(เที่ยวจีน6วัน ตอนที่4) เที่ยวเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen) เมืองแห่งเซรามิก

วัฒนธรรมเกี่ยวกับเซรามิกของจีนนั้นยิ่งใหญ่มานานนับพันปี ครั้งนี้มามีโอกาสมาถึงเมืองที่ได้ชื่อว่าผลิตเครื่องเซรามิกแบบโบราณที่เป็นต้นกำเนิดกันเลยทีเดียว คือเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen) ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากภูเขาหลู่ซานที่เราขึ้นไปเที่ยวกันเมื่อวานเท่าไหร่นัก ประมาณ 170กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางกันประมาณ 2ชั่วโมงครึ่ง 


 
ตอนนี้เราเดินทางมาทางฝากตะวันออกของทะเลสาบผอหยางหู (Poyang lake) ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen) ห่างจากเมืองหนานชาง(Nanchang) ราวๆ 200 กิโลเมตร เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen) ไม่ได้เป็นเมืองเดียวในจีนที่ทำเรื่องเกี่ยวกับเซรามิก แต่ว่าเก่าแก่ที่สุด ปราณีต และเป้นงานฝีมือที่สุด ในปัจจุบันมีการผลิตในระบบอุตสหกรรมในเมืองใหญ่ๆหลายเมือง แต่ที่เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen) ยังคงรักษาเอกลักษณ์และรูปแบบการทำแบบดั่งเดิมไว้ทุกขบวนการ และน่าทึ่งจริงๆ กับงานฝีมือที่ปราณีตมากๆ 

ในช่วงสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ประมาณรัชกาลที่3 เมืองไทยมีการค้าขายกับเมืองจีน และ เครื่องเซรามิกก็เริ่มเข้ามาในไทย เป็นที่รู้จักกันมากในสมัยนั้นว่า "เครื่องเคลือบกังไส" ชื่อนี้เรียกรวมทั้งสินค้าที่เป็นเซรามิกและเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งสองอย่างนี้ต่างกันที่ อุณหภูมิในการเผา 800องศาได้เครื่องปั้นดินเผา 1,100องศา ได้เซรามิก ส่วนความปราณีตระเอียดอ่อนสวยงามเซรามิกของจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen) ถือได้ว่าเลื่องชื่อไปไกลทั่วโลก ชาวตะวันตกเรียกเครื่องเคลือบของไกไสว่า "ไชน่า" ชื่อเดียวกับชื่อเมืองจีนในสมัยนี้นี้แหละ แสดงถึงเอกลักษณ์และความเป็นที่สุดของเครื่องเคลือบกังไสจริงๆ 


ภาพ : เสาไฟเซรามิกในเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen)

พอเราเดินทางมาถึงเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen) จะสังเกตุไม่ยากเลยครับ ตลอดแนวถนนของที่นี่ เสาไฟตามถนน จะทำด้วยเซรามิกสวยงามมากที่เอาเอกลักษณ์ของเมืองมาใช้ จุดท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องไปชมกันเลยคือ พิพิธภัณฑ์เตาเผาโบราณ (JingDezhen Ceramics Folk Museum) ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ5Aของเมืองจีน ไม่มาที่นี่ถือว่าพลาดอย่างแรง 

ด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์เตาเผาโบราณ จะมีรูปปั้นคนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ รูปปั้นนี้คือบุคคลสำคัญของประวิติศาสตร์เซรามิกจีนเลยที่เดียว เขาได้รับการยกย่องให้เป็นเทพสีไฟ ฟังไม่ผิดครับ "เทพสีไฟ"​คือ การทำเซรามิกนั้นมีขบวนการนึงที่สำคัญมาก คือคนที่คอยดูสีของไฟ ให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อเนื่อง เพื่อให้ได้เซรามิกที่มีคุณภาพออกมา และในสมัยโบราณ คนๆนี้เขาสละชีวิตตัวเองเพื่อให้งานเซรามิกที่ฮ่องเต้สั่งนั้นสำเร๊จ สละชีวิตเอาตัวเองเข้าไปเป็นเชื้อเพลิง เพื่อให้เซรามิกออกมาสมบูรณ์ ปกป้องชีวิตอีกจำนวนมากที่ทำงานด้วยกัน ถ้างานไม่สำเร็จก็ต้องตายกันหมด แต่ถ้าเขาตายคนเดียวคนอื่นก็รอด จึงได้รับการยกย่องให้เป็น เ"เทพสีไฟ" บุคคลคนนี้ชื่อว่า "ถงปิง" 


ภาพ : รูปปั้นเทพสีไฟ ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์เตาเผาโบราณ เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น

ด้านในสุดของ พิพิธภัณฑ์เตาเผาโบราณ (JingDezhen Ceramics Folk Museum)  จะมีการแสดงที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง คือการแสดงดนตรี จากเครื่องดนตรีเซรามิก เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงนั้นทำจากเซรามิกทุกชิ้นจริงๆ หาฟังที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว โดยการแสดงจะมีวันละ6รอบ พวกเราได้มาดูรอบ 11.10น. พอดี เป็นการแสดงที่ยาวประมาณ 20นาที 


ภาพ : ชมการแสดงดนตรีจากเครื่องดนตรีเซรามิก


ภาพ : เครื่องดนตรีทุกชิ้นทำจากเซรามิก


ภาพ : กลองเซรามิก

จากนั้นเราไปชมการทำเซรามิกแบบโบราณกันต่อ ตั้งแต่การปั้นขึ้นรูป การวาดลวดลาย เครื่องเซรามิกที่นี่ทำให้บางได้ จนสามารถนำมาทำเครื่องดนตรีแก้วได้เลย ที่เราใช้น้ำลูปที่ขอบของภาชนะแล้วเกิดเสียงนั้นละครับ มีจุดให้ชมการทำเครื่องเซรามิกหลากหลายแบบ ทั้งแบบที่เป็นชิ้นใหญ่ๆ ชื้นเล็กๆ บางแบบบางจนเอามาทำโคมไฟได้ บางชิ้นเด่นที่ลวดลายที่ระเอียดอ่อน ชนิดที่ว่ามีแว่นขยายช่วยส่องให้นักท่องเที่ยวอย่างเราดูว่าขนสัตว์ที่วาดลงไปนั้น เหมือนขนจริงๆ มีช๊อปขายเครื่องเซรามิกอยู่หลายจุด ราคานี้มีตั้งแต่ ไม่กี่สิบหยวนไปจนหลายหมื่นหยวน ผมเช็คราคาแล้วซื้อที่นี่ได้ของดีมีคุณภาพแน่นอน และถูกกว่าซื้อตามร้านในเมือง แนะนำนะครับถ้าอยากซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึก 


ภาพ : การขึ้นรูปชามเซรามิก


ภาพ : ชมวิธีการวาดลายเซรามิกที่น่าทึ่ง


ภาพ : ภาพวาดได้ระเอียดอ่อนมาก สมราคา


ภาพ : ห้องนี้เป็นห้องจำหน่ายเลือกซื้อได้ตามใจชอบ

จากนั้นเรายังได้มีโอกาสไปดูเตาเผาโบราณอายุหลายร้อยปี ที่ตอนนี้จัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวชม แต่ว่าทุกๆปี จะมีการใช้งานจริง1ครั้งนะครับ ในเทศกาลประจำปีของที่นี่ 


ภาพ : โรงเผาเซรามิกโบราณอายุหลายร้อยปี 


ภาพ : ด้านในเตาเผาโบราณ ยังใช้งานได้จริง

ออกจากพิพิธภัณฑ์เตาเผาโบราณ (JingDezhen Ceramics Folk Museum) เราไปแวะที่ตลาดเซรามิกในเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen) กันสักหน่อยสำรวจราคา ซึ่งบริเวณตลาดเซรามิกจะมีร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องเซรามิกหลากหลายร้าน และมีแบบให้เลือกทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ หลายกหลายมากๆ บ้างร้านมีจัดโปรโมชั่นด้วย เลือกกันตามชอบครับ 


ภาพ : ตลาดเซรามิก ช้อปปิ้งกันจร้า


ภาพ : ร้านขายเซรามิกที่ตลาดเซรามิกเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น






ภาพ : กินอาหารเที่ยงที่จิ่งเต๋อเจิ้นนี้ละ คนที่นี่เขาก็นิยมใช้ของเซรามิกของเมืองเขาในทุกๆอย่าง

แวะทานอาหารกลางวันกันที่เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen) นี้ละครับ แล้วภาคบ่ายเราจะเดินทางไปอีกเมืองหนึ่ง คือเมืองอู้หยวน (Wuyuan) เมืองที่เต็มไปด้วยหมู่บ้านโบราณอายุตั้งแต่ 300-800ปีขึ้นไป อยู่กันมานานมาก มีหมูบ้านแบบนี้เป็นร้อยครับ แต่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ประมาณ 12หมู่บ้านเท่านั้น เมืองอู้หยวน (Wuyuan) มีฐานะเป็นอำเภอครับ มีความโดดเด่นด้านโบราณ 3แกะสลัก 4โบราณ 5สี จะมีอะไรบ้างเราเดินทางไปดูพร้อมกันเลยครับ แต่ดูตามเวลา วันนี้เราคงไปได้เพียงจุดเดียว จุดหมายของเราอยู่ที่ สะพานสายรุ้ง ไปชมสะพานเก่าแก่อายุราวๆ800ปี 


ภาพ : รูปลักบ้านและอาคารอันมีเอกลักษณ์ กำแพงขาว หลังคาดำ กำแพงสูงกว่าตัวหลังคาบ้าน

จากเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen) ไปที่สะพานสายรุ้ง ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านแชหลงเชียว (rainbow bridge) อยู่ในตำบลชิงเฟิง อ.อู้หยวน (Wuyuan) ระยะทางประมาณ​ 100กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ​ชั่วโมงครึ่ง

พอเดินทางเข้าเขต อู้หยวน (Wuyuan) เราจะเริ่มเห็นบ้านเรือนที่มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์อีกแบบหนึ่ง ที่หาชมที่ไหนไม่ได้ ต้องเป็นที่นี่เท่านั้น คือ บ้านที่มีลักษณะกำแพงสีขาว หลังคาสีดำ และมีพนังกำแพงสูงกว่าตัวบ้าน ดูตามสองข้างทางที่นาบริเวณนี้ดูเหมือนเพิ่งเก็บเกี่ยวไป เรามาสายไปประมาณ 2สัปดาห์ครับ เพราะเดือนก่อนที่นี่จะเต็มไปด้วยดอกไม้สีเหลืองเต็มทุ่ง ที่เรียกว่าทุ่งมัสตาร์ด ตอนนี้เก็บเกี่ยวไปหมดแล้ว 

มาถึงสพานสายรุ้ง เราจะต้องซื้อบัตรเข้าชมหมู่บ้านก่อนครับ เป็นบัตรราคาเหมา นักท่องเที่ยวสามารถใช้บัตรนี้เที่ยวได้ 5วัน ใน12หมู่บ้าน ราคา210หยวน 


ภาพ : เข้าไปซื้อบัตรผ่านก่อนถึงเข้าไปได้


ภาพ : บัตรเที่ยวหมู่บ้านโบราณ ในบัตรเป็นรูปทุ่งมัสตาร์ด ในอู้หยวน(Wuyuan) นี้ละครับ

ที่สะพานสายรุ้งมีประวัติติดไว้ ว่าสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1129 เป็นสะพานที่มีประวัติศาสตร์ยืนยาวนานมาก เห็นตอหม้อสะพาน สร้างด้วยหินก่อเป็นรูปหัวเรือ นับเป็นเอกลักษณะอย่างหนึ่งที่อยู่มายาวนานกว่า 800ปีแล้วยังไม่ปุ๊บสลาย ส่วนทางเดินนั้นทำด้วยไม้ ก็มีการสร้างใหม่กันหลายครั้ง 


ภาพ : สะพานสายรุ้ง สะพานโบราณอายุมากกว่า 800ปีแล้ว


ภาพ : บนสะพานสายรุ้ง


ภาพ : ตอหม้อสะพานเป็นรูปหัวเรือ

จุดท่องเที่ยวจุดนี้มีกิจกรรมท่องเที่ยวนั่งล่องแพไม้ไผ่ด้วยนะครับ มีร้านชาบรรยากาศแบบหนังจีนกำลังภายใน มีมุมถ่ายรูปที่เรามองเห็นตัวสะพานและหมู่บ้านได้ชัดเจน เห็นหลังคาสีดำและกำแพงที่สูงกว่าตัวบ้านนั้นเป็นเอกลักษณ์ของเมืองอู้หยวน(Wuyuan)จริงๆ 


ภาพ : มองเห็นหมู่บ้าน


ภาพ : ที่สะพานมียายมานั่งขายลูกเบอรี่ป่า รอยเป็นพวงแบบนี้ ขายเพียง 1หยวนเท่านั้น 


ภาพ : ถึงโรงแรมที่พักแล้ว Wuli tianxi Hot Spring Hotel 


ภาพ : อาหารที่โรงแรมนี้อร่อยละ เริ่มถูกปากละ พอรู้ว่ามาจากเมืองไทย มีทำน้ำพริกมาให้ลองกินด้วย พ่อครัวน่ารัก


ภาพ : ห้องนอนของเราคืนนี้


ภาพ : อ่างอาบน้ำน่าแช่มากๆ


ภาพ : บรรยากาศโรงแรมตอนค่ำ จากระเบียงห้อง ...มีบ่อแช่น้ำร้อนไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย

คืนนี้เราไม่ได้นอนในเมืองอู้หยวน(Wuyuan) นะครับ แต่นอนโรงแรมที่อยู่บริเวณเส้นทางเที่ยวหมู่บ้านโบราณ ชื่อว่า Wu li tianxi Hot Spring Hotel โรงแรมนี้มีบ่อน้ำแร่ร้อนด้วยละ ห้องนอนดีมาๆๆๆๆๆ ได้นอนแช่น้ำแร่อีกแล้วสบายจุง ค่ำคืนนี้ขอพักผ่อนอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อน นอนเอาแรงก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าจะตื่นมารับอากาศบริสุทธ์ แล้วมาเที่ยวกันต่อกับหมู่บ้านโบราณอู้หยวน(Wuyuan) 

ติดตามต่อตอนหน้าครับ

ขอบคุณ การท่องเที่ยวมณฑลเจียงซี และ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สนับสนุนการเดินทาง

แผนที่ Google map: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel