แนะนำการเตรียมตัวเดินขึ้นเขา และการเดินทางสู่ทุ่งโนนสน

การเตรียมตัวเพื่อที่จะเที่ยวทุ่งโนนสนนั้น สำหรับคนที่ไม่เคยเดินป่า หรือเข้าป่าหลายๆวันอาจจะต้องมีการเรียนรู้และเตรียมตัวกันหน่อยครับ ว่าจะเอาอะไรไปดี มีห้องน้ำมัํย อาบน้ำยังไง อาหารการกินเป็นแบบไหน ต้องทำเองแล้วจะยังไง ที่หลับที่นอนจะยังไงดี สะดุดตาเพิ่งผ่านประสบการณ์เที่ยวทุ่งโนนสนมาหมาดๆ เลยจัดประสบการณ์มาแบ่งปันกัน ให้เพื่อนๆที่สนใจหรือคิดจะไปได้เตรียมตัวกัน จะได้พร้อมเผชิญทุกสภาวะการท่องเที่ยว แล้วการเที่ยวก็จะมีความสุขตามไปด้วยนะครับ

เริ่มต้นการเตรียมตัวเราคงต้องรู้ข้อจำกัดของการท่องเที่ยวทุ่งโนนสนกันก่อนนะครับ ว่าเราอาจจะไม่ได้อาบน้ำ ต้องทำกับข้าวเอง กางเต้นท์นอนกลางป่า ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แล้วก็ ยังต้องเดินอีก 8 กิโลเมตรขึ้นเขา แล้วเราจะทำอย่างไร 

ที่ตั้ง : ทุ่งโนนสน อยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก 
แผนที่แสดงที่ตั้งของทุ่งโนนสน
[gmap markers=letters::16.74195345119032,100.68392944755033 |zoom=9 |center=16.696709469334895,100.64849853515625 |width=600px |height=450px |control=Micro |type=Map]

• การเดินทาง
การเดินทางสู่ทุ่งโนนสนนั้นปัจจุบัน ให้ขึ้นได้ทางเดียวนะครับ คือทางหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล.12 (รักไทย) ทางอุทยานเพิ่งมาเปิดเส้นทางนี้เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมานี้เองนะครับ ไม่กี่ปี และปี 2555 นี้ก็จะปิดไม่ให้ขึ้นทางด้านหน่วยพิทักษ์หนองแม่นาแล้ว เพราะว่าเดินทางไกลกว่า และลำบากกว่ามาก คือต้องเดินเท้าถึง 16 กิโลเมตร ส่วนทางด้าน บ้านรักไทย นั้นเดินเท้าเพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น (มีเส้นทางอื่นอีกแต่เจ้าหน้าที่ไม่แนะนำครับ)

แล้วบ้านรักไทย หน่วยพิทักษ์อุทยานสล.12 นั้นอยู่ที่ไหนกันล่ะ …ต้องทำความเข้าใจนิดนึงเพราะชื่ออาจจะไปคล้าย บ้านรักไทยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่เป็นคนล่ะที่ครับ ชื่อเหมือนกัน แต่รักไทยจุดนี้อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ติดกับอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง หน่วยนี้จะรับผิดชอบ เส้นทางสู่ทุ่งโนนสนโดยเฉพาะครับ 

การเดินทางสู่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สล.12(รักไทย) นั้นจากถนนหลวงหมายเลข11 ก่อนถึงตัวจังหวัดพิษณุโลกจะมีทางเลี้ยวขวาไปทุ่งโนนสน วิ่งตามถนนหลวงหมายเลข1295  ตรงมาตามทางจะพบป้ายบอกไปทุ่งโนนสนตลอดทาง จากนั้นสังเกตุป้ายจะมีทางเข้าสู่ บ้านรักไทยเลี้ยวขึ้นเขาไปอีก เส้นนี้างจะเป็นทางขึ้นเขาถนนไม่ค่อยดีนักเป็นลูกรังจนกระทั่งเข้าเขตหมู่บ้าน ผ่านหลายหมู่บ้าน ช่วงนี้ถนนจะเป็นคอนกรีตเริ่มดีแล้ว จนถึงบ้านรักไทย เลยไปอีก2-3กิโลเมตร ก็จะเจอหน่วยหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สล.12(รักไทย) 


หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ สล.12(รักไทย) มีที่กางเต้นท์ มีห้องน้ำ มีบ้านพัก แต่ไม่มีไฟฟ้านะครับ

ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 007 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 005 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 004
หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ สล.12(รักไทย)


หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ สล.12(รักไทย)

เมื่อถึงหน่วยรักไทยแล้ว การเดินทางขึ้นสู่ทุ่งโนนสน จากจุดนี้ จะต้องนั่งรถกะบะของทางอุทยานเข้าไป อีกประมาณ 8 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่อเข้าไปอีก 8 กิโลเมตร (ก่อนเดินทางขึ้นเขา เตรียมเตรียมสัมภาระให้พร้อมที่หน่วยก่อนนะครับ และจะต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯพาขึ้นไปเท่านั้น) จุดที่รถะบะเอาพวกเรามาส่งนั้น เมื่อก่อนเป็นสมรภูมิรบกับคอมมิวนิสต์ ชื่อ บ้านฐานแตก 


ภาพ: ขึ้นรถเตรียมออกเดินทาง


ภาพ: นั่งรถเข้าไป 8 กิโลเมตร


จุดลงรถ ณ บ้านหลังหนึ่งกลางไรมันสัมปะหลัง ที่ บ้านฐานแตก


จากนั้นเราต้องเดินเท้าอีก 8 กิโลเมตร

เมื่อก่อนทุ่งโนนสน เปิดให้เขาทางฝั่งหนองแม่นา จ.เพชรบูรณ์ ระยะทางเดินเท้า 16 กิโลเมตร ปัจจุบัน(2555) ทางอุทยานจะไม่ให้ขึ้นทางฝั่งหนองแม่นาแล้วนะครับ คือปิดไปเลย ให้นักท่องเที่ยวมาขึ้นทางฝังรักไทยฝั่งเดียว คือโดยปกติ ทางฝั่งหนองแม่นานักท่องเที่ยวจะเข้าไปเที่ยวทุ่งแสลงหลวงเยอะอยู่แล้ว ถ้าทางอุทยานฯให้ขึ้นทางฝั่งโน้นด้วยก็จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลไม่พอ เลยแบ่งกำลังให้มาขึ้นทุ่งโนนสนทางนี้ โดยให้หน่วยรักไทยรับผิดชอบเลย ทางฝั่งหนองแม่นาก็จะรับผิดชอบ ทุ่งนางพญา แก่งวังน้ำเย็น ซึ่งถ้าถามว่าจริงๆแล้วขึ้นได้กี่ทาง ขึ้นได้หลายทางครับเพราะทุ่งโนนสนอยู่ใจกลางอุทยานเลย จะขึ้นทางหน่วยน้ำพรหมก็ได้ หนองแม่นาก็ได้ รักไทยก็ได้ แต่ที่รักไทยจะขึ้นได้สะดวกที่สุด ใกล้สุด ทางอุทยานฯเพิ่งเปิดเส้นทางนี้มา3ปี จะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นประมาณ กลางเดือนตุลาคม ถ้าปีไหนสภาพอากาศดี ฝนมาเร็วดอกไม้บานเร็วทางอุทยานฯก็อาจจะเปิดเร็วขึ้น และจะปิดประมาณ​ 30 พฤศจิกายน ของทุกปี คือถ้าหมดน้ำแล้วดอกไม้ก็จะหมดไปด้วย ถ้าฝนน้อยก็จะเปิดไม่ถึงเดือนธันวาคม 

• เตรียมร่างกาย
การเตรียมร่างกายไม่ใช่แค่การออกกำลังกายนะครับ สำหรับคนที่ไม่ได้เดินเท้าบ่อยนัก การเดินขึ้นเขาจะใช้กำลังมากกว่าปกติมาก ยิ่งช่วงอากาศร้อนๆตอนกลางวันจะต้องเสียเหงื่อเยอะมาก ดังนั้นน้ำดื่มที่กินระหว่างทางนำไปให้เพียงพอ คนล่ะ 1-2 ขวด และถ้ามีผงเกลือแร่ผสมเตรียมไว้เลยครับ จะช่วยได้มากเพราะเสียเหงื่อเยอะจริงๆ 

การแต่งกายเดินขึ้นเขา ขอให้สวมแบบสบาย และอากาศอาจจะร้อนมาก การใส่อะไรที่พะรุงพรังไม่แนะนำเวลาเหนื่อยแทบอยากจะถอดให้หมด และเจอยุงเยอะได้ ไม่แนะนำขาสั้นให้ใส่ขายาว ฉีดสเปรย์กันยุงไว้ครับก่อนขึ้น และพกติดตัว ร้องเท้าที่แนะนำคงต้องรองเท้าที่ที่มั่นใจว่าเกาะพื้นได้ดี บางช่วงลื่นมาก บางช่วงเปื้อนโคลน และบางช่วงต้องไต่เขาชัน ดังนั้นรองเท้าแตะไม่แนะนำ จะทำให้เดินช้าลงได้ และเป็นอันตรายพลาดลื่นได้ง่าย 

อีกเรื่องที่ร่างกายต้องเตรียมก่อนขึ้นเขาคือเรื่อง การขับถ่าย ปัสวะ อุจระ เข้าส้วม หรืออาบน้ำ เตรียมให้พร้อมปล่อยให้หมดครับ ขึ้นเขาไม่จำเป็นจะได้มีต้องเข้าส้วม เพราะส้วมบนเขาไม่ค่อยสะอาดนัก และไม่มีน้ำ ฉะนั้นจัดการตัวเองที่หน่วยรักไทยให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

มีเป้แบบ daypack สักใบสำหรับใส่ของเดินขึ้นเขาที่จำเป็น อะไรที่ให้ลูกหาบช่วยได้ก็ให้ลูกหาบแบกไปครับ จะได้ไม่แบกหนักเกินไป ส่วนตัวผมลองแบกขึ้นเขาเองด้วยน้ำหนักกระเป๋า 11กิโลกรัม ก็พอได้อยู่ครับแต่เหนื่อยมาก และถ้าคิดจะแบกเองแนะนำว่า กระเป๋าอย่างดีที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายน้ำหนักจะช่วยได้มากครับ ลดความรู้สึกแบกหนักๆไปได้เยอะ    


กว่าจะถึงจุดนี้เหนื่อยมากมาย

• อุปกรณ์ที่ควรมีติดตัว และของที่ควรเอาขึ้นไป
ของที่ควรนำขึ้นเขาไปด้วยนั้น ข้อนี้ไว้เตรียมช้อปปิ้งกันได้เลยครับ เพราะสิ่งที่เราต้องหาไปใช้ข้างบนเขานั้น มีตั้งแต่ เต้นท์ ถุงนอน ไฟฉาย กระเป๋าdaypack (ใบเล็กๆไว้ใส่ของเดินป่าเที่ยวตอนกลางวัน) ชุดเล่นน้ำเตรียมไปด้วยถ้าอยากเล่นน้ำตก หรือมาอาบน้ำ น้ำดื่ม จำเป็นมาก นับวันเอาครับ อยู่3วัน ก็ต้องใช้วันล่ะ 2ขวด ก็ควรน้ำขึ้นไปสัก 6ขวด/คน เอาไว้ใช้ล้างหน้าล่างตัวด้วย แต่ถ้าไม่เตรียม ต้มน้ำเอาก็ได้ครับ ด้านบนเวลาเราไม่มีน้ำกินเราก็ไปตักน้ำที่น้ำตกมาต้มให้เดือดเพื่อดื่มได้ อาจจะเตรียมรองเท้าแตะไว้ใส่เดินบริเวณแคมป์หรืออาบน้ำที่ลำธารจะได้เปียกได้อย่างสบายใจ ถ้ามีกล้องถ่ายรูป หรือมือถือ อาจจะต้องคำนวนเรื่องแบตเตอรี่ด้วยนะครับ เพราะว่าไม่มีไฟฟ้าใช้ ทั้งที่หน่วยและบนเขา กลางคืนอากาศอาจจะเย็นเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วยครับ 


ภาพ: สัมภาระของพวกเรา

• สิ่งอำนวยความสะดวกบนทุ่งโนนสน
ห้องน้ำ มีนะครับ แต่ไม่สะอาดเท่าไหร่ เป็นการทำเพิงล้อมด้วยผ้าพลาสติก ด้านในมีโถส้วมแบบนั่งยองๆ ไม่สะอาดไม่มีน้ำราด มีถุงดำไว้ใส่ขยะให้ข้างๆ เอาเป็นว่าหลายคน say no กันเลยครับ 

ไฟฟ้า ไม่มีทั้งที่หน่วยรักไทยและบนเขา แต่ข่าวดีก็คือ ปลายปี 2555 หมู่บ้านใกล้ๆหน่วยจะมีไฟฟ้าแล้ว ทางการไฟฟ้าก็จะลากสายผ่านมาที่หน่วยด้วย ก็จะมีไฟฟ้า แต่ตอนนี้ไม่มีครับ คงเปิดฤดูกาลปีหน้าเลย  ส่วนบนเขาไม่มีแน่นอน 

ที่นอน ต้องเตรียมเต้นท์และถุงนอนไปเองนะครับ 


กางเต้นท์นอนกันเอง 


จุดกางเต้นท์ที่ทุ่งโนนสน

• เกี่ยวกับสัญญาณโทรศัพท์ 
บริเวณหน่วยรักไทย มีสัญญาณของ AIS ส่วนอีกสองค่ายไม่มีแน่นอน บนเขามีสัญาณของ AIS ในบางจุดของทุ่งโนนสนครับต้องเดินหาเอาอย่างยากลำบาก ส่วนอีกสองค่าย จะมีสัญญาณอยู่บ้างตอนที่เราไปเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติกัน แต่ไม่รู้ตำแหน่งที่มีสัญญาณชัดเจนนัก ….ส่วนระหว่างการเดินขึ้นเขา พอมีอยู่บ้างทั้ง3ค่าย แต่ก็ต้องบริเวณหน้าผาอ่ะนะ  อาจใช้วิธีปิดไปเลยประหยัดแบตเตอรี่ 

• เกี่ยวกับลูกหาบ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่ออำนวยความสะดวก
ลูกหาบที่นี่ รับค่าจ้างเป็นทริปเลยครับ สำหรับครั้งนี้ ทริปเรา 3วัน2คืน เขาจะคิดที่ 1,300 บาท/คน (เป็นราคามาตรฐาน) อยู่กับเราตลอดทริป แต่เขาจะลิมิตการแบกน้ำหนักได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัมนะครับ เพราะฉะนั้น ลองคำนวณปริมาณของนะครับว่าต้องใช้ลูกหาบกี่คน อย่าลืมพวก อาหารการกิน กับข้าว หม้อ กะทะ เต้นท์ สัมภาระ ว่าทั้งหมดกี่กิโลกรัม ทางอุทยานฯ จะได้จัดหาลูกหาบเตรียมไว้ให้ถูก ส่วนผมแบกเองเลยครับทดสอบกำลังตัวเอง …และช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงที่พอจะมีลูกหาบ เพราะหลายคนว่างจากการทำไร่ 

การหอบสัมภาระของลูกหาบจะใช้วิธี เอาทุกอย่างบรรจุลงกระสอบใบใหญ่ (ถุงปุ๋ย) แล้วแบกขึ้นใช้ผ้าขาวม้าคล้องทำเหมือนเป้ เมื่อขึ้นไปถึงด้านบน เขาก็จะคอยเป็นคนจัดส่งอาหาร ทำอาหารให้เราเวลาไปเดินป่า หาน้ำมาต้มให้ถ้าเราไม่มีน้ำกิน หรือไม่มีตะเกียบยังไปเหลาไม่ไผ่ทำตะเกียบให้เลย ก่อกองไฟให้ เป็นเหมือนผู้ช่วยสารพัดประโยชน์ …ประทับใจมาก ต้องทิปเยอะๆหน่อยนะ ขาดเขาไปแย่เลย 


การแบกของ ของลูกหาบที่นี่ ใส่ถุงปุ๋ยแล้วลุยเลย


ภาพ : การเดินทางขึ้นสู่ทุ่งโนนสน

การจัดหาลูกหาบเจ้าหน้าที่จะเป็นคนจัดการให้นะครับ หรือโทรหาชมรมท่องเที่ยวทุ่งโนนสน ผู้ใหญ่บ้านก็จะช่วยจัดหาคนในหมู่บ้านที่ว่างๆพอจะรับงานได้มาให้ครับ เบอร์ติดต่ออยู่ด้านล่าง

ส่วนเจ้าหน้าที่ จะต้องตามไปดูแลคณะทุกคณะที่เข้ามาเที่ยวทุ่งโนนสนครับ เพื่อความปลอดภัย บางครั้งจะมีอาวุธติดกายไปด้วย ความรู้และข้อมูลสามารถถามเจ้าหน้าที่ได้ตลอดครับ


ภาพ: เอาสัมภาระมาชั่งน้ำหนัก


ภาพ : เจ้าหน้าที่ขึ้นไปช่วยดูแลความปลอดภัย

• อาหารการกิน 
ต้องทำเองครับ ส่วนนี้คงจะช่วยๆกัน ทั้งเราทั้งลูกหาบ และเจ้าหน้าที่ ซึ่งลูกหาบจะเป็นตัวช่วยได้แทบทุกอย่าง ลองคิดเมนูไปล่วงหน้าได้เลยครับว่าจะกินอะไร บรรยากาศแบบรอบกองไฟ มาม่าเป็นอะไรที่คนกินน้อยสุด เพราะเรามีน้ำน้อยอ่ะ คำนวณไปให้พอดีวันนะครับจะได้ไม่ต้องบกลงเยอะหนักเปล่าๆ 


บรรยากาศการทำอาหารที่แคมป์ ทุ่งโนนสน


ภาพ: ต้องช่วยกันทุกคนทำอาหารกินกันเอง


ชุดเครื่องครัวนี้ทางอุทยานฯจัดหามาให้ยืมใช้



• ตัวอย่างโปรแกรมการเดินทาง เวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง 
วันแรก
ถ้าการเดินทางเริ่มจากกรุงเทพฯ มาถึงพิษณุโลก จะใช้เวลาประมาณ 6ชั่วโมง 
18.00น. ออกจากรุงเทพฯ 
24.00น. ถึงหน่วยรักไทย จ.พิษณุโลก …เข้านอน(นอนกางเต้นท์ที่หน่วยรักไทยได้)
6.00น. ตื่นนอน ทำธุระส่วนตัว 
8.00น. กินข้าวเช้า 
9.00น. เริ่มเดินทางขึ้นเขา 
14.00น. ถึงแคมป์ที่พัก ณ ทุ่งโนนสน 

วันที่สอง
เที่ยวทุ่งโนนสน เส้นทางศึกษาธรมชาติ

วันที่สาม
8.00 น. เดินลงเขา 
12.00 ถึงจุดรอรถ บ้านฐานแตก กลับหน่วยรักไทย
15.00 เดินทางกลับ

เที่ยวทุ่งโนนสน สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (สำนักงาน) โทร. 0 5526 8019
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก โทร. 0 5525 2742-3, 0 5525 9907
ชมรมท่องเที่ยวทุ่งโนนสน โทร. 089 856 4491
ผู้ใหญ่แดง (ประธานชมรม) โทร. 086 210 3315 

ทริปนี้ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก , พี่(มะขามป้อม) ปัญญา จันทร์มา และ พี่ประดิษ ธงยี่สิบ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มากครับสำหรับการให้ความรู้และการดูแลตลอดทริป 

จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,