[ตอนที่6] เที่ยวอีสานหน้าฝน #อีสานแซ่บนัว (25มิถุนายน59) เที่ยวหนองคาย

สรุปทริปการเดินทางเที่ยวอีสานหน้าฝน #อีสานแซ่บนัว ในวันที่หกของการเดินทางในทริปนี้ จากเมื่อวานที่มาถึงหนองคายแล้ว วันนี้ตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู ด้วยความที่อยากจะไปหาของอร่อยๆ กิน ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ชื่นชอบเมนูอาหารเวียดนามแล้วละก็ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งที่จะตื่นไปกินมื้อเช้าที่ตลาดโพธิ์ชัย ซึ่งอยู่ข้างๆ บขส.หนองคาย จริงๆ 



ตลาดนี้ก็ขายกันจนถึงบ่ายเลยแหล่ะ แต่ช่วงบ่ายๆ อาหารบางชนิดอาจจะหมดไปซะก่อนแล้ว ถ้าอยากได้ความละลานตากับเมนูอาหารหลากหลาย แนะนำให้ไปแต่เช้าซักหน่อย ประมาณ7-8 โมงเช้า ก็ได้ เมนูที่ไม่ควรพลาดเลย ก็คืออาหารถิ่น อย่างข้าวโซย ซึ่งเป็นเมนูเวียดนามที่น่าสนใจ ทำจากการหุงข้าวเหนียวผสมกับข้าวโพดโรยถั่ว งาและน้ำตาล จริงๆ เมนูข้าวโซยนี้ มีให้เลือกกินได้หลายแบบ ไม่เฉพาะข้าวเหนียวผสมข้าวโพดเท่านั้น  







นอกจากข้าวโซยแล้ว ก็มีเมนูอร่อยๆ อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น กะยอสดและกะยอทอด ซึ่งหากจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือปอเปี๊ยะสดและปอเปี๊ยะทอดนั่นเอง  หรือจะเป็น พันหอม ก็อร่อยไม่แพ้กัน พันหอมนี้นำเอาผักกาดหอม หมูสามชั้นต้ม ไข่ทอดแผ่นบางๆ และหมูยอ มามัดรวมเข้าด้วยกันเป็นชิ้นๆ แล้วมัดด้วยใบต้นหอม ตอนกินก็จิ้มกับน้ำจิ้มเปรี้ยวๆ หวานๆ  ใครที่ชอบ ไข่กะทะกินคู่กับขนมปังสอดไว้กุนเชียงหมูยอ ที่ตลาดนี้ก็มี หรือจะเป็นแหนมคลุก หรือเฝอ ก็ไม่ขาด เรียกได้ว่า พอเดินเข้าไปในตลาดโพธิ์ชัยแล้ว อยากจะกินไปเสียหมดแทบทุกอย่างเลยละค่ะ 





ออกจากตลาดเราก็กลับมาพักผ่อนที่โรงแรม ก่อนจะเตรียมตัวออกไปเที่ยวกันข้างนอกอีกครั้งในตอนสายๆ วันนี้เราตั้งใจจะไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ จังหวัดหนองคาย ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดง ปลาต่างๆ ทั้งน้ำเค็มและน้ำจืด แต่สิ่งที่โดดเด่นของที่นี่เห็นจะเป็นตู้แสงปลาแม่น้ำโขงต่างๆ 







โดยเฉพาะแท๊งก์ใหญ่สุดที่เป็นอุโมงปลาด้วยนั้น มีปลาบึกตัวใหญ่ๆ เยอะมาก และในทุกๆ วันจะมีการแสดงให้อาหารปลา ในแท้งก์ใหญ่นั้น โดยในทุกๆวันธรรมดา จะมีการแสดงเพียงรอบเดียวเท่านั้น เวลา 14.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ นั้นจะมีการแสดงสองรอบ คือ 11.00 น. และ 14.00 น. 







เอาจริงๆ ไม่คิดว่าพิพิธภัณฑ์ที่นี่จะน่าสนใจอะไร แต่พอได้ไปแล้วต้องบอกเลยว่าชอบมาก โดยเฉพาะตู้ปลาแม่น้ำโขงนั้น โดยปกติเรามักจะไม่ค่อยได้เห็นเค้าว่ายน้ำไปมาแบบนี้ และอีกอย่างที่ชอบมากๆ เลยก็คือการให้อาหารปลา จะมีเจ้าหน้าที่ดำน้ำลงไปให้อาหารฝูงปลาตะเพียนทอง ตรงนี้คือตื่นตาตื่นใจสุดๆ เด็กๆ ที่ไปดูก็ตื่นเต้นกรี้ดกร้าดกันใหญ่ ที่นี่มีค่าเข้า 50  บาท สำหรับผู่ใหญ่ และ 30 บาท และจะปิดบริการในวันจันทร์ และที่นี่ห่างจากตัวเมืองหนองคายเพียง 9 กิโลเมตรเท่านั้น 





ออกจากพิพิธภัณฑ์ก็เริ่มหิวกันแล้วเราจึงตรงเข้าเมืองกันเลย ไปกินอาหารมื้อกลางวันกันที่ร้านกาแฟเวียดนาม  ร้านนี้ไม่ได้มีขายเฉพาะกาแฟเท่านั้นแต่มีอาหารขายด้วย ร้านอยู่ริมแม่น้ำโขง ใกล้ๆ ตลาดท่าเสด็จ ร้านตกแต่งด้วยสีสันสะดุดตา เห็นอาหารสีเหลืองอยู่ไกลๆ  กินร้านนี้ได้ทั้งอาหารและกาแฟเลยละค่ะ 





ในทุกๆ วันเสาร์ ที่หนองคายจะมีตลาดแคมโขง เป็นตลาดถนนคนเดิน มีทั้งของกิน เสื้อผ้า ของใช้ ของประดับ มาวางขายกันตลอดแนวริมโขง นอกจากของขายแล้ว ร้านนวดแผนไทย ก็ได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน ในทุกๆ ศาลาริมแม่น้ำ จะมีบริการนวด ราคาไม่แพง ทั้งนวดเท้า นวดตัว อย่างนวดเท้า 45 นาที คิดราคา 100 บาท หากเราเดินเรื่อยไป ก็จะถึงเวทีรำวงย้อนยุค 



ต้องบอกว่าที่นี่เค้าจริงจังกันมาก เป็นเวทีรำวงย้อนยุคที่ผสมผสานกับลีลาส ดูครึกครื้นสนุกสนาน  พอเริ่มดึกจังหวะเพลงก็เริ่มครึกครื้นมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นท่าแบบลีลาสแต่จังหวะเพลงในยามดึก(สามทุ่ม) ก็เริ่มครึกครื้น แบบที่วัยรุ่นเค้าเรียกกันว่าตื๊ดๆ อะไรอย่างนั้นเลย  มีทั้งนักร้อง นักเต้น คนดูก็เนืองแน่น อยู่ชมกันจนจบเลย 



มื้อค่ำวันนี้เป็นโจ๊กค่ะ แต่ไม่ใช่โจ๊กธรรมดาๆ นะคะ ร้านนี้ชื่อโจ๊กพันปี อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพักค่ะ เดินไปได้สบายๆ การจะมากินโจ๊กร้านนี้นั้น แนะนำว่า ควรจะโทรเช็คคิวหรือมาสอบถามที่ร้านซะก่อน เพราะโจ๊กร้านี้คิวยาว เค้าจองคิวกันตั้งแต่บ่ายโมงนู่น ถึงแม้ว่าร้านจะเปิดตอน 19.00-23.00 น. ก็ตามที คือจริงๆ แล้ว จะไม่จองก็ได้ แต่ถ้าไม่จองอาจจะต้องมารอนาน อย่างเรานี่เดินมาตอนสามทุ่มกว่า จะแวะกิน แต่คิวยังยาวอยู่ ป้าเลยบอกว่านัดเวลาไว้ตอนสี่ทุ่มสิบนาที ค่อยเดินมาใหม่ โจ๊กร้านนี้ขายมา 70 ปี แล้ว ตั้งแต่ยังไม่มีร้านเป็นห้องแถวแบบนี้  โจ๊กราคาถ้วยละไม่เกิน 50 บาท ตามแต่ว่าจะสั่งโจ๊กแบบไหน ทั้งร้านขายอยู่สองเมนูคือโจ๊กและข้าวต้ม  






คืนนี้ได้กินโจ๊กอร่อยๆ แล้ว ก็นอนหลับได้ พรุ่งนี้ไปเที่ยวบึงกาฬกันต่อ...

ติดตามการเดินทางทั้งหมดได้ที่ หน้าพิเศษ 
เที่ยวอีสานแซ่บนัว เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร


แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel