เส้นทางเดินป่าทุ่งโนนสน สะดุดตาน่าสนใจอะไรบ้าง (วันที่2ของทริป)

การมาเที่ยวป่าทุ่งโนนสน (อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง) เราก็ควรที่จะมีโอกาสมาเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ทางอุทยานเขาจัดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสชมความงามธรรมชาติที่อัศจรรย์ไม่น้อย ทั้งดอกไม้และพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ โดยปกติเส้นทางที่เราจะเดินนี้ ทางอุทยานจะไม่อนุญาติให้เดินลำพังโดยที่ไม่มีเจ้าหน้าติดตามไปด้วยนะครับ …มันอันตรายอาจหลงได้ง่าย เส้นทางค่อนข้างรก บางครั้งอาจจะแยกแยะไม่ออกระหว่างทางเดินที่ทำไว้กับทางของสัตว์ป่า ดังนั้นเราออกเดินป่าพร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานฯกันดีกว่าครับ ซึ่งจะได้ความรู้ในแบบฉบับที่หาไม่ได้ง่ายๆด้วย ความรู้จากพื้นที่จริง เห็นจริงอะไรจริง กลางป่าโนนสน 

เส้นทางศึกษาธรรมชาติทุ่งโนนสนนี้ ระยะทางประมาณ 2กิโลครึ่งครับ เราจะเดินกันเป็นวงกลม เริ่มจากแคมป์ที่พักของเรา เดินเรื่อยไปชมลานหิน น้ำตก ดอกไม้ พันธ์ุไม้ต่างๆ  ป่าสน แล้วไปหยุดพักกินข้าวเที่ยงกันที่น้ำตกกุหลาบแดง แล้วค่อยเดินกลับที่พัก เป็นจบเส้นทาง 



หลายคนวางแผนอาบน้ำไว้เลย มาเล่นน้ำอาบน้ำที่น้ำตกกุหลาบแดง แล้วค่อยกลับที่พัก ผมจึงต้องเตรียมเสื้อผ้าสำหรับเล่นน้ำ ผ้าเช็ดตัวติดไปด้วย ส่วนเรื่องน้ำ ให้ทุกคนนำติดตัวไป ถ้าใครดื่มน้ำน้อย ระหว่างไปเดินนี้เตรียมไปซักขวดเดียวน่าจะพอ หากใครดื่มน้ำมากก็คนละ 2 ขวด ส่วนอาหารนั้น ทางลูกหาบของเราจะนำไปเตรียมไว้ให้ที่น้ำตก ทำอาหารเตรียมกันไว้แต่เช้า แล้วเดี๋ยวลูกหาบจะเดินไปอีกทางเอาอาหารไปส่งให้ 

วันนี้จึงค่อนข้างชิลๆล่ะครับ มีประเป๋าแบบ daypack สักใบ ใส่น้ำใส่เสื้อผ้าไปเล่นน้ำ ครีมกันแดด หมวก สวมเสื้อแขนยาวกันกิ่งไม้ต้นไม้เกี่ยวเอา แล้วก็ควรใส่ขายาวด้วยไม่งั้นหนามเกี่ยวเป็นแผลแน่ ทางเดินเส้นนี้จะไม่ได้ลำบากแบบเดินขึ้นเขาครับ เดินสบายๆ พกกล้องเดินถ่ายรูปได้สบายๆ

เราเริ่มต้นการเดินป่ากันที่ 9โมงเช้า นำโดยพี่มะขามป้อม เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พาไปชมดอกไม้ที่ลานหิน และป่าทุ่งโนนสน กันก่อน แล้วจะเดินลัดเลาะจากทิศตะวันตกมายังทางตะวันออกของทุ่งโนนสน คงใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง


ภาพ: เริ่มต้นเดินป่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ที่ลานหินเราจะพบดอกไม้ป่า สวยงามหลายชนิดครับ เราเลยถ่ายภาพความสวยงามของเหล่าดอกไม้ลานหินที่ป่าโนนสนมาฝากกันด้วย มีทั้ง หม้อข้าวหม้อแกงลิง, หยาดน้ำค้าง, ดุสิตา, เอื้องม้าวิ่ง, หญ้ารากหอม, สรัสจันทร, ผักบุ้งดอย, ข้าวตอกฤษี 



ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 058 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 062 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 086
พี่มะขามป้อม เจ้าหน้าฯ พาชมดอกไม้ป่าบนลานหิน

บริเวณที่พี่ป้อมพาเราไปดูข้าวตอกฤษี นั้นเป็นเส้นทาง ที่เราเดินมาเมื่อวานนี้ครับคงจำกันได้ตอนเนินขึ้นเขา ป่าสนภาพแรกที่เราเห็นก็บริเวณนี้แหละครับ ตอนนี้กลับมาถ่ายรูปกันให้เต็มที่หลังจากที่เมื่อวานเหนื่อยตอนเดินขึ้นไม่ทันได้สังเกตุดูอะไรมาก  

บริเวณนี้เรียกว่า "น้ำตกปางหวาย" สังเกตุว่าเป็นหินทรายที่ถูกน้ำกัดเซาะเป็นร่องอย่างเนียนเลยครับ เหมือนหินมันหลอมละลายเป็นพื้นเดียวกัน เซาะล่องหินกลายเป็นน้ำตก แปลกตามากๆ ตรงจุดนี้อยู่ห่างจากที่พักของเราไม่ไกลมากครับ แค่ 500 เมตรเห็นจะได้ ลูกหาบจะมาเอาน้ำบริเวณนี้แหละครับไปต้มกิน ทำกับข้าว แล้วมาอาบน้ำที่จุดนี้ ที่ใต้น้ำตก

ภาพ: นี้แหละครับ น้ำตกปางหวาย 


ภาพ : เรามาดูข้าวตอกฤษีกัน บริเวณน้ำตกปางหวาย
ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 078 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 076 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 070

เราเดินลุยกันต่อ ก็ได้รู้จากเจ้าหน้าที่อีกว่า ต้นหญ้าที่เราเห็นขึ้นสูงๆเนี่ย เรียกว่า "แซ่ม้าฮ่อ" มันเกี่ยวเอาซะผมได้แผลเลย สำหรับใครที่มีแขนยาวติดมาด้วยนะครับไม่งั้นอาจจะโดนแซ้ม้าฮ่อเกี่ยวเอาแบบผม แสบเหมือนโดนแซ่ ต้นหญ้ามันขึ้นสูงระดับเอวเลยล่ะครับ 


ภาพ: ตะลุยทุ่งหญ้าป่าสน ที่เต็มไปด้วย "แซ่ม้าฮ่อ"

ป่าสนที่เราเห็นในทุ่งโนนสนนี้เป็นสนสองใบ ซึ่งเป็นสนที่ขึ้นในที่ต่ำกว่าสนสามใบ อย่างภูกระดึงจะเป็นสนสามใบซะส่วนใหญ่ ให้สังเกตุดูที่ใบ ใบจะแยกออกเป็นแฉกนับดูว่า สองหรือสามใบ ถ้าไม่สามารถเก็บใบมาดูได้ ให้ดูที่เปลือกต้นสนก็ได้ครับ ต้นสนสองใบ จะมีลักษณะเปลือกที่เป็นล่องลึก แต่สนสามใบผิวเปลือกจะเรียบๆ 


ป่าสนสองใบ

ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 103 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 105 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 104
เจ้าหน้าที่อุทยานฯ หยิบเอาฝอยลมมาให้ดู ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ...จากกิ่งไม้ที่หักลงมาเราก็ไม่ต้องแหงนหน้ามองสูงๆ 555


เจอต้นเสม็ดแดงครับ มายังไงนี้มันภูเขาไม่ใช่ทะเลนะ


ผ่านเข้าดงเฟิร์นครับ

เดินป่ามาสักพักเราก็มาพบกับต้นเสม็ดแดงด้วยนะครับ มีอยู่เยอะเลยครับ ทางเจ้าหน้าที่บอกกับพวกเราว่า เจ้าเสม็ดแดงนี้เป็นต้นไม้ทะเล ที่แปลกมาคือมาขึ้นอยู่บนป่าสนที่สูงแบบนี้ ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเพราะว่าพื้นที่แทบนี้อาจจะเคยเป็นทะเลมาก่อน 

จากนั้นเราก็เดินผ่านดงต้นเฟิร์น ที่เรียกว่ากู๊ดเกี๊ย เข้าสู่ป่าอีกแบบหนึ่งที่ไม่ใช่ป่าสนแล้ว ทางค่อนข้างรกครับ มากับเจ้าหน้าที่ดีที่สุด เดินมาได้สักพักเราก็จะมาถึงจุด ที่น่าสนใจมากจุดหนึ่งของการเดินทาง ขนาดที่เหนื่อยแค่ไหนก็อยากถ่ายภาพนี้กันเลยล่ะครับ ธรรมชาติดูลึกลับ เจ้าหน้าที่อุทยานเรียกมันว่า "กำแพงเมือง" เป็นบริเวณที่เหมือนเราเดินอยู่ในช่องแคบ ซึ่งมีก้อนหินขนาดใหญ่ล้อมไว้ทุกด้าน มีมอส เฟิร์นขึ้นเต็มดูลึกลับอลังการมาก แทบทุกคนจะชอบถ่ายรูปที่จุดนี้ 


เดินป่ากันต่อ 


เจอกำแพงเมืองแล้วครับ จุดนี้ทุกคนชอบมาก


รากไม้ขึ้นห่อก้อนหินเลยล่ะครับ


มอส เฟิร์นขึ้นกันเต็มเขียวไปหมดที่ กำแพงเมือง


คนนี้แหละครับ พี่ป้อม เจ้าหน้าที่อุทยานที่พาเราเดินป่าวันนี้


ลอดช่องแคบ


แล้วเราก็เจอ สิงโต... สิงโตรวงข้าว กล้วยไม้ป่า ...สีเหลืองๆเป็นช่อนั้นแหละครับ จุดนี้มือสั่นมาก มันอยู่สูงด้วยภาพเลยไม่ค่อยชัด


ชัดขึ้นมั๊ย สิงโตรวงข้าว

ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 123 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 125 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 126
เดินทางกันต่อ

จากจุดนี้เราจะได้พบกับสิงโตด้วยนะครับ ใครว่าบ้านเราไม่มีสิงโต …ฮิฮิ …แต่เป็นกล้วยไม้ป่านะครับ หาชมยากมาก "สิงโตรวงข้าว" หลังจากที่เมื่อเช้ามีคนถามถึงสิงโตในที่สุดเราก็เจอมันแล้ว

บริเวณนี้ยังมีกล้วยป่าสวยๆอีกหลายชนิด ที่ขึ้นเกาะเกี่ยวอยู่ตามก้อนหิน อย่าง"เอื้องน้ำต้น" ที่มีสีสันสดใสหลากหลายสวยงามชูช่อดอกให้เราชมตัดกับสีเขียวของมอสบนก้อนหินแล้วสวยจริงๆ 

ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 130 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 129 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 128
ภาพ : เอื้องน้ำต้น

กล้วยไม้หายากไม่ได้มีสิงโตรวงข้าวเท่านั้น วันนี้เรายังได้เจอกับ "สิงโตกรอกตา" อีกด้วยที่เจ้าหน้าที่บอกว่า ทั้งทุ่งแสลงหลวง รวมกับอีก3จังหวัดแทบนี้ พบที่โนนสนเท่านั้น …ว้าวๆ หายากจริงๆแต่เราก้ได้เห็นมันแล้ว 


สิงโตกรอกตา กล้วยไม้หายากสุดๆ


เดินทางกันต่อ

เดินไปถ่ายรูปไปจนเพลินครับ เพราะมากันเป็นกลุ่มใหญ่ เกือบหลงทางซะแล้ว ไปเจอทางแยกที่ไอ้เราก็แยกไม่ออกว่าจะไปทางไหนดี ก็เลือกเอาทางที่เหมือนจะมีคนเดินเยอะสุดแต่ก็รกพอกัน สุดท้ายก็ถูกทาง เกือบไปแล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่า เราเกือบจะไปทางช้างผ่านเข้าให้แล้ว ไม่งั้นหลงยาวแน่ …นี้ก็เพราะเดินช้ามัวแต่ถ่ายรูปเพลินลืมมองคนข้างหน้าว่าเขาไปทางไหน …ไว้เป็นบทเรียน แต่ในที่สุดเราก็มาเจอทุกคนที่ น้ำตกกุหลาบแดง ดีใจมาก รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเล่นน้ำเลย มาเหนื่อยๆเจอน้ำเย็นๆสุดยอด เที่ยงพอดีครับเดินมาถึงลำธารที่น้ำตก ขอเล่นน้ำก่อนค่อยกินข้าว 


ถึงแล้วน้ำตกกุหลาบแดง

ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 165 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 164 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่2 ภาพที่ 167

บริเวณนี้ มีความงามที่น่าอัศจรรย์ก็ตรงที่ลานหิน ที่น้ำตกแห่งนี้ มีหลุมที่มีลักษณะเหมือนบ่อธรรมชาติ ขนาดพอดีตัว เหมาะสำหรับนอนแช่น้ำเป็นอย่างมาก ทำเอาถูกอกถูกใจผู้ร่วมทริปทุกคน เล่นน้ำกันเพลิน บางคนก็ถือโอกาสอาบน้ำเลยหลังจาที่เมื่อวานไม่ได้อาบ ผมก็คนหนึ่งล่ะ เพราะเมื่อวานเช็ดตัวเอา วันนี้เลยจัดเต็มที่น้ำตก แต่ขอบอกว่า น้ำเย็นมากแต่แดดก็ร้อนมากเช่นกันหลังแทบไหม้ ต้องพลิกตัวบ่อยๆนะ มาเล่นน้ำที่ที่จะได้ไหม้ทั่วถึง...ไม่ใช่ เย็นทั่วถึง  แต่ถ้ามาช่วงแดดร่มๆ ละก็ เย็นสบายสุดๆ


เล่นน้ำในบ่อส่วนตัวมาก พอดีตัวเลยอ่ะ


บ่อใครบ่อมัน


สปามาก นี้คงจะบ่อสระผม

จากนั้นเราก็กินข้าวเที่ยวพร้อมกันที่จุดนี้เลย ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้าย ใครอยากจะเดินกลับที่พักก่อนก็กลับได้เลย บางคนก็จะอยู่เล่นน้ำต่อ บ่ายนี้ ไม่ไปไหนแล้วครับ เดี๋ยวถึงที่พักเราก็จะพักผ่อนตามสบาย เตรียมทำข้าวเย็น ฉลองเดินป่าประสบความสำเร็จ ….


เดินกลับแคมป์ชุดนี้เลย จะได้แห้งไว พร้อมกับป้องกันพวกหญ้าที่จะบาดตามตัวได้ด้วย สำหรับผู้ชายแนะนำผ้าขาวม้านะ


เจอหม้อไหม้เพราะไฟป่า (หม้อข้าวหม้อแกงลิง)


ธรรมชาติป่าสนกลางทางระหว่างเดินกลับ

บ่ายโมงกว่าๆเราก็เดินถึงแคมป์ที่พักแล้วครับ รวมระยะทางที่เดิน แทบไม่อยากเชื่อว่า 2กิโลครึ่ง มันไกลมากเลยนะ แล้วก็ใช้เวลาไปทั้งหมด 9.00-13.00 น. (รวมพัก รวมกินข้าว เล่นน้ำด้วย) 4ชั่วโมงเลยนะเนี่ย

พักแล้ว …เดี๋ยวมาเล่าต่อว่า อยู่บนโนนสนทำกิจกรรมอะไรกันดี 

(ข้อมูลเพิ่มเติมจุดสะดุดตา ที่เราอยากแนะนำ) ลองอ่านเรื่อง 5 จุดสำคัญอัศจรรย์ธรรมชาติทุ่งโนนสน คลิ๊กที่นี่

เที่ยวทุ่งโนนสน สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (สำนักงาน) โทร. 0 5526 8019
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก โทร. 0 5525 2742-3, 0 5525 9907
ชมรมท่องเที่ยวทุ่งโนนสน โทร. 089 856 4491
ผู้ใหญ่แดง (ประธานชมรม) โทร. 086 210 3315 

จังหวัด: 
ประเภทข้อมูล: