| เกาะสมุย | สังขละบุรี | เกาะช้าง | เกาะเสม็ด | หัวหิน | ตลาดน้ำอัมพวา | ปางอุ๋ง | ดอยอินทนนท์ | ปาย | ภูกระดึง | หลวงพระบาง | ท่องเที่ยว | | |||||||||||||
|
เส้นทางเที่ยวไทย หัวใจสีเขียว ใกล้ๆกรุง
29 มิถุนายน, 2009 - 00:47 — บอยสบาย
และแล้วก็มาถึงกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ในช่วงเดือนมิถุนายน ของโครงการเที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก ที่ ททท.จัดกันตลอดปี 2009 นั่นก็คือ “เที่ยวไทย หัวใจสีเขียว” ที่เน้นความสดชื่นชุ่มฉ่ำ ไปกับสายฝนที่โปรยปรายลงมา กิจกรรมที่เราจะพาไปแนะนำนั้น ก็อยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพแค่เอื้อมเท่านั้นเอง ออกจากกรุงเทพไม่ถึง 1.5 ชั่วโมงก็มาถึงที่แรกที่เราจะพาทุกคนมาสะดุดตา กับกิจกรรมการท่องเที่ยว ในรั้วทหารของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก ครับ หากใครที่ยังไม่เคยมาขอบอกไว้ก่อนว่า ที่นี่มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางทหาร เช่นกระโดดหอสูง 34 ฟุต, การเดินป่าพิชิตเขาชะโงก, ไต่หน้าผาจำลอง, สถานีทดสอบกำลังใจ หรือกิจกรรมทางกีฬา เช่น พายเรือคยัค, ยิงปืนจริง, ยิงปืนเพนท์บอล, ขี่จักรยานท่องเที่ยว และกิจกรรมทางนันทนาการ วอล์คแรลลี่, สามัคคีกีฬาไทย, แคมป์ไฟ เค้ามีให้หมดเพียงแค่แจ้งความต้องการ และจำนวนคนไปยังเจ้าหน้าที่ ที่สำนักงานการท่องเที่ยว รร.จปร.0-3739-3185 หรือที่ Website: WWW.CRMA.AC.TH เค้าก็จะจัดให้เราตามที่ขอเลยล่ะครับ แต่หากใครที่ไม่ไหวขอแบบชิว ๆ เค้าก็มีไม่ว่าจะไปแวะนมัสการศาลเจ้าพ่อขุนด่าน, ชมพระพุทธฉาย หรือเข้าไปดูประวัติศาสตร์ทางทหารที่พิพิธภัณฑ์อาคาร รร.จปร. 100 ปี ที่จัดแสดงผลงานเพื่อเชิดชูเกียรติและวีรกรรมดีเด่นของทหารไทย ให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง อีกที่ ๆ เป็นปราการด่านแรกของผู้มาเยือนนครนายก ก็คงจะเป็นที่นี่ เขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนคอนกรีตบดอัดยาวที่สุดในประเทศไทยและในโลก สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผ่าน้ำตกเหวนรก ลงสู่อ่างเก็บน้ำ เพื่อให้ใช้ในการเกษตรได้ตลอดทั้งปี แก้ปัญหาดินเปรี้ยวและ กลายเป็นแห่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชาวนครนายก ผู้มาเยือนสามารถชมทิวทัศน์ของเขาใหญ่ที่กว้างยาวได้บนสันเขื่อน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์เขื่อนขุนด่านฯ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระบบชลประทาน และถัดไปไม่ไกลเลยจริง ๆ ทุกท่านก็จะพบกับศูนย์การเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง “ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ” ซึ่งห่างออกมาเพียง 500 เมตร เรียกได้ว่าเป็น “อาศรมปัญญา” ของพื้นที่การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในที่ดินส่วนพระองค์อีกแห่ง ด้วยพระราชประสงค์ที่จะให้ทุกคนได้มีชีวิตที่พอเพียง เพื่อการอยู่อย่างยั่งยืนและเพียงพอ ภายในมีอาคารนิทรรศการสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว อาคารประชุม ร้านค้า และ Out Door Theater มีแปลงสาธิตกิจกรรมกลางแจ้ง ในการทำเกษตรกรรมเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ภูมิภาคทั้ง 4 ของไทย อันได้แก่ เหนือ กลาง อีสาน ใต้ ผู้เข้าชมจะได้เห็นถึงการจัดการเรื่องของน้ำ อย่างมีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน เมื่อมีการจัดการน้ำที่ดีการพัฒนาดิน ด้วยวิธีธรรมชาติจึงได้ผลที่ดีตามมา เกิดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและป่าไม้ตามไปด้วย
อิ่มแล้วเราก็มุ่งหน้าตรงไปที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อไปเที่ยวชมศูนย์การแพทย์ไทยสมุนไพร ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เค้ามีทั้งช็อปให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ใช้ทั้งภายใน และภายนอกร่างกาย หรือใครที่ต้องการรับการบำบัดด้วยการนวดต่าง ๆ เค้าก็มีให้บริการอย่างเต็มขั้นตอนเลยทีเดียว ตัวอาคารของโรงพยาบาลเดิมเป็นสถาปัตยกรรม ที่สร้างแบบเรอเนอซองต์ สวยงามและมีคุณค่าทางประวัติศาตร์ โดยในปัจจุบันนี้อาคารหลังนี้ ไม่ได้เปิดให้เป็นที่ทำการโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ได้ปรับปรุงเป็นอาคารนิทรรศการจัดแสดงประวัติของผู้สร้าง คือตัวเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) และเก็บตำราสมุนไพรต่าง ๆ ไว้มากมายด้วย และแล้วก็มาถึงไฮไลท์ของทริปนี้นั่นก็คือ ล่องแก่งน้ำใส ต้องไปแก่งหินเพิง ออกจากโรงแรมแล้วมุ่งตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 33 ที่ไปทางกบินทร์บุรี บริเวณหลัก กม. 201 ให้สังเกตสถานีบริการน้ำมัน และโรงเรียนวัดสระดู่ทางซ้ายมือ มีถนน รพช.สระดู่- สะพานหิน ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งเข้าไปประมาณ 17 กม. ถึงโรงเรียนบ้านหนองแหน เลี้ยวซ้ายไปอีก 7 กม. ก็จะถึง ขญ.9 ย่อมาจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 เจ้าหน้าที่จะให้เราฟังการบรรยาย และฝึกทักษะการพายเรือจนเข้าใจแล้ว ก็ถึงเวลาเดินเท้าเข้าไปยังต้นแก่ง ระยะทางประมาณ 2.5 กม. โดยระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้ศึกษาระบบนิเวศ ความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้ไปตลอดทางด้วย เดินกันพอเลือดฝาดก็มาถึงต้นแก่งคือแก่งหินเพิง ต่อมาเป็นแก่งวังหนามล้อม แก่งวังบอน แก่งลูกเสือ แก่งวังไทร แก่งงูเห่าโดยมีจุดหมายปลายทางที่ ขญ.9 นั่นเอง มีข่าวมาบอกกันล่วงหน้าว่า จะมีการจัดกิจกรรมเปิดตัวเทศกาลล่องแก่งหินเพิง “งานสัปดาห์ล่องแก่งหินเพิง ในวันที่ 8 – 12 กรกฎาคม 2552” นี้ ภายในงานเค้าก็จะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ สร้างสีสันให้ลำน้ำใส อาทิ การแข่งขันเรือยางล่องแก่งหินเพิง แข่งขันชกมวยทะเล ฯลฯ
แก่งหินเพิงแค้มปิ้ง 0-3740-5608, 08-1982-0658 ผจญภัยกับสายน้ำใสกันไปแล้วเราก็ได้ไปศูนย์การเรียนรู้อีกแห่ง ที่แปลกไปจากความคุ้นเคย นั่นก็คือโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ฝึกกระบือ หรือที่เรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า ควาย นั่นเอง เค้าฝึกกระบือและเกษตรกร ให้ใช้ชีวิตที่เกี่ยวข้องกับกระบือเพื่อการเกษตรกรม เกิดจากการดำเนินการของมูลนิธิชัยพัฒนา และความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ กับโครงการในพระราชดำริ (โครงการพัฒนาดอยตุง) เข้ามาถ่ายทอดความรู้ระดับท้องถิ่นสู่ท้องถิ่น เป็นการแลกเปลี่ยนความร ู้และภูมิปัญญาในระดับชาวบ้านด้วยกัน สุดท้ายของทริปก็ยังคงอยู่ในคอนเซปต์ความเขียวฉ่ำของผืนป่า คราวนี้เราบุกไปดูผีเสื้อที่ปางสีดา ได้รับการแต่งตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อปี 2521 และปัจจุบันถูกจัดอันดับเป็นมรดกโลกซึ่งเป็น 1 ใน 4 ของผืนป่าดงพญาเย็น อีกด้วย ที่นี่เค้าเน้นเป็นแนวการท่องเที่ยวเชิงวิทยา คือศึกษาชีวิตของสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ปีก หรือสัตว์สี่เท้า ที่ยังคงดำเนินชีวิตอย่างปกติในธรรมชาติได้เป็นอย่างดี หากใครสนใจที่นี่เค้ามีบ้านพักที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจำนวน 2 หลัง หลังละ 1200 บาท/คืน หรือใครอยากเข้าป่ากางเต้นท์เค้าก็มีพื้นที่บริการ พร้อมคนนำทางอีกด้วย ติดต่อได้ที่ 0-3724-3775 http://www.dnp.go.th บทความล่าสุด
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น