เที่ยวโตเกียว(Tokyo) - โอกะยะมะ(Okayama) ตอนที่2 สวนฮับโปเอน โตเกียวสกายทรี

ต่อจากตอนที่แล้ว ซึ่งผมเพิ่งเดินทางมาถึงโตเกียวนอนหลับพัก ปรับตัวปรับเวลาให้หายเหนื่อย วันนี้จะเริ่มต้นเที่ยวโตเกียวกันแบบจริงจังละครับ เที่ยวกันด้วยการใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก ไปเที่ยวสวนฮับโปเอน(Happo-En) สวนที่แห่งความรักที่คู่รักมาแต่งงานกันที่นี่ปีละ2,000 คู่เลยทีเดียว แล้วก็จะพาทุกคนไปชมความอลังการของมหานครโตเกียว ด้วยการขึ้นไปชมวิวบน Tokyo Skytree ซึ่งเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโลก 



ตื่นเช้ากันสักหน่อยครับกับการเที่ยวโตเกียววันแรกของผม ได้ยินมาว่าห้องอาหารของโรงแรมเราจะได้มองเห็นวิวสวยๆของโตเกียว มองเห็น Tokyo Tower ได้ชัดเจนสวยงาม ถ้าตื่นสายเดี๋ยวไม่ได้วิวแจ่มๆ เพราะการกินอาหารเช้าในโรงแรมญี่ปุ่น มักจะมีพนักงานพาไปนั่งโต๊ะที่ว่าง ถ้าโต๊ะที่มีวิวสวยๆเต็มเราคงไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ชมกัน 


ภาพ : ห้องอาหารเช้าที่โรงแรม Royal Park Hotel, The Shiodome


ภาพ : วิวมองจากล๊อบบี้โรงแรม

แต่พนักงานโรงแรมที่นี่เขาน่ารักมากครับ เขาจะพยามยามเลือกโต๊ะที่ดีที่สุด วิวสวยที่สุดให้แขกที่มาพักก่อนเสมอ(มาก่อนได้ก่อน) ถ้าโต๊ะที่มีวิวสวยๆว่างเขาจะพาเราไปนั่งทันที แต่ถ้าไม่ เราก็จะได้โต๊ะที่อาจจะไม่เห็นวิว ส่วนที่นั่งทางโรงแรมก็จัดที่นั่งให้แบบหันหน้าเห็นวิวเสมอ ผมพักที่นี่3คืน (รวมวันสุดท้ายของทริปด้วย) เห็นการทำงานของพนักงานที่น่ารักมากในจุดนี้ และแน่นอนว่ามาเช้าหน่อยคนไม่เยอะมาก เราก็มีตัวเลือกที่นั่งมากกว่า สรุปผมได้ที่นั่งวิวริมหน้าต่างอยู่2ครั้ง ใน3ครั้ง ได้เห็นวิวโตเกียวทาวเวอร์1ครั้ง อีกครั้งเป็นวิวที่มองเห็นเส้นทางรถไฟ ก็สวยไปอีกแบบ 


ภาพ : อาหารเช้าที่ผมรับประทานในห้องอาหารโรงแรม


ภาพ : บรรยากาศภายใน ห้องอาหารของโรงแรมRoyal Park Hotel, The Shiodome




ภาพ : สถานีรถไฟโมโนเรล

การวางแผนการท่องเที่ยวโตเกียว ถ้าเพื่อนๆไม่ได้เตรียมข้อมูลหรือสถานที่ที่อยากไปมาตั้งแต่ต้นละก็ แนะนำว่า ที่ล๊อบบี้โรงแรมแทบทุกแห่งครับ จะมีโบชัวร์ท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นวางไว้ให้ และมีภาษาไทยด้วยนะ ทั้งแบบที่เป็นแผนที่โตเกียว ฉบับที่ให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว คู่มือเส้นทางรถไฟใต้ดินในโตเกียว ก็มีลองแวะไปหยิบมาศึกษาดูได้ 


ภาพ : โบชัวร์เที่ยวญี่ปุ่น มีเวอร์ชั่นภาษาไทยด้วย

การเดินทางเช้านี้ก็ใช้บริการรถไฟใต้ดินของโตเกียวนี้ละครับ สะดวกและประหยัดเวลาดี จริงๆเส้นทางรถไฟในโตเกียวมีจำนวนมาก ทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟJR รถไฟโมโนเรล ซึ่งดูแผนที่บางครั้งเวียนหัวกันได้เลย ถามเพื่อนชาวญี่ปุ่นบอกว่า บางที่พวกเขาก็งง จำไม่ได้ก็มี บางคนใช้เส้นทางประจำบางครั้งจะไปที่อื่นก็ไม่รู้ได้เหมือนกัน ไม่ใช่เป็นคนโตเกียวแล้วจะจำได้ทุกเส้นทาง มันเยอะมาก แต่วิธีง่ายๆเลยสำหรับการค้นหาเส้นทางรถไฟที่เร็วที่สุด เราใช้ Google map นี้ละครับ จากตำแหน่งที่เราอยู่ ค้นไปที่ ที่เราจะไป เลือกการเดินทางด้วยรถไฟ เราก็จะได้เห็นละ ว่าไปยังไง มีรถไฟกี่สายที่เราจะไปได้ ขึ้นที่สถานีไหน ลองดูนะครับสำหรับมือใหม่เที่ยวญี่ปุ่นน่าจะช่วยได้ 




ภาพ : นั่งรถไฟใต้ดินญี่ปุ่น


ภาพ : จาก สถานี Shimbashi ใกล้ที่พักของเรา มาลงสถานี Shirokanedai 

ส่วนวันนี้เราจะไปเที่ยวกันที่สวนญี่ปุ่นแห่งหนึ่งกลางกรุงโตเกียว จัดได้ว่าเป็นสวนเก่าแก่และสวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น สวนแห่งนี้ชื่อว่า ฮับโปเอน(Happo-En) ซึ่งมีอายุเก่าแก่ประมาณ 400ปีครับ สร้างขึ้นโดยโชกุนในยุคสมัยนั้น ปัจจุบันเป็นสวนเอกชน แต่เจ้าของเปิดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชมได้ฟรี ภายในสวนจัดได้ว่าดูแลอย่างดี เป็นสวนญี่ปุ่นที่สวยงามมาก มีอาคารรีสอร์ท สำหรับการจัดงานเลี้ยง งานรับรอง ประชุมสัมนา ได้สูงสุดกว่า 3,000 คน มีคู่แต่งงานชาวญี่ปุ่นมาใช้บริการกว่า2,000 คู่ต่อปี 


ภาพ : เดินข้ามถนนไปสวน Happo-En


ภาพ : ประตูทางเข้า Happo-En


ภาพ : ล๊อบบี้ของ Happo-En


ภาพ : โบชัวร์และแผนผังของ happo-en

ความน่าสนใจในสวน ฮับโปเอน นั้นเรายังได้เห็นความเก่าแก่ของหลายสิ่งในสวนแห่งนี้ด้วยครับ มีบอนไซที่อายุเก่าแก่สุดคือ 520ปี และบอนไซเก่าแก่อีกกว่า30สายพันธุ์ ชอบต้นไม้ห้ามพลาด ยังมีอาคารสถาปัตยกรรมบ้านญี่ปุ่นโบราณ ที่ยกมาจากเมืองโยโกฮามะอีกด้วย บรรยากาศในสวนจัดได้ร่มรื่นมาก มีสระน้ำใหญ่ เลี้ยงปลาคาร์ฟฝูงใหญ่ มีน้ำตกจำลองด้วยนะ 


ภาพ : ประตูทางเข้าสวนที่อายุมากกว่า 60ปีแล้ว


ภาพ : เสาหินนี้ใช้บอกทิศ ประดับในสวน Happo-En เป็นของเก่าแก่ ได้มาจากอินโดนีเซีย


ภาพ : บอนไซอายุหลายร้อยปีทั้งนั้น


ภาพ : บอนไซต้นนี้อาุเก่าแก่ที่สุด อายุ 520ปี


ภาพ : ป้ายบอกชื่อบอนไซ อายุ520ปี


ภาพ : บรรยากาศร่มรื่นภายในสวน Happo-En


ภาพ : มีสระน้ำใหญ่กลางสวน เลี้ยงปลาคารืฟไว้ด้วย

เราพักเที่ยงกินอาหารเที่ยงกันที่สวนแห่งนี้เลย เพราะด้านในมีร้านอาหารระดับภัตตาคารอยู่ภายในด้วย เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น 


ภาพ : มากินอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารใน Happo-En



นั่งรถไฟไปเที่ยวกันต่อครับ หลังจากอาหารเที่ยงแล้ว ไปขึ้นชมวิวเมืองโตเกียวกันดีกว่า ที่ Tokyo Skytree หอคอยที่จัดว่าสูงที่สุดในโลกด้วยความสูง 634 เมตร ที่นี่เปิดให้บริการตั้งแต่ 8ดมงเช้าถึง4ทุ่ม ใครชอบวิวสวยๆห้ามพลาด วิวตอนเย็นยิ่งสวยนะ 





ภาพ : ทางรถไฟใต้ดินที่สถานี Tokyo Skytree

จุดซื้อตั๋วอยู่ที่ชั้น4ของตัวตึกครับ ราคาตั๋วจะมี2แบบ คือชนิดที่เป็น Single ticket และ Combo ticket ต่างกันยังไง ต่างกันที่ชั้นความสูงที่จะขึ้นได้ครับ จุดชมวิวบน Tokyo Skytree จะแบ่งเป็นสองช่วง ขึ้นลิฟฟ์ไปจุดแรก จะเป็นชั้นความสูง 350เมตร และชั้นยังมีชั้นที่สูงกว่านั้นอีกหนึ่งชั้นคือที่ความสูง 450เมตร ถ้าอยากเที่ยวทั้งสองชั้นก็ต้องซื้อตั๋วแบบ Combo ครับ ราคาอยู่ที่ 4,000 เยน ส่วนSingle ticket จะขึ้นได้แค่ชั้นความสูง 350เมตร ราคาอยู่ที่ 3,000 เยน ..ผมจะพาขึ้นไปเที่ยวทั้ง2ชั้นเลยครับ 


ภาพ : ช่องซื้อตั๋วขึ้นอยู่ที่ชั้น4


ภาพ : มุมถ่ายรูปด้านล่าง


ภาพ : ตั๋วขึ้น Tokyo Skytree

ลิฟฟ์ที่ใช้ขึ้นไปบน Tokyo Skytree เป็นลิฟฟ์ขนาดใหญ่ครับ ถ้านับไม่ผิดมี4ตัวขึ้นพร้อมกันเลย ความเร็วของลิฟฟ์นี้น่าสนใจมากครับ ลองมองไปที่จอมอนิเตอร์ จะเห็นความเร็วในการขึ้นลิฟฟ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆใช้เวลาไม่ถึงนาทีเท่านั้นเราก็มาถึงความสูง350เมตรกันแล้ว ความเร็วที่ใช้อยู่ที่ 600เมตร/นาที ขึ้นได้นุ่มนวลเอามากๆ 

ที่ชั้น 350 จะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ มองเห็นวิวโดยรอบได้ มีบริการถ่ายภาพที่ระลึกด้วย ถึงแม้ว่าวิวจุดนี้จะสวยพอที่จะมองโตเกียวได้ทั่วเมือง แต่ขอบอกว่า ความน่าสนใจสวนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 450 ซึ่งมีอะไรให้ทำเยอะกว่ามากครับ ไปกันต่อเลยดีกว่าครับ จากชั้นนี้เราจะต้องขึ้นลิฟฟ์กันต่ออีกถอดหนึ่ง ซึ่งจากจุดนี้จะเป็นลิฟฟ์แก้วที่เราจะได้เห็นวิวระหว่างลิฟฟ์ขึ้นด้วย เตรียมกล้องให้ดีละ 




ภาพ : มองเห็นโตเกียวทาวเวอร์

แว๊ปเดียวเราก็ขึ้นมาถึงชั้น450 กันแล้ว วันที่ไปเที่ยวเขากำลังมีจัดนิทรรศการ เกี่ยวกับอุลต้าแมนพอดีเลย ได้ยินว่าเป็นนิทรรศการหมุนเวียน จะมีนิทรรศการน่าสนใจมาจัดกันเรื่อยๆบนโจเกียวสกายทรีแห่งนี้ สำหรับชั้น450นี้ จะเป็นพื้นที่แบบสโลปเอียงเล็กน้อย จุดที่ลิฟฟ์ขึ้นมากับจุดปลายอีกด้านจะไม่บรรจบกัน เมื่อเราเดินวนไปรอบๆแต่มันจะเอียงสูงขึ้นเรื่อยๆไปจนถึงจุดที่สูงสุด 


ภาพ : ชั้น450เมตร จะเห็นว่าทางไม่ได้วนรอบแล้วบรรจบกัน


ภาพ : ทางเดินเป็นสโลปขึ้น


ภาพ : มองเห็นวัดอาซากุสะ


ภาพ : เห็นสะพานเยอะเลยครับบนแม่น้ำ









ด้านบนยังมีร้านกาแฟวิวสวยให้นั่งชิลล์กันได้อีก มีมุมที่เป็นพื้นกระจกใสมองลงไปเห็นความสูงให้เสียวกันเล่นๆด้วย เป็นที่ถูกใจทุกคนจริงๆ และยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับอุลตร้าแมนที่ทำได้น่าสนใจทีเดียวครับ เห็นเป็นหอคอยชมวิวแบบนี้ เขามีกิจกรรมให้ทำกันบนนี้เยอะเลยครับ ถ้าให้ผมอยู่บนนี้ทั้งวันผมว่าผมก็อยู่ได้แบบไม่เบื่อเลยละครับ 

คลิปวีดีโอ
Tokyo Okayama EP2

ติดตามการเดินทางในทริป โตเกียว-โอกะยะมะ ได้ที่ 
หน้าพิเศษ http://www.sadoodta.com/tokyo_okayama


แผนที่ Google map: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,