ตอนที่ 1 พิชิต“โมโกจู” วันที่1 เดินป่า 16 กิโลเมตรแรก

การเดินทางวันแรกสะดุดตามารวมตัวกับพี่ๆสื่อมวลชนจากสำนักอื่นๆ ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เพื่อฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อุทยานถึงขั้นตอนการเดินป่าระยะไกลครั้งนี้ พร้อมจัดข้าวของแยกส่วนเพื่อชั่งน้ำหนักสำหรับของที่ต้องการพกพาไปเองและของที่ต้องการให้ลูกหาบช่วยแบกไปแคมป์ รวมถึงมีการแนะนำตัวเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของอุทยานฯที่จะคอยช่วยดูแล ให้ความรู้กับกลุ่มของเรา โดยเจ้าหน้าที่ประจำกลุ่มในครั้งนี้คือ พี่อาทิตย์ แสงจันทร์ และพี่ตอน “ไหนจ้อย แซ่เติ๋น” สองหนุ่มต่างบุคลิกแต่เป็นเจ้าหน้าที่ที่พึ่งพาได้เป็นอย่างดีตลอดการเดินทาง



เรื่อง/ภาพ โดย ปลายฟ้า

การเดินทางเพื่อพิชิตยอดดอยโมโกจูเริ่มต้นวันแรก ด้วยเส้นทางที่ไม่โหดหินมากนักแต่มีระยะทางไกลถึง 16 กิโลเมตร สู่จุดมุ่งหมายแรกที่แคมป์แม่กระสา เส้นทางในช่วงแรกเป็นทางราบสลับเนินเล็กถึงปานกลางทั้งขึ้นและลงยังไม่ค่อยลำบากมากนักสามารถเดินได้ชิลล์ๆ เพราะเป็นเส้นทางถนนลูกรังสำหรับเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนที่รถขับเคลื่อนสี่ล้อสามารถขับเข้าออกได้ แต่สะดุดตาขอเตือนว่าอย่าเพิ่งสบายใจ และสนุกสนานจนหมดแรงไปกับเส้นทางในช่วงแรก เพราะหลังจากเดินชิลล์ได้ไม่นานด่านทดสอบความพร้อมในการเดินป่าครั้งนี้ก็มาถึง ด้วยรูปแบบเนินขึ้นเขาชันยาวหลายเนินระยะทางหลายกิโลเมตรที่เรียกว่า “มอขี้แตก” ต้องยอมรับว่ากว่าจะผ่านพ้นมอขี้แตกไปได้สะดุดตาต้องดึงพลังงานมาใช้เกือบทั้งหมด แต่พี่อาทิตย์บอกว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวันนี้เท่านั้น



ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งสะดุดตาก็สามารถผ่านพ้นมอขี้แตกมาได้ ซึ่งมาถึงตรงนี้เริ่มมีการแบ่งกลุ่มชัดเจนขึ้นระหว่างผู้นำที่เดินได้เร็วกว่านิดหน่อยกับกลุ่มผู้ตามที่เริ่มออกอาการเหนื่อยล้าเล็กน้อย ตรงจุดนี้จะสังเกตเห็นว่าป่าเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากเข้ามาลึกขึ้นที่เคยเป็นทุ่งหญ้าสลับป่าโปรง เริ่มกลายเป็นป่าไผ่มากขึ้น ก่อนจะมาถึงจุดพักทานข้าวกลางวันที่ข้างลำห้วยเล็กๆ และเป็นจุดเติมน้ำจุดแรกสำหรับคนที่ดื่มน้ำไปเยอะในช่วงมอขี้แตก การเดินทางในวันแรกนี้การคำนวณปริมาณการดื่มน้ำของตัวเองถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะในเส้นทางวันถัดๆไปจะมีจุดเติมน้ำระหว่างทางน้อยลง คนที่ไม่เคยเดินป่าระยะไกลมาก่อนควรสังเกตตัวเองว่าดื่มน้ำมากน้อยแค่ไหน เพื่อสะดวกแก่การพกพาขวดน้ำในวันต่อๆไป





เสร็จจากทานมื้อกลางวันที่หลายคนชมว่าอร่อยเป็นพิเศษอาจเพราะความเหนื่อยล้าที่ค่อยๆเริ่มคืบคลานมาเยือน แต่ถึงจะเริ่มเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากันแล้ว เราก็ยังต้องเดินหน้ากันต่อไปเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง เส้นทางในวันแรกจะพบเจอธารน้ำเป็นระยะให้ได้เดินลุย เดินข้าม มากกว่า 10 จุด ก้มหน้าก้มตาเดินไปได้สักระยะก็มีเสียงจากพี่อาทิตย์ถึงจุดสะดุตาจุดแรกของวันนี้นั่นก็คือรอยเท้าของเสือ สร้างความตื่นเต้นให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก ซึ่งพี่อาทิตย์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของเสืออยู่แล้ว อธิบายให้ฟังว่าเป็นรอยเท้าของลูกเสือที่น่าจะเดินผ่านไปไม่ถึง 1 สัปดาห์ ได้เห็นอย่างนี้แล้วช่วยสร้างความหึกเฮิมในการเดินทางต่อไปขึ้นในใจสะดุดตาได้มากทีเดียว



สะดุดตาเดินขึ้นลงเนินสลับไปมา ฝ่าธารน้ำตามเส้นทางมาเรื่อยๆ แม้จะยังไม่รู้ว่าจะถึงจุดหมายเมื่อไหร่ แต่ร่างกายเริ่มออกอาการเหนื่อยล้าให้ได้รับรู้แล้วเป็นระยะ แต่จะให้หยุดพักยาวๆก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะทุกครั้งที่หยุดพักร่างกายก็จะออกอาการงอแงไม่อยากไปต่อทุกที่ สะดุดตาจึงใช้วิธีการเดินให้ช้าไม่เร่งรีบ จิบน้ำเป็นระยะเมื่อกระหาย และหายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะ สลับกับพูดคุยกับเพื่อนร่วมเดินทางบ้าง ถึงแม้ว่าด้วยระยะทางที่เดินมาไกลขึ้นเสียงพูดของแต่ละคนจะเริ่มเงียบลงก็ตาม เดินชมความยิ่งใหญ่และความงามของธรรมชาติด้วยอาการเหนื่อยหอบมาสักพักใหญ่ ภารกิจวันแรกก็เสร็จสิ้นเมื่อมองเห็นแคมป์แม่กระสาอยู่ด้านหน้า เป็นการจบภารกิจพิชิต 16 กิโลเมตรแรก ด้วยเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ซึ่งพี่อาทิตย์กับพี่ตอนบอกว่าเป็นว่าที่ดีมาก





เมื่อทุกคนเดินทางมาถึงแคมป์แม่กระสาครบแล้ว แต่ละคนก็เริ่มภารกิจชำระล้างร่างกาย ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าที่คลองแม่กระสาด้านหลังแคมป์ที่มีน้ำใสสะอาดตา และเย็นสดชื่นชวนเชิญให้ลงไปแช่อย่างไม่ต้องลังเล แต่เมื่อลงไปอยู่ในน้ำแล้วความหนาวเย็น ทำให้กว่าจะหย่อนตัวลงไปได้แต่ละส่วนทำเอาแต่ละคนร้องกันลั่นป่า ใช้เวลานานพอดูจะแช่ลงไปได้ทั้งตัว แต่เมื่อร่างกายปรับอุณหภูมิได้แล้วก็เริ่มสบายตัวขึ้นจนไม่อยากลุกออกจากคลอง 



ด้านลูกหาบก็ทยอยเดินทางมาถึง และทำการกางเต็นท์อย่างขะมักขเม้น ส่วนพี่อาทิตย์และพี่ตอนก็หุงข้าวพร้อมโชว์ฝีมือทำกับข้าวกันอย่างตั้งใจ เมื่อทุกคนในกลุ่มอาบน้ำเสร็จแล้ว คนที่มีฝีมือในการทำอาหารก็เริ่มช่วยแบ่งเบาพี่อาทิตย์และพี่ตอน ก่อนจะลงมื้อกินพร้อมกันนับเป็นมื้อค่ำที่อิ่มอร่อย และมีความสุขมากๆ ที่สำคัญบริเวณแคมป์แม่กระสามีห้องส้วมที่ทางเจ้าหน้าที่ ทำไว้อำนวยความสะดวก และค่อนข้างสะอาดแต่ต้องเดินไปตักน้ำจากคลองใส่กระแป๋งกันเอาเองไว้คอยบริการอีกด้วย








จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel