2วันในโขงเจียม เที่ยวเมืองริมโขง อุบลราชธานี

ทริปการเดินทางครั้งนี้ เรานอนกันที่อำเภอโขงเจียม1คืน และก็เที่ยวโขงเจียมกันเต็มๆอีกหนึ่งวันก่อนจะกลับ จะขอแนะนำไว้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวให้กับเพื่อนทุกท่านที่เข้ามาอ่านสะดุตานะครับ ว่ามานอนโขงเจียมคืนหนึ่งเราเที่ยวชใอะไรได้บ้าง มีอะไรสะดุดตาพวกเราบ้าง



ทริปนี้เราจองห้องพักไว้ที่อารายารีสอร์ทในตัวเมืองโขงเจียม ตัวรีสอร์ทติดกับแม่น้ำมูลมองเห็นวิวแม่น้ำสองสีด้วยล่ะครับ เราได้ห้องพักติดกับสระน้ำซะด้วย เพิ่งมาถึงกันช่วงบ่ายๆ เพราะเดินทางมาตลอดทั้งวันจากกรุงเทพฯ เราก็อยากจะกระดดสระน้ำกันแล้ว วางแผนว่าคืนนี้จะปาร์ตี้ริมสระน้ำหลังห้องพัก เพราะห้องของพวกเราเดินไปมาทางหลังห้องติดสระน้ำกันทุกคน 


ในห้องพักของเราที่ อารายารีสอร์ท โขงเจียม


ห้งอพักริมสระน้ำที่ อารายารีสอร์ท โขงเจียม

ไปสำรวจที่หลังรีสอร์ทซึ่งเป็นจุดที่ติดกับแม่น้ำมูล มองเห็นวิวปากแม่น้ำ ที่แม่น้ำมูลกับแม่น้ำโขงมาตัดกัน กลายเป็นแม่น้ำสองสี จุดนี้เองผมเห็นเรือประมงเรือไม้ลำเล็กๆเต็มปากแม่น้ำไปหมดเลยครับ เรือพวกนี้กำลังจับปลาในแม่น้ำกันอยู่เป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจผมมากเลย ไม่เคยเห็นเรือจับปลาเยอะขนาดนี้ ที่ปากแม่น้ำ ลองสอบถามดูได้ความว่าเป็นช่วงที่น้ำขึ้นปลาชุกมาก ชาวบ้านเลยออกมาจับปลากันเยอะในช่วงนี้ ผมมว่าผมดูจนเพลิน จนมารู้สึกตัวอีกทีก็ถึงเวลานัดกินข้าวแล้ว ที่ว่าจะโดดเล่นสระน้ำก็เลยพลาดไปแต่ได้เห็นภาพสะดุดตาแทนคุ้มค่าแล้วล่ะครับ 


ปากแม่น้ำมูล ตัดกับแม่น้ำโขง นี้ล่ะครับแม่น้ำสองสี ตอนนี้มีเรือชาวบ้านออกมาจับปลากันเต็มเลยครับ


เรือลำน้อยที่ออกมาจับปลาในตอนเย็น

มื้อเย็นนี้ เรามากินร้านอาหารยอดฮิต บนแพริมแม่น้ำโขง ชื่อว่า แพอารายา  ชื่อเดียวกับรีสอร์ทนั้นล่ะครับ คงจะเป็นเจ้าใหญ่เปิดทั้งรีสอร์ทแล้วก็ร้านอาหาร เป็นร้านที่เปิดมานานมากแล้วครับ ใครมาเที่ยวก็มักจะแวะมากินที่ร้านแพอารายาเสียทุกครั้ง ยิ่งช่วงวันหยุดยาวนักท่องเที่ยวมาเยอะๆ แทบจะหาที่นั่งไม่ได้ แต่เราจองไว้ล่วงหน้าครับ และต้องมาตรงเวลาด้วยนะ ไม่งั้นอาจจะพลาดอีก 


บรรยากาศริมแม่น้ำ บนแพอารายา


อาหารร้านแพอารายา

จุดที่แพอารายาตั้งอยู่ เหมือนเราได้กินทั้งอาหารและวิวทิวทัศน์ไปในตัว เป็นวิวปากแม่น้ำ ที่พอจะมองเห็นแม่น้ำสองสีอยู่บ้าง แต่เย็นมากแล้วครับ สีสันบนท้องฟ้าตัดกับน้ำสีเข้มของแม่น้ำดูจะสวยงามวิจิตรอยู่แล้ว อาหารของร้านนี้จัดว่าอร่อยเลยล่ะครับ แนะนำได้ ไม่น่าคนถึงมากินกันเรื่อยๆ เมื่อกินกันเสร็จ ก็ค่อยกลับไปต่อที่ห้องพักครับ ที่โขงเจียมนี้ พอตกกลางคืนแค่ ทุ่มสองทุ่มชาวบ้านเขาก็ปิดร้านอนกันหมดแล้ว ไม่มีอะไรให้ออกมาเดินชมเหมือนถนนคนเดิน 

พรุ่งนี้เช้าเรานัดกันครับว่าใครตื่นไหวไปเที่ยวตลาดเช้ากัน อยากไปดูเพื่อมีอาหารการกินแปลกตา ไปสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นอำเภอโขงเจียมสักหน่อย 

ตลาดเช้าโขงเจียมอยู่ห่างจากที่พักเรากิโลกว่าๆได้ครับ เราเลือกที่จะเดินไป เพื่อจะได้ถือดอกาสสำรวจเมืองไปด้วย ว่าเช้าๆคนโขงเจียมเขาทำอะไรกันบ้าง วันนี้ดูจะเป็นวันพระด้วยครับ เห็นคุณป้า คุณยาย กำลังนึ่งข้าวเหนียวกันอยู่หลายบ้าน ในชุดที่แต่งพร้อมจะไปวัดอย่างนั้นเลยครับ 


ตลาดสดโขงเจียม 

ที่ตลาดเช้าคนคึกคักมากครับ มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติบางคนมาหาอะไรกินที่ตลาดเช้าด้วย เพราะที่นี่มีร้านอาหารเช้าเล็กๆอยู่หลายร้าน ประเภท ชา กาแฟ ปาท๋องโก ข้าวต้ม โจ๊ก ประมาณนั้น จะหมาหมูปิ้งก็มีขาย เราเดินดูตลาดเช้าที่โขงเจียม สิ่งที่สะดุดตาเรามากที่สุดในเช้าวันนี้คงเป็นดอกไม้ครับ ที่เขาทำเตรียมไว้ให้ชาวบ้านมาซื้อไปถวายพระ เพราะมีทั้งสีสันและงานประดิษฐ์ที่สวยงามจริงๆ บ้างก็เก็บดอกไม้ที่พอจะหาได้มาขายกัน เช่น ดอกกระเจียวขาว ดอกดาวเรือง อีกอย่างที่สะดุดตาไปม่แพ้กัน วันนี้เขาคึกคักน่าดูคงต้องยกให้แผงขายปลา มีปลาสดๆจากแม่น้ำโขง เพิ่งจับเมื่อเช้ามาขาย หลายพันธุ์หลายชนิดเลยครับ 


ใช้ถวายพระ


ดอกไม้สำหรับถวายพระ


ปลาที่เพิ่งจับได้เมื่อเช้า

จากตลาดเช้าเราหาอะไรกินรองท้องแล้วก็มาเดินกับในเส้นเลียบแม่น้ำโขง ระหว่างทางกลับจะได้ ชมวิวทัศน์ยามเช้าไปด้วย 


ริมโขงยามเช้าสวยมาก

ก่อนถึงรีสอร์ทพาไปชมตึกปูนแห่งแรกของเมืองโขงเจียมกันสักหน่อย เขามีชื่อว่า "ตึกขาว ร.ศ.112"  ตึกนี้สร้างในปี ร.ศ.112 ช่วงสงครามกับฝรั่งเศสนั้นละครับ ปีพ.ศ. 2436 สมัยรัชกาลที่5 เสียดินแดนบางส่วนให้ฝรั่งเศสไปนั้นล่ะครับ ตึกขาวแห่งนี้เป็นอาคารพานนิชย์แห่งแรกของโขงเจียมเลยนะครับ อายุก็เป็นร้อยปีแล้ว 


ตึกขาว ร.ศ.112

ขอเดินไปดูที่แม่น้ำสองสีก่อนครับ ต้องเดินเข้าไปในวัดโขงเจียม แม่น้ำสองสีคือจุดที่แม่น้ำมูลไหลมาชนกับแม่น้ำโขงนั้นเองครับ เช้าววันนี้ ก็มีเรือมาจับปลาตรงบริเวณแม่น้ำสองสีเยอะพอๆกับเมื่อเย็นวานเลยครับ ปลาที่จับได้ก็คงเอาไปขายกันสดๆที่ลาดในตอนเช้าอย่างที่เราเห็นนั้นเอง 


จุดชมแม่น้ำสองสี


ชาวบ้านออกมาจับปลากันในตอนเช้า

ช่วงสายๆเราวางแผนที่จะไปเทียว อุทยานแห่งชาติผาแต้มกันครับ ชมวิวผาแต้ม แล้วไปชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ อายุนับพันปี แล้วก็แวะชมเสาเฉลียง ที่อยู่ใกล้ๆกัน จากนั้นค่อยไปชม น้ำตกแสงจันทร์ ถ้ามีเวลาพอ แล้วค่อยกลับมากินข้าวเที่ยงที่โขงเจียมก่อนจะกลับกรุงเทพฯกันในช่วงบ่าย 

ผาแต้มอยู่ห่างจากโขงเจียมประมาณ 20กิโลเมตรเท่านั้นครับ ไปถ่ายรูปวิวสวยๆที่ผาแต้มกันแล้วจากนั้นเราก็เดินลงไปเที่ยวชมภาพเขียนสีที่มีอายุ 3,00-4,000 ปีเลยทีเดียวครับ ซึ่งอยู่ด้านล่างหน้าผาที่เราเพิ่งโพสต์ท่าถ่ายรูปเมื่อกี้นี้เอง 


ผาแต้ม 


บนผาแต้ม มองเห็นแม่น้ำโขง และฝั่งลาว


ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ที่ผาแต้ม


ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ 


เสาเฉลียง

ถ้าใครพอมีเวลายังไม่รีบผมแนะนำว่าไปเที่ยวที่น้ำตกแสงจันทร์กันต่อครับ หรือน้ำตกรูนั้นล่ะครับ อยู่ห่างจากผาแต้มไปประมาณ​ 40กิโลเมตร จุดนี้น่าสนใจมากครับเพระาเป็นความธรรมชาติที่ถือได้ว่ามีแห่งเดียในเมืองไทยที่เป็นน้ำตกลักษณะนี้ Unseen มากครับ ใครไม่เคยไปเที่ยวแนะนำว่าน่าไปมากครับ 


น้ำตกแสงจันทร์

พอเที่ยงเราก็มากินอาหารที่อำเภอโขงเจียมกันอีกครั้งครับ ที่ร้าน ป.รุ้ง ส้มตำหน้าศาล ร้านนี้อร่อยมากครับ มาอีสานก็ต้องกินอาหารท้องถิ่นบ้าง ถ้าจะแนะนำร้านส้มตกก็ร้านนี้ล่ะครับ "ร้านป.รุ้ง" 


ร้านส้มตำ ป.รุ้ง

ช่วงบ่ายเราคงจะกลับกรุงเทพฯกันเลยครับ เพื่อให้ถึงกรุงเทพฯไม่ดึกมากนัก แต่ก่อนกลับ เราแวะกันที่วัดถ้ำคูหาสวรรค์ซึ่งอยู่ที่โขงเจียมนี้ล่ะครับ แต่อยู่ก่อนเข้าตัวอำเภอนิดนึง ถือว่าแวะก่อนกลับครับ แต่นักท่องเที่ยวหลายคนแวะที่นี่ตอนมาถึงก็เยอะครับ 


วัดถ้ำคูหาสวรรค์ โขงเจียม

ทริปนี้สนุกสนานกันแบบเต็มๆวันในโขงเจียม เมืองที่มีธรรมชาติสวยมหัศจรรย์หลายอย่าง มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อย นี้เป็นแค่สวนหนึ่งเท่านั้นเองครับ แต่ก็ถือว่ายกเอาที่สุดของโขงเจียมมาเที่ยวมาแนะนำให้กับคนมีเวลาน้อยได้เที่ยวกันให้ครบ แล้วถ้ามีเวลาก้เพิ่มจุดท่องเที่ยวรองๆเข้าไปเสริมอีกได้อีกหลายจุดครับ จะแนะนำในโอกาสต่อไป สะดุดตาแน่นอน

 

จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel