(เที่ยวจีน6วัน ตอนที่1) จากอู่ตะเภา สู่เขาหลู่ซาน เมืองตากอากาศสมัยอาณานิคม

การเดินทางในทริปนี้ ออกจะพิเศษสักหน่อยนะครับ มาเริ่มเดินทางกันที่สนามบินอู่ตะเภา สนามบินที่อยู่ในเขตพื้นที่ทหาร ซึ่งปัจจุบันเปิดให้สายการบินพานิชย์หลายสายการบินเข้าใช้บริการได้ ด้วยการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมาก ในพื้นที่ ระยอง พัทยา และเส้นทางที่เราจะไปเที่ยวกันในครั้งนี้ เป็นเส้นทางไปเที่ยวประเทศจีน บินจากสนามบินอู่ตะเภา ไปลงสนามบินหนานชาง(Nanchang) ประเทศจีน โดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย และจะเที่ยวไปรอบๆ แล้วย้อนกลับมาขึ้นเครื่องที่ หนานชาง(Nanchang) เช่นเดิมกลับเมืองไทย ลงที่อู่ตะเภาเหมือนเดิม


 
เที่ยวบินของเราออกเวลา 10.00น. แน่นอนว่าเราควรจะเดินทางมาถึงสนามบินก่อนสัก 2ชั่วโมงเพื่อเหลือเพื่อคาด มีเวลาเดินชมสนามบินสักเล็กน้อย มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างที่กำลังพัฒนาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะการเที่ยวแบบเช่าเหมาลำ ทั้งจากในและต่างประเทศ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าสนามบินอู่ตะเภาอาคารใหม่ก็คงสร้างเสร็จเรียบร้อยพร้อมเปิดให้บริการ และจะรองรับนักท่องเที่ยวและเที่ยวบินได้มากขึ้น ที่เห็นหลักๆก็จะมีคนจีนที่เดินทางมาเที่ยวพัทยากันมากขึ้น ครั้งนี้เราก็จะไปเที่ยวจีนบ้านเขากันบ้างละ หนานชาง(Nanchang) คือเป้าหมายของเราในทิปนี้ โดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย 


ณ​ ปัจจุบัน(พฤษภาคม พ.ศ.2559) เที่ยวบินจากเมืองไทยไปหนานชาง มีที่อู่ตะเภา ที่เดียวครับโดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย โดยทำการบินสัปดาห์ละ4เที่ยวบินเท่านั้น 


ภาพ : นั่งรออยู่ในสนามบินอู่ตะเภา ระยอง พัทยา

เวลาออกเดินทางออกจากอู่ตะเภา คือ  10.00น. ใช้เวลา3ชั่วโมงในการเดินทาง เวลาถึงปลายทาง 14.25น. หลายคนคิดในใจว่าว่าลงเครื่องทำไมเป็นบ่ายสองละ ต้องอย่าลืมปรับเวลาด้วยนะครับ ที่เมืองจีนเวลาที่เขาใช้จะเร็วกว่าเรา 1ชั่วโมง 


ภาพ : ด้านในสนามบินอู่ตะเภามีจุดรับสินค้าของคิงพาวเวอร์ด้วย มีนักท่องเที่ยวจีนมารอรับของพอสมควร ในนี้ยังมีร้านปลอดภาษีให้ช๊อปกันด้วย 


ภาพ : โมเดลอาคารผู้โดยสารสนามบินอู่ตะเภาใหม่ กลางปีนี้คงได้เปิดใช้แล้วครับ ประมาณช่วงสิงหาคม อยู่ติดกับอาคารผู้โดยสารที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งใหญ่ขึ้นทันสมัยขึ้น รองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น


ภาพ : ไทยแอร์เอเชียร์เรียกขึ้นเครื่องแล้วครับ หนานชาง


ภาพ : เครื่องบินลำที่เรานั่งไปหนานชาง Airbus A320


ภาพ : กินผัดไทยแอร์เอเชียสักหน่อย สั่งจองมาล่วงหน้านะครับจะได้กินแบบนี้เขามีให้เลือกหลายเมนู การเดินทางของเรา3ชั่วโมง กินไปชิลล์ๆ

ใครเดินทางมาสนามบินจีนแรกๆอาจจะแปลกใจอย่างที่ผมเคยเป็น แต่ครั้งนี้ไม่ใช้ครั้งแรกของสะดุดตาแล้วครับ อยากให้สังเกตุสนามบินสักนิด เป็นความรู้นอบตัวนะครับ ว่าอาคารสนามบินระหว่างประเทศของจีน จะเล็กกว่าอาคารสนามบินภายในประเทศมากและส่วนใหญ่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศจะใหญ่และทันสมัยกว่า ก็ด้วยจำนวนประชากร จำนวนการเดินทางที่มีในประเทศนั้นมีมหาศาลนั้นเอง อย่างสนามบินหนานชางนี้ก็เช่นกัน พวกเราน่าจะเป็นชาวต่างชาติในจำนวนไม่มากที่เดินทางมาเที่ยวเมืองนี้ด้วยสารการบิน การผ่านตรวจคนเข้าเมืองก็อาจจะใช้เวลามากกว่าคนจีนสักเล็กน้อยนะครับ 

เส้นทางการบิน ไทยแอร์เอเชีย อู่ตะเภา-หนานชาง


ภาพ : ถึงสนามบินหนานชางเป็นที่เรียบร้อย อากาศดีมาก กำลังเย็นสบาย


ภาพ : ด้านหน้าสนามบินหนานชาง อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ

ออกจากสนามบินก็ขึ้นรถบัสตรงไปยังภูเขาหลู่ซานกันเลย วันสุดท้ายค่อยกลับเข้ามาเที่ยวในเมืองหนานชาง ทริปนี้ต้องขอบคุณทางการท่องเที่ยวมณฑลเจียงซี ที่ให้การต้อนรับพวกเราทุกคน การเดินทางตลอดทริปมีไกด์ภาษาไทยมาให้ความรู้และคำแนะนำในสถานที่ต่างๆให้เราได้รู้จัก และเที่ยวได้อย่างสนุกขึ้นพร้อมกับการใช้เวลาที่น้อยลง 

***การเดินทางด้วยรถสาธารณะ มีรถประจำทาง ที่สถานีรถบัสเมืองหนานชาง (Nanchang inter-city bus Station) วิ่งตรงจากหนานชางสู่เขาหลู่ซาน ทุกวัน ตอน8.25น. ราคาประมาณ 50หยวน เที่ยวรถจะมีเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีความต้องการมากๆ (ไฮซีซั่น) และจะถึงหลู่ซาน บ่ายสามโมง 

การเดินทางของเราจากเมืองหนานชาง สู่อุทยานแห่งชาติเขาหลู่ซาน เมืองจิ่วเจียง ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ระหว่างทางได้เห็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนที่ชื่อว่า "ผอหยาง" (Poyang Lake) และเห็นแนวภูเขาหลู่ซาน ซึ่งมีพื้นที่อาณาเขตที่ใหญ่มากๆ ประมาณ 300ตารางกิโลเมตร ที่เราเห็นบนเขา พื้นที่รอบนอกที่อนุรักษณ์อีกรวม500ตารางกิโลเมตร มองเห็นหลูซานทางขวา และทะเลสาบทางซ้าย สวยงามมากๆ มีความยอดเขาสูงสุด สูงจากระดับน้ำทะเล 1,474 เมตร เรียกว่าสูงกว่าภูกระดึงเราไปนิดนึงแต่เนื่องจากเขาอยู่ในเขตพื้นที่สูงกว่าบ้านเรามาก เขาหลู่ซานจึงเป็นพื้นที่ ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นเมืองตากอากาศมาช้านานตั้งแต่สมัยยุคอาณานิคม ก่อนหน้านั้นก็จะมีเพียงนักบวชเท่านั้นที่ขึ้นบนเขาลูกนี้ ทุกวันนี้เป็นมรดกโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในปีค.ศ.1996 เพราะมีความสวยงามทั้งทางธรรมชาติและในแง่มุมทางวัฒนธรรม 


ภาพ : เริ่มมองเห็นแนวภูเขาหลู่ซาน ใหญ่มากๆ มองแบบนี้รู้สึกว่ามันสูงมาก



ระหว่างทางเรายังได้เห็นน้ำตกหลายแห่ง ที่ตกลงมาจากหน้าผาหิน บนเขาหลู่ซาน เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่และสูงมาก มากพอที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ บนเขายังปกคลุมด้วยสายหมอก  ให้ความรู้สึกเย็นสบายจริงๆ 


ภาพ : มองเห็นน้ำตกอยู่ไกลๆสองสาย ลองเอากล้องซูมเข้าไปดู


ภาพ : นี้คือภาพน้ำตกที่เรามองเห็นไกลๆ ไหลลงมาจากเขาหลู่ซาน ได้เห็นแบบนี้แล้ว


ภาพ : น้ำตกที่ไหลลงมาจากเขาหลู่ซาน 

เดินทางกันมาถึงทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาหลู่ซาน ซึ่งความจริงสามารถขึ้นเขากันได้หลายทาง ทางรถ2ทาง และยังมีจุดขึ้นด้วยกระเช้า(Cable car)ด้วยครับ แต่สำหรับทางรถจะนิยมมากที่สุด คนชอบขับรถขึ้นกันมากกว่า บางคนมารถบัสก็จะจอดรถไว้ด้านล่างนี้ละครับ แล้วต่อรถของทางอุทยานฯขึ้นเขา ซึ่งมีบริการเป็นลักษณะรถสาธารณะบนเขตพื้นที่ท่องเที่ยววิ่งวนรับนักท่องเที่ยว สำหรับเส้นทางขึ้นเขา นับว่าได้เรื่ออยู่กับโค้งกว่า700โค้ง ที่พวกเราต้องผ่าน ทำเอาแทบอวกเหมือนกัน แต่ขึ้นมาถึงแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน อยากจะนอนอยู่นี้สัก4-5วัน ลืมบอกไปครับว่าค่าเข้าอุทยานแห่งชาติเขาหลู่ซาน อยู่ที่คนละ 180หยวน คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 970บาท ไม่ว่าจะคนจีนหรือคนต่างชาติราคาเดียวกันครับ 


ภาพ : ด้านหน้าทางเขาอุทยานแห่งชาติเขาหลู่ซาน จุดนี้เราจะต้องซื้อตั๋วเข้าอุทยานก่อนนะครับ จะเอารถขึ้นหรือว่าจะนั่งรถบัสของอุทยานขึ้นก็ได้ ก้แล้วแต่จะเสียเงิน 



ภาพ : แผนผังอุทยานแห่งชาติเขาหลู่ซาน เห็นความกว้างใหญ่แล้ว อลังการมาก จะเที่ยวยังไงหมด คงต้องมาอีกหลายครั้ง หุหุ

พื้นที่ท่องเที่ยวบนเขามีทั้งหมดราวๆ 100ตารางกิโลเมตร จากพื้นที่ทั้งหมด 200ตารางกิโลเมตร ใหญ่มากครับ ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด้านล่างตีนเขายังมีโมเดลจำลองของเขาลูกนี้อยู่ด้วย ผมซื้อแผนที่ที่บอกแหล่งท่องเที่ยวไว้1ฉบับราคา 10หยวน เห็นว่ามีชื่อภาษาอักฤษกำกับอยู่ด้วย 

ภาพ : โมเดลจำลลองขนาดใหญ่บริเวณหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาหลู่ซาน


ภาพ : จุดซื้อตั๋วเข้าอุทยานฯ ผู้ใหญ่ 180หยวน


ภาพ : ซื้อแผนที่จากร้านขายของชำข้างๆที่ซื้อตั๋ว ซื้อมา10หยวน

ได้เวลาขึ้นรถบัสกันแล้วครับ จะเป็นบริการนักท่องเที่ยวที่ขึ้นได้ทุกคนครับถ้าซื้อตั๋วเข้าอุทยานไว้เรียบร้อยแล้ว ลงให้ถูกที่ก็แล้วกัน แต่กว่าจะขึ้นถึงยอดเขา ระยะทางประมาณ 20กิโลเมตร ก็ใช้เวลาประมาณ 40นาทีละครับ โค้งเยอะมาก …เลือกที่นั่งเอาตามใจชอบครับ 


ภาพ : รถบัสบริการของอุทยานแห่งชาติเขาหลู่ซาน 


ภาพ : ขึ้นรถแล้วเลือกนั่งตามใจชอบ


ภาพ : เส้นทางขึ้นเขา โค้งเยอะ ถนนแคบ ...นั่งรถอุทยานดีแล้ว พกยาดมไว้สักอันเพื่อเวียนหัวด้วยนะ


ภาพ : จุดนี้เป็นทางเข้าอุโมงค์แสดงว่าเรามาถึงบนเขาแล้ว แยกขวาไปตำบลคลูลิ่ง ชาวบ้านที่นี่เขาอยู่กัน ส่วนลอดอุโมงค์ไปจะเป็นโซนที่พักร้านอาหาร เป็นโซนธุรกิจท่องเที่ยว

พอมาถึงบนเขา …ผมเองมาครั้งแรก แปลกใจเลยครับ กับความเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่บนภูเขา ใหญ่มาก เหมือนเมืองตะวันตก เมืองหนึ่งเลยครับ บ้านเรือนแนวตะวันตกสร้างด้วยหิน มีร้านอาหาร โรงแรม สิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ไม่เหมือนอุทยานแห่งชาติบ้านเรา ที่จะมีแต่พื้นที่สำหรับเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่นี้มันเมืองเลยครับ บนเขาหลู่ซานแห่งนี้มีโรงแรมตั้งแต่ระดับ 2ดาวไปจนถึง5ดาว ไว้รองรับนักท่องเที่ยว รวมร้านอาหารด้วยมีกว่า 168แห่ง ถ้านับรวมเตียงที่ให้บริการมีมากกว่า 16,000 เตียง ยังมีจุดท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งทางธรรมชาติ และวัฒนธรรม ถ้าเที่ยวกันจริงๆ อยู่สักสัปดาห์จะเที่ยวหมดหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ความน่าสนใจยังมีอีกเยอะบนเขาแห่งนี้ แต่ว่าเราจะไปเที่ยวกันวันพรุ่งนี้ วันนี้เดินทางกันมาเหนื่อยๆเข้าที่พักกันก่อน 


ภาพ : โรงแรมที่เราพักคืนนี้บนเขาหลู่ซาน ระดับ4ดาวนะครับ Fairyland Hotel 



โรงแรมที่เราพักกันคืนนี้ชื่อว่า Fairyland Hotel อยู่บนเขาหลู่ซานนี้ละครับ เป็นโรงแรมที่ดีเลยละครับ กินอาหารที่โรงแรมกัน แล้วก็พักผ่อนวางแผนการเที่ยวกัน ตั้งใจว่าจะตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวสวยๆ แต่ประเมินแล้วพบกว่า ฝนตกแน่ๆ เลยอาจจะมีขยับโปรแกรมกันนิดหน่อย เอาเป็นว่าตื่นสายได้หน่อยหนึ่งจากเดิมที่จะตื่นตี4 ….โฮ้ๆๆ 

ภาพ : อาหารมื้อเย็นที่โรงแรมครับ









ไปสำรวจห้องพักกันกว่าครับว่าน่านอนแค่ไหน แล้วจะไม่อยากตื่น …ก่อนขึ้นห้องเหลือบไปเห็นราคาห้องแบบ Walk-in เห็นแล้วหนาวเลยทีเดียว ราคา1,888หยวน สำหรับเตียงใหญ่ คิดเป็นเงินไทยนี้มัน คืนละ 10,000 บาทเลยนะ จองออนไลน์จะถูกกว่านี้นะ ไปนั่งดูที่พักบนเขาลูกนี้ทางเว็บ มีตั้งแต่สี่ร้อยกว่าบาทไปจนหลักหมื่นเลยละครับ 


ภาพ : ที่เคาเตอร์โรงแรมแทบทุกแห่งจะมีจอมอนิเตอร์บอกราคาห้องพักไว้ให้เห็นแบบนี้ ที่เห็นเป็นราคา walk-in นะครับ 


ภาพ : สะดุดตามาก มี router wifi มาให้ในห้องเลย ให้ความสำคัญกับ wifi freeในโรงแรมมากๆ ไม่ต้องแชร์สัญญาณกับใคร 555


ภาพ : ห้องน้ำสวยสมราคาละ ปูหินอ่อน


ภาพ : ปลั๊กไฟที่โรงแรมมีหัวหลายแบบให้เลือกใช้ ซึ่งเราคนไทยจะใช้ปลั๊กแบบหัวแบนและกลม ซึ่งสามารถใช้ได้เลยครับ 

ภาใยห้องพักของเรา ดูดีทีเดียว ที่สะดุดตามากๆคือ Wifi Router ทีให้มาห้องต่อห้อง วางไว้ที่โต๊ะทำงานเลยทีเดียว เรื่องปลั๊กไฟสำหรับหัวแบนหรือกลมจากเมืองไทยใช้ได้สบายครับ ห้องน้ำก็ปูด้วยหินอ่อนสวยงามมากๆ และได้ความอบอุ่นดีด้วย บนเขาอุณหภูมิจะลดลงไปอีกต่างจากพื้นราบที่ขึ้นมา ก่อนนอนคืนนี้ราวๆ 12องศาละครับ 

เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเที่ยวกันแบบจริงจังละ บนจุดต่างๆบนเขาหลู่ซาน วันนี้เดินทางกันมาเหนื่อยๆนอนพักเอาแรงก่อน …ติดตามอ่านต่อตอนที่2นะครับ และติดตามบทความตลอดการเดินทางได้ที่หน้าพิเศษ http://www.sadoodta.com/Nanchang_Jiujiang_Wuyuan

ขอบคุณ การท่องเที่ยวมณฑลเจียงซี และ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สนับสนุนการเดินทาง

แผนที่ Google map: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel