เก็บกระเป๋าเที่ยวเชียงราย 3วัน2คืน งานศิลป์ไม่ขาด ธรรมชาติก็มี

การเดินทางในครั้งนี้ตั้งใจออกแบบทริปให้เพื่อนๆ ที่ติดตามท่องเที่ยวสะดุดตาได้มีโอกาสสัมผัสและทำความรู้จักกับเชียงรายให้มากขึ้นกว่าที่เคยไปเที่ยวมา ถ้านึกภาพจังหวัดเชียงราย แหล่งท่องเที่ยวคงพรั่งพรูออกมามากมายแต่ด้วยเวลาอันจำกัดในการท่องเที่ยวแต่ละครั้งเราจะเลือกไปเที่ยวไหนดีละ ...มาออกแบบทริปสัก 3 วัน 2 คืนกันดีกว่าครับ นอนในเมืองสักคืนแล้วไปนอนท่ามกลางธรรมชาติอีกสักคืนให้สดชื่นทั้งใจและกาย ชาร์จพลังแล้วกลับมาทำงานกันต่อ


เรามาว่าด้วยการเดินทางกันก่อน วางแผนกันแบบง่ายๆ นะครับ เริ่มการเดินทางด้วยเครื่องบินเที่ยวเช้า มาถึงก็เช่ารถ ทริปนี้เราขับรถเที่ยวเป็นหลักครับ รวมๆ แล้วทั้งทริปผมเสียค่าน้ำมันไปไม่ถึงพันบาท เชียงรายเที่ยวง่ายๆ สบายๆ

ส่วนเรื่องเส้นทางการท่องเที่ยวตอนนี้เราจะเอาเมืองและธรรมชาติมาเป็นจุดหลักก่อนครับ ผมแนะนำให้นอนในเมืองสักคืนแล้วค่อยออกไปนอนบนเขาท่ามกลางธรรมชาติ หลายคนคงจะเริ่มถามว่าถ้าขึ้นเขาจะมีเวลาเที่ยวพอมั้ย มันจะขึ้นยากมั้ย ไม่ต้องห่วงเลยครับ การเดินทางครั้งนี้ของเราใช้รถเก๋งคันเล็กๆ เท่านั้นเอง และแหล่งท่องเที่ยวหรือที่พักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติในเชียงรายก็อยู่ไม่ไกลครับ ขึ้นเขาลงเขากันสบายๆ ใช้เวลาไม่มาก เดี๋ยวนี้ถนนดีมากๆ ครับ





ลงจากเครื่องปุ๊ปเราจะยังไม่เข้าโรงแรมนะครับ ยังเช้าเกินไปสำหรับการเช็กอิน ส่วนใหญ่โรงแรมจะให้เราเช็กอินหลังเที่ยงเป็นต้นไป แต่มาเที่ยวช่วงนี้ดีครับ เป็นช่วงต้นฤดูฝนจองโรงแรมง่ายราคาไม่แพง บางที่ลดราคาตั้ง 50% เลยหาที่พักไม่ยาก เดี๋ยวมาแนะนำกันอีกทีว่าเราพักที่ไหน ตอนนี้น่าจะหิวกันแล้ว เราออกจากสนามบินมาก็สิบเอ็ดโมงได้แล้วครับ หาข้าวเที่ยงกินกันเลยแล้วกัน เราตรงไปนั่งชิลมองวิวสวยๆ ของแม่น้ำกกกันที่ชายหาดเชียงรายครับ เชียงรายมีชายหาดด้วยรึเนี่ย!!! ...เป็นจุดท่องเที่ยวที่คนเชียงรายเขามาเล่นน้ำกันช่วงหน้าร้อน ส่วนหน้าฝนมานั่งกินส้มตำน้ำตกปลาเผากัน มองวิวเพลินๆ



ผ่านอาหารเที่ยงมาแล้วเราไปไร่เชิญตะวันกันครับ ไปรับความรู้สึกดีๆ กันหน่อย ผมว่าการมาที่นี่ก่อนที่จะไปเที่ยวที่อื่นๆ ช่วยให้เราได้ผ่อนคลาย แล้วก็ปรับความรู้สึกเราให้เข้ากับธรรมชาติได้ดีทีเดียวด้วยความร่มรื่นและความสงบในไร่เชิญตะวัน (ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน) ซึ่งเต็มไปด้วยมุมสงบๆ สวยๆ และงานศิลปะ ...ใช่ครับที่นี่มีหอศิลป์จัดแสดงงานศิลปะด้วย เป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้รู้จักเชียงรายเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟสวยๆ จัดรูปแบบร้านให้เราได้รู้สึกผ่อนคลาย มีทั้งสายน้ำและน้ำตก (จำลอง) ที่ทางเข้าตัวอาคารสร้างแบบใกล้ชิดธรรมชาติด้วยการใช้โครงสร้างจากต้นไม้ใหญ่ เรานั่งชื่นชมบรรยากาศ กินเค้กและจิบกาแฟกันพักใหญ่ แถมท้ายด้วยการเดินดูงานศิลปะ เพลินมากครับ เมื่อก่อนมาเที่ยวที่นี่รู้สึกว่าไกลเข้าถึงยาก เดี๋ยวนี้ถนนดีทางดี ปรับปรุงภูมิทัศน์แล้วเปลี่ยนแปลงไปเยอะเลย ตลอดทางเข้าก็ยังมีร้านกาแฟน่ารักๆ เปิดกันเป็นระยะ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายแค่ 26 กิโลเมตรขับรถ 30 นาทีก็ถึงแล้ว









ยังมีเวลาให้ได้เที่ยวกันอีกเยอะ เราขอพากลับเข้าเมืองไปนั่งจิบชายามบ่ายกันที่ร้าน“ชีวิตธรรมดา” ร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำกกบรรยากาศแบบอิงลิชการ์เด้นน่ารักๆ และเมนูของร้านนี้ยังน่ากินอีกด้วย อาหารจานใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย มีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ภายในร้านแยกส่วนคาเฟ่และบาร์ มีบริการที่จอดรถและถึงแม้จะอยู่ในซอยเข้ามาลึกซักหน่อยแต่คนก็มาเที่ยวมานั่งกินอาหารที่นี่กันมาก โดยเฉพาะช่วงบ่ายๆ แบบนี้เป็นเวลาเหมาะสำหรับของหวาน เราสั่งเมนูสุขภาพมาก่อนเลย จัดเมนูธัญพืชมาจานใหญ่เรียกเมนูนี้ว่าซุปเปอร์โบว์ลแล้วก็ชากุหลาบรสชาติหวานกำลังดี









แล้วก็ได้เวลาเข้าไปเช็กอินที่โรงแรมกันแล้วครับ เราจองห้องพักไว้ที่โรงแรมชื่อ “ในสวนเบดแอนด์เบรคฟาสท์(naisuan bed and breakfast)” เป็นที่พักน่ารักอยู่ใจกลางเมืองเชียงราย ตกแต่งในแนวอิงลิชการ์เด้นบ้านสวนชนบทอังกฤษอะไรประมาณนั้น มีที่จอดรถนิดหน่อย เท่าจำนวนห้องที่เขาเปิดพอดีมั้งครับ ชั้นล่างทำเป็นร้านกาแฟน่านั่งทีเดียว ห้องที่เราเข้าพักเป็นห้องดีลักซ์ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,100 บาทพร้อมอาหารเช้า พอมาถึงเขาก็ให้เลือกเมนูอาหารเช้าไว้ก่อนเลยซึ่งมีหลายแบบให้เลือก





ทีนี้ขึ้นไปดูห้องพักกันครับด้านบนก็ตกแต่งได้น่ารักไม่แพ้กัน น่านอนจนไม่อยากจะออกไปไหนเลย เอาเป็นว่าเราหลับไปงีบใหญ่ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในช่วงค่ำ เราตัดสินใจกันว่าจะไปหาอะไรกินที่ถนนคนเดินเชียงรายซึ่งน่าจะมีอะไรขายเยอะ ถนนคนเดินเชียงรายเส้นนี้เป็นคนละที่กับเชียงรายไนท์บาร์ซาร์นะครับ มีเฉพาะวันเสาร์พวกเราจอดรถบริเวณหอนาฬิกาเชียงรายแล้วเดินเข้าไปครับไม่ไกลกันนัก เขาจัดกันบนถนนที่ชื่อว่าถนนธนาลัยหน้าสวนตุงระยะทางยาวเป็นกิโลล่ะครับ





นอกจากอาหารการกินที่มีเยอะแล้วก็ยังมีพวกร้านขายของขายสินค้าเสื้อผ้าอยู่มากมาย อาหารจะมีเป็นระยะๆเยอะสุดบริเวณลานข้างสวนตุงซึ่งเขามีรำวงย้อนยุคด้วยนะ คนเชียงรายมาออกกำลังกายด้วยการรำวงกันเยอะเลย เราได้ผลไม้กลับมาที่พักหลายอย่าง ช่วงนี้ดูท่าจะเป็นฤดูผลไม้ทั้งลิ้นจี่ อ้อย ลูกไหน สับปะรดภูแล ฯลฯ แต่ก่อนกลับเรายังไม่ได้กินข้าวกันอย่างจริงๆ จังๆ เลยพากันไปกินร้านนี้ครับ ผัดไทยหอนาฬิกา กินไปด้วยนั่งดูหอนาฬิกาเชียงรายสวยๆ ไปด้วย ร้านนี้เขาไม่ได้มีขายแค่ผัดไทย แต่มีขนมจีนน้ำเงี้ยวโคขุน พอเห็นเมนูนี้ปั๊บ เอนจอยสั่งปุ๊บเลย ...กินอิ่มเราก็กลับเข้าที่พักครับ ฝันดีทุกคน พรุ่งนี้เช้าเราจะเดินทางขึ้นเหนือไปทางแม่สายแล้วไปนอนที่ดอยแม่สลอง



เช้าวันที่สองของการเดินทาง

ตื่นสายหน่อยๆ ออกมากินอาหารเช้าที่สั่งไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวาน พอลงมาปุ๊บเขาก็จัดการไปทำมาให้ครับ พร้อมเสิร์ฟกาแฟร้อนให้ก่อนเลย บริการน่ารักดีครับ

ในเส้นทางขึ้นเหนือของเราวันนี้ขับรถขึ้นไปทางแม่สาย ไปตามถนนหลวงสาย 1 ไม่ไกลนักประมาณ 7 กิโลเมตรเราก็จะเจอกับหอศิลป์ที่ชื่อว่า“ขัวศิลปะ” จุดนี้แนะนำครับ มีงานศิลปะสวยๆ น่าสนใจหมุนเวียนมาจัดงานอยู่บ่อยๆ ถ้ามีโอกาสมาเชียงรายแนะนำให้เข้าชมครับ จะเห็นได้ว่าเชียงรายเป็นเมืองแห่งศิลปินจริงๆ มีศิลปินเก่งๆ มาอยู่ที่นี่กันหลายท่าน ไปที่ไหนในเชียงรายเราก็มักจะเจอหอศิลป์ ที่ขัวศิลปะเปิดให้เข้าชมฟรี มีร้านจำหน่ายของที่ระลึกสินค้าพื้นเมืองเชียงรายราคาไม่แพงอีกด้วยครับ เราได้ชุดผ้าฝ้ายพื้นเมืองมา 2 ชุดตั้งใจว่าจะเอามาแจกให้เพื่อนๆ ที่ติดตามช่องท่องเที่ยวสะดุดตาบนยูทูปกันด้วยสักตัวหนึ่ง วันนั้นเลยมีการ Live สดให้ช่วยกันเลือกว่าชอบชุดไหนที่อยากให้สะดุดตาแจก









ออกจากขัวศิลปะเราขับรถตรงขึ้นเหนือ เป้าหมายของเราคืออาหารเที่ยงที่แม่สาย เราจะพาทุกคนไปกินอาหารในร้านเมล็ดชาซึ่งอยู่ในศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และอาหารที่เราจะพาไปกินนั้นล้วนมีน้ำมันสกัดจากเมล็ดชาอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีเมนูพระราชทานที่อยากจะให้ได้ลองกันครับ



อาหารที่นี่จานค่อนข้างใหญ่ครับ ผมมากับเอนจอยสองคนสั่งไปสามอย่างกินกันแทบไม่หมด สปาเก็ตตี้เมล็ดชาเขียวหวานเนื้อผัดแห้ง เต้าหู้ทรงเครื่อง (เมนูพระราชทาน) แล้วก็เครื่องดื่มเสาวรสโซดาเย็นกับลาเวนเดอร์โซดา ตบท้ายด้วยไอศครีมรวมแล้ว 570 บาทเท่านั้น



มาถึงแม่สายทั้งทีก็ต้องไปเดินตลาดชายแดนกันซักนิดแต่ก่อนจะไปขอพาไปทำความรู้จักกับแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่กำลังมีชื่อเสียง นั่นคือวัดหิรัญญาวาส ซึ่งมีพระประธานที่สร้างด้วยหวายสานทั้งองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในมีเสาอุโบสถที่สานหวายคลุมทั้งเสาซึ่งลักษณะการสร้างแบบนี้ผมเคยเห็นที่พม่าอยู่หลายวัดครับ แต่ไม่ได้สร้างใหญ่เท่านี้ และในตัววัดยังจัดสถานที่ได้สวยงามอีกด้วยครับ มีนักท่องเที่ยวชาวพม่ามาเที่ยวกันเยอะที่เดียว





มีเวลาพอเราจะพาไปเดินเล่นตลาดชายแดนแม่สายกันสักหน่อย หาซื้ออะไรติดไม้ติดมือก่อนขึ้นดอย จากแม่สายเราเดินทางขึ้นดอยแม่สลองได้ไม่ยาก ใช้เวลาไม่นาน สมัยผมเด็กๆ รู้สึกว่ามันนานมาก มาแม่สายแล้วไม่อยากย้อนกลับไป แต่เดี๋ยวนี้ถนนหนทางดี แหล่งท่องเที่ยวตามทางก็เยอะ สะดวกมากๆ ครับ ระยะทางจากแม่สายก็ราวๆ 70 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว เส้นทางขึ้นเขาก็ไม่ได้ยาก มีโค้งบ้างชันบ้างแต่ก็ไม่มากนัก ที่ผมแนะนำให้ขึ้นไปนอนบนดอยแม่สลองเลยก็เพราะว่าอยากให้ได้สัมผัสอากาศดีๆ บนยอดดอยครับ และเช้าๆ จะพาไปสัมผัสกับวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชนชาวจีนเก่าแก่และชาวเขาบนดอยแม่สลอง ดินแดนแห่งไร่ชาและอาหารยูนนานที่ต้องมาให้ได้



มาถึงดอยแม่สลองแล้วลองมองไปรอบๆ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนแปลงไปมากเลยครับ มีที่พักให้เลือกมากมายหลายระดับราคา หลายสไตล์ อันนี้คงแล้วแต่ชอบ ส่วนพวกเราทริปนี้เลือกพักกลางหมู่บ้าน ที่คุ้มนายพลซึ่งอยู่ติดกับทางขึ้นสุสานนายพลต้วน ตรงนั้นเป็นแหล่งซื้อของฝาก มีร้านชาเปิดขายหลายร้านจนเรียกว่าเป็นตลาดชาและเมื่อมาถึงดอยแม่สลองแล้วก็ต้องลองกินขาหมูหมั่นโถวที่ร้านนี้เลยครับ ร้านนายพลต้วน อร่อยจนบอกต่อได้เลยล่ะครับ บริการก็น่ารักน่าประทับใจ เลยซื้อทุเรียนมาแบ่งให้น้องๆ ในร้านกินด้วยเลย










แหล่งท่องเที่ยวบนดอยแม่สลองมีอยู่หลายจุดนะครับ เช่น มีไร่ชา101 ที่เป็นจุดถ่ายรูปสวยน่าแวะมาก และช่วงเย็นๆ แนะนำให้ขับรถขึ้นเขาไปจุดชมวิวที่พระบรมธาตุศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี เส้นทางรถเข้าถึงได้แต่ทางชันนิดหน่อยครับ จากจุดด้านบนจะมองเห็นวิวเมืองด้านล่างได้ชัดเจนและสวยงามมาก ระหว่างทางมีจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสวยๆ น่าแวะถ่ายรูปด้วยนะครับ ที่จอดรถก็สะดวกทีเดียว
 





อากาศบนดอยแม่สลองเย็นสบายจนอยากจะนอนสักหลายๆ คืน การเดินทางของเราวันนี้ก็จะประมาณนี้ก่อนนะครับ คืนนี้เรานอนกันกลางไร่ชาที่คุ้มนายพล บรรยากาศสงบและได้วิวสวยๆ ที่หน้าห้อง พรุ่งนี้เราจะตื่นกันตั้งแต่ตี 5 ครึ่งเพื่อไปตลาดเช้า คนที่นี่บอกว่า 7 โมงตลาดวายนะ (ตลาดเลิกขาย) ดังนั้นรีบนอนรีบตื่นและหวังว่าเราจะได้เจอกับหมอกยามเช้านะครับ







เช้าวันที่สามของการเดินทาง

ตื่นตั้งแต่ตี 5 ล่ะครับ เช้านี้เราจะไปตลาดเช้ากัน แต่กว่าจะลุกออกจากห้องได้ก็เกือบจะหกโมงเช้า ฟ้าสว่างแล้วซิครับแต่บรรยากาศดีมากหมอกยามเช้าเริ่มมาละ เพราะเมื่อวานฝนตกลงมาบ้าง ที่ตลาดเช้าเป็นเหมือนจุดที่เราจะได้สัมผัสกับวิถีวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง มาดูว่าเขากินอะไร ซื้อขายอะไรกัน มันเป็นตัวบ่งบอกถึงวัฒนธรรมแท้ๆ ของคนในพื้นที่ เราจึงชอบที่จะมาเดินตลาดเช้ากัน อย่างน้อยที่สุดก็มาหาของอร่อยๆ กิน ที่ตลาดเช้ามีข้าวแรมฟืนอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงรายที่เราตั้งใจมาลองกิน ได้เห็นเมนูสุดพิเศษที่คนพื้นราบอย่างเราคงหากินได้อยาก หมูน้ำค้างเป็นการถอมอาหารของชาวจีนยูนนาน ที่นำเอาเนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นคลุกเกลือเครื่องเทศแล้วนำไปแขวนตากไว้บนที่สูงหลายวันจนแห้ง ตากทั้งแดดและน้ำค้างเป็นสัปดาห์ครับ เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งเก็บไว้กินได้นานเนื้อไม่เสียด้วย แต่เสียดายไม่มีโอกาสได้กินเมนูนี้ไว้วันหลังมาเที่ยวใหม่ และได้รู้ว่าบนดอยแม่สลองเค้าปลูกองุ่นและเอามาขายที่ตลาดกันด้วย









เรากลับมากินอาหารเช้ากันที่ที่พักคุ้มนายพลครับ ราคาที่พักรวมอาหารเช้าด้วย วันนี้เขาทำข้าวต้มหมูใส่เห็ดหม้อใหญ่ไว้ให้เราตักกันแบบไม่อั้นเลย คือให้มาทั้งหม้อแต่เราก็กินกันได้ไม่เยอะหรอก กินเสร็จก็กลับไปชมวิวสวยๆ หน้าที่พักฟินๆ กันต่อ มองเห็นหมอกวิ่งไปมาสวยงาม ถ่ายรูปจนเพลินแล้วก็หลับไปงีบใหญ่เพราะตื่นกันตั้งแต่เช้าอากาศก็ดีเลยง่วงเกินจะต้านทานไหว





สายๆ เราเช็กเอาท์ออกจากที่พักและลงจากดอยแม่สลองครับ แวะกินอาหารริมทางที่ภูเมฆตะวัน ที่จุดชมวิวสวยๆ มีชุดแบบจีนให้เช่าถ่ายรูปด้วยแค่ 50 บาทน้องเอนจอยเลยจัดไป ขอถ่ายภาพวิวสวยๆ กับชุดจีนบ้างจะได้พูดเต็มปากว่ามาถึงดอยแม่สลองแล้ว



เราลงจากเขาใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงแป๊บเดียวเอง เหลือเวลาเที่ยวอีกเพียบก่อนบินกลับเมืองกรุงกันคืนนี้ เราจองตั๋วไว้เที่ยวดึกสุดเลย ระหว่างทางเห็นมีซุ้มขายสับปะรดหลายร้านเลยแวะซื้อสักหน่อย ทำให้ได้รู้ว่าสับปะรดภูแลและสับปะรดนางแลนั้นต่างกันอย่างไร ภูแลจะหวานฉ่ำ ส่วนนางแลจะหวานกรอบ ...ง่ายเลยมั้ย เค้าถามแม่ค้ามาแล้ว ลองกินทั้งสองแบบแล้ว ใช่เลยตามนั้น





พาไปอีกหนึ่งจุดที่จัดได้ว่าเป็นงานศิลปะแบบเชียงรายที่น่าสนใจ คือ งานไม้แกะสลักโดยสล่าคำจันท์  ยาโน ศิลปินพื้นบ้านนักแกะสลักไม้ที่ไม่ใช่แค่ไม้ แต่งานทุกชิ้นจะซ่อนกลไกและอะไรที่เราคาดไม่ถึงไว้เสมอๆ ซึ่งนั่นเป็นเอกลักษณ์ของเขาเลย มาที่นี่ผมตั้ง Google Maps ไปบ้านสล่าคำจันท์  ยาโน (Ban Kamchan  Yano) ที่บ้านถ้ำผาตอง ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย แล้ววิ่งตามทางเข้ามาเลยครับ





ก่อนกลับไปสนามบินเราแวะนั่งชิลดื่มกาแฟ จิบชาร้อน กินขนมเค้กกันที่ร้านอร่อยอีกร้านนึงครับ อยู่ไม่ไกลจากทางเข้าบ้านสล่าคำจันท์เท่าไหร่นัก แค่ข้ามถนนเท่านั้นเอง ซอยจะอยู่ตรงข้ามกันเลยบนถนนหลวงหมายเลข 1 ครับ ชื่อร้านว่า Hacienda Coffee House (แฮซซิเอนด้าคอฟฟี่เฮ้าส์) เป็นร้านน่ารักที่สาวๆ จะต้องชอบแน่นอน อาหารอร่อย ขนมอร่อย ถ่ายรูปสวย ตกแต่งสไตล์วินเทจ อิงลิชการ์เด้น ขับรถเข้าซอยมาอยู่ท้ายสุดซอยที่ร้านมีที่จอดรถครับ







เราอยู่นี่กันพักใหญ่เลยครับ กินโน่นกินนี่ไปเรื่อย ที่นี่เป็นที่สุดท้ายสำหรับทริปนี้ที่อยากแนะนำกันก่อนกลับไปสนามบิน เราเอารถไปเติมน้ำมัน หมดไปไม่มากราวๆ 900 บาทกับเส้นทางเที่ยวที่เราขับมาทั้งหมด เรานัดคืนรถที่สนามบินครับ ดังนั้นไปสนามบินกันเลยดีกว่า ส่วนอาหารเย็นค่อยกินกันที่สนามบินละกัน

สำหรับทริปเดินทางของเราในครั้งนี้น่าจะเป็นตัวอย่างในการเดินทางท่องเที่ยวเชียงรายให้เพื่อนๆ ได้รู้จักหลายที่ที่ผมเพิ่งเคยไปและอีกหลายแห่งที่อยากจะกลับไปอีก ได้เห็นความเป็นเชียงรายในมุมมองของเมืองแห่งศิลปะและบ้านของศิลปิน ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ดูเหมือนจะพบเจอแต่ศิลปินมากมาย ได้เสพงานศิลปะที่มีอยู่ทั่วไป แม้แต่ร้านอาหารร้านค้าก็ดูจะมีความสุนทรีย์ซ่อนอยู่เสมอผสมผสานกับความเงียบสงบ และอากาศบริสุทธิ์ทำให้รู้สึกว่าเมืองเชียงรายเป็นเมืองที่น่าอยู่ น่ามาพักผ่อน เหมาะที่จะมาฟื้นฟูพลังกายใจ Refresh ตัวเองใหม่แล้วกลับไปทำงานอย่างสร้างสรรค์กันต่อ ...Love Love เชียงราย
แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel