[ตอนที่8] เที่ยวอีสานหน้าฝน #อีสานแซ่บนัว (27มิถุนายน59) จากบึงกาฬไปนครพนม

สรุปทริปเที่ยวอีสานหน้าฝน #อีสานแซ่บนัว ในวันที่แปดของทริปนี้ และก่อนที่จะบอกลาบึงกาฬจังหวัดน้องใหม่ของประเทศไทยไป เราคงพลาดไม่ได้กับการไปชมหินสามวาฬ หินที่เป็นจุดเด่นของห้องเรียนศึกษาธรรมชาติ ป่าภูสิงห์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ศรีวิไล และก็เป็นเส้นทางเดียวกันกับที่เราจะขับรถต่อไปจังหวัดนครพนม 



สำหรับที่ภูสิงห์นั้น จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีแค่ หินสามวาฬเท่านั้นนะ แต่ยังมีหินรูปร่างแปลกๆ อีกหลายจุด เป็นความแปลกตาที่ธรรมชาติสร้างสรรค์เอาไว้ ครั้งนี้เราตั้งใจไปเที่ยวกันที่หินสามวาฬ ซึ่งเป็นหินใหญ่มาก 3 ก้อน ลักษณะคล้ายกับวาฬ 3 ตัว นอนเรียงกัน เราสามารถขึ้นไปยืนในก้อนหินแต่ละก้อนได้ด้วยนะ โดยเฉพาะหินก้อนใหญ่นั้น เหมือนวาฬเอาเสียมากๆ 



การขึ้นไปยังภูสิงนั้นในฤดูฝนแบบนี้ ถ้าหากไม่มีรถกระบะโฟวิลล์และขับรถเก่ง อยากแนะนำให้ใช้บริการรถเช่าค่ะ ลองสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ค่ะ เราลองขับขึ้นไปแล้ว แต่ทางมันค่อนข้างลำบาก เลยกลับลงมาหารถที่จะพาขึ้นไป ก็สอบถามจากเจ้าหน้าท่ด้านล่างค่ะ เค้าคิด 500 บาท พาไปเที่ยวตามจุดอื่นๆ ที่น่าสนใจด้วยนะ เช่น ส้างร้อยบ่อ จุดนี้เป็นจุดที่มองเห็นวิวสวยๆ อีกจุดและมีบ่อเล็กๆ อยู่บนก้อนหินอีกหลายบ่อค่ะ 







เราออกจากบึงกาฬกันตอนสายๆ ปลายทางของวันนี้ก็คือนครพนม ซึ่งก็ไม่ไกลจนเกินไปนัก ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร วันนี้ฝนโปรยลงมานิดหน่อย ทำให้ต้นไม้แลดูเขียวเป็นพิเศษ 

ขับมาเรื่อยๆ เริ่มจะหิวกันแล้ว จึงตัดสินใจที่จะขับรถเข้าไปกินข้าวกลางวันและนั่งชมวิวกันสบายๆ ที่บึงโขงหลง ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบึงโขงโหลงและอำเภอเซกา ของจังหวัดบึงกาฬ และอยู่ในบริเวณที่มีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของจังหวัดบึงกาฬอยู่ด้วย โดยเฉพาะพวกน้ำตกต่างๆ 





ที่บึงโขงหลงนี้เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่มีพื้นที่กว่าแปดพันไร่ นอกจากจะเป็นแหล่งน้ำของคนในพื้นที่แล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นด้วย ในบริเวณนั้นร้านอาหารจะถูกสร้างเป็นเพิงพักอยู่ริมน้ำ มีโต๊ะวางอาหารเป็นโต๊ะเตี้ยๆ ปูเสื้อให้นั่งกับพื้น ชิลสุดๆ ไปเลย 





ออกจากบึงโขงโหลง ฝนเริ่มตกลงมา แลดูต้นไม้จะสดชื่นเป็นพิเศษ เราเองก็สดชื่นไปด้วยเช่นกัน พอซักพักฝนเหยุด ท้องฟ้าเริ่มสดใส มีแสงแดดอ่อนๆ ระหว่างทางจากบึงกาฬไปยังนครพนมนั้น ต้องบอกว่าเป็นถนนเส้นที่น่าประทับใจอย่างมาก เพราะต้นไม้สองข้างทางโน้มตัวเข้ามาหากัน เหมือนเป็นอุโมงค์ธรรมชาติสีเขียวขจี มีบางช่วงที่มีจุดจอดและปลอดภัย พวกเราก็แวะเก็บภาพความสดชื่นนั้นมาฝากเพื่อนๆ สะดุดตาด้วย   







ขับรถกันไปอย่างเพลิดเพลินด้วยวิวสวยๆ ข้างทาง ไม่นานนักเราก็ถึงจังหวัดนครพนมกันแล้ว ก่อนจะเข้าไปหาที่พักในตัวเมือง ก็แวะกันที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่สามกันซักหน่อย ยามเย็นแบบนี้ บรรยากาศดีงามไม่ใช่น้อย บริเวณนี้เป็นอีกจุดชมวิวของนครพนมเลยละค่ะ มองเห็นสะพานมิตรภาพชัดเจน เห็นภูเขาสลับซับซ้อนของฝั่ง สปป.ลาว ด้วย ที่เจ๋งกว่านั้นคือ ระหว่างที่ยืนอยู่บางทีก็มีเรือหาปลาของชาวบ้าน เป็นการหาปลาแบบดั้งเดิม แบบที่ใช้แหอันเล็กๆ เหวียงลงไป ดูแล้วก็เพลิน จนเกือบจะค่ำเลยทีเดียว 





ที่พักของเราคืนนี้คือ The P Hometel ซึ่งเป็นที่พักที่ อยู่ใกล้ๆ กับ หอนาฬิกา ที่เป็นแลนด์มาร์คของเมืองเลยค่ะ  บริเวณนี้ก็มีร้านอาหารน้อยใหญ่เยอะ เรียกว่าจอดรถแล้วเดินหาของกินกันได้เลย 







มื้อแรกที่นครพนมในทริปนี้ เราไปกินร้านข้าวต้มมาเฟีย  อาหารอร่อยดี แต่เราสั่งกันไม่เยอะมากนักเนื่องจากอยากไปกินร้านอื่นด้วย ซึ่งก็อยู่ใกล้ๆ กันนั่นแหล่ะค่ะ ร้านครัวเวียดนาม มีอาหารเวียดนามและอาหารตามสั่งหลายเมนูให้เลือกเลยค่ะ ใช้เวลากันจนหมดวันแล้ว ทั้งสนุก ทั้งชิล ได้เวลาพักผ่อน พรุ่งนี้มาชิลกันต่อที่นครพนม 









ติดตามการเดินทางทั้งหมดได้ที่ หน้าพิเศษ 
เที่ยวอีสานแซ่บนัว เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร



แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel