หนึ่งวันแสนสุขี ที่สุคิริน นราธิวาส

เมื่อพูดถึงนราธิวาส เราเชื่อว่าหลายๆ คน อาจจะมีความกังวลอยู่ในใจ เราเองก็เช่นกัน ก่อนตัดสินใจเดินทางนั้นมีความกังวลอยู่เล็กน้อย แต่ลึกๆ ก็อยากไปเห็นด้วยตาตัวเองซักครั้ง ครั้งนี้เราเลือก อ.สุคิริน เป็นจุดหมายของการเดินทาง และที่อยากจะบอกคือ ที่สุคิริน นั้นพาเราสุขี มากๆ แบบว่าโคตรดี ดีกว่าที่จินตนาการเอาไว้อีก บรรยากาศดีมากๆ อ่ะ นี่ขนาดไม่ใช่ช่วงพีคสุดของที่นี่นะ ยังดีงามขนาดนี้ ถ้าพีคสุดละ จะเลิศเลอขนาดไหน อยาก ค่ะ อยาก !!! อยากให้ทุกคนมาเห็นด้วยตาตัวเองซักครั้ง แล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดและเช่นเดียวกันมันสวยเกินกว่าที่คิดไว้ด้วย !!!! 

ภาพ : จุดชมทะเลหมอกวัดภูเขาทอง

 สุคิริน อำเภอที่อยู่ทางใต้สุดของจังหวัดนราธิวาส เป็นอำเภอที่อุดมสมบูรณ์ ชุ่มฉ่ำ ชุ่มชื่นไปด้วยสีเขียวชะอุ่มของต้นไม้น้อยใหญ่ พื้นที่ของอำเภอนี้เต็มไปด้วยภูเขา ธารน้ำและสวนผลไม้  เราจึงรู้สึกชอบที่นี่เอามากๆ เลย รถตู้พาเราเข้าสู่พื้นที่ของอำเภอแห่งนี้ บรรยากาศ ความเป็นธรรมชาติ และผู้คนทำให้เราแทบไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย ที่นี่ค่อนข้างสงบและผู้คนก็น่ารัก ใจดีมากๆ เสียด้วย 

ภาพ : ต้นกระพงยักษ์ที่บ้านภูเขาทอง สุคิริน 
ถ้าให้พูดถึงที่เที่ยวนั้นต้องบอกเลยว่าสายป่า สายธรรมชาติ มิควรพลาดด้วยประการทั้งปวง จริงๆ แล้วที่สุคิรินนี้ หากจะเที่ยวกันจริงๆ จังๆ คงได้มากกว่า 1 วัน แน่นอน แต่ในครั้งนี้เราขอเที่ยวกันแบบเร่งรัดซักหน่อย  แต่ก็เป็นหนึ่งวันแสนสุขี ที่สุคิริน  >>> ไปค่ะ ไป ไปเที่ยวด้วยกัน !!!! 

ไม่แน่ใจนักว่าเพื่อนๆ จะทราบหรือไม่ว่า ชื่ออำเภอสุคิรินนั้น สมเด็จย่า ทรงเป็นผู้ประทานนามให้ “สุคิรินนั้นแปลว่าพันธุ์ไม้งามอันเขียวชะอุ่ม”  ซึ่งที่นี่ก็เขียวชะอุ่มสมชื่อจริงๆ ค่ะ   ที่อำเภอสุคิรินเป็นอีกอำเภอที่สมเด็จย่าเคยเสด็จประทับอยู่บ่อยครั้ง แม้แต่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และ รัชกาลที่ 10 ก็ยังเคยเสด็จที่อำเภอนี้ ที่นี่จึงมีตำหนักของสมเด็จย่าอยู่ด้วย เรียกกันว่าตำหนักสุคิริน ซึ่งปัจจุบันก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมได้ด้วยค่ะ 

ภาพ : ภายในตำหนักสุคิริน 
สุคิรินมีความน่าสนใจอยู่หล่ยอย่าง ที่สุคิรินก็มีทะเลหมอกนะตัวเธอ เช้าแรกที่สุคิรินของเรา ได้เห็นทั้งทะเลหมอกและหมอกฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้งกระจายตัวเลยละ ทะเลหมอกที่ว่านี้อยู่ที่บ้านภูเขาทอง และในบริเวณที่ไม่ไกลกันนักก็มีต้นกระพงยักษ์ ขนาด 27 คนโอบ ด้วยค่ะ ซึ่งเราจะต้องเดินเข้าไปในป่าซักประมาณ 1 กิโล ผ่านธารน้ำใสสะอาดน่าลงไปแช่ยิ่งนัก  และนอกจากนั้นเรายังได้ไปจุดที่เรียกได้ว่า สุดปลายด้ามขวาน เลยก็ว่าได้ เพราะที่บ้านภูเขาทอง อ.สุคิริน นี้ มีจุดที่เป็นรอยต่อระหว่างประเทศไทยและมาเลเซียด้วยค่ะ คือเป็นปลายสุดในแผนที่ประเทศไทยเลยค่ะ จุดนี้ก็คือจุดผ่อนปรนบ้านภูเขาทอง ณ จุดนี้ เป้นอีกจุดยอดนิยมของคนที่มาเที่ยวที่สุคิริน มักจะมาถ่ายภาพกับหมุดที่แสดงอานาเขตประเทศไทยกันค่ะ ในฝั่งมาเลเซียก็จะมีหอคอยของทหารมาเลเซียคอยตรวจตราอยู่ด้วยค่ะ 

ภาพ : วัดภูเขาทอง จุดนี้สามารถมาชมทะเลหมอกยามเช้าได้แม้จะเป็นฤดูร้อนในเดือนเมษายน 

ภาพ : จุดผ่อนปรนบ้านภูเขาทอง สุดปลายด้ามขวานที่สุคิริน นราธิวาส 

บ้านภูเขาทองนี้ ชื่อภูเขาทองสมชื่อจริงๆ นะคะ เพราะที่นี่เคยมีเหมืองทองด้วยค่ะ และยังพอมีซากอุโมงค์ให้เราได้เห็นกันอยู่ด้วย ปัจจุบันถึงแม้จะไม่มีการทำเหมืองทองคำแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังคงมีการร่อนทองตามแม่น้ำอยู่ค่ะ ซึ่งในครั้งนี้เราก็ได้ไปทดลองร่อนทองกับชาวบ้านมาด้วยค่ะ ไม่ใช่ง่ายๆ เลย ต้องใช้ความชำนาญและใช้เวลาทั้งวันทีเดียวกว่าจะได้ทองคำมา เป็นอีกวิถีชิวิตของชาวบ้านที่บ้านภูเขาทองที่นอกเหนือไจากการทำเกษตรปลูกผลไม้แล้วก็มีร่อนทองนี่แหล่ะที่นิยมกัน  ไหนๆ ก็พูดถึงสวนผลไม้แล้ว ก็อยากจะเล่าให้เพื่อนๆ ฟังค่ะ ว่าที่สุคิรินนี้ มีสวนผลไม้มากมาย ทั้งเงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง ซึ่งก็จะค่อยๆ ทะยอยออกผลไปเรื่อยในแต่ละชนิดในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน แต่ถ้าใครไปเที่ยวช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม แล้วละก็มีผลไม้อร่อยให้ได้ชิมกันแน่นอนค่ะ  

ภาพ : การร่อนทองที่แม่น้ำสายบุรี ยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกวัน

ภาพ :  อุโมงค์เก่าแก่สำหรับลำเลียงทองคำในสมัยก่อน 

ภาพ : ธารน้ำใสๆ แบบนี้มีให้เห็นมากมายที่สุคิริน 
อยากที่บอกว่าอำเภอสุคิรินเป็นอำเภอที่เต็มไปด้วยความเขียวชะอุ่มและธารน้ำ ทริปนี้พวกเราจึงไม่พลาดกิจกรรมพายคายัคล่องแก่งแม่น้ำสายบุรีกัน แก่งที่นี่ก็ไม่โหดมากนัก เรียกได้ว่ากำลังสนุกเลยทีเดียวค่ะ  

ภาพ : ล่องแก่งแม่น้ำสายบุรี


นอกจากความเก๋ไก๋ น่าสนใจ มีเอกลักษณ์ของอำเภอนี้แล้ว ก็ยังมีอีกจุดที่น่าสนใจคืองานบั้งไฟหนึ่งเดียวในภาคใต้ก็ว่าได้ ก็มีจัดกันที่นี่ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าที่อำเภอนี้มีหมู่บ้านชาวอีสานอยู่เยอะพอสมควรเลยละค่ะ จึงมีวัฒนธรรมประเพณีทางถิ่นอิสานผสมกลมกลืนอยู่ในพื้นที่นี้ หากใครอยากลองไปเที่ยวงานบั้งไฟทางใต้ดูบ้างละก็มีปี้ เค้าจัดกันวันที่ 9-11 มิถุนายน 2560 ค่ะ ช่วงนั้นผลไม้ออกพอดีเลยค่ะ 

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.นราธิวาส(นราธิวาส,ปัตตานี,ยะลา) เบอร์โทร  0 7352 2411
ขอขอบคุณ : กองตลาดภาตใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) 
แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel