย 

ปราสาทเคลลี่ (Kellie's Castle) เป็นบ้านเก่าแก่ที่ยังสร้างไม่เสร็จของ วิลเลียม เคลลี สมิธ เจ้าของไร่ชาวสก็อตในคริสต์ศตวรรษที่ 20 แต่สร้างไม่เสร็จ เมื่อเคลลีเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันในปี ค.ศ. 1926  ทำให้ปราสาทแห่งนี้ถูกทิ้งร่างไป ต่อมาจึงได้มรการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ปราสาทแห่งนี้ยังมีเรื่องเล่าของวิญญาณผู้พิทักษ์ปราสาท และ เรื่องราวความโรแมนติกอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ต้องมาค้นหาในมาเลเซียทีเดียว 


ภาพ : ปราสาทเคลลี่


ภาพ : ที่ปราสาทเคลลี่มีเรื่องเล่าของวิญญาณผู้พิทักษ์ ที่สถิตอยู่ในห้องรีดผ้าห้องนี้ละครับ มาฝั่งเรื่องราวแล้วขนลุก


ภาพ : ปราสาทสร้างไม่เสร็จ 

อีกหนึ่งสิ่งที่เมืองอีโปห์ดูจะมีชื่อเสียงอย่างมากคือ เรื่องเกี่ยวกับการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่  แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว และนั้นทำให้มีเรื่องราวเกี่ยวกับเหมืองแร่มากมายที่นี่ เราได้ทีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมเรือขุดแร่ หนัก 4,000 ตัน ลำสุดท้ายของโลก ซึ่งมีขนาดใหญ่มากๆ เหมือนกับโรงงานอุตสหกรรมขนาดยักษ์ลอยน้ำอยู่อย่างนั้นละ จุดนี้นักท่องเที่ยวทั่วไปคงไม่สามรถเข้ามาเยี่ยมชมได้ แต่ไม่นานครับ เขากำลังปรับปรุง และในอีก3ปีข้างหน้า จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์​ เกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ดีบุกในเมืองอีโปห์ เรือขุดแร่ลำนี้ก็จะได้ปรับปรุงซ่อมแซมให้สมารถขึ้นไปเยี่ยมชมได้ ซึ่งภาพที่เราถ่ายนี้คงเป็นประวัติศาสตร์ไป เมื่อทางมาเลเซียปรับปรุงเสร็จ แต่ขอบกว่า มันใหญ่และอลังการมากๆ 


ภาพ : เรือขุดเจาะแร่ดีบุกขนาดยักษ์​ 4,000ตัน ลำสุดท้ายของโลกที่ยังเหลืออยู่ อยู่ที่นี่ละครับ อีโปห์ มาเลเซีย



กลับเข้าเมืองอีโปห์(Ipoh) เพื่อเข้าไปเก็บกระเป๋าในที่พัก แล้วเดินข้ามฝั่งมาเที่ยวกันได้เลย เย็นนี้พาเข้าไปเที่ยวชมความโดดเด่นอีกอย่างของเมืองนี้ คือ สวนสนุก Lost world of tamnun ซึ่งเป็นสวนสนุกที่อยู่ริมเขา วิวเขานี้อลังการมากๆ ที่สำคัญในส่วนของสวนน้ำสามารถเที่ยวได้ถึงเที่ยงคืนเลยละ มีบ่อน้ำแร่ร้อนด้วยนะ นอนแช่ดูดาว หรือจะเล่นน้ำแบบที่เป็นทะเลก็มี มีหลายแบบให้เลือก ผมประทับใจสวนสนุกแห่งนี้หลายอย่าง 


ภาพ : มุมมองจากห้องพักของเราที่ โรงแรม Lost world ฝั่งตรงข้ามเป็นสวนสนุก Lost World of tamnun นั้นเอง เครือเดียวกัน


ภาพ : ในห้องพักของเราคืนนี้


ภาพ : ทุกห้องที่เข้าำักจะได้คูปองส่วนลดและใช้บริการแช่น้ำแร่ฟรีละ คืนนี้จัดเลย


ภาพ : ด้านหน้าสวนสนุก Lost world of tamnun

จริงแล้วสวนสนุก สวนน้ำ หรือรีสอร์ทที่เป็นแนวธีมพาร์คในบ้านเราก็มีเยอะ แต่สำหรับสวนสนุกแห่งนี้ผมว่ามีเสน่ห์ที่น่าสนใจในการบริหารจัดการให้เข้ากับพื้นที่ และคนวิถีคนท้องถิ่นได้ดีมากๆ อย่างเช่นเรื่องการเปิดสวนน้ำในตอนกลางคืนด้วย ซึ่งดีมากเหมาะกับวิถีชีวิตคนปกติธรรมดาที่ทำงาน ไปเรียนกลับบ้านกว่าจะมาถึงก็ค่ำ จะเอาเวลาไหนไปเล่นสวนน้ำสวยสนุกที่ปิด 5โมงเย็นกันละครับจริงมั๊ย และนั้นก็ทำให้ที่นี่แตกต่าง มีจัดพื้นที่พิเศษสำหรับการจัดงานเลี้ยงริมทะเลเทียมได้ด้วย พวกเราก็ดินเนอร์กันริมทะเลเทียมที่นี่ละ 


ภาพ : การเข้าเมื่อซื้อตั๋วแล้ว จะได้ริสแบนด์ แบบนี้


ภาพ : เสาหินใน Lost World ให้บรรยากาศแบบดินแดนที่สาบสูญจริงๆ


ภาพ : มีห้องอาหารในถ้ำด้วยละ


ภาพ : สวนสัตว์ก็มีให้ชมนะ

ขนาดของสวนสนุกก็ไม่ใหญ่มาก กำลังดีกับสิ่งที่จัดสรรไว้ ไม่ต้องเดินกันขาลาก กว่าจะได้เล่นอะไรสักอย่าง มีทั้งสวนสัตว์ สวนสนุก และสวนน้ำ ในพื้นที่ซึ่งทำออกมาได้ลงตัวทีเดียว ผมว่าเป็นวิธีคิดที่ดี ไม่ได้แข่งกันใหญ่อย่างเดียวแต่มองถึงพฤติกรรมผู้บริโภคจริงๆว่าเขาจะต้องได้สัมผัสหรือมองเห็นอะไรเมื่ออยู่ในนี้แล้วประทับใจ ไม่ใหญ่มากแต่ก็เดินกันเมื่อยเอาเรื่องนะครับ อีกเรื่องคือเรื่องการใช้จ่ายด้านใน มีระบบที่เราไม่ต้องพกเงินแต่ใช้ริสแบนที่ข้อมือในการสแกนซื้อสินค้าได้เลยด้วยละ เหมือนการซื้อคูปองนั้นละ 


ภาพ : จุดนี้เป็นลำธารที่วนรอบ Lost World เลยละ ...สังเกตุว่าการใส่ชุดเล่นน้ำจะสามารถใส่ชุดแบบเสื้อยืด ขาสั้นได้ เนื่องด้วยเป็นไปตามแบบท้องถิ่นที่มีคนนับถือศาสนาอิสลามด้วย ไม่จำเป็นต้องเป็นชุดว่ายน้ำเท่านั้น ...อันนี้ชอบเลย สะดวกเรา แต่ขายาวก็ไม่ควรนะครับ 


ภาพ : บางมุมนี้อลังการมาก


ภาพ : จุดนี้เขามีที่ร่อนแร่ให้นักท่องเที่ยวได้ลองร่อนแร่หาแร่ดีบุกกันด้วย ซึ่งมีแน่นอน ถ้าทำเป็น ในพื้นทรายนี้มีแร่ดีบุกปนอยู่ละ 


ภาพ : ทะเลเทียมก็มีนะเล่นได้ถึงห้าทุ่มเลยละ


ภาพ : จุดนี้บ่อน้ำแร่ร้อน Hot Spring อย่างใหญ่อะ ไม่แค่นั้นยังมีอีหลายบ่อ บ่อน้ำร้อนแบบน้ำวนก็มีนะ


ภาพ : จุดนี้เป็นบ่อน้ำเย็น เล่นน้ำตก


ภาพ : มีจำลอง Ipoh Street มีร้านอาหารหลากหลายให้ได้ลองกินกัน


ภาพ : ชอบจังสวนน้ำที้เปิดกลางคืน เด็กๆก็มีที่ให้เล่น ไม่จำกัดอยุ่แค่เสาร์-อาทิตย์อีกต่อไป

เราเข้าพักที่โรงแรม Lost world ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสวนสนุกเป็นเครือเดียวกัน ทุกคนที่เข้าพักได้คูปองอาหารเช้าซึ่งต้องไปกินที่สวนสนุก คูปองแช่น้ำแร่ และคูปองส่วนลอด10%สำหรับตั๋วเข้า Lost world ด้วยละ มาเมืองอีโปห์แล้วไม่อยากให้พลาดสวนน้ำแห่งนี้จริงๆ วิวสวยอลังการมาก มีหมอกลอยอยู่ตามยอดเขาด้วยนะ เหมือนเข้ามาในดินแดน Lost World จริงๆ 

ค่ำๆหลังอาหาร เราก็ไปเดินเที่ยวกันใจเมือง ไปแถวย่านที่เป็น Night Market หาดูของกินพื้นเมือง มาอีโปห์ต้องกิน white coffee กินหมี่ฮกเกี่ยน กินไก่ถ่วงอก อะไรแบบนี้ …พรุ่งนี้มีเดินทางกันต่อ ไปเมืองหลวง กัวลาลัมเปอร์ นั่งรถไฟไปเช่นเดิม 


ภาพ : เข้าเมืองไป Night market ของเมือง iPoh


ภาพ : ซื้อขนมเปี๊ยะดีกว่าลองกิน รุปสัตว์แปลกๆบ้าง


ภาพ : ชิ้นนี้เปี๊ยรูปควายปะหรือกระทิง


ภาพ : ลองชิมน้ำสมุนไพรร้อนๆ 


ภาพ : สั่งหมี่ฮกเกี่ยนมากินดู 






ชมคลิปวีดีโอ
เที่ยวมาเลเซียตอนที่2


ขอบคุณ การท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย (Tourism Malaysia Thailand) , Seeties, Penang Global Tourism Board, The Grand Millennium Hotel, Sunway Lost World of Tambun, Sunway Lagoon, Sunway George Town Hotel, Malaysia Airlines, Pavilion KL, TuneTalk, Kellie’s Castle, KTM Berhad และ WSF Groups

แผนที่ Google map: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel