(เที่ยวจีน6วัน ตอนที่7) เที่ยวหนานชาง(Nanchang)

มาถึงการเดินทางวันสุดท้ายในทริปนี้กันแล้วครับ หลังจากเดินทางเที่ยวไปรอบๆ ลงเครื่องที่หนานชาง แต่ก็ยังไม่ได้เที่ยวในเมืองหนางชางจริงๆ วันสุดท้ายนี้ละครับ ที่เราะเที่ยวหนานชางกันจริงๆจังๆ หลังจากไปเที่ยวเมืองอื่นมาหลายวันละ เนื่องจากเราบินกลับเมืองไทยกันที่เมืองนี้เช่นเดียวกับเมื่อวันมานั้นเอง ด้วยสายการบินไทยแอรืเอเชียไปลงสนามบินอู่ตะเภาเช่นเดิม 



 
ดังนั้นเรามีเวลาครึ่งวันกับอีกนิดหน่อยครับ เพราะเที่ยวบินของเรา ประมาณบ่ายสาม ดังนั้นควรไปให้ถึงสนามบินก่อนบ่ายโมงดีที่สุด เอาเป็นหลังอาหารเที่ยงก็แล้วกันเนอะ

ถ้ามาเที่ยวหนานชางแล้วไม่มาที่นี่ถือว่าพลาดแน่นอน คือ หอถึงหวังเก๋อ (Prince Teng pavilion) ซึ่งเปรียบเหมือนสัญลักษ์ของเมืองจริงๆ เป็นหอคอยที่มีประวัติมายาวนาน ตั้งแต่สมัยต้นราชวงศ์ถัง หรือเมื่อประมาณ 1,400 ปีมาแล้ว คนที่สร้างหอคอยแห่งนี้ก็คือเจ้าเมืองหนานชางซึ่งเป็นพี่ชายของฮ่องเต้ราชวงศ์ถังในสมัยนั้น จุดนี้ถือว่าเป็นที่สุดของหนานชาง ยิ่งใครมาหนานชางครั้งแรกแนะนำว่าต้องมาให้ได้ 



หอถึงหวังเก๋อ (Prince Teng pavilion) เป็นหอชมวิวที่มีชื่อเสียงมากของจีน เสียหายและสร้างขึ้นใหม่ในรูปแบบสถาปัตยกรรมเดิมนี้ถึง 29ครั้ง ตลอดพันกว่าปีที่ผ่านมา ผ่านทั้งไฟไหม้ แผ่นดินไหว ฯลฯ แต่ชาวเมืองก็ยังร่วมใจกันสร้างมันขึ้นมาใหม่ในแบบเดิม ณ พื้นที่เดิม มาแล้วถึง29ครั้ง นับว่าเป็นหอคอยที่มีอิทธิพลต่อคนหนานชางเป็นอย่างมาก 



ชื่อเสียงของ หอถึงหวังเก๋อ (Prince Teng pavilion) นั้นเริ่มต้นมาจากกลอนบทหนึ่งของนักกวีผู้โด่งดัง "หวังปอ" ที่กล่าวชมเชยความงามของหอแห่งนี้ไว้ เมื่อ1,400ปีที่แล้ว โด่งดังถึงขนาดคนจีนทุกคนต้องได้เรียนและท่องบทกวีนี้ อยู่ในบทเรียนตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน บอกอย่างนี้แล้วหลายคนคงอยากที่จะรู้ว่าบทกวีกล่าวไว้ว่าอย่างไร ถ้าได้เข้าไปชมภายในหอถึงหวังเก่อ จะมีแผ่นจารึกคำกวีนี้ไว้ให้ได้อน่านกันด้วย ..แต่ผมอ่านไม่ออกนะครับ จำคำแปลมาอีกที่ประมาณว่า "เขาเขียนชมวิวที่เห็นจากหอนั้นว่า ถึงฤดูใบไม้ร่วง จากหอนี้สามารถเห็นวิวได้ เมื่อพระอาทิตย์ตก เมฆหลายๆสี โดนลมพัด ลอยไปพร้อมกับห่านที่บินผ่าน น้ำที่แม่น้ำกับท้องฟ้าเวลานั้นมีสีเดียวกัน" คำจีนน่าจะสละสลวยกว่านี้มาก และจับใจทุกคนในยุคสมัยนั้นจนยุคสมัยนี้ อาจพูดได้ว่าเป็นคำโฆษณาที่ถูกสร้างขึ้นในยุคแรกๆและมีความเป็นอมตะ สร้างอิทธิพลได้มาจนทุกวันนี้ ทำให้หอแห่งนี้ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักไปทั่ว





หอถึงหวังเก๋อ (Prince Teng pavilion) มีทั้งหมด9ชั้นนะครับ ความสูง57.5 เมตร ชั้นที่เป็นทางเข้าหอคอยจะอยู่ที่ชั้น 1(เหนือบันได) ราคาตั๋วเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไป 50หยวนครับ เวลามาเที่ยวแนะนำให้ขึ้นไปชมชั้นบนสุดก่อน ขึ้นลิฟฟ์ไปเลย แต่ละชั้นจะแบ่งแบบนี้นะครับ จากนั้นขึ้นไปที่ชั้น6 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด วิวสวยที่สุดก่อน แล้วลงบันไดมาเที่ยวทีละชั้น พอถึงชั้น1 จะมีลงไปได้อีก3ชั้น ถึงจะเป็นทางออกนะครับ ไม่ได้ออกตรงทางเข้า เหนือบันไดมี6ชั้นใต้บันไดมีอีก3ชั้น 



แต่ละชั้นจะเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองหนานชาง มีของโบราณให้ชมหลายชิ้น ยังมีเรื่องราวการสร้างหอถึงหวังเก๋อ ให้ชมแบบโฮโลแกรม3มิติอีกด้วย  





รอบๆบริเวณหอถึงหวังเก๋อ เต็มไปด้วยร้านขายของเก่า ของโบราณครับ ยิ่งวันอาทิตย์ดูเหมือนจะมีตลาดนัดของเก่าด้วย เดินวนไปดูอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมาหรอกครับ การซื้อของแบบนี้ภาษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ไว้ฝึกภาษาจีนให้คล่องก่อนค่อยว่ากันอีกที





มีเวลาเหลืออีกหน่อยเราไปเที่ยวชมระฆังโบราณอายุนับพันปีกันดีกว่า อยู่วัดยู้หมิง (YouminTemple)ครับผม ห่างจากหอถึงหวังเก๋อ ไม่ไกลมากนัก เป็นวัดที่อาจจะไม่ค่อยดังเท่าไหร่ แต่เป็นวัดที่สำคัญมากในประเทศจีน มีของโบราณ เป็นระฆังโบราณ น้ำหนัก 2.5 ตัน ระฆังนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัตถุโบราณที่เหลือรอดมาจากสมัยปฏิวัติทางวัฒนธรรม หลายชิ้นถูกทำลายไป และหลายชิ้นถูกขายไปยังต่างประเทศ ในช่วงปี1966-1976 ระยะ10ปีดังกล่าว วัตถุโบราณถูกทำลายไปเยอะ รวมทั้งความรู้และหนังสือโบราณจำนวนมาก ทำให้วัดนี้สำคัญมากในปัจจุบัน





ก่อนไปกินข้าวเที่ยงก็มีแวะซื้อของฝากกันหน่อยที่ร้านซุปเปอร์มาเก็ตในเมืองนั้นละครับ มีโอกาสเดินถนนบริเวณนั้นแวะซื้อแห้วจีนมากินเล่นครับ กรอบอร่อยมาก หลังจากที่ซื้อของฝากกันเรียบร้อย ก็ได้เวลากินข้าวเที่ยงกันแล้วครับ มื้อนี้ได้กินร้านอาหารในเมืองหนานชาง ในย่านถนนสายอาหาร ถนนเส้นนี้รวมร้านน่ากินไว้เยอะทีดียว มื้อสุดท้ายก่อนกลับเมืองไทยแล้วครับ กินให้เยอะๆกลับไปจะได้ไม้คิดถึงอาหารจีนมากนัก 555 …









จากนั้นก็รีบตรงไปสนามบินกันเลยครับ สนามบินหนานชาง ถ้าใครคิดว่าจะมาหาซื้อของดิวตี้ฟรีที่สนามบินแล้วละก็ คิดผิดคิดใหม่ได้เลยครับ ที่นี่สนามบินระหว่างประเทศเขาเล็กๆ ไม่ได้มีร้านค้าอะไรมาก มีร้านขายอยู่สักร้านประมาณ​มินิมาร์ทใน Gate ที่รอเครื่องขึ้นเท่านั้นเองครับ 





ขากลับเรานั่งเครื่องไทยแอร์เอเชียกลับ เครื่องขึ้นตอน 15.10น.(เวลาจีน) มาถึงสนามบินอู่ตะเภา ประมาณ​17.35น. (เวลาไทย) สนุกสนานเฮฮากันตลอดทริปครับ ไว้มีโอกาสคงได้ไปเที่ยวกันอีก 

ติดตามการเดินทางทุกตอนในทริปนี้ที่

ขอบคุณ การท่องเที่ยวมณฑลเจียงซี และ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สนับสนุนการเดินทาง


แผนที่ Google map: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,