เที่ยวคุมาโมโตะ - อามาคุสะ (Kumamoto-Amakusa)

บทความนี้จะมาเล่าประสลการณ์ที่ได้ไปเที่ยว เมืองคุมาโมโต้เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาครับ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ประทับใจมากๆ มีเรื่องราวสะดุดตาเก็บกลับมาฝากกันหลายเรื่องเลยทีเดียว ยังเป็นการเดินทางมาเที่ยวที่ คุมาโมโต้เป็นครั้งแรกอีกด้วย ไปเมืองอามาคุสะ ซึ่งเป็นเมืองที่นับว่าเป็นดินแดนที่มีชาวญี่ปุ่นนับถือคริสต์ยืนยาวมากว่า 400ปี และกำลังจะได้เป็นมรดกโลกในไม่ช้า (กำลังอยู่ในช่วงเสนอชื่อ) 



สำหรับเพื่อนๆที่ไม่เคยไปเที่ยวที่คุมาโมโต้ มาทำความรู้จักกันแบบง่ายๆก่อนครับ คุมาโมโต้ (Kumamoto) เป็นเมืองที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ภูมิภาคคิวชู(Kyushu) ในจังหวัดฟุกุโอกะ (Fukuoka) สำหรับภูมิคิวชู(Kyushu)นั้นตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่น มีเมืองท่าสำคัญหลายเมือง ซึ่งใช้ติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี นั้นก็รวมเมืองที่เราจะไปเที่ยว ในทริปนี้ด้วย เมืองคุมาโมโต้ และเมืองอามาคุสะ 



คนไทยหลายคนไม่ค่อยคุ้นชื่อเมืองคุมาโมโต้นัก แต่พอพูดถึงหมีดำจอมทะเล้น ที่ชื่อว่า “คุมะมง” แล้วละก็ร้องอ้อกันซะเป็นส่วนใหญ่ เจ้ามาสคอตตัวนี้โด่งดังไปทั่วโลกและเป็นที่รักของชาวญี่ปุ่นมากทีเดียว และคนไทยก็รู้จักกันเป็นอย่างดี ครั้งนี้ละครับเราจะได้ไปเยี่ยมบ้านของ คุมะมงด้วยกัน ได้ยินมาว่าเขามีที่ทำงานที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยนะ 


ภาพ : นั่งชินกันเซ็ง


ภาพ : นั่งรถไฟท่องเที่ยว A-Train

มาไล่เรียงลำดับกันก่อนมั๊ยครับว่าทริปนี้เราเดินทางไปที่ไหน มีอะไรน่าสนใจ มาฝากกันบ้าง เริ่มต้นที่การเดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะ ไปสถานีรถไฟฮากะตะ นั่งรถไฟชินกันเซ็ง ไปเมืองคุมาโมโตะ เพื่อไปให้ทันรถไฟท่องเที่ยว A-Train เป้าหมายการเดินทางวันแรกคือการไปที่เมืองอามาคุสะ เที่ยวรบอเกาะ ตามหาหินประหลาดรูปหัวนม ชมวิวที่ปราสาท Tomioka Castle แล้วไปเยี่ยมชมโบสถ์ที่กำลังจะได้เป็นมรดกโลก Sakitsu - lmatomi โรงแรมที่เราพักก็เป็นแบบเรียวกัง คือแบบญี่ปุ่นดั่งเดิม ด้านในมีออนเซ็นด้วยนะ ยังมีกิจกรรมแบบนั่งรถบัสเที่ยว นั่งเรือออกไปชมฝูงโลมากลางทะเล สนุกสนานกันมากครับ ก่อนจะกลับเข้าเมืองคุมาโมโตะ มาเที่ยวปราสาทคุมาโมโต้ แล้วตามหาคุมะมงกัน จุดสะดุดตาในทริปครั้งนี้ก็ประมาณนี้ละครับ 


ภาพ : ถ่ายรูปบน A-Train

อะมะกุส(Amakusa) เป็นดินแดนชาวคริสในประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยทั่วไปคนญี่ปุ่นจะนับถือพุทธ และน้อยมากที่จะนับถือคริสต์ ก็มีที่อะสะกุสะ(Amakusa) นี้ละครับที่จะมีชาวคริสต์เยอะกว่าที่อื่น ซึ่งเราจะพบโบสถ์เก่าแก่อายุหลายร้อยปีที่นี่หลายแห่ง โบสถ์แคทอลิกสวยๆ และเรื่องราวของนักรบซามูไรผู้ยืนหยัดในความเชื่อ เป็นประวัติศาสตร์ที่อยู่คู่เมืองมานาน ไว้เล่าให้ฟังแบบละเอียดอีกครั้งครับ 

จากสถานีรถไฟมิซูมิ(Misumi) เราต้องนั่งเรือข้ามไปยังเกาะที่อยู่อีกฝากซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองอามาคุสะ นั้นเอง ท่าเรือกับสถานีรถไฟก็อยู่ห่างกันแค่นิดเดียวเท่านั้นสะดวกกับการเดินทางต่อเป็นอย่างมากครับ 


ภาพ : สถานีรถไฟมิซูมิ สร้างให้เหมือนโบสถ์คริสต์


ภาพ : นั่งเรือไปอามาคุสะ

นั่งเรือข้ามฝากมาถึงเมืองอามาคุสะ ไม่น่าเชื่อครับการเดินทางที่เดินทางกันมาตั้งแต่เช้า นี้จะแค่เที่ยงเท่านั้นเอง มีเวลาเที่ยวกันรอบเกาะสบายๆ วันนี้เราเลยเดินทางรอบเกาะกันเลยครับ อยากไปเห็นจุดท่องเที่ยวสำคัญๆของเกาะ 

เราไปเที่ยวกันใกล้ๆท่าเรือก่อนครับ เป็นสะพานหิน ที่เหลือเพียงแห่งเดียวของเมือง ชื่อว่า Gion Bride สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1832 เมื่อก่อนมีสะพานแบบนี้เยอะปุจจุบันเหลือแห่งเดียว ถ้าเดินข้ามสะพานจะเป็นศาลเจ้า Gion สะพานสร้างด้วยหิน ที่น่าสนใจลองมองดูที่เสาของสะพาน นะครับ ฝั่งที่น้ำพัดเข้าหา เสาแรกเขาจะออกแบบให้เป็นด้านมีเหลี่ยมเพื่อให้น้ำวิ่งไหลผ่านได้ง่าย เป็นภูมิปัญญาของคนญี่ปุ่นสมัยก่อน 


ภาพ : สะพาน Gion สะพานหินแห่งสุดท้ายของเมืองอามาคุสะ

อีกหนึ่งจุดที่สะดุดตาเอามากๆ คือ หินรูปร่างประหลาดครับ ชื่อว่า Oppaiiwa มีรูปร่างแตกต่างจากหินที่อยู่โดยรอบทั่วๆไป ตั้งอยู่บริเวณริมหาดที่เป็นลักษณะพื้นหิน แต่หินก่อนนี้คนญี่ปุ่นดูแล้วบอกว่ามันเหมือนหัวนมของหญิงสาว จึงกลายเป็นตำนานเรื่องเล่าว่า ถ้าผู้หญิงคนไหนได้มาที่นี่จะมาลูปมาคลำ แล้วหน้าอกตัวเองจะใหญ่ขึ้น กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากสาวๆอย่างมาก 


ภาพ : ถ่ายภาพกับหินรูปหัวนม

และจุดชมวิวที่พลาดไม่ได้เลยของ อามาคุสะ มีหลายจุดด้วยกันครับ เราเริ่มกันที่ Tomioka Castle ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1603 เก่าแก่มากตั้งอยู่บนเขา ที่สามารถมองไปรอบด้านเห็นเกาะได้แทบทั้งเกาะ และมองเห็นไปทางเกาหลี ทางจีนได้ด้วย ในสมัยก่อนนั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์ทีเดียว ที่จะมองเห็นเรือเข้าออก การค้าการขายกับชาวต่างชาติก็เริ่มต้นที่นี่ละครับ 


ภาพ : วิวมองจากปราสาท Tomioka

อีกด้านหนึ่งของเกาะ มีจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสวยๆ ที่ไม่ควรพลาด จุดนี้เราจะมองเห็นหินก้อนใหญ่ ตั้งอยู่กลางทะเลรุปร่างเหมือนช้าง เดินอยู่กลางทะเล จุดนี้ลมค่อนข้างแรงครับ 


ภาพ : หินรูปช้าง

อีกจุดที่นักถ่ายภาพชอบมากๆ นอกจากความสวยงามของวิวแล้ว หลายคนมารอชมพระอาาทิตย์ตก ที่บริเวณรูปปั้นพระแม่มารี ที่ตั้งอยู่ริมทะเล ใกล้โบสถ์ Sakitsu 

และแน่นอนว่ามาเที่ยวอามาคุสะ แล้วไม่มาเที่ยวโบสถ์ของพระคริสต์ Sakitsu ก็เหมือนมาไม่ถึงนะครับ นี่นี่กำลังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลก เพราะมีเรื่องราวความความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่นับถือคริสต์ยืนหยัดมาหลายร้อยปี ผจญความลำบาก การต่อสู้เพื่อความเชื่อมายาวนานจนทุกวันนี้ก็ยังมีโบสถ์และชาวคริสต์อยู่ที่นี่ 


ภาพ : มาเยี่ยมชมโบสถ์คริสต์

สำหรับโรงแรมที่เราเข้าพักนั้น ชื่อว่า Igaya ryokan เป็นที่พักสไตล์ญี่ปุ่นที่เรียกว่าเรียวกัง นอนบนเสื่อ ต้งปูที่นอนก่อนนอน อะไรแบบนั้น มีออนเซ็นในโรงแรม ใครสนใจลองเข้าไปจองได้ที่เว็บไซต์ www.igayaryokan.jp ดูเหมือนว่าเจ้าของน่าจะเป็นชาวคริสต์ด้วยนะ ผมเห็นมีรูปปั้นพระแม่มารี อยู่ที่ล๊อบบี้ ...ถ้ามีเวลานะครับลองดู เดินไปทาง ด้านหน้าหมู่บ้านที่เป็นซุ่มโค้งใหญ่ๆตรงจุดนั้น มีออนเซ็นแช่เท้าสาธารณะอยู่ ไปใช้บริการได้ แต่ที่โรงแรมก็มีออนเซ็นให้ใช้นะครับ 


ภาพ : ที่พักของเรา igaya ryokan


ภาพ : ในห้องนอน


ภาพ : ในออนเซ็น


ภาพ : ออนเซ็นแช่เท้าของหมู่บ้าน 

อีกหนึ่งวันเรานั่งรถบัสเที่ยวของเมืองนี้กันครับ ราคาต่อหัวแค่ 1,000 เยนเท่านั้นเอง ถูกมากกับการได้เที่ยวไปตามจุดต่างๆ ซึ่งมีไกด์ชาวญี่ปุ่นคอยบรรยายบนรถ ถึงแม้ว่าผมจะฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ค่อยออกแต่ทุกคนก็พยายามพูดกับเรา อธิบายเราไปด้วย น่ารักมาก วันนั้นคนขึ้นรถใช้บริการไม่ค่อยเยอะครับ มีลุงกับป้าคู่หนึ่งและพวกเราแค่นั้น จากที่พักของเรา รถวิ่งตัดผ่านภูเขา ผ่านเมือง ผ่านสนามบินอามาคุสะ(เครื่องบินที่ลงที่นี่เป็นเครื่องบินเล็ก และหน้าตาเป็นโลมาด้วยนะ) ไปยังท่าเรือที่จะพานักท่องเที่ยวไปชมฝูงโลมา เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก ด้วยราคาที่ไม่แพงนัก คนละ 2,500 เยน ถ้ามาจากจุดท่องเที่ยวอื่นแพงกว่านี้มาก ซื้อทัวร์ที่อามาคุสะถูกสุดละ ใช้เวลาในการออกไปดูโลมา ประมาณ 1.30 ชั่วโมง 


ภาพ : รสบัสท่องเที่ยวของเมืองอามาคุสะ


ภาพ : นั่งเรือไปชมโลมา


ภาพ : โลมา มาแล้วตื่นเต้นมาก

คนขับเรือบอกว่าโอกาสที่จะได้เห็นคือ 98% ได้เห็นแน่นอน และเยอะที่สุดในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น บนเรือเขาจะมสัญญาณค้นหาตำแหน่งด้วย ซึ่งค่อนข้างแน่นอนทีเดียว เป็นอะไรที่สนุกสนานตื่นเต้นมากกับการถ่ายรูปกับเจ้าโลมา ลุ้นว่าเขาจะขึ้นมาจากทางไหน ให้เราได้เห็นตัวเขา 

กลับจากดูโลมา รถบัสท่องเที่ยวของเมืองก็มารอรับครับ แล้วาไปร้านขายของฝาก มีของฝากจะแนะนำด้วย อย่างแรกที่ต้องลองกันก่อนเลยคือ ขนมที่ทำจากหอยเม่น เป็นลูกกลมๆทอด อร่อยมากครับ เขาว่าเป็นของประจำเมืองนี้เลย และของฝากจำพวกขนมขบเคี้ยวที่ทำจากกุ้งล๊อปสเตอร์ นิยมมาก เพราะล๊อบสเตอร์ที่มเืองอามาคุสะขึ้นชื่อมาก ผมก็ซื้อกลับมาหลายอย่างทีเดียว 


ภาพ : ร้านของฝาก


ภาพ : ขนมหอยเม่น


ภาพ : ถ่ายภาพกับผู้ร่วมทริป

ขากลับเราก็ต้องนั่งเรือกลับเหมือนตอนมานี้ละครับ เรือของเราไปจอดที่ท่าเรือ L’isola Market ไม่ได้กลับไปที่สถานีรถไฟมิซูมิ แต่เราจะใช้วิธีนั่งรถบัสเข้าเมืองคุมะโมโต้กันครับ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ทีต้องเรียนรู้จริงๆ บนรถได้เจอกับคุณลุงคุณป้าที่นั่งรถบัสเที่ยวกับเราวันนี้อีกครั้ง ดีใจกันมากเลยครับ ตลอดเส้นทางยังวิ่งผ่าจุดท่องเที่ยวบางจุดด้วยอย่างเช่นหาดชายเลนที่นักท่องเที่ยวนิยมลงไปจับหอยกัน ประมาณชั่วโมงครึ่งเราก็เดินทางมาถึงเมืองคุมะโมโต้แล้วครับ 


ภาพ : รูปปั้นซามูไรชาวคริสต์ สั่งเกตุมีกางเขนที่คอด้วยนะ

เรื่องค่าโดยสารรถบัสเส้นทางไกลนี้น่าสนใจมากครับ บนรถเขาจะมีบอร์ด อยู่อันหนึ่งติดหน้ารถ เป็นบอร์ดไฟแสดงตัวเลข ให้เห็นราคาค่าโดยสาร วิธีดูก็ประมาณนี้นะครับ คือ ตอนที่เราขึ้นรถ เขาจะมีพิมพ์กระดาษเล็กๆให้เรา เป็นหมายเลขสถานีที่เราขึ้น จากนั้นเราก็ไปดูที่บอร์ด ตรงช่องหมายเลขของเรา นั้นคือราคาโดยสารถ้าเราลงสถานีหน้า และมันจะเพิ่มราคาขึ้นเรื่อยๆเมื่อระยะทางเพิ่มขึ้น 


ภาพ : นั่งรถบัสไปเมืองคุมาโมโตะ

มาถึงคุมาโมโตะ คุณลุงกับคุณป้าที่เราเจอก็พาเราไปซื้อตั๋วโดยสารรถเมล์ท่องเที่ยวของเมืองแบบใช้หนึ่งวันให้เราไว้เที่ยว นั่งกี่รอบก็ได้ เขาจะวิ่งเป็นวงกลม ไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของเมือง ซึ่งเราก็จะไปกันที่ปราสาทคุมาโมโตะ นั้นเอง ก่อนเข้าโรงแรม 


ภาพ : คุณลุงและคุณป้า ช่วยแนะนำแหล่งท่องเที่ยวให้ด้วย


ภาพ : ตั๋วรถเมล์แบบวันเดียวเที่ยวเมืองคุมาโมโต้

คนขับรถรู้ว่าเราจะลงที่ปราสาทคุมาโมโตะ ใจดีมาก แนะนำจุดลงที่บอกว่าถ่ายรูปสวยให้เราด้วย คือช่วงนี้ปราสาทคุมะโมโต้ปิดปรับปรุงหลายจุดกครับ เลยได้ดูแต่ภายนอก เพื่อนๆอาจจะได้ยินข่าวกันมาบ้าง ว่าเมื่อตอนต้นปีมีเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นที่เมืองคุมาโมโตะ ปราสาทก็มีทรุดพังลงมาบางส่วน ตรงบริเวณกำแพง รอบปราสาท แต่ก็แค่บางจุดครับ ส่วนตัวปราสาทมีความเสียหายบางที่ภายนอก ตอนนี้ก็ปิดปรับปรุงครั้งใหญ่แต่เราสามารถถ่ายรูปที่ภายนอกได้ จุดสวยๆก็ตรงลานสนามข้างๆปราสาท และอีกจุดที่แนะนำคือ ในศาลเจ้าข้างปราสาทนั้นละครับ ได้เวิวปราสาทสวยมาก 


ภาพ : ถ่ายรูปปราสาทคุมาโมโต้ จากหน้าศาลเจ้า

เหตุการแผ่นดินไหวครั้งที่ผ่านมาทำให้มีการค้นพบก้อนหิน ที่มีลายแกะสลักรูปพระพุทธเจ้าเก่าแก่ด้วยครับ ทางเจ้าหน้ากลายเป็นเรื่องเซอไพรซ์มากๆที่ได้ค้นพบโบราณวัตถุสำคัญ เขาก็นำมาตั้งจัดแสดงไว้ที่ศาลเจ้าข้างๆปราสาทคุมะโมโต้นั้นละครับ ไปชมกันได้ 


ภาพ : ปราสาทคุมาโมโต้


ภาพ : หินที่มีร่องรอยแกะสลักพระพุทธเจ้าบนหิน

มาถึงที่เมืองคุมะโมโต้แล้วสิ่งที่สำคัญ สำหรับเพื่อนๆที่ชอบความน่ารักของเจ้า คุมะมง แล้วละก็ ต้องไปช้อปคุมะมงเลยครับ อยู่ที่ ชั้น1ห้างสรรพสินค้าหน้าสถานีรถราง Suidocho (แผนที่ https://goo.gl/maps/x5cGZ6EtySP2) ที่นี่เป็นสถานที่ทำงานของคุมะมงด้วย มีโต๊ะทำงานและสมุดเยี่ยม ถ้าไปถึงอย่าลืมเซ็นสมุดเยี่ยมให้คุมะมงด้วยละครับ 


ภาพ : ร้านคุมะมง


ภาพ : ห้องทำงานคุมะมง

และอาหารมื้อเย็น ที่แรกว่าอยากกินอะไรที่มาเมืองนี้ต้องกิน แต่พอได้ยินแล้ว ไม่รู้ว่าเพือนๆจะกินได้มั๊ยนะ เป็นซาซิมิ เนื้อม้า ไม่ผิดครับ เนื้อม้า ความนิยมไม่ได้มีมาแค่ปีสองปี แต่มีมาหลายร้อยปีแล้ว โดยคนแรกที่กินคือ เจ้าเมืองคุมะโมโต้นั้นเอง ท่านเคยไปตกระกำลำบากที่เกาหลี แล้วไม่มีอะไรกิน หันไปมีแต่เนื้อม้าจึงกินปะทังชีวิต พอได้กลับมาญี่ปุ่นจึงยังติดใจเนื้อมาสดๆ กินเรื่อยมาจนกลายเป็นความนิยมของเมืองนี้ไปด้วย อันนี้เมืองอื่นไม่กิน และไม่ได้หากินง่ายแบบเมืองคุมาโมโตะ ถ้าใครสนใจลองได้ครับ 


ภาพ : เนื้อม้า อาหารขึ้นชื่อของเมืองคุมะมง

กลางคืนเราเดินย่างอาเขต ของคุมะโมโต้กันสักพักก่อนกลับเข้าโรงแรม ซึ่งโรงแรมที่ผมพักชื่อว่า Castle Hotel Kumamoto โรงแรมนี้เดินไปย่านอาเขตไม่ไกล และใกล้กับปราสาทคุมะโมโต้ด้วย จักพรรดิ์ญี่ปุ่นเคยมานนอนที่นี่ด้วยนะครับ ยังมีงานภาพสีสุดอลังการของผู้กำกับชื่อดัง อะกิระ คุโรซาวา แขวนติดไว้ที่ล๊อบบี้โรงแรมด้วย 

ก่อนกลับเมืองไทยตื่นแต่เช้า ยังได้เห็น Super Moon นึกว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นซะแล้ว ขึ้นตรงหน้าโรงแรมพอดี มองไปยอดปราสาท เลยถ่ายภาพเก็บมาเป็นที่ระลึกของการเดินทางทริปนี้ 


ภาพ : Super Moon ที่ปราสาทคุมาโมโต้

คำแนะนำสำหรับเพื่อนที่กำลังจะมาเที่ยวคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่นนะครับ ช่วงนี้ กำลังมีโปรโมชั่น ที่จะช่วยให้การเดินทางและการเที่ยวในคุมะโมโต้ถูกลง มีบริการพิเศษให้เพิ่มขึ้น ยาวๆกันไปถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2559 และไม่ใช่ราคาพิเศษแค่คุมาโมโต้ แต่เป็นคิวชู ทั่งภูมิภาคเลยครับ คือ ถ้าไปใช้บริการที่ไหนในคิวชูให้มองหาสัญลักษณ์ตามรูปด้านล่างนี้นะครับ 



ไม่ว่าจะเจอในเว็บไซต์หรือตามเอเยนซี่ทัวร์ ก็หมายความว่าเพื่อนๆ จะได้สิทธิประโยชน์บางอย่างแน่นอน เช่นการรับของที่ระลึก หรือ free wifi และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งสามารถเห็นโลโก้นี้ตามสถานีรถไฟ ซึ่งก็จะสามารถใช้ wifi ฟรีได้ เป็นต้น เป็น special promotion เฉพาะช่วงนี้เลยครับ 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คุมาโมโตะ ดูได้ที่นี่ครับ https://kumanago.jp/hereiam/th/


แผนที่ Google map: 
ต่างประเทศ: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel