(เที่ยวจีน6วัน ตอนที่3) เที่ยวเขาหลู่ซาน และเมืองคลูลิ่ง ภาคต่อ วันนี้ลงเขาละครับ

มาเที่ยวเขาหลู่ซานกันต่อครับ ต่อจากตอนที่แล้ว ซึ่งเที่ยงพอดี เรากลับเข้ามากินข้าวในตัวเมือง หรือตำบลคลูลิ่งนั้นเอง ช่วงที่กลับเข้ามาหวังว่าจะได้ถ่ายภาพสาวยๆของเมืองบนภูเขาแห่งนี้ ให้เพื่อนๆได้ชมแต่ทว่าฝนตกครับ เลยตัดสินใจกินข้าวกันก่อน บริเวณจุดชมวิวเมืองคลูลิ่งรอบๆบริเวณมีร้านอาหารให้บริการกันหลายร้าน จุดนี้เหมือนศูนย์กลางเมืองเลยครับ มีทั้งธนาคาร ตลาดกลางก็อยู่ตรงนี้ โรงแรมที่พัก ร้านมินิมาร์ท มีครบทุกอย่าง 


 
บรรยกาศของเมืองไม่มีสายไฟมาให้รกลูกตา เป็นเมืองที่สวยมาก เมืองนี้อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาหลูซานนะครับ ผมได้เล่าไปแล้วในตอนก่อนหน้า ใครที่มาอ่านตอน3เลยอาจจะแปลกใจว่ามีเมืองอยู่ในอุทยานแห่งชาติด้วยเหรอนี้ ก็มีที่นี่ละครับ และยังเป็นพื้นที่มรดกโลกด้วยนะครับ 


ภาพ : ยืนใจกลางเมือง บนเขาหลู่ซาน จุดนี้ข้ามถนนไปมีจุดชมวิวเมืองคลูลิ่งที่สวยมากๆ



ให้ดูอาหารมื้อเที่ยงของพวกเราสักหน่อย เป็นไอเดียเพื่อใครเดินทางมาเที่ยว 



กินเสร็จเหมือนฟ้าเป็นใจ ฝนหยุดตก อากาศดี ไม่มีหมอกลงแล้ว ก่อนหน้านี้หมอกลงหนักมากตอนฝนตกชนิดที่ว่ามองอะไรใน10เมตรข้างหน้าแทบไม่เห็น เราเลยเดินเล่นแถวๆนี้กันก่อน ซึ่งเป็นจุดสำคัญของเขาหลู่ซานเลยกว่าว่าได้ มีจุดชมวิวเมืองที่สวย มีป้าย และสัญลักษณ์ของเมืองตั้งอยู่บริเวณนี้ 


ภาพ : ดูบ้านเรือนออกแนวย้อนยุคครับ


ภาพ : เสาหินชื่อเมือง สังเกตุใช้ภาษาอังกฤษชื่อเมืองคลูลิ่ง สะกดด้วยตัวK แต่ส่วนใหญ่จะใช้ Guling มากกว่า ซึ่งเป็นการอ่านและสะกดคำแบบทับศัพท์ด้วยอักษรจีน คือยึดที่ตัวอักษรจีนเป็นหลักแล้วเทียบอักษรตัวอังกฤษ ออกมาแบบนี้ แต่ความหมายมาจาก Cooling 


ภาพ : รูปปั้นนี้ คือ สัญลักษณืของเมืองคลูลิ่ง หรือ กูหริง(ภาษาจีนกลาง Guling) รูปปั้นเป็นรูปวัวครับ

ที่จุดชมวิว ผมนี้รีบวิ่งเลยครับ ภาพกำลังสวยอยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่ามันจะจางหายไปตอนไหน มองเห็นภาพของหมอกที่ทะลักไหลลงมาจากภูเขา เป็นเหมือนภาพนน้ำตกขนาดใหญ่ แต่นี้ไม่ใช่สายน้ำแต่เป็นสายหมอก เราถ่ายรุปอยู่ได้ไม่ถึง5นาที หลังจากนี้เจอหมอกขนาดใหญ่ไหลเข้าสู่ตัวเมืองจนปิดทุกอย่างมิดในเวลารวดเร็ว หมอกหนากลับมาอีกครั้ง และมองทางแทบไม่เห็นเลยครับ ดีที่ข้ามถนนกลับมาแล้ว และได้ถ่ายรูปจุดชมวิวไปแล้ว ช้าไปกว่านิดเดียวคงต้องรอกันอีกยาวแน่ๆ 


ภาพ : จุดชมวิวเมืองคลูลิ่ง 


ภาพ : หมอกกำลังไหลลงอย่างกับน้ำตก


ภาพ : หมอกมาเต็มมากครับ 


ภาพ : เมืองโดนหมอกพุ่งเข้ามาแล้วครับ 

หมอกบนเขาหลู่ซานนี้ไม่น่าไว้ใจจริงๆ มาไวอยู่นาน บางที่มาไม่ทันตั้งตัว บางที่ก็ไหลมาสวยๆให้ถ่ายรูป …ยังไม่ได้เล่าเรื่องตำบลคลูลิ่งให้เพื่อนๆได้รู้จักกันเลย ต้องขอเริ่มเรื่องราวนี้ด้วยชื่อเมืองนี้ละครับ ที่เป็นชื่ทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษ มาจากคำว่า Coolling ความหมายว่า หนาวเย็น นั้นละครับ พวกฝรั่งในยุคบุกเบิกอาณานิคมชาวอังกฤษเรียกบริเวณนี้ว่า คลูลิ่ง คนจีนจึงออกเสียงทับศัพท์ว่า "กูหริง"(ภาษาจีนกลาง Guling) เป็นการใช้อักษรอังกฤษออกเสียงแบบคนจีนนะครับ บางที่การอ่านจะต่างจากการสะกดภาษาอังกฤษดดยทั่วไป ให้รู้พอเป็นความนัยว่า เมืองนี้มีชื่อว่า คลูลิ่ง และมีควาหมายตามชื่อเมืองจริงๆ คือเป็นเมืองที่มีความหนาวเย็น อากาศดีตลอดปี ในฤดูร้อนอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 22องศาเท่านั้น และในฤดูหนาวก็มีหิมะกับทัศนียภาพสวยๆ จึงได้ชื่อนี้มา 


ภาพ : อุโมงค์ต้นไม้ Guling Street


ภาพ : หมอกมาเต็มละถ่ายรูปจุดชมวิวไม่ได้ละ

ชื่อ คลูลิ่ง เรียกกันมาตั้งแต่ยุค สมัยราชวงศ์ชิง เมื่อสมัย 160-170ปีที่แล้ว สมัยนั้นมีชาวอังกฤษเข้ามารุกราน โดนบังคับเปิดท่าเรือ จิ่วเจียง ซึ่งห่างจากเขาหลู่ซาน 30กว่ากิโล ซึ่งอากาศค่อนข้างร้อนพวกฝรั่งเลยขึ้นมาสร้างเมืองตากอากาศอยู่บนเขานี้ ซึ่งเดิมมีชาวบ้านอยู่ไม่มากส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนฝึกลัทธิเต๋าอยู่บ้าง ประมาณช่วงปี ค.ศ.1850 จึงเห็นบ้านส่วนใหญ่บนเขานี้จะเป็นทรงฝรั่ง เมื่ออังกฤษกลับออกไป บ้านหลายหลังก็ขายต่อให้คนจีน 







ในสมัยก๊กมินตัง เจียงไคเช็คเห็นก็ชอบ ก็ใช้เป็นที่จัดการประชุมอยู่บ่อยๆ หลังจากนั้นต่อมา เจียงไคเช็กหนีไปไต้หวัน ประธานเหมาขึ้นมา ก้็เคยมาประชุมที่นี้เช่นกัน2ครั้ง มีบ้านพักบนเขานี้ด้วย เห็นมั๊ยมีคนดังๆมาอยู่ที่นี่กันเยอะ ..แล้วคนรุ่นที่อยู่มาก่อน ในเขตอุทยานแห่งชาติ ทางรัฐก็ให้ชาวบ้านอยู่เหมือนเดิม คนในนี้เข้าออกฟรี รัฐสร้างบ้านให้อยู่เป็นตำบลคลูลิ่งอย่างที่เห็น อุทยานแห่งชาติในจีนที่อื่นๆจะไม่มีเมืองแบบนี้นะครับ มีที่นี่ที่เดียว 


ภาพ : ลักษณะบ้านเรือนบนภูเขา

เราต้องลาจากจุดชมวิวตำบลคลูลิ่งแล้วละครับ ไปเที่ยวจุดอื่นบนเขากันต่อ เล่าเรื่องประธารเหมาเจ๋อตุง มีบ้านอยู่บนนี้ไปแล้ว ไปเที่ยวบ้านประธานเหมากันครับ ตอนนี้ทางอุทยานฯเขาเปลี่ยนให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เขาหลู่ซานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้านในยังคงเก็บข้าวของเครื่องใช้ในยุคประธานเหมาเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม มีห้องประชุม มีห้องนอนที่ยังคงเก็บไว้ ส่วนที่เหลือ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเขาหลู่ซานลูกนี้ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน 


ภาพ : บ้านประธานเหมาเจ๋อตุง บนเขาหลูซาน ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์เขาหลูซาน




ภาพ : ห้องนอนประธานเหมา เคยมาใช้เพียง2ครั้งเท่านั้น ในช่วงปั้นปลายของชีวิต 


ภาพ : ห้องประชุมของประธานเหมา

มีภาพคนดังมากมายที่เคยมาเยือนที่แห่งนี้ ภาพเขียนสีลายพู่กันจีนของเขาหลู่ซานที่หาชมได้ยาก มีห้องแสดภาพวาด500อรหันต์ของจีนที่หาชมได้ยาก เหลือเพียงเท่าที่เห็นในห้องนี้เท่านั้นหายไปหลายชิ้นในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน มีภาพเกี่ยวกับเขาหลู่ซานสมัยอดีต ฯลฯ 


ภาพ : ภาพคนดังที่เคยมาเขาหลูซาน


ภาพ : ภาพวาดพู่กันจีนเขาหลูซาน


ภาพ : ภาพ500อรหันต์ ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ที่จัดแสดงเท่านั้น 




ภาพ : ภาพเขาหลู่ซานในอดีต

ไปชมจุดที่เขาว่า เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดบนเขาหลู่ซาน ที่เมื่อเช้าเราไม่มีโอกาสขึ้นมาชมเพราะฝนตกและหมอกลงจัดนั้นเอง ..ที่ไหนได้ ขนาดว่ามาช่วงบ่ายแล้วนะ ยังเจอหมอกลงจัดอีก แม้จะไม่มีฝนแล้ว แต่ก็มองอะไรไม่ค่อยเห็น จุดนี้สูงจากระดับน้ำทะเล 1,286 เมตร จุดนี้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Hanpo pass ซึ่งถ้าวันที่อากาศดี เราจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดนี้สวยมากถือว่าเป็น1ใน9จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดในเมืองจีน สามารถมองเห็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจีน ทะเลสาบผอหยางหู (Poyang Lake) ช่วงเวลาดีทีสุดคือ กลางเดือนตุลาคม จนถึง ต้นเดือนเมษายน 


ภาพ : Hanpo pass จุดนี้ด้านบนมีเก๋งจีน เป็นจุดชมวิวพระอาทิตขึ้นที่สวยที่สุดติด1ใน9ของจีน


ภาพ : ตรงจุดนี้สถานี cable car


ภาพ : เก๋งจีนด้านบน Hanpo pass

แล้วก็มีเวลาเล็กน้อยแวะไปเดินเที่ยวชม สวนพฤษศาสตร์หลู่ซาน ซึ่งรวบรวมพันธุ์ไม้ไว้มากมายสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1934  เป็นฐานสำคัญในการอนุรักษ์พรรณไม้ย้ายถิ่นของลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงตอนกลางและตอนล่างประเทศจีน ส่วนตัวแล้วผมชอบพันธุ์ต้นสนที่เขารวมรวมไว้มากจริงๆ ได้เห็นต้นสนแปลกๆที่ไม่เคยเห็นก็คราวนี้ 


ภาพ : ภายในสวนพฤกษศาสตร์เขาหลู่ซาน

แวะถ่ายภาพจุดชมวิวอีกจุด ทะเลสาบหลูหลิง เห็นหมอกกำลังวิ่งเข้ามาในทะเลสาบแล้วก็เป็นดังคาด ไม่ถึง2นาที ก็หายวับไปกับตา มองอะไรไม่เห็นเช่นเดิม ตอนนี้เราคงได้เวลากลับลงเขาแล้วละครับ เพราะยังต้องเดินทางไปเที่ยวกันอีกหลายเมือง แต่พอได้ไอเดียครับ สำหรับเขาหลู่ซาน ถ้ามีเวลาในการเที่ยวมากหน่อยแนะนำให้อยู่สักอาทิตย์ เพราะเท่าที่เราเที่ยวอยู่นี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ยังมีจุดน่าสนใจอีกเยอะมากๆ 


ภาพ : ทะเลสาบหลูหลิง

เดินทางลงเขามาลงอีกฝากหนึ่งครับ จุดนี้ก้เป็นทางเข้าอุทยานฯเช่นกัน ขาลงผ่านโค้งน้อยกว่าเหลือประมาณ สามร้อยกว่าโค้ง ใช้วิธีหลับบนรถอุยานฯนี้ละครับ เดี๋ยวอ๊วก พอมาถึงอาคารบริการนักท่องเที่ยว ก็แวะเข้าห้องน้ำกันนิด แล้วก็เห็นภาพยนตร์เรื่องนึ่งของเขาหลู่ซานฉายอยู่ครับ นึกขึ้นมาได้ว่าไม่ได้เข้าไปดู แต่ขอเล่าให้ฟังแล้วกันว่ามันน่าสนใจมาก เป็นภาพยตร์ที่ถ่ายทำบนเขาหลู่ซานเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ฉายมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1980 มากกว่า30ปีแล้ว ทุกวันนี้ยังฉายอยู่ วันละ2รอบทุกวันไม่มีวันหยุด บนเขาหลู่ซานนั้นละครับ นั่งรถผ่านอยู่หลายที่เห็นละ ไว้คราวหน้าจะมาดู เรียกว่าเป็นหนังอมตะ ที่มีรอบฉายมากที่สุดในโลกเลยมั้งครับ แต่ก็ได้มาดูที่อาคารบริการนักท่องเที่ยวที่ตีนเขาแทน 555 น่าสนใจมาก 



ภาพ : ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาหลู่ซานที่ตีนเขา

เราเดินทางไปพักโรงแรมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักครับ สำหรับคืนนี้ ชื่อว่า Lushan resort ที่นี่มีบ่อน้ำแร่ร้อนให้แช่กันถึง4ทุ่มด้วย ฟินเลยครับ เก็บของเรียบร้อยก็ออกมาแช่น้ำแร่ดูดาวกลางแจ้ง 


ภาพ : โรงแรม หลู่ซานรีสอร์ท (Lushan Resort)


ภาพ : ราคาห้องพักวันนี้ 528 หยวน ถ้าเพิ่มอาหารเช้า บวกอีกร้อยหยวน


ภาพ : ในห้องพักของเรา


ภาพ : มีบ่อน้ำแร่ร้อนให้แช่ฟรีถึง4ทุ่ม

…วันพรุ่งนี้ยังออกเดินทางเที่ยวกันต่อ เป้าหมายไปที่เมืองแห่งตำนานเซรามิก เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น(JingDezhen) ต้นกำเนิดเลยครับ ติดตามต่อตอนที่4นะครับ และติดตามบทความตลอดการเดินทางได้ที่หน้าพิเศษ http://www.sadoodta.com/Nanchang_Jiujiang_Wuyuan


ขอบคุณ การท่องเที่ยวมณฑลเจียงซี และ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สนับสนุนการเดินทาง

แผนที่ Google map: