เที่ยวมาเก๊า(ตอนที่6) ผัสมาเก๊า ความน่าสนใจที่มีมากกว่าคาสิโน

การเดินทางท่องเที่ยวมาเก๊าของเราวันนี้ จะเน้นไปที่การสัมผัสมาเก๊าในแง่มุมที่เป็นตัวตนของมาเก๊าในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมาเก๊าเองเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากในการจัดการแข่งรถF3 ปิดเมืองแข่งรถ มีเรื่องราวของไวน์ที่มาจากโปรตุเกส แล้วจะพาไปชม พิพิธภัณฑ์บ้านไทปา และความน่าสนใจใน The Galaxy Macau ที่มากกว่าคาสิโน มีโรงละครบอร์ดเวย์เปิดใหม่ หลังจากนั้นจะพาไปซื้อของฝากในเขตไทปากันก่อนบินกลับเมืองไทย



การได้มาเยือน มาเก๊า มีอย่างหนึ่งที่ควรรู้คือ มาเก๊าเป็นเมืองที่จัดการแข่งขันรถ F3 เป็นประจำทุกปี มามากกว่า 60ปีแล้ว และมีสนามสำคัญที่มีชื่อเสียงมาก หลายคนอาจจะสงสัยว่าเมืองเล็กๆอย่างมาเก๊าเขาจัดสนามแข่งขันรถความเร็วสูงอย่างนี้ ได้อย่างไร คำตอบ และความน่าสนใจแนะนำให้ไปเที่ยวกันที่ พิพิธภัณฑ์รถแข่งกรังปรีซ์ มาเก๊า (Grand Prix Museum) ภายในจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการแข่งรถในมาเก๊า ที่มีมายาวนาน มีรถแข่งตั้งแต่รุ่นแรก จนถึงร่นปัจจุบันที่ใช้แข่งในสนามมาเก๊าให้ได้ชมกัน รวมทั้งเรื่องราวความสำเร็จของนักแข่งหลายคนในสนามแห่งนี้ให้ได้เรียนรู้กัน ที่สำคัญ คือ เื่องราวเกี่ยวกับสนามแข่งในตัวเมืองมาเก๊าที่เขาปิดเมืองแข่งรถกันเลยทีเดียว มีการจัดทำเป็นโมเดลเมืองจำลองเส้นทางการแข่งขันให้เราได้ชมกันด้วย ที่นี่เข้าชมฟรี ปิดเฉพาะวันอังคารเท่านั้น 





ภายในอาคารเดียวกัน ยังเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ไวน์ ถ้าใครมาเที่ยวที่ Grand Prix Museum แล้วก็มักจะไม่พลาดที่จะเข้าชม พิพิธภัณฑ์ไวน์ด้วยเนื่องจากเป็นสนถานที่ให้ความเรู้เกี่ยวกับไวน์และมีกิจกรรมให้เราได้ทดสอบเรียนรู้การชิมไวน์ในราคาไม่แพงอีกด้วย ภายในจัดแสดงไวน์ที่มาจากภูมิภาคต่างๆของชาวโปรตุเกส 1,143 ยี่ห้อ  (1,115 ยี่ห้อจากโปรตุเกส และอีก 28 ยี่ห้อจากจีน) มีห้องจัดแสดงการผลิตไวน์ และไวน์ที่ถูกเก็บรักษาไว้นานหลายสิบปีภายในห้องจัดแสดงด้วย Porto 1815 เป็นไวน์ที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุด เก็บไว้นานราว 200ปี ที่นี่ก็เข้าชมฟรี ปิดทุกวันอังคาร





อีกแห่งที่ไม่ควรพลาดเลยเมื่อมาเที่ยวมาเก๊าคือ พิพิธภัณฑ์บ้านไทปา  ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบมาเก๊า มรดกทางวัฒนธรรมของเกาะไทปา มาเก๊าเลยทีเดียว บ้านเหล่านี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยอาณานิคม ช่วงปี ค.ศ. 1921 เคยเป็นบ้านของราชการชั้นสูงและครอบครัวชาวมาเก๊า มีทั้งหมด5หลัง เข้าชมภายในได้ จัดแสดงลักษณะการใช้ชีวิตรูปแบบเก่าไว้ทั้งหมด ทั้งเฟอนิเจอร์ และสถาปัตยกรรมที่สวยงามรักษาไว้ให้ได้ชื่นชมกัน





มาเที่ยวมาเก๊าแล้วสิ่งที่หลายคนนึกถึงคงจะเป็น คาสิโนเป็นแน่แท้ จึงต้องพาไปสัมผัสคาสิโนยักษ์ใหญ่ The Galaxy Macau กันสักหน่อย จะว่าไปแล้ว ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนของมาเก๊าเราก็มักจะเห็นคาสิโนตั้งอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะในเขต ไทปา ที่มีคาสิโนใหญ่ๆหลายแห่ง แม้โรงแรมเล็กๆก็จะมีคาสิโนเล็กๆอยู่ใต้โรงแรมเช่นกัน 



สำหรับ The Galaxy Macau เป็นคาสิโนยักษ์ใหญ่ที่มีมากกว่าคาสิโน เป็นแหล่งเอนเตอร์เทนที่ใหญ่มาก มีโรงหนังที่ใหญ่ที่สุดในมาเก๊า มีร้านค้า ห้างสรรพสินค้าภายในที่เดินกันได้ทั้งวันใหญ่มาก ศูนย์อาหาร ร้านปลอดภาษี โรงแรมยักษ์ใหญ่หลายแห่งก็เปิดให้บริการในนี้ด้ว อย่างเช่น Banyan Tree , JW Marriott, Hotel Okura, Galaxy Hotel 



มีการแสดงโชว์เพชรยักษ์ที่บริเวณลานน้ำพุประตูทางเข้าหลักของ  The Galaxy Macau ด้วย นักท่องเที่ยวหลายคนไม่พลาดที่จะเยี่ยมชมการแสดงชุดนี้ ที่ชมฟรี จะมีทุกๆ30นาที ที่เราจะมีโอกาสได้เห็นเพชรยักษ์ใหญ่ลอยขึ้นจากลาน้ำพุแห่งนี้อย่างตระการตาด้วยแสง สี เสียง 



ชมการแสดงเสร็จแนะนำลองเดินเที่ยวชมให้ทั่วๆก่อนได้ครับ The Galaxy Macauมีพื้นที่ใหญ่มากจริงๆ ที่ด้านข้างตึกThe Galaxy มีสะพานเชื่อมไปยังอีกอาคารที่เพิ่งเปิดให้บริการใหม่ด้วย นั้นคือ โรงละครบอร์ดเวย์ ซึ่งภายในอาคารบอร์ดเวย์นี้ นอกจากมีโรงละครระดับมาตรฐานบอร์ดเงย์แล้ว มีการแสดงให้ชมกัน ยังมีพื้นที่ช้อปปิ้งในรูแบบ walking Street อีกด้วย มีร้านค้ากว่า40ร้านบนถนนบอร์ดเวย์สตรีทแห่งนี้ 



ไปเที่ยวกันจนทั่ว พาไปกินอาหารไทยกันบ้าง ใครจะรู้ที่มาเก๊าก็มีร้านอาหารไทยอยู่หลายร้าน หนึ่งในนั้น เป็นร้านที่อยู่ในโรงแรม Banyan Tree ใน The Galaxy Macau นั้นเอง มื้อนี้ได้ลองลิ้มอาหารไทยในต่างแดนกันดูบ้าง ชื่อร้าน Safron ราคาอาจจะสูงสักหน่อยนะครับมื้อนี้ แต่ได้กินอาหารรสแซ่บๆแบบไทยๆ มื้อนี้จัด ผัดไทย ขนมจีนแกงเขียวหวาน  ต้มยำกุ้งมากินกันให้หายคิดถึงเมืองไทย 





กินกันอิ่มเรียบร้อย นึกขึ้นได้ว่าจำต้องมีของฝากกลับเมืองไทย ตอนนี้อยู่แถวเขตไทปา ก็ต้องไม่พลาดที่จะไปเดินถนน Cunha Street ถนนสั้นๆแค่136 เมตร ทีเป็นถนนสำหรับการช้อปปิ้งซื้อของฝากจำพวกขนม ของกินต่างๆดีนักแล โดยเฉพาะ หมูแผ่น อันนี้ห้ามพลาด มีหลากหลายชนิดให้เลือกซื้อกัน ล้วนคุณภาพสุดยอด และตลอดถนนเรายังจะเห็นของฝากน่ากินให้ซื้อกลับเมืองไทยกันอีกหลายอย่าง 









แต่สำหรับขนมที่ขึ้นชื่อที่สุดของมาเก๊า ต้องยกให้สิ่งนี้ คือ ทาร์ตไข่ และร้านที่เป็นต้นตำหรับออริจินอลนั้น ก้อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก นั้นคือร้าน Lord Stow's Bakery ซึ่งเป็นร้านเล็กๆที่อยู่ในเขต โคโลอัน(Coloane) ทาร์ตไข่แบบโปรตุเกสโดยสูตรของแอนดรู สโตร์  ร้านที่สร้างชื่อเสียงให้กับทาร์ตไข่มาเก๊าให้รู้จักกันไปทั่วโลก ร้านนี้ถือว่าเป็นต้นตำหรับความอร่อยเลยทีเดียว มาแล้วห้ามพลาด ซื้อกลับเมืองไทยได้ ผมเองก็ซื้อกลับเหมือนกัน ราคาไม่แพงด้วย





และแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งที่มาเขต โคโลอัน(Coloane) แล้วแนะนำให้แวะเยี่ยมชมกันเลย นั้นคือ โบสถ์เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์ จุดนี้มีความน่าสนใจในแง่มุมประวัติศาสตร์มากทีเดียว โบสถ์แห่งนี้มีสถาปัตยกรรมในแบบบาโรก ด้านหน้าโบสถ์จะมี อนุสาวรีย์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะในการสู้รบกับโจรสลัดในปี ค.ศ. 1910 ชาวโปรตุเกสสร้างขึ้น การได้รับชัยชนะในครั้งนั้นทำให้จีน จัดสรรพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็นเขตการค้าร่วมกับชาวโปรตุเกส กลายเป็นมาเก๊าในทุกวันนี้ 



เที่ยวกันจนทั่วทั้งเมืองมาเก๊าแล้ว ยังมีความรู้สึกว่ายังมีอีกหลายที่หลายแห่งที่ยังไม่ได้ไปดูด้วยตาตัวเอง แต่ก็ทำเวลาได้รู้จักหลากหลายสถานที่กันจนพอเข้าใจความเป็นมาเก๊ามากขึ้นมากทีเดียว ถ้ามีโอกาสพวกเราสะดุดตาคงจะได้มีโอกาสมาเยี่ยนมาเก๊ากันใหม่ นึกว่าเป็นเมืองเล็กๆที่เที่ยวแค่วันเดียวก็ทั่ว ที่ไหนได้ นี้อยู่เที่ยวตั้งหลายวันยังไม่ทั่วเลย มีอีกหลากหลายมุมมองให้เราได้เข้าใจและสัมผัสมาเก๊าที่มีมากกว่าคาสิโน แต่มีเรื่องราวทั้งทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรมที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากันเลย มีหลายส่วนที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยได้ด้วยละ เพราะความรุ่งเรืองทางการค้าของมาเก๊าในยุคแรกๆนั้นเริ่มกันมายาวนานพอกับยุคอยุธยาในบ้านเรา ที่มีการค้าขายกับทั้ง ฝรั่งเศสและโปรตุเกส ไม่น้อยทีเดียว น่าสนใจมากๆครับ 



ทริปนี้คงต้องเดินทางกลับเมืองไทยกันก่อน ไว้โอกาสหน้ามาเที่ยวใหม่ 
ขอบคุณ การท่องเที่ยวมาเก๊า ประจำประเทศไทย และที่มาเก๊า สำหรับการดูแลพร้อมข้อมูลการท่องเที่ยวมาเก๊า มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ


  
เรื่องที่เกี่ยวข้อง







แผนที่ Google map: 
GPS 22.149323, 113.553678 (The Galaxy Macau)
ต่างประเทศ: