เที่ยวโคราชแดนธรณีล้านปี เราไปเจออะไรในก้อนหิน จากทะเลโบราณสู่อาณาจักรหินทราย

ทริปการเดินทางครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งทริปที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวโคราชของเรามีความหมายมากกว่าเดิม ด้วยการเดินทางร่วมกับนักธรณีวิทยา ที่จะพาเราไปค้นพบ พิสูจน์ หลักฐาน ร่องรอย บนก้อนหิน ...เรียกได้ว่าเป็นนักสืบกันเลยละครับทริปนี้ แล้วก้อนหินจะบอกอะไรกับเราได้บ้าง โคราช หรือ จังหวัดนครราชสีมานั้นมีอะไรน่าสนใจซ่อนอยู่ ไปทึ่งกับการค้นพบครั้งนี้ด้วยกันครับ ในแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาหลากหลายแห่งในโคราช อีสานบ้านเรานี้เอง 



การเดินทางครั้งนี้ท่องเที่ยวสะดุดตาได้รับคำเชิญจากทาง กรมทรัพยากรธรณี เดินทางไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่สำคัญของไทย ในจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดที่ไทยเรามีแหล่งอนุรักษ์สำคัญที่ขึ้นทะเบียนไว้ระดับโลกถึง 2แห่งกับ ยูเนสโก (Unesco) นั้นคือ มรดกโลกป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ และอีกแห่งคือ พื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสะแกราช และมีความหวังว่า จะมีแหล่งที่3 ได้ขึ้นทะเบียนก็คือ อุทยานธรณีวิทยาโคราช ซึ่งจุดต่างๆสำคัญๆทางธรณีวิทยาในพื้นที่ เราจะได้เดินทางไปเยี่ยมชมในทริปนี้ แต่ก็จะแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ เพราะลักษณะทางธรณีที่สำคัญของโคราชนั้นมีด้วยกันกว่า 22 แห่ง และถ้าอุทยานธรณีวิทยาโคราชได้ขึ้นทะเบียนสำเร็จ เราจะกลายเป็น The  Unesco Triple Crown เป็น3มงกุฏแห่งยูเนสโก ซึ่งบนโลกนี้มีเพียง ที่ ซาเลอโน ประเทศอิตาลี และ เกาเชจู ประเทศเกาหลีใต้ เท่านั้น ...เห็นความฝันอันยิ่งใหญ่นี้แล้ว เริ่มอยากจะเห็นของจริงซะแล้ว ว่า อุทยานธรณีวิทยาโคราชจะมีอะไรให้สะดุดตากันบ้าง 

เพิ่มเติมอีกนิดนึงครับ สำหรับเรื่องเกี่ยวกับอุทยานธรณีวิทยา หลายคนอาจจะมองภาพเหมือนอุทยานแห่งชาติ ที่มีพื้นที่ขอบเขตชัดเจน แต่ต่างกันครับ อุทยานธรณีวิทยานั้นจะไม่มีการกำหนดของเขตแน่นอน แต่ใช้ลักษณะพื้นที่ ที่มีความโดดเด่นทางธรณีวิทยารวมถึงคุณค่าทางโบราณคดี มากำหนดพื้นที่ร่วมกับท้องถิ่นในการอนุรักษ์ ซึ่งอาณาเขตนั้นมองกันในแผนที่จริงๆก็ใหญ่มากเกือบทั้งจังหวัด คลอบคลุมพื้นที่5อำเภอ ได้แก่ อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ อ.เมืองนครราชสีมา อ.เฉลิมพระเกียรติ

ไปดูแหล่งท่องเที่ยวจุดแรกกันครับ เห็นแล้วอึ้งไปเลยว่า เราค้นพบมันได้ไม่ยากจริงๆ ...เราตรงกันไปที่ บ้านซับพริก วัดหัวโกรก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ณ จุดนี้เราได้พบซากฟอสซิลปะการังและสัตว์ทะเลยุคเริ่มแรกเมื่อประมาณ 300ล้านปีที่แล้ว ฟอสซิลเหล่านี้ทับถมกันเป็นชั้นตะกอนใต้ทะเลจนกลายเป็นหินปูน เมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวแผ่นดินที่เคยอยู่ใต้ทะเลก็ถูกดันยกตัวขึ้นมาเราจึงได้เห็นสิ่งเหล่านี้ในก้อนหิน 


ภาพ : หินก้อนนี้แหละ ทีมีซากฟอสซิลเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า ที่วัดหัวโกรก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี 


ภาพ : จากภาพเราจะเห็นลักษณะเหมือนหอยลำตัวยาว นั้นคือซากฟอสซิลสัตว์ทะเลโบราณ อายุราว 300ล้านปี 


ภาพ : จุดนี้ต้องปีนขึ้นไปชม


ภาพ : จะเห็นภาพนี้ คือหอยลักษณะคดเป็นวง อันนี้ตัวใหญ่เลยครับเห็นชัดมาก 

นี้ถ้าผมเดินเข้ามาเฉยๆไม่ได้สังเกตุก็คงไม่มีวันได้เห้นสิ่เหล่านี้แน่ เพราะมีก้อนหินหลายก้อนกระจายตัวอยู่ในวัด แต่เมื่อสังเกตุดีๆ เราจึงได้เห็น ว่ามีซากปะการังโบราณอยู่จริงๆ ดูด้วยตาเปล่าก็รู้ได้เลยละครับ มันชัดมาก 

จุดที่สองที่เราไปตามรอยกัน ร่องรอยของทะเลโบราณในโคราชนั้นเอง ที่วัดรัตนญาณสังวร อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ซึ่งอยู่ห่างกันออกไปไม่ไกลนัก ประมาณสัก 15 นาที เราก็ได้มาเจอกับก้อนหินหลายก้อนที่เต็มไปด้วยซากปะการัง และหอยโบราณ เต็มไปหมดเลยครับ ไม่สังเกตุคงนึกว่าเป็นลวดลายของหินซะอีก พอดูใกล้ๆสังเกตุจริงๆ มันใช่จริงๆด้วยหอยชัดๆ เหมือนมาก อยู่ในชั้นหินเนื้อหินเต็มไปหมด หินเหล่านี้เลยบ่งบอกได้ว่าพื้นที่บริเวณน้เคเป้นทะเลมาก่อน 


ภาพ : หินบริเวณนี้เป็นลักษณะหินปูน มีซากปะการังโบราณอยู่ชัดเจนมาก


ภาพ : ที่นิ้วชี้ให้ดู ถ้าเดินผ่านเฉยๆคงไม่รู้ 


ภาพ : ร่องรอยของหอยโบราณ


ภาพ : มาที่วัดรัตนญาณสังวร ก็มีก้อนหินที่มีซากปะการังโบราณที่ชัดเจนมาก  


ภาพ : เห็นหอยในก้อนหินมั๊ย


ภาพ : เปิดตำรากันเลย ส่องกันสนุกสนาน


ภาพ : นี้ละครับซากปะการังโบราณ ถ้านำมาส่องกล้องดูจะเห็นภาพตัดลักษณะชัดเจนของปะการัง เหมือนในปัจจุบันมาก 

จากนั้นเราแวะไปดูปราสาทหินทราย กันนิดนึง ที่ปราสาทหินพนมวัน อ.เมืองนครราชสีมา เป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นจากหินทราย และเป็นปราสาทหินทรายที่ใหญ่เป็นอันดับ5ของประเทศไทย สร้างในศตวรรษที่15 หินทรายที่นำมาสร้างนี้ มีความสำคัญทางธรณีวิทยาเช่นกัน เพราะมันคือ หินที่เกิดจากทรายในยุคโบราณในสมัยที่เคยเป็นทะเลมาก่อนนั้นเอง หินทรายเลห่านี้จึงมีอายุยาวนานกว่า 210-66.5 ล้านปีเลยทีเดียว ร่วมยุคกับเหล่าไดโนเสาร์ และเดี๋ยวเราจะมีโอกาสได้ไปดูแหล่งตัดหินทรายที่นำมาสร้างปราสาทที่โคราชนี้ด้วยครับ ในวันถัดไป 


ภาพ : ปราสาทพนมวัน


ภาพ : มาดูหินทรายที่นำมาสร้างปราสาท และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปในตัว 


ภาพ : หินทรายที่สร้างปราสาทมาจากแหล่งตัดหินในโคราชนี้เอง

จากนั้นเราก็ตรงไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีฯ อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งรวบรวมเรื่องราวน่าสนใจทางธรณีวิทยาในจังหวัดโคราชไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ไม้กลายเป็นหินที่พบได้ทั่วไปในโคราช 5อำเภอ คือ .สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ อ.เมืองนครราชสีมา อ.เฉลิมพระเกียรติ ซากไดโนเสาร์ที่ขุดค้นพบได้มากใน เขตอำเภอเมืองนครราชสีมา ค้นพบซากช้างโบราณในเขตเมืองและ อ.เฉลิมพระเกียรติ  



ที่น่าทึ่งคือ เมื่อก่อนผมเองคิดว่าที่ พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินโคราช มีแค่ไม้กลายเป็นหิน แต่ไม่ใช่เลยครับ มันน่าสนใจกว่านั้นมาก และน่าทึ่งมากเมื่อได้เห็น พิพิธภัณฑ์ช้างดึกกดำบรรพ์ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ มันใหญ่มาก และหลายชิ้นไม่สามารถหาชมได้ที่อื่นที่นี่ทีเดียว ได้รู้ว่าโคราชเราค้นพบช้างโบราณ ที่อายุหลายล้านปีก่อนมากถึง 10สายพันธุ์ ซึ่งเป็นแหล่งค้นพบช้างดึกดำบรรพ์ที่เจอช้างโบราณมากที่สุดในโลก 10สกุลด้วยกัน รองลงมาก็เอธิโอเปียที่ค้นพบ8สายพันธุ์ และ7สายพันธุ์ในประเทศจีน ประเทศเราเคยมีช้างสี่งา เพิ่งเคยเห็นนี้ละครับ เขาจำลองขนาดจริงและลักษณะจริงให้ชมกันในพิพิธภัณฑ์ด้วย น่าทึ่งมาก ยังมีซากไดโนเสาร์อีกหลากหลายสายพันธุ์ที่ทำให้เราต้องอึ้ง มีห้องฉายภาพ แบบ180องศา เรื่องราวการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ ใครอยากเห็นงาช้างโบราณหลายล้านปีก็ต้องที่นี่ละครับ 


ภาพ : สไลด์นี้บอกถึงการค้นพบซากช้างดึกดำบรรพ์ในโคราชที่เจอมากที่สุดในโลก ทั้งหมด 10สายพันธุ์จาก 50สายพันธุ์ทั่วโลก 


ภาพ : ภานใจจัดแสดงไม้กลายเป็นหินหลากหลายชนิด 


ภาพ : โครงสร้างช้างปัจจุบัน


ภาพ : ฝันช้างโบราณอายุนับล้านปี 


ภาพ : รูปร่างช้างสี่งา ในสมัยโบราณที่คุดพบในโคราช


ภาพ : หัวกะโหลกช้างสี่งา


ภาพ : ห้องจัดแสดงงาช้างดึกดำบรรพ์


ภาพ : จำลองโครงร่างช้างแมมมอส ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก สูงใหญ่มากๆเท่าตึก 2-3ชั้นได้


ภาพ : โมเดลไดโนเสาร์สู้กัน ที่ใหญ่และอลัการมาก 


ภาพ : ห้องฉายภาพ180องศา


ภาพ : กะโหลกไดโนเสาร์


ภาพ : ไข่ไดโนเสาร์


ภาพ : ตัวเราเล็กนิดเดียวเอง 


ภาพ : พันธุ์นี้คนพบที่โคราช ชื่อว่า "สิรินธรน่า โคราชเอนซิส"

วัดป่าภูสูง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เป็นอีกจุดหนึ่งที่เราจะได้เห็นลักษณะทางธรณีที่สำคัญของโคราช ที่นี่จะมีหน้าผาที่มองเห็นลักษณะของแผ่นดินที่ราบสูงได้ชัดเจน ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และค่อยๆลาดเอียงในอีกด้านหนึ่งในแบบที่เรียกว่าเขาอีโต้ (Cuesta) มีร่อยรอยหนอนชอนไชโบราณในเนื้อหินบริเวณนี้ด้วย ที่สำคัญวิวสวยมาก 


ภาพ : หน้าผาบริเวณวัดป่าภูสูง


ภาพ : หน้าผาบริเวณวัดป่าภูสูง 


ภาพ : ในก้อนหินบริเวณนี้ก็พบรูหนอนและลักษณะของหนอนดึกดำบรรพ์


ภาพ : รูหนอนและหนอนดึกดำบรรพ์


ภาพ : ผาหินชัน

ไปเยี่ยมชมแหล่งตัดหินทราย ที่นำมาทำปราสาทหิน เราแวะเข้าไปชมกัน ที่อำเภอสีคิ้วครับ จุดนี้อยู่ริมถนนหลวงเลยครับ เข้าถึงไม่ยาก เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาและทางวัฒนธรรม หินทรายบริเวณนี้เป็นหินหมวดภูพาน เรามาดูลักษณะวิธรการตัดหินของคนยุคโบราณว่านำไปสร้างปราสาทอย่างไร สกัดหินออกไปได้อย่างไร 


ภาพ : แหล่งตัดหินโคราช



จากนั้นเราไปต่อกันที่ วัดเขาจันทร์งาม ห่างออกไปไม่ไกลครับ ที่ อ.สีคิ้ว ที่นี่เราพบร่องรอย ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ บนผนังหิน ที่ยังเด่นชัดมาก ดูสมจริง ตัวคนในภาพเห็นการแต่งตัว เห็นมัดกล้ามเนื้อ อายุภาพประมาณ 3,000-4,000 ปีก่อน เก่าแก่กว่าที่ผาแต้ม และพบเพียงแห่งเดียวในโคราชอีกด้วย แต่ดูเหมือว่าภาพจะเคยถูกเขียนเต็มพนังหินแต่ลบเลือนไปมากในส่วนอื่นๆเหลือเพียงส่วนบนของก้อนหินเท่านั้นที่ยังคงชัด 


ภาพ : วัดเขาจันทร์งาม


ภาพ : ที่นี่มีภาพเขียนสีอายุ3,000-4,000 ปี


ภาพ : ภาพเขียนโบรานอยู่บนพนังหินด้านบน


ภาพ : ดูสมบูรณ์มาก และเป็นเรื่องเป็นราวมาก 

จุดสุดท้ายในทริปนี้ที่เราอยากจะพาขึ้นไปชมกันคือที่เขายายเที่ยงครับ เป็นจุดชมทิวทัศน์เขายายเที่ยง แหล่งกังหันลมผลิตไฟฟ้า ที่มีเขื่อนบนเขานั้นละครับ จุดนี้ เราพอจะได้เห็นภาพรวมของลักษณะทางธรณีวิทยาของโคราชได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ โคราชจีโอพาร์ค ที่จะมีสายน้ำลำตะคลองเป็นเส้นหลัก ผ่าน5อำเภอสำคัญทางธรณีวิทยา เรามองเห็นจากจุดนี้ และมองเห็นภูเขาลักษณะที่เรียกว่า เขาอีโต้ หรือ (Cuesta) ที่รูปร่างคล้ายมีดอีโต้ มีสันที่เป็นผาชัน และอีกด้านลาดเอียงยาวไป 


ภาพ : วิวจากเขายายเที่ยง


ภาพ : ฟังบรรยายลักษณะการเกิดภูเขาอีโต้ ที่มองจากจุดนี้ชัดเจมาก


ภาพ : เห็นสันเขาไกลๆนั้นมั๊ยครับ นั้นละลักษณะของเขาอีโต้ ที่ด้านหนึ่งเป็นปาชัน อีกด้านจะลาดเอียงเป็นแนวยาว เห็นทั่วไปในโคราช

มาเที่ยวโคราชครั้งนี้ ทำให้มองโคราชเปลี่ยนไปจากเดิมมากทีเดียวครับ และก้แอบหวังเอาใจเชียร์ด้วยว่าโคราชจะได้รับการขึ้นทะเบียนกลายเป็นมรดกโลกทางธีณีวิทยา อีกแห่งที่สำคัญของโลก ก็ดูความหลากหลายและสิ่งที่ค้นพบเหล่านี้แล้ว พอมีลุ้นทีเดียวครับ เพราะไม่ใช่ว่าจะหาชมแบบนี้ได้ที่อื่นง่ายๆในโลก มันต้องโคราชเท่านั้น ลองไปเที่ยวกันดูนะครับ ตื่นเต้นไปกับการค้นพบเรื่องราวจากก้อนหิน จากทะเลโบราณสู่อาณาจักรหินทราย 

ขอบคุณ กรมทรัพยากรธรณี ที่พาไปเยี่ยมชมและความรู้ต่างๆที่มีให้ตลอดทริป 

แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel