[ตอนที่2] เที่ยวอีสานหน้าฝน #อีสานแซ่บนัว (21มิถุนายน59) หนองหิน-เลย-เชียงคาน

การเดินทางในวันที่สอง ของทริปเที่ยวอีสานหน้าฝน #อีสานแซ่บนัว ของพวกเราสะดุดตาในวันนี้(21 มิถุนายน 2559)  ตื่นกันแต่เช้า เพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวบนภูป่าเปาะ ซึ่งหากเดินทางจากที่พักของเรา(ม่านเมฆ ทะเลหมอก)ก็จะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ก็ถึงจุดบริการรถท่องเที่ยวแล้ว ซึ่งการขึ้นไปบนจุดชมวิวภูป่าเปาะนี้ เราจะต้องใช้บริการรถนำเที่ยวของชุมชน ซึ่งเป็นรถอีแต๊ก ซึ่งดัดแปลงจากรถที่ใช้ทำการเกษตร มาเพิ่มที่นั่งไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยว 



ซึ่งชาวบ้านจะรวมกลุ่มกันให้บริการและดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวบนภูป่าเปาะ สำหรับค่าบริการนั้น คิดคนละ 60 บาท  โดยรถอีแต๊กจะพาเราแวะตามจุดชมวิวทั้งสามจุดบนภูป่าเปาะ โดยจุดสุดท้ายจะเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศาโดยรอบภูป่าเปาะเลยละค่ะ ซึ่งก็ต้องเดินขึ้นไปบนยอดภูป่าเปาะที่มีความสูง 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล ระยะทางประมาณ 250 เมตร แต่เป็นระยะเดินขึ้นเขา ก็อาจจะเหนื่อยซักนิด แต่ก็ไม่มากค่ะ 



ด้านบนยอดภูป่าเปาะนั้น จะมองเห็น ภูหอหรือฟูจิเมืองเลย มองเห็นภูหลวง ภูกระดึง อย่างวันนี้มีหมอกทางฝั่งภูกระดึง เราก็เลยนั่งดูหมอกถูกลมพัดไป ก็เพลินดีเหมือนกัน ในวันธรรมดาอย่างวันนี้นั้น จะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว อยากจะถ่ายรูปนานซักแค่ไหนก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจใครเลย เพราะมีแค่เราเท่านั้น อากาศเช้าวันนี้ก็เย็นสบาย ทำเอาอยากนั่งเฉยๆ อยู่บนยอดภูป่าเปาะ นั่งดูหมอกไปนานๆ เลย ติดอยู่นิดเดียวคือเริ่มจะหิวซะแล้ว จึงต้องนั่งรถอีแต๊กกลับมาที่พักเพื่อกินมื้อเช้ากัน







ในปีนี้ที่ไหนๆ ในเมืองไทยก็มักจะมีผีเสื้อเยอะเป็นพิเศษ ที่พักของเราซึ่งมีดอกไม้เยอะแยะ ที่นี่จึงมีผีเสื้อบินไปบินมามากมาย หลังจากอาบน้ำเสร็จ เราก็เลยได้เดินดูผีเสื้อสีสวยๆ ที่มากินน้ำหวานจากดอกไม้ ดูไปดูมาก็เพลินดีค่ะ เราจึงเลือกใช้เวลาในการชมผีเสื้ออยู่นานพอสมควร จนถึงเวลาต้องเช็คเอาท์ จึงออกเดินทางต่อ ซึ่งก็เป็นเวลาบ่ายกว่าแล้ว จึงแวะกินมื้อกลางวันกันที่ร้านเลย-ดานัง(ร้านแรก) ซึ่งเป็นร้านอาหารเวียดนาม อยู่ในเมืองเลย อาหารร้านนี้อร่อยและราคาไม่แพงค่ะ เราแวะมากินเกือบทุกครั้งที่มีโอกาสผ่านมาที่เมืองเลย จริงๆ เค้ามี 2 สาขานะคะ เราชอบมากินที่สาขาแรก บรรยากาศเรียบง่าย สบายๆ  





พอออกจากร้านอาหารก็เดินทางมาเชียงคาน เลยค่ะ ที่เชียงคานนี้เราพักกันที่บ้านใกล้โขง ซึ่งอยู่ในซอย20 หน้าปากซอยจะมีร้านสะดวกซื้อด้วย และมีที่จอดรถ เราเองก็เคยมาพักที่นี่อยู่หลายครั้ง ราคาห้องพักไม่แพง และสะอาดดีค่ะ ทริปนี้ใช้เวลากันสบายๆ ก็ยังพอมีเวลาที่จะไปปั่นจักรยานที่ทางปั่นริมโขง พร้อมชมวิวดวงอาทิตย์ตกที่ริมน้ำโขง ที่ถนนเลียบริมน้ำโขงนั้นจะมีทางเดิน ทางปั่นจักรยาน พร้อมระเบียงที่ยื่นออกไปให้สามารถชมวิวได้ถนัดตามากขึ้น บางจุดจะมีที่นั่งไว้บริการด้วย 







ยามเย็นที่ริมแม่น้ำโขง นกฝูงใหญ่ค่อยๆ ปินกลับลัง ดวงอาทิตย์เองก็กำลังจะลาลับไปแล้ว พวกเราจึงเปลี่ยนจากชมวิวธรรมชาติ มาเป็นเดินบนถนนคนเดินเชียงคานบ้าง ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันอังคาร ร้านบางร้านตามถนนคนเดินก็อาจจะปิดไปบ้าง แต่แน่นอนว่ายังมีร้านที่เปิดอยู่ ซึ่งส่วนมากเป็นร้านอาหาร การเดินเที่ยวเชียงคานวันนี้อาจจะเงียบกว่าที่คุ้ยเคยหากใครเคยมาในวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้เงียบเหงาจนเกินไป  ยังมีพ่อค้าแม่ขาย และนักท่องเที่ยวเดินกันอยู่บ้าง เชียงคานในวันธรรมดาของเราในทริปนี้จึงทั้งสวยและฟินเอาเสียมากๆ  







มื้อเย็นก่อนเข้าที่พักวันนี้เราฝากท้องกันไว้ที่ร้านอาหารศรีพรรณ ซึ่งอยู่ในโฮมสเตย์ศรีพรรณ ซึ่งนอกจากจะเป็นที่พักเก่าแก่ของเชียงคานแล้วที่ได้รับความนิยมแล้ว ที่นี่ยังเปิดเป็นร้านอาหารเสียด้วย อาหารก็อร่อย ราคาไม่แพงจนเกินไป   ในวันหยุดเราจึงเห็นนักท่องเที่ยวมากมาย รอต่อคืวกินข้าวที่ร้านนี้อยู่เยอะเลย 



สำหรับวันนี้ก็เที่ยวกันแบบเบาๆ ชิลๆ ก่อนจะเข้าที่พักกัน 

ติดตามการเดินทางของพวกเราได้ที่

แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel