(เที่ยวจีน6วัน ตอนที่6) เที่ยวภูเขาซานชิงซาน(Sanqing Mt.) มรดกโลกจีน ตะลึงความงามดั่งภาพวาด

วันนี้การเดินทางของเราจะไปขึ้นเขาซานชิงซาน(Sanqing Mt.) ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกโลกของจีนที่อยู่ใน มณฑลเจียงซี เมื่อคืนเรานอนกันที่ตีนเขา ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของทางอุทยานแห่งชาติซานชิงซานประมาณ​ 12 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมที่เราพักไปประมาณสัก 20นาที 



 
ความจริงแล้วที่บริเวณ​ ศูนย์อุทยานแห่งชาติเขาซานชิงซาน มีโรงแรมที่พักเปิดให้บริการอยู่หลายแห่งนะครับ แต่จะเป็นโรงแรมระดับ 2-3ดาว รอบบริเวณก็มีร้านอาหาร ร้านของที่ระลึกเปิดบริการกันหลายร้าน 


ภาพ : แล้วจะรู้ว่าไม้เท้าสำคัญ

เราเดินทางมาถึงศูนย์อุทยานแห่งชาติเขาซานชิงซานกันตั้งแต่เช้า วางแผนการเที่ยววันนี้ไว้แล้วว่าต้องเดินกันหนักอยู่พอสมควร เป็นทางเดินรอบภูเขาซึ่งแต่ละช่วงยาวเป็นกิโลๆครับ นับรวมการเดินตลอดทั้งเส้นทางแล้วน่าจะราวๆ8กิโลเมตรเห็นจะได้ ที่วางแผนมานี้เดินแค่จุดไฮไลท์เท่านั้นนะครับ นับเป็นเพียง1ส่วน3ของพื้นที่ทั้งหมด แค่นี้เราก็ใช้เวลากันทั้งวันแล้ว 



ความสวยงามและน่าสนใจของเขาซานชิงซานแห่งนี้อยู่ที่ ธรรมชาติครับ ความงามทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก เหมือนภาพวาดจริงๆ เมื่อก่อนผมเห็นภาพวาดที่เป็นภูเขาสูงเสียดฟ้า เป็นแท่งหินยอดแหลมๆเยอะๆ แล้วมีหมอกลอยไปมา ซึ่งมักจะอยู่ในภาพวาดพู่กันจีนอยู่บ่อยๆ วันนี้ได้มาเห็นด้วยตาตัวเองว่ามันมีอยู่จริงๆ

เขาซานชิงซานเป็นภูเขาสูงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอุทยานแห่งชาติของจีน เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว และยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ในปี พ.ศ. 2551 เขาซานชิงซานมีชื่อเล่นๆว่า "เขาหวงซานน้อย" ด้วยความงามที่สวยดั่งภาพวาดไม่ต่างจากเขาหวงซานเท่าใดนัก ซึ่งต้องขอบอกนิดนึงครับว่า "เขาหวงซาน" เป็นหนึ่งใน5ภูเขาสวยที่สุดของจีนที่มีคำเปรียบไว้ว่า "ถ้าได้มาชม5ภูเขานี้แล้วไม่ต้องไปดูที่ไหนอีกเลย" คือมันเป็นที่สุดแล้ว "แต่ถ้าได้มาดูเขาหวงซานแล้ว ภูเขาที่เหลือกก็ไม่มีความหมาย" นั้นยิ่งเปรียบไปว่าเขาหวงซานนั้นสวยสุดๆเป็นหนึ่งในใต้หล้า แล้วซานชิงซานก็ได้ชื่อว่า "เขาหวงซานน้อย" เพราะความงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนั้นเอง


ภาพ : ตั๋วเข้าอุทยานแห่งชาติซานชิงซาน

ซื้อตั๋วค่าเข้าอุทยานฯได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวครับ ค่าเข้าอุทยาน250หยวน(1,300บาท) ค่ากระเช้าขึ้นอีก 120หยวน(600บาท) การนั่งกระเช้าใช้เวลาในการขึ้นเขา 18นาที 

พอขึ้นมาถึงด้านบนจะเห็นชัดเลยครับว่าบนเขานี้จะเต็มไปด้วยหินก้อนใหญ่ๆ ทั้งภูเขาเป็นหินแกรนนิตขนาดใหญ่ ดูอลังการมากๆ เรามาดูแผนที่กันก่อน ซึ่งเส้นทางบนเขาจะมีจุดเลี้ยวค่อนข้างมาก มีแยกหลายแยก ถ้ามากันหลายๆคนนัดหมายเส้นทางกันให้ดี เพราะถ้าเดินเลยบางจุดไปอาจหมายถึงต้องเดินในเส้นทางนั้นๆเป็นกิโลเลยนะครับ 




ภาพ : นั่งกระเช้าขึ้นมา



พื้นที่บนเขานี้ เขาแบ่งออกเป็น3ส่วนด้วยกัน บนสุดเรียก "หนานชิงหยวน" ส่วนที่2 เรียก "west Cost" และส่วนที่3 "Sunshine Cost"  วันนี้จัดวางแผนการเดินทางไว้ไปดูส่วนที่เป็นไฮไล์สำคัญๆ  คือไป ชมแท่งหินที่เรียกว่า "งูเห่าออกทะเล" แท่งหินงู สูงร้อยกว่าเมตร  แล้วเดินขึ้นไปให้ถึงยอดสูงสุด "หนานชิงหยวน" แล้วเดินขึ้นไปทาง "Sunshine Cost" แล้ววกกลับมาทาง "west Cost" เรียกว่าเดินรอบภูเขาเลยครับ มีพื้นที่อีกบางส่วนที่ไม่ได้เดินเข้าไป เพราะต้องใช้เวลาอีกเยอะเลย เอาตามที่วางแผนไว้ตามนี้ก่อน แล้วเราก็ลงเขาด้วยกระเช้า ที่อีกด้านหนึ่งของภูเขาครับ คือด้านตะวันตกนั้นเอง (บางคนก็ขึ้นมาเที่ยวโดยขึ้นกระเช้าฝั่งนี้)




ภาพ : หินงู

เขางู หินแท่งใหญ่ และสูงร้อยกว่าเมตร เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญจุดแรกที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะไม่พลาดละ ยังไงก็ต้องเดินผ่านมาจุดนี้กันก่อนไกด์ของเราบอกว่ามันมีชื่อว่า "งูเห่าออกทะเล" ชื่อฟังดูเท่ห์มาก เพราะว่าเวลาเช้าๆจะมีหมอกลงแล้วแท่งหินนี้จะโพล่พ้นทะเลหมอกขึ้นมา เหมือนงูยักษ์ที่กำลังจะกระโจนออกทะเลนั้นเอง วันนี้เราอาจจะไม่ได้เห็นทะเลหมอกแต่ความงามที่เห็นก็นับว่าไม่ธรรมดาแล้วครับ สวยงามจริงๆ ยิ่งเดินไปข้างหน้าทุกอย่างก็ยิ่งดูสวยขึ้นไปอีก ภาพที่เดิมเห็นว่าสวยแล้ว ข้างหน้าก็ยังมีสวยกว่า ยิ่งเดินสูงขึ้นไป ความงามก็ยิ่งมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนมือที่กดชัตเตอร์กล้องถ่ายภาพยังรู้สึกว่าเมื่อยมือขึ้นมาเลยครับ 




ภาพ : บริการเกี้ยว


ภาพ : หินงู



บนเขานี้ช่วงตั้งแต่หัวงู ขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุด ที่เรียกว่า "หนานชิงหยวน"จะเป็นช่วงที่ขึ้นเขา เดินขึ้นบันไดชันมาก เดินจนเมื่อยและเหนื่อยหอบเลยละครับ แต่เมื่อมาถึงแล้วหายเหนื่อยครับ สวยสุดๆจริงๆ บริเวณยอดสูงสุดทำเป็นจุดชมวิวไว้ สูง1,568เมตรจากระดับน้ำทะเล มีร้านอาหารให้นักพักกันด้วย ใครเดินไม่ไหวเขามีบริการหามเกี้ยวด้วยนะ นั่งไปเพลินๆเลย ราคานี้ไม่กล้าถามเหมือนกันเพราะมีคนเตือนไว้ว่าต้องตลกลงราคากันให้มั่นเหมาะว่าเท่าไหร่ จากไหนไปไหน ไอ้เราก็ภาษาจีนไม่แข็งแรงจะต่อกันแบบนั้นคงยากเลยขอผ่านก่อนครับจุดนี้เดินเองดีที่สุด 







จากจุดสูงสุดเราเดินต่อไปตามเส้นทางที่เรียกว่า "Sunshine Cost" ซึ่งเป็นทางเดินเลียบหน้าผา เห็นวิวทางทิศตะวันออกของภูเขา ซึ่งตามชื่อเลยครับ ว่าเราจะสามารถมองเห็นทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงาม แต่แน่นอนว่าเราไม่ได้มาแต่เช้าตรู่ขนาดนั้น และวันนี้ก็ไม่มีทะเลหมอก แต่ความงามที่เห็นเหมือนกับภาพวาดเลยครับ ก้อนหินแกรนนิตขนาดใหญ่ มีต้นสนขึ้นแทรกตัวตามร่องแตกของหินผากลายเป็นภาพสวยงามแปลกตา แล้วรูปทรงของหินแต่ละแท่งช่างถูกสร้างมาได้งามบาดใจนัก นี้คิดว่าด้านล่างสวยมากแล้ว ขึ้นมาถึงจุดนี้ยิ่งต้องบอกว่ามีสวยกว่าขึ้นไปอีก 


ภาพ : บางจุดมีร้านอาหารบริการบนเขา









บนเขาแบบนี้สัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เนตที่ผมเปิดโรมมิ่งมาก็ยังรับสัญญาณได้ดีนะครับ แฟนโทรเข้ามาจากเมืองไทยก็ยังรับได้ เลยเปิดเป็นVDO Call ให้ได้ชมเหมือนมาเที่ยวด้วยกันเลย 


ภาพ : VDO Call กันเลย กลางป่ากลางเขาแบบนี้ สัญญาณยังเต็ม 





ระหว่างทางจะมีจุดหนึ่งที่เขาทำเป็นจุดถ่ายรูป ที่เป็นแผ่นกระจกยื่นออกไป ให้เสียวๆเล่น ส่วนใหญ่ก็จะแวะถ่ายรูปจุดนี้กันทุกคน เพราะมันเสียวจริงข้างล่างนั้นเหว แล้วก็ที่เหยียบนั้นก็กระจกใส …สุดยอด




ภาพ : จุดเสียว มีพี่ดู้ สัญญา เป็นแบบให้ด้วย

แล้วเราก็มาเดินเข้าสู่เส้นทาง "west Cost" ซึ่งเป็นทางเดินเลียบหน้าผาเช่นกัน เดินง่ายๆสบายๆ ไม่ได้เดินขึ้นเขาลงเขาเหมือนช่วงแรก ผมก็คิดว่าจะเก็บกล้องแล้วเดินแบบเบาๆสบายๆละ เพราะเข้าใจว่าด้านหน้าภูเขานี้คงจะสวยสุดละ ที่ไหนได้ ด้านหลังเขานี้ก็สวยงามไม่แพ้กันที่เดียว อดใจหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายไม่ไหว สวยมากๆ ยิ่งเดินยิ่งเห็นวิวสวย เห็นทางเดินลัดเลาะไปตามหน้าผา เหวสูง ดูแล้วหวาดเสียวแต่ไกล เป้าหมายของเราคือไปกินข้าวที่จุดพัก บริเวณใกล้สถานีกระเช้าทางตะวันตก คือเดินไปให้สุดทางนั้นละครับ กว่าจะเดินมาถึงบ่ายโมงกว่าเห็นจะได้ ตามเวลาที่ตั้งไว้เปะเลย 


ภาพ : ยิ่งมายิ่งสวย


ภาพ : กินข้าวเที่ยงที่นี่ละครับ

บริเวณนี้จะมีร้านอาหารหลายร้าน มีห้องน้ำสะอาด (สะอาดกว่าบนเขาจุดพักย่อยๆ) ถ้าอดใขไหวมาเข้าห้องนน้ำที่จุดนี้จะดีที่สุดครับ

พอเข้าร้านอาหารได้ กินกันให้หายเหนื่อยไปเลย ทีแรกดูตามแผนที่นับไปแล้วน่าจะเดิน8กิโล แต่พอมาเดินจริง เหมือนว่าจะเดินไป 10กิโลเมตรนะครับ เหนื่อยมากๆ เห็นร้านอาหารแล้วดีใจสุดๆ 





ที่สถานีกระเช้า (Cable way) ทางลงเขา เขาจะมีบริการถ่ายรูปฟรีด้วยนะครับ ทำเป็นฉากบลูสกรีน แล้วซ้อนภาพวิวเขาซานชิงซานให้เรา อันนี้ถ่ายฟรี ลงไปรับภาพได้ที่สถานีเคเบิ้ลคาร์ด้านข้างล่าง แต่เขาจะให้แค่ภาพเล็กๆนะครับ ภาพใหญ่หรือวิวอื่นๆถ้าอยากได้ต้องซื้อ 


ภาพ : สถานีกระเช้าลงเขาซานชิงซาน


ภาพ : ทางลงเขาต่อคิวขึ้นกระเช้า ต้องผ่านจุดถ่ายรูปฟรี


ภาพ : ภาพที่เขาให้ฟรีคือที่ขั้นหนังสืออันเล็กๆที่เสียบอยู่ครับ รูปใหญ่อยากได้ต้องจ่ายเงิน

วันนี้เที่ยวจุดเดียวครับ จากซานชิงซาน เราจะต้องตีรถยาวเข้าเมืองหนานชาง(Nanchang) ซึ่งอยู่ห่างไป 270กิโลเมตร กลับเข้าไปนอนในเมือง ใหล้สนามบินครับ อาจจะต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่า3ชั่วโมง ดังนั้นอาหารเย็นอาจจะค่ำสักหน่อย กินอะไรรองท้องระหว่างทางได้ก็กินไปก่อนครับ ช่วงแวะเข้าห้องน้ำระหว่างทาง (บนทางด่วน) กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันละ 


ภาพ : หน้าร้านอาหารที่เรากินในเมืองหนานชาง




ภาพ : โรงแรม Tianmu Hotspring Hotel Nanchang


ภาพ : ในห้องพัก

มาถึงหนานชาง(Nanchang) ประมาณ2ทุ่มได้ครับ ตรงไปร้านอาหารกันก่อนเลย มากินร้านอาหารอีกสไตล์ ในแบบที่คล้ายข้าวราดแกงบ้านเรา ชี้นิ้วเอาได้เลย อิ่มกันแล้วค่อยเข้าโรงแรมที่พักครับ คืนนี้นอนกันที่ Tianmu Hotspring Hotel Nanchang โรงแรมที่ออกแบบได้นานาชาติมาก บางส่วนนำเอาความเป็นไทยมาใช้ด้วย อย่างเช่นริมสระว่ายน้ำมีศาลาไทย ทางเข้าก็มีหน้าจั๋วแบบไทย เห็นแล้วนึกถึงเมืองไทย …คืนนี้เข้านอนก่อนครับ พรุ่งนี้เที่ยวหนานชางอีกครึ่งวัน แล้วบินกลับเมืองไทยแล้ว 



ติดตามต่อตอนหน้าครับ

ขอบคุณ การท่องเที่ยวมณฑลเจียงซี และ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สนับสนุนการเดินทาง




แผนที่ Google map: 
ต่างประเทศ: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,