เต็มอิ่ม!! ทริปสวย ทริปเที่ยว ทริปเดียวกัน Lady's trip in korea

ในส่วนของทริปเกาหลีทริปนี้มันก็ออกจะคูลๆ สวยๆ เลิศๆ ซักหน่อยนะค่ะ เพราะทริปนี้เป็น Lady ’s Trip อย่างแท้จริง เพราะทริปเกาหลีครั้งนี้ของเรามันก็ออกจะแตกต่างจากครั้งที่ผ่านๆ มาค่ะ ไหนก็เป็นทริปสาวๆ จึงขอเชิญสาวๆ ทั้งหลายเข้ามามุง ณ บัดนี้ ค่ะ เผื่อไว้เป็นแรงบันดาลใจในการออกเดินทางครั้งต่อไป

Hi, Girls Let's go to Korea. 
ทริปนี้มีแต่อะไรๆ ที่เป็นสิ่งดีงามที่ควรค่าแก่สาวๆ อย่างพวกเรามากๆ ไม่ว่าจะเป็น การได้ไปชมโรงงานผลิตเครื่องสำอางค์แบรนด์ดังของเกาหลีที่ Story Garden By AmorePacific  ซึ่งด้านในก็จะมีการจัดแสดงเกี่ยวกับวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตเครื่องสำอางค์ ซึ่งจะถูกจัดไว้ในห้องต่างๆ ที่สวยงามและดูสะอาด เรื่อยไปจนได้เห้นกระบวนการผลิตภายในโรงงาน ที่มาของการเริ่มต้นทำเครื่องสำอางค์ แบรนด์ ABC  ที่เริ่มต้นมาจากการทำใช้กันในบ้านจนทุกวันนี้มีแบรนด์ต่างๆ มากมายที่อยู่ในเครือนี้ เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับแบรนด์เหล่านี้ดี อย่างเช่น Innisfree   Sulwhasoo Laneige  Iope  Etude House  Hera espoir Mamonde และอีกหลายแบรนด์ที่อาจจะไม่กล่าวถึง   และจะมาชมอย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอค่ะ  ที่นี่เรายังได้ของที่ระลึกกลับมาด้วยค่ะ มาถึงโรงงานเครื่องสำอางค์ทั้งที คิดว่าจะได้อะไรเป็นของที่ระลึกกันล่ะคะ แน่นอนเลยค่ะ ว่าต้องเป็นเครื่องสำอางค์แย่างแน่นอนค่ะ ทุกคนที่มาเยี่ยมชม Story Garden จะได้รับลิปสติกคนละหนึ่งแท่งค่ะ ความเก๋มันอยู่ตรงที่เราสามารถพิมพ์อะไรก็ได้คนลิปสติกที่เราเลือกไว้ ซึ่งดีงามยิ่งกว่าก็ตรงที่มันฟรี นี่แหล่ะค่ะ คือไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เข้าไปเยี่ยมชมทุกคนจะได้ลิปสติกฟรีคนละ 1 แท่ง ค่ะ สำหรับการเข้าไปเยี่ยมชมนั้นจะต้องจองคิวล่วงหน้าก่อนนะคะ ซึ่งที่นี่จะอยู่ที่เมือง OSAN CITY  อยู่ไกลพอสมควรจากโซลเลยละค่ะ และการเดินทางมานั้นจะต้องเช่าหรือเหมารถมาเท่านั้นค่ะ ที่นี่จึงเหมาะกับคนที่จะมาเที่ยวที่เมืองนี้อยู่แล้ว หรือตั้งใจเหมารถมากันเป็นหมู่คณะ อะไรประมาณนี้ค่ะ  เดี๋ยวเราจะให้เบอร์โทรสำหรับโทรสอบถามหรือโทรจองการเข้าชมไว้ให้นะคะ เผื่อเพื่อนๆ สนใจ +82 031 8047 1481 

นี่แหละ ของที่ระลึกจากการไปเยี่ยมชม ที่ Story Garden By AmorePacific

Story Garden By AmorePacific 
มาต่อกันด้วยเรื่องสวยๆ งามๆ ของเลดี้ทริปของเรากันต่อค่ะ เพราะนอกจากจะได้ไปถึงที่ผลิตเครื่องสำอางค์แล้ว ในทริปนี้เรายังได้รับประสบกาณ์สุดหรูและ Make up Class สุดคูล ที่ Sulwhasoo Flagship Store กันอีกด้วยค่ะ  ต้องบอกว่ามันฟินสุดๆ กับการนอนอยู่บนเตียงนวด  และมีคนมานวดหน้าให้ด้วยสไตล์การนวดแบบเกาหลีร่วมกับผลิตภัณฑ์สุดเลิศของแบรนด์ Sulwhasoo ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีงามอีกแบรนด์หนึ่งของเกาหลี เป็นแบรนด์ไฮเอ็นอีกแบรนด์ที่มีทั้งเครื่องสำอางค์และตัวบำรุงผิวต่างๆ ซึ่งเทเลพีสก็จะนำมาใช้กับหน้าของเราเริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดไปจนบำรุงหน้า โดยเราสามารถเลือกได้เป็นพิเศษว่าอยากจะบำรุงส่วนใหนของใบหน้าเป็นพิเศษ ต่อจากประสบการณ์สปาสุดหรูแล้วก็มาต่อกันที่ Make Up Class กับการแต่งหน้าในสไตล์สาวเกาหลี โดยช่างแต่งหน้ามืออาชีพของแบรนด์ พอจบคราสไปเรียบร้อย ความอยากจะได้คูชั่นของแบรนด์นี้ก็เกิดขึ้นกับพวกเราเพราะหลังจากได้ลองใช้ เอ้ย !!! มันดีอ่ะ พอทิ้งไว้ซักพัก รู้สึกว่ามันเนียนและปกปิดได้ดี ดูเป็นธรรมชาติด้วยอ่ะ  ช๊อบของที่นี่ตกแต่งด้วยสีทองเป็นหลักค่ะ ดูหรูหราตามสไตล์ของแบรนด์นั่นแหล่ะค่ะ  

Sulwhasoo Flagship Store

เลือกกลิ่นผลิตภัณฑ์ ก่อนเข้าไปทำสปาค่ะ 

Make up Class สุดคูล ที่ Sulwhasoo Flagship Store
จบเรื่องสวยๆ งามๆ ไปแล้ว ก็มาต่อกันที่เรื่องของโอปป้า กันต่อค่ะ สำหรับสายไทยหัวใจเคป๊อบ ขอบอกว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง กับ SM Town เราเชื่อว่าสายเคป๊อปน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี กับ Super Junior ,EXo,shinee ,SNSD และนักร้องนักแสดงอีกหลายคน ซึ่งอยู่ในค่าย SM ฉะนั้น ที่ SM Town แห่งนี้จึงเป็นเหมือนอาณาจักรของค่ายนี้เลยก็ได้ค่ะ ที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นขั้นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สตูดิโอ ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ซึ่งทั้งหมดก็จะเต็มไปด้วยรูปของศิลปินในค่าย เรียกได้ว่าติ่งเกาหลีควรจะได้มาเยือนซักครั้งค่ะ นอกจากนั้นยังมีการแสดงคอนเสิร์ตหรืออื่นๆ ของค่ายนี้ที่นี่ด้วยนะคะ อย่างรอบนี้ เราก็ได้เข้าไปชม EXO DIUM Surround Viewing กันด้วยค่ะ ถึงแม้จะเป็นเทปคอนเสิร์ต แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ในเธียเตอร์ทำให้ได้ความรู้สึกและบบรรยากาศที่ใกล้เคียงการชมคอนเสิร์ตจริงๆ มากๆ ค่ะ กับเธียเตอร์ที่ออกแบบให้มีหน้าจอโค้ง เกิน 180 องศา และเทปคอนเสิร์ตที่ถูกคิดมาแล้วเป็นอย่างดีสำหรับการฉายในห้องนี้ และเครื่องเสียงที่กระหึ่มราวกับอยู่ในคอนเสิร์ต ถึงแม้ว่าเราเองอาจจะไม่ใช่สายเคปีอปแต่ก็รู้สึกสนุกไปด้วยเลยละ
   
นี่แหล่ะ ที่ไปดูมาที่ SM TOWN
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของเราในทริปนี้นั้น ต้องบอกเลยว่าเป็นที่เที่ยวที่เราเองยังไม่เคยรู้จักมาก่อนด้วยซ้ำ ก็ได้รับการแนะนำมาจากองค์กรสงเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีนั่นแหล่ะค่ะ  ทริปนี้เราจึงได้เที่ยวที่ใหม่ๆ เมืองใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไปมาก่อนบ้าง เริ่มต้นด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ที่ POCHEON   ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ห่างจากโซลประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงค่ะ  ที่นี่มีโรงงานผลิตเหล้าแบบดั้งเดิมของเกาหลีอยู่ด้วยค่ะ รอบนี้เราจึงเข้าไปชมวัฒนธรรมเครื่องดื่มของชาวเกาหลีกันซักหน่อย ที่ที่ว่านี้ก็คือ Sansawon (Home Brewing Culture Gallery)  ซึ่งที่นี้นั้นก็เป็นสถานที่ซึ่งนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถมาเข้าชมได้ค่ะ แบ่งเป็นส่วนของอาคารจัดแสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมการหมักเหล้าแบบเกาหลีและห้องสำหรับชิมเครื่องดื่มและร้านขายด้วย  หากเราเดินออกไปด้านในสวนก็จะพบกับโอ่งดินใบใหญ่สูงพอๆ กับเรา ซึ่งภายในจะบรรจุวัตถุดิบต่างๆ ที่หมักเหล้าเอาไว้แล้ว เป็นการหมักแบบดั้งเดิมเลยแหล่ะ สำหรับส่วนที่เป็นสวนนี้ ในบางช่วงจะมีการจัดงานเทศกาลด้วยค่ะ เพื่อนๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่นี่ได้ที่ www.sansawon.co.kr   

Sansawon (Home Brewing Culture Gallery)

Sansawon (Home Brewing Culture Gallery)
และที่เที่ยวอีกหนึ่งที่ที่เราไปเยือนมาที่เมืองโพชอนนั้นก็คือ  Pocheon Art Valley หรือจะเรียกว่า หุบเขาศิลปะโพชอน สถานที่นี้เคยถูกใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายซีรีย์เกาหลี ด้วยความสวยงามของทะเลสาบที่มีน้ำสีเขียวมรกตที่ตั้งอยู่บนหุบเขาหินแกรนิตที่มีความสูง 340 เมตร นอกจากนั้นแล้วยังมีผลงานศิลปะและประติมากรรมรวมถึงมีพิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ด้วยนะคะ

Pocheon Art Valley

Pocheon Art Valley
และอีกสามที่สุดท้ายที่จะแนะนำนั้นจะอยู่ที่ SEOUL ค่ะ เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง  Grevin Wax Musium   ด้านในจะมีหุ่นขึ้ผึ้งมากมายทั้งคนดังของโลก อย่าง โอบามา สตีฟจ๊อบ หรือจะเป็นศิลปินระดับโลก อย่าง มาลิรีน มอลโล และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือนักกีฬาและศิลปินดังแห่งแดนกิมจิ อย่าง ลีมินโฮ G Dragon และคนอื่นๆ อีกเพียบ เรียกว่าถ่ายรูปกันเพลินไปเลยค่ะ นอกจากที่นี่แล้วรอบนี้เรายังได้ไปชมวิวที่ Lotte World ตึกที่สูงเป็นอันดับ 5 ของโลกด้วย  และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของกรุงโซล Seoullo 7017 ที่เกิดมาจากการนำถนนที่ถูกสร้างในปี 1970 มาปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะและถนนคนเดิน ซึ่งเปิดให้สามารถมาใช้งานได้ในปี 2017 และนอกจากนั้นถนนแห่งนี้มีความสูงจากพื้น 17 เมตร และนี่คือที่มาของตัวเลข 7017 ที่เราเห็นในชื่อของถนน ด้านบนจัดเป็นสวนสาธารณะ ในตอนกลางคืนก็มีการเปิดไฟสวยงามด้วยค่ะ บางคนก็มาวิ่งออกกำลังกาย ตรงนี้จึงเป็นพื้นที่สาธารณะที่เราจะเห็นคนเกาหลีเองก็มาเดินเล่นกัน ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือตอนเช้าและตอนเย็นค่ะ เพราะตอนกลางวันจะร้อนมาก 

Grevin Wax Musium

Seoullo 7017

ประติมากรรมจากรองเท้า ที่ Seoullo 7017
นอกจากเรื่องสวยๆ งาม งานโอปป้า เรื่องเที่ยว แล้ว เรื่องกินก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันค่ะ ทริปนี้เราก็มีความสุขกับอาหารกันเต็มที่ สำหรับคนที่ชอบอาหารเกาหลีอยู่แล้วแบบเรานี่ ทริปนี้ก็จัดเต็มตั้งแต่มื้อแรกที่ไปถึงเลยละค่ะ  ทริปนี้ต้องบอกว่าจัดเต็มมาก ถ้าเอามาเล่าในบทความนี้อาจจะทำให้บทความนี้อาจะยาวจนเกินไป เราจึงขอนำเรื่องอาหารที่เรากินไปไว้ในอีกเรื่องละกันนะคะ  แต่สำหรับทริปนี้เราเน้นอาหารแบบเกาหลี๊ เกาหลีเลยละค่ะ เพราะร้านบางร้านก็มีแต่คนเกาหลีกิน ไม่ค่อยเจอนักท่องเที่ยวต่างชาติซักเท่าไหร พวกสตีทฟู้ดก็ไม่พลาดค่ะ แวะกันเท่าที่ท้องจะบรรจุอาหารได้ นอกจากกินอาหารแล้วทริปนี้ขอฝึกเป็นแม่บ้านเกาหลีซักหน่อยค่ะด้วยการไปเข้าครอสทำอาหารซึ่งเป็นโรงเรียนทำอาหารชื่อว่า Cheongwon Cooking Studio ซึ่งอยู่แถวๆ มหาวิทยาลัยหญิงล้วนเอวา ซึ่งเราก็ทำเมนูง่ายๆ อย่างบิบิมบับ หรือข้าวยำเกาหลีกันค่ะ 

ทำบิบิมบับกัน 

นี่แค่ส่วนหนึ่งของอาหารในทริปนี้ค่ะ ฮ่าๆ 
ก่อนจะจบการเดินทางสำหรับ Lady ’s Trip ของเราในทริปนี้ สิ่งที่จะต้องบอกเล่าอีกอย่างคือ เรื่องของการช๊อปปิ้งค่ะ คือในทริปนี้เนี่ย เราพักที่โรงแรม L7 Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมที่อยู่ในย่านเมียงดงเลยค่ะ แบบว่าใกล้มาก เดินออกจากโรงแรมมาก็จะเจอย่านช๊อปปิ้งเลย ฉะนั้นในทริปนี้เราก็เดินวนๆ ช๊อปกันแทบทุกคืนน่ะค่ะ  ที่จะเล่าอีกนิดคือใครที่ชอบซื้อเครื่องสำอางค์ต่างๆ เราจะเห็นว่ามันมีหลายช๊อปมาก บางทีเราก็เจอช๊อป Skinfood หรือ Etudy หลายช๊อปในเมียงดง คือเราจะบอกว่าแต่ละร้านก็แถมของกับเซอร์วิสลูกค้าไม่เท่ากันนะคะ บางร้านที่ใหญ่ๆ จะแถมของเยอะมาก และก็จะบอกโปรโมชั่นนู่นนี่นั่น อย่างของบางอย่างถ้าซื้อสองจะได้แถมอีกอะไรแบบนี้ ก็ลองเดินสำรวจๆ ดูก่อนได้นะคะ หากใครมาพักแถวๆ ย่านนี้ มีเวลาเยอะ ส่วนพวกรองเท้าเนี่ย ต้องบอกว่าเท่าที่สำรวจราคามาทั้งของญี่ปุ่นและเกาหลี ราคารองเท่าที่เกาหลีจะถูกกว่าที่ญี่ปุ่น ทั้งนี้ก็แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อด้วยนะคะ  ซึ่งโดยรวมขอยกให้ราคาเกาหลีถูกกว่า ส่วนร้านที่นิยมกันก็คงต้องยกให้ ABC Mart แต่ก็ไม่ใช่ทุกรุ่นนะคะ เพราะสำหรับบางรุ่นที่ร้าน LessMore ก็จะถูกกว่า รอบนี้เราซื้อเครื่องสำอางค์บางอย่างที่เมียงดง พวก Etudy, nature republic, skinfood , Club clio,3CE  อะไรพวกนี้ แต่บางส่วนเราก็ไปซื้อที่ Lotte Duty Free เพราะมันจะถูกกว่าหากซื้อ 2 ชิ้น อย่างเช่น คุชชั่นของ IOPE ที่เราซื้อมานั้น ซื้อคู่แบบสีเดียวกันเท่านั้นจะราคาถูกกว่าซื้อที่ถนนเมียงดงค่ะ รวมถึงพวกผลิตภัณฑ์บำรุงของแบรนด์ Laneige ด้วย ซึ่งปกติเราซื้อที่ย่านเมียงดง คิดว่าถูกกว่าเมืองไทยแล้ว แต่พอซื้อในดิวตี้ฟรีทั้งที่ Lotte world หรือในสนามบินก็จะถูกกว่าที่เมียงดงอีกค่ะ  เอาไว้ทริปหน้าถ้าไปเกาหลีและมีเวลาที่ย่านเมียงดง จะสำรวจมาให้อีกค่ะ

Lotte World Seoul Sky


ย่านช๊อปปิ้งยอดนิยม ย่านเมียงดง
สำหรับทริปนี้ก็จบกันไปแบบสวยๆ  กับหลากหลายประสบการณ์กับการเดินทางเที่ยว ทำกิจกรรม กิน ช๊อป แบบสาวๆ เพราะทริปนี้เราเดินทางโดยไร้ผู้ค่ะ ไม่มีใครมายืนตาขวางรอ ตอนเราวิ่งเข้าช๊อปเครื่องสำอางค์ ไม่มีใครมางอแงตอนเรานอนนวดในสปา ฮ่าๆๆ ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ในการเดินทางทริปสวยๆ ของเราที่เกาหลีในครั้งนี้ค่ะ สำหรับทริปต่อไปจะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปแบบไหนก็มาติดตามกันได้นะคะ เผื่อไว้เป็นแรงบันดาลใจในการเดินทางของเพื่อนๆ ในครั้งต่อไปค่ะ   และสำหรับภาพในทริปนี้อาจจะไม่ค่อยเยอะมากนักค่ะ เพราะทริปนี้เดินทางโดย KTO เป็นกลุ่มใหญ่ จากหลายประเทศ เวลาจะค่อนข้างน้อยซักหน่อย และถ่ายภาพไม่ค่อยสะดวกนัก แต่เราเน้นเก็บบรรยากาศเป็นคลิปวีดีโอมาฝากแทนค่ะ แต่อาจใช้เวลาในการตัดซักนิด แต่ยังไงมีให้เพื่อนๆ ได้ชมกันแน่นอนค่ะ ในยูทูบช่องท่องเที่ยวสะดุดตา อย่าลืมกดติดตามด้วยนะคะ 








ประเภทบทความ: 
ต่างประเทศ: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel