ล่องแพแลพลับพลึงธาร หนึ่งเดียวในโลก ที่คลองนาคา
24 พฤศจิกายน, 2009 - 00:52 — บอยสบาย
น่าจะเป็นกิจกรรมระดับโลกครับ สำหรับการล่องแพชมดอกพลับพลึงธาร พืชน้ำที่พบเพียงเมืองไทยเท่านั้น และจะบานในช่วงตุลาคม ถึงธันวาคมเท่านั้น โอกาสที่ชมจึงมีแค่3เดือน ดอกไม้ที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้ถ้าไม่อนุรักษ์ไว้ กลิ่นหอมเต็มท้องน้ำ ล่องแพไม้ไผ่ผจญภัย ตามลำคลองนาคาน้ำใสเย็นและสวยงามมาก เต็มไปด้วยพืชพันธ์ุไม้ที่น่าชม น่าตื่นเต้นทั้งนั้น โอกาสมีไม่มากครับ ถ้าจะมาชมพลับพลึงธารบานสะพรั่ง แค่3เดือน เท่านั้น ที่ชาวบ้านที่รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ในนาม “ชมรมเพลินไพรศรีนาคา” เปิดบริการนักท่องเที่ยวนำชมคลองนาคา ที่มีดอกพลับพลึงธารบานอยู่เต็มไปหมด เป็นพื้นที่ ที่มีพลับพลึงธารมากที่สุดในประเทศ ส่วนเดือนที่เหลือก็คงต้องงดท่องเที่ยว เพื่อเปิดโอกาสให้ธรรมชาติฟื้นฟู การทำกิจกรรมล่องแพล่องไพรนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์ด้วยนะครับ เพื่อว่านักท่องเที่ยวจะได้เห็นคุณค่าของธรรมชาติ และพืชพันธุ์ที่มีค่าของเราคนไทย
จึงกล่าวได้ว่า พลับพลึงธารสามารถพบได้ที่ประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในโลก และเนื่องจากพลับพลึงธาร เป็นพืชที่ขึ้นในแหล่งน้ำสะอาด ที่มีการไหลของน้ำเท่านั้น มันจึงเป็นพืชที่ใช้ชี้วัดคุณภาพแหล่งน้ำได้ด้วย ก่อนที่เราจะล่องแพกัน ก็ต้องขอบอกไว้ก่อนว่า คุณจะเปียกแน่นอน ดังนั้นควรเปลี่ยนชุดที่สามารถเปียกได้เต็มที่ครับ เอาของใช้ต่างๆ ใส่ถุงกันน้ำ หรือถุงพลาสติกไว้ ทางชมรมแจกถุงดำไว้ใส่ของให้พวกเราด้วย เพราะการนั่งแพไม้ไผ่นั้น เราจะรู้สึกว่าน้ำมันจะท่วมแพอยู่ตลอดเวลา แต่มันไม่จมหรอกครับ ปลอดภัย มีเสื้อชูชีพให้ใส่ด้วย เพราะน้ำไม่ลึกมากในช่วงนี้ (ช่วงเทศกาลท่องเที่ยว) มีบางช่วงเท่านั้นที่อาจจะลึก 4-5 เมตร แต่ส่วนใหญ่ก็ยืนได้สบายๆ แพลำหนึ่งนั่งกันได้ 4คนครับ มีคนท่อแพหนึ่งคน (ไม่ได้ใช้วิธีพายใช้ถ่อ) คอยบรรยายความเป็นคลองนาคาให้เราฟังไปตลอดทาง เพราะระยะทางการล่องแพไม่ธรรมดา 7กิโลเมตร ตลอดระยะทาง 2กิโลเมตรแรก สิ่งที่เราพบก็ทำให้ทริปของพวกเราตื่นเต้นแล้ว ด้วยพืชพันธ์ุไม้ที่อยู่รอบข้าง ที่อุดมสมบูรณ์มากๆ น้ำใสแบบเรียกได้ว่าสะอาดเลยทีเดียว อากาสก็สบายๆ แต่แดดทำให้เราต้องทาครีมกันแดดกันทุกคน ที่จะกลัวก็คือกล้องถ่ายรูปนี้แหละกลัวจะหล่นน้ำเอา เพราะบางช่วงของการล่องแพ ก็ให้บรรยากาศเหมือนมาล่องแก่ง มีแก่งเป็นบ่างช่วงที่สายน้ำเชียวหน่อย ทำให้ตื่นเต้นระทึกกันไป ประกอบกับ เราจะพบเห็นตอไม้ขนาดใหญ่ อยู่ในลำน้ำเต็มไปหมด คนถ่อแพของเราให้ความว่า ทางชาวบ้านตกลงร่วมกันที่จะทำการอนุรักษ์คลองนาคา และพยายามฟื้นฟูสภาพต่างๆขึ้นให้สมบูรณ์ดังเดิม จึงตงลงกันว่าจะไม่รื้อ จะไม่ถอนไม้ที่อยู่ในลำน้ำ หรือก้อนหินหรือพืชใดๆทั้งสินให้ปล่อยอยู่อย่างนั้น คลองเปลี่ยนไปมาก ใน30ปีที่ผ่านมา เด๋ียวนี้ น้ำป่ามาที ช่วงหน้าฝน น้ำท่วมสูงฉะเอาตลิ่งและต้นไม้เสียหายไปมาก ต้นพลับพลึงธารก็หายไปเยอะ ต้องช่วยกันปลูก ช่วยกันหว่าเมล็ด ทุกปี อยากให้เป็นเหมือนเมื่อก่อน อย่างปีนี้ที่พวกเราไปล่อง ก็เห็นสภาพความเสียหายอย่างหนักจากน้ำป่า ชัดเจนด้วยท่อนไม้ กอไผ่ใหญ่ๆ ไหลตามสายน้ำมาตั้งเอากลางลำน้ำ บางจุดมีท่อนไม้ซากไม้ใหญ่ซ้อนกันเหมือนการจัดสวน ดูสวยงามแปลกตาเป็นศิลปะธรรมชาติที่งดงามไปอีกแบบ มาถึงจุดแรกที่เราแวะชมดอกพลับพลึงธาร ก็ใช้เวลาไปไม่น้อย แต่ก็เพลินจนลืมดูเวลา กว่า2กิโลเมตร ก็มาถึงจุดที่เรียกว่า “ปากคลองเรือ” จุดนี้เราสามารถลงเดินไปชมใกล้ๆได้อย่างใกล้ชิด ได้กลิ่นหอมโชยมาจางๆ แต่ใครอยากได้กลิ่นหอมแบบไม่จางต้องมาแต่เช้าหน่อยก่อนแดดออกยิ่งดี รับรองหอมฟุ้ง บริเวณปากคลองเรือ นี้ก็ทำให้เราพวกเราตื่นเต้นกันได้ไม่น้อย เพราะเป็นการเห็นพลับพลึงธารครั้งแรกของพวกเรา พืชน้ำที่ออกดอกสีขาวสวยงาม มีใบสีเขียวสดที่ยาวมากมันหลู่ไปตามสายน้ำ ทำให้เห็นกระแสน้ำไหลเป็นภาพที่ชัดเจนและสวยงามแปลกตา ภาพที่เห็นเหมือนเป็นลวดลายการไหลของน้ำ ยิ่งเราเห็นต้นพลับพลึงธารอยู่เต็มลำน้ำ ยิ่งเห็นความงามของพืชน้ำชนิดนี้ที่ทำให้กระแสน้ำใส มีเส้นสายงดงามแบบศิลปะที่มองไม่เบื่อ ....สวยมาก เราเดินทางกันต่อ เพราะยังมีเส้นทางอีกตั้ง5กิโลเมตร ที่ต้องเดินทางกันต่อ ทิ้งให้ความงามของพลับพลึงธารที่ปากคลองเรืออยู่ตรงนั้นในที่ ที่เหมาะกับมัน ที่ที่มันควรจะอยู่อย่างเหมาะสม พลับพลึงธาร จัดเป็น พืชเฉพาะถิ่น หรือพืชถิ่นเดียว (endemic plants) หมายถึง พืชที่เจริญเติบโตและแพร่พันธ์ตามธรรมชาติ ในเขตภูมิศาสตร์ในเขตหนึ่งของโลก และมีการกระจายพันธุ์อยู่ในขอบเขตจำกัด เราจึงไม่สามารถพบได้ในจุดอื่นของโลก และที่ที่พลับพลึงธารจะขึ้นได้ ต้องเป็นคลองน้ำใส ที่มีน้ำไหลตลอดเวลา น้ำต้องสะอาดด้วย คอลงนาคาจึงจัดเป็นลำน้ำสวยที่เหมาะที่สุดสำหรับพลับพลึงธาร พลับพลึงธาร ชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Crinum thaianum ดอกของพลับพลึงธาร จะเป็นช่อ ช่อล่ะ 6-13 ดอก กลีบดอกสีขาวเรียวยาว แยกเป็น 6แแก และมีกลิ่นหอม และจะออกดอกช่วง ตุลาคมถึงธันวาคมของทุกปี หัวของพลับพลึงธาร มีลักษณะคล้ายหัวหอมใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7เซนติเมตร มักโพล่ขึ้นมาเหนือผิวดินประมาณ 2ใน3 ใบของพลับพลึงธาร มีสีเขียวอ่อนรูปแถบ ยาวประมาณ 2-3 เมตร แทงขึ้นเหนือน้ำ และมีผลเป็นแบบมีเนื้อหลายเมล็ด เมล้ดมีรูปล่างเป็นเหลี่ยมบิดเบี้ยว ยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร พลับพลึงธาร เป็นไม้ล้มลุกที่เจริญเติบโตในน้ำ ข้อดีของพลับพลึงธาร คือ จุดต่อไปที่เราแวะกันเรียกบริเวณนี้ว่า “วังตาถิ่น” เมื่อปีที่แล้วจุดนี้มีพลับพลึงธารบานอยู่เต็มลำน้ำสวยงามมาก แต่พอมาปีนี้เจอน้ำป่าพัดมาทำให้เสียหายไปเยอะ เหลือรอดเพียงฝั่งขวาของลำน้ำเท่านั้นเอง แต่ก็ยังคงความงามให้เราได้ชื่นชมกัน เราพักกินอาหารกลางวันกันบริเวณ วังตาถิ่นนี้เลย ทางชมรมฯ เตรียมข้าวห่อใบตอง ปลาทู ไข่เจียว น้ำพริก ฯลฯ พร้อมขนม ส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารพื้นบ้านมาให้เราลองชิมกัน ก็นั่งกินกันริมลำธาข้างต้นพลับพลึงนี้แหละ ได้บรรยากาศดีจริงๆ ลืมแดดร้อนๆกันไปเลย เพราะน้ำเย็นเฉียบ เห็นความเสียหายของพลับพลึงธารแบบนี้ก็อดถามไกด์ของเราไม่ได้ว่า มีการอนุรักษ์กันอย่างไร เจอทั้งน้ำป่า และการลักลอบน้ำไปขายกันอยู่บ่อยๆแบบนี้ ที่คลองนาคานี้ชาวบ้านเขารวมตัวกัน เมื่อปี48 มีสมาชิก 120 ครัวเรือน รอบลำคลองช่วยกันดูแล มีทั้งกลุ่มเด็ก กลุ่มผู้ใหญ่ จะมาช่วยกันปลูก ช่วงเดือนธันวาก็จะไปช่วยกันเก็บเมล็ดกันที่ ปากคลองเรือ แล้วก็เตรียมไว้หว่าน ในล่วงเดือนมกราคมหลังฤดูการท่องเที่ยวของเรา การปลูกจะใช้เวลากว่าจะเป็นต้นจนถึงออกดอกก็ 2ปี และต้องพยายามปลูกใหม่ทุกปี เพราะเราจะเจอน้ำป่าทุกปี ไม้ในลำคลองห้ามรื้อ ห้ามขุด ให้ธรรมชาติปรับตัว หลังจากกินข้าวเสร็จเราก็ออกเดินทางกันต่อ แต่คราวนี้ ด้วยเวลาแล้วเราคงต้องไม่มีเวลาพอไปจุดที่3 “ท่าตาปลีก” เราจึงตัดสินใจขึ้นฝั่งและเรียกรถมารับที่ สวนปาล์มแห่งหนึ่ง บ้านควนไทรงาม เราล่องไปไม่ถึง “ท่าตาปลีก” แต่ก็สนุกกันสุดๆแล้ว ล่องมาได้ 4กิโล จากระยะทางจริง7กิโลเมตร ให้ธรรมชาติได้พักผ่อนบ้าง เพราะเป้าหมายเราที่เหลือคือการเล่นน้ำกัน เล่นตรงไหนก็คงเหมือนกัน สวยทุกจุด ใครสนใจมาเที่ยวคลองนาคานะครับ เทศกาลท่องเที่ยงจะเริ่มตั้งแต่ ตุลาคม-ธันวาคม ของทุกปี (3เดือน) ตุลาคมเริ่มบาน พฤศจิกายนบานเต็มที่ พอช่วงมกราคม จะเป็นช่วงที่ชาวบ้านช่วยกัน ปลูกพลับพลึงธาร เพื่อเป็นการอนุรักษ์ และจะปิดไม่ให้เที่ยว จนกว่าจะถึงตุลาคม ช่วงหน้าฝนนี้เที่ยวไม่ได้เลย น้ำเยอะมาก จะท่วมบ่อย บ้างครั้งสูงขึ้นมาหลายเมตร อันตรายจากน้ำป่า และถ้าจะให้ดีมาเที่ยวช่วงเช้าจะสวยสุด แนะนำให้มาช่วง7โมง ขึ้นฝั่ง 11โมง เล่นน้ำไปด้วย ช่วงเช้ากลิ่นหอม ช่วงสายกลิ่นจะเริ่มโดนแดดเผากลิ่นหมด ราคาก็ตกคนล่ะ 450 บาทพร้อมอาหารเที่ยง แพหนึ่งลำสามารถนั่งได้ 4-5คน ถ้ามาไม่ครบ4คน ก็คงต้องเหมากันไป 1,800 บาท และจะมีค่าบรรทุกอีกลำล่ะ200 บาท(รวม2,000 บาทต่อลำ) แต่สำหรับแพยางไม่มีค่าบรรทุก คนเดียวก็ไปได้ ราคาเดียวกัน 450บาท ระยะทางการล่องแพค่อนข้างนาน ความยาว7กิโลเมตร จุดหลักๆ ที่จะชมพลับพลึงธารมี3จุด ใช้เวลาในการล่องแพอย่างต่ำ4ชั่วโมง จุดแรกที่เราชม ดอกพลับพลึงธาร คือ “ปากคลองเรือ” ที่มาของชื่อคลองนาคา มาจากลำคลองนี้ นานมาแล้วมีชาวอิสลามคู่หนึ่งเข้ามาอาศัยเป็นคนแรกๆ เกิดฝันประหลาดฝันถึงพญานาค ฝันว่าพญานาคจะมาเกิดเป็นลูกของตัวเอง แต่ตอนนั้นทั้งคู่แก่มากแล้ว แต่สุดท้ายก็มีลูกขึ้นมาจริงๆ คลองสายนี้จึงชื่อว่าคลองนาคา ใครสนใจมาปลูกพลับพลึงธาร ติดต่อมาที่ชมรมเพลินไพรศรีนาคา โดยเราจะเริ่มเก็บเมล้กันตั้งแต่ช่วง ธันวาคม พอ31ธันวาคม เราก็จะปิดฤดูกาลท่องเที่ยวแล้วมาประชุมกัน เรื่องการปลูกว่าปลูกช่วงไหนดี ที่ทุกคนมาช่วยกันได้ ใครสนใจก็ติดต่อมาที่ประธานกลุ่มได้ครับ ติดต่อคุณ ชำนิ อุ่นขาว มือถือ086 120 9700 ชมรมเพลินไพรศรีนาคา บ้านฝายท่า ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง การเดินทาง จาก จ.ชุมพร ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ถึง อ.หลังสวน แยกทางหลวงหมายเลข 4006 แล้วมาเจอกับทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้ง ที่ บ้านราชกรูด มุ่งหน้าสู่ อ.กะเปอร์ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา (จากถนนสาย4เข้ามา 5กิโลเมตร) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ข้อมูล เกี่ยวกับพลับพลึงธาร ย้อนกลับไปเมื่อ30ปีที่แล้ว ดอกพลับพลึงธารบานสะพรั่ง ทั่วทั่งลำน้ำ เป็นภาพที่เห็นได้ทั่วไป ในลำธารและคลองหลายแห่งในจังหวัดระนองและพังงา แต่ในระยะหลัง ประมาณ 5-10ปีที่ผ่านมานี้ พลับพลึงธารหายไปจากสายน้ำ หลายสาย จึงเป็นที่น่าวิตกว่ามันจะสูญพันธุ์ในไม่ช้า IUCN (The International Union for Conser vation of Nature) หรือ องค์กรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้เล็งเห็นความสำคัญ และคุณค่าของ พลับพลึงธาร จึงลงมือสำรวจอย่างจริงจัง เพื่อนำข้อมูลที่ถุกต้องชัดเจน ไปใช้ในการวางแผนอนุรักษ์พืชถิ่นเดียวชนิดนี้ ให้คงอยู่ต่อไป คลองนาคา เป็นต้นแบบของการอนุรักษ์พลับพลึงธาร เพราะในอดีตพลับพลึงธารในพื้นที่แห่งนี้ ถูกทำลาย และขุดไปขายเป้นจำนวนมากไม่ต่างจากพื้นที่อื่นๆ แต่ในปัจจุบันชาวบ้านและกลุ่มต่างๆ อาทิ ชมรมเพลินไพรศรีนาคา ชมรมป่าสร้างฝันระนอง และกลุ่มเยาวชนรักษ์พลับพลึงธาร โดยพยายามช่วยกันอนุรักษ์ฟื้นฟู และสร้างจิตสำนึก ให้คนในพื้นที่อย่างจริงใจตลอดมา จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ขึ้นในชุมชน ภายใต้ชื่อ “กิจกรรมล่องแพแลพลับพลึงธาร หนึ่งเดียวในโลก” ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวของชาวไทย และชาวต่างประเทศ คุณจะช่วยอะไรได้บ้าง
การปลูกพลับพลึงธารเพิมเติมในลำคลอง และปลูกฟื้นฟูในบริเวณที่เคยมีพลับพลึงธารหนาแน่น ช่วยลดความแรงของกระแสน้ำ ลดการพังทบายของหน้าดิน และดักตะกอนในลำน้ำ และยังเป็นการช่วยปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ ช่วยคงความอุดมสมบูรณ์ของพลับพลึงธารตามธรรมชาติในระยะยาว อัลบั้มภาพเที่ยวคลองนาคาเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่ แผนที่ Javascript is required to view this map.
บทความล่าสุด |
ความคิดเห็น
ยอดเยี่ยม....
อย่าทำลายความฝันของคนอื่น...เพราะอาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่
อยากให้ลองไปชมครับ ประทับใจมิรู้ลืม
เร็วจริง พี่บอยนี่
อย่าทำลายความฝันของคนอื่น...เพราะอาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่
ขอบคุณมากสำหรับข่าวดีๆครับ น่าไปจัง เอิ๊กๆๆ
แสดงความคิดเห็น