สรุปทริปเส้นทางเที่ยวภูทับเบิก หนาว2คืน เที่ยว3วัน

ทริปการเดินทางครั้งนี้ ไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนๆครับ อยากจะขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวๆเย็นๆกันให้สะใจ วันก่อนน้องจอยไปที่อินทนนท์ ก็บอกว่ายังไม่เท่าไหร่ คราวนี้จัดภูทับเบิกเลยแล้วกัน หวังว่าลมหนาวจะมาพอดี คิดจะเที่ยววางแผนนานไม่ได้ คิดปุ๊ปก้จัดกระเป๋า จองบ้านพักที่ภูทับเบิกกันก่อนเลย 



ไม่ง่ายครับ สำหรับคนคิดจะเดินทางแล้วค่อยจองที่พัก เพราะกว่าเราจะหาที่พักกันได้ ก็โทรไปหลายที่ เต็มเกือบหมด โดยเฉพาวันเสาร์ เต็มยาวไปถึงปีใหม่โน้นเลย เลยตัดสินใจเดินทางกันวันศุกร์ เพื่อจะนอนบ้านพักของวิสหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก ในคืนวันศุกร์​ซึ่งยังว่างอยู่พอคืนวันเสาร์ก็ค่อยมานอนเต็นท์ สรุปแบบนี้ละกันครับ แล้วเดินทางกลับวันอาทิตย์ ไปหนาวกันสัก3วัน นอน 2คืน บนยอดภูทับเบิก 

การเดินทางของเรา เริ่มต้นกันตั้งแต่ตี5 ละครับ เพราะกะว่านัดเช้าๆเลี่ยงรถติด แล้วก็ กะว่าจะขับไปเรื่อยๆไม่รีบด้วย ไปถึงเย็นๆก็ได้ แต่ถ้าดูตามระยะทางจริงๆ บ่ายๆเราก็น่าจะถึงแล้วละครับ เพราะระยะทางจากรุงเทพฯไปภูทับเบิก ประมาณ 430 กิโลเมตรเท่านั้น วันนี้เดินทางไปถึงก็พักผ่อนเดินสัมผัสความหนาวกันอย่างเดียว 

เสน่ห์ของภูทับเบิกอยู่ ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 1,768 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านที่อยู่สูงมากๆเลยครับทำให้มีอากาศหนายเย็นสบายตอลดปี โดยเฉพาะช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นแล้ว เดือนตุลาคมนี้ ช่วงที่เราไปนอนอยู่ที่ประมาณ​12-13 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง เรียกว่าหนาวมาก บวกกับลมแรงก็ยิ่งเพิ่มความหนาวเข้าไปอีก นี้ละครับเสน่ห์ของภุทับเบิก อีกอย่างคือ วิวสวยมาก เห็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ถนนทางขึ้นที่โค้งไปมา ตอนขึ้นน่ะลำบาก แต่พอได้มองย้อนกลับไปมันสวยมาก 

ข้าวเช้าเราออกมากินกันที่ครัวบ้านสวน2 แถวๆวังน้อย แล้วก็กะว่าจะไปกินข้าวเที่ยวสัก วิเชียรบุรี แวะกินไก่ย่างวิเชียรบุรีของแท้ต้นตำหรับ ในวิเชียรบุรีจริงๆ ซึ่งจะเป็นทางผ่านของเรา เราใช้เส้นทางในการเดินทาง จากรุงเทพฯ วิ่งตรงมาสระบุรี แล้วตรงไปตามถนนหลวงสาย21 ไปวิเชียรบุรี เพชรบูรณ์ เข้าหล่มสัก แล้วตรงต่อไปที่หล่มเก่า แล้วจึงขึ้นเขาระยะทางประมาณ 17 กิโลก็จะถึง ภูทับเบิก ช่วงขึ้นเขาจะเป็นเส้นทางคดเคี้ยวต้องขับอย่างระมัดระวัง


ร้านบัวตอง ไก่ย่างวิเชียรบุรี


ไก่ย่างวิเชียรบุรี

วันที่เราเดินทางมีฝนตกกลางทางอยู่สักหน่อย ทำให้เราตัดสินใจหยุดพักบ่อยหน่อย กว่าจะมาถึงร้านขนมจีนบุญมี ขนมจีน7สี ก็ปาเข้าไปเกือบเย็นแล้วละครับ แต่คิดว่าน่าจะเป็นฝนสุดท้ายแล้วเราเลยไม่รีบมาก ไม่อยากขับรถตอนฝนตกขึ้นเขา ก็เลยได้กินขนมจีนบุญมีกัน เป็นอาหารว่างก่อนขึ้นเขา ที่อำเภอหล่มเก่า อร่อยมาก


ขนมจีนบุญมี ขนมจีนเส้นสด7สี

ระยะทางขึ้นเขา 17 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่ไม่ไกลและใช้เวลาไม่มาก ประมาณ 1ชั่วโมงเราก็เดินทางขึ้นมาเกือบถึงยอดเขากันแล้ว แต่ทว่า เกิดหมอกลงจัดครับ มองเห็นทางไม่ถึง 30 เมตรข้างหน้า เล่าเอาสียวเหมือนกัน ทั้งเปิดไฟหน้าแล้วก็ขับช้าลง การขึ้นเขาจึงลำบากมากตอนหมอกลงจัด อาจจะเป็นเพราะฝนตกหนักก่อนหน้าทำให้ป่าคลายความร้อนออกมาเป็นหมอกหนา ปกคลุมไปทั่วบริเวณ 


เส้นทางขึ้นเขาทางคดเคี้ยว ต้องขับอย่างระมัดระวัง


หมอกเริ่มลงหนา


หมอกลงจัดเลย เมื่อเรามาถึงทางเข้า สู่ภูทับบิก บริเวณนี้สามารถเข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าได้ด้วย แต่ตอนนี้พวกเราต้องพักรถสักพัก 


ถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึกในหมอกหนา มองทางแทบไม่เห็น อีกนิดเดียวเราจะถึงภูทับเบิกแล้ว


อากาศหนาวมากลมแรง ณ หน่วยทับเบิกจุดชมวิวอีกจุดที่ตอนนี้มีแต่หมอกมองไม่เห็นวิว เข้าไปอีก 2กิโลก็จะถึงที่พักของเราแล้ว

แล้วเราก็มาถึงทางเลี้ยวเข้าภูทับเบิก ตรงบริเวณ ทางเข้าภูหินร่องกล้า เกือบขับรถเลยครับมองทางเลี้ยวแทบไม่เห็น เลยจอดรถพักรถกันบริเวณนี้ก่อนเช้าภูทับเบิก ให้รถได้พักก่อน ใช้ทั้งเบรค และเครื่องยนต์มาอย่างหนัก 

เลี้ยเข้าไปเพียงกิโลกว่าๆ เราก็มาถึงวิสหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก ซึ่งบริเวณนี้ จะเป็นที่พักหลักของนักท่องเที่ยว สามารถกางเต็นท์ได้เป็นร้อยหลัง มีบ้านพักบริการ เป็นการจัดการโดยการรวมตัวของชาวบ้านภูทับเบิกเอง มีร้านค้าจำนวนมาก ทั้งร้านอาหารและของที่ระลึก และยังเป็นจุดชมวิว หอดูดาว จุดวัดอุณหภูมิหลักของภูทับเบิกอีกด้วย เรามาถึงค่ำแล้วแล้ว วันนี้รับกุญแจ แล้วพักผ่อนก่อน เดี๋ยวออกไปหาอะไรกินกัน  ซึ่งหมอกยังลงจัดอยู่ คงจะไม่ขับรถไปไหนแล้ว คงเดินกินกันแถวนี้ 


ห้องพักในบ้านหลังเล็ก ของวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก


จุดวัดอุณหภูมิ บนยอดสูงสุดของภูทับเบิก ตอนนี้ 13 องศา หมอกลงจัด หนาวมาก

เก็บของเสร็จเราก็ออกมากินอาหารร้านตามสั่ง ที่มีทุกอย่างสั่งได้เลย เลยจัดไปคนละจาน ที่สะดุดตาในร้านนี้เห็นจะเป็น เครื่องบรรเทาความหนาวให้ลูกค้า ซึ่งมีทุกโต๊ะ เขาเอาเตาอังโลมาวางใต้โต๊ะ ให้อุ่นขึ้น เข้าท่านะครับ อาหารบนภูทับเบิกนี้ ก็จะจานละ 40บาท ถ้าเป็นกับข้าวเป็นจานก็ 70 บาท โดยประมาณ มื้อนี้กินง่ายๆก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปรีวิว ร้านอาหารชื่อดังของภูทับเบิก "ร้านโรงเตี๊ยม" 


ร้านอาหารตามสั่งบนภูทับเบิก ร้านนี้ชื่อครัว Inter Poo 


มีเตาอั้งโล่ มาวางใต้โต๊ะให้นักท่องเที่ยวได้อุ่นกัน 

เช้าวันที่สองของการเดินทาง ผมเองตื่นก่อน6โมงเช้า ตั้งใจจะออกมาถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น บนจุดชมวิวภูทับเบิก แต่มันหนาวมากเลยครับ 13องศาสำหรับเช้านี้ 


ตื่นแต่เช้า มาถ่ายบรรยากาศยามเช้า ณ จุดชมวิวภูทับเบิก สวยมากมองเห็นบ้าน้ำเพียงดินเปิดไฟสว่างตามแนวถนน


หนาวมาก ลมพัดมาทีขนลุก 


เช้านี้ยังมีหมอกอยู่บ้าง แต่ไม่หนาหนักเท่าเมื่อวานเย็น 


มองไปไกลๆ นั้นละครับ บ้านทับเบิก เข้าไปอีก 3 กิโล ตามรายทางก็จะมีที่พัก โฮมสเตย์ รีสอร์ท ตลอดแนวถนน ล้วนแต่มีวิวทิวทัศน์บนสันเขา วิวสวยกันทั้งนั้น


อาหารเช้าร้อนๆ มาม่า 

แผนการเดินทางของเราวันนี้ ก็ชิลล์ละครับ เข้าไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งอยู่ติดกับภูทับเบิก เรียกได้ว่าเป็นเขาลูกเดียวกันยังได้ ปากทางเข้าภูทับเบิก ก็จะมีปากทางเข้าภูหินร่องกล้าด้วย เพียงแต่ไปคนละทาง คงจะใช้เวลาทั้งวันกันที่ภูหินร่องกล้าครับ เที่ยว โรงเรียนการเมือง การทหาร กังหันน้ำ ในช่วงเช้า แล้วก็ไปเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ในเส้นลานหินปุ่ม - ผาชูธง ระยะทางเดินป่า 2กิโลเมตรในช่วงบ่าย ตกเย็น ก็กลับแวะชมภูแพงม้าจุดชมวิวที่สวยที่สุดสูงที่สุดในภูหินร่องกล้า หนาวมากด้วยความสูง 1,776 เมตรจากระดับน้ำทะเล สูงกว่าภูทับเบิกที่นอนเมื่อคืนอีกครับ 

ตอนเช้าก็ปล่อยให้เพื่อนกินกันกันตามสบายใครอยากกินอะไร 9 โมงเราค่อยออกเดินทางเข้าภูหินร่องกล้า 

โรงเรียนการเมือง การทหาร ภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 4 เป็นหมู่อาคารไม้ภายใต้ร่มเงาของป่ารกครึ้ม พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)ในสมัยนั้น ได้ใช้พื้นที่บริเวณนี้ในการก่อตั้งเป็นโรงเรียน ให้การศึกษาตามแนวทางลัทธิคอมมิวนิสต์ 


กระท่อมกลางป่า ที่เห็นคือ บริเวณโรงเรียนการเมืองในภูหินร่องกล้า

กังหันน้ำ จุดนี้เป็นจุดที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนการเมืองนั้นละครับ จอดรถที่เดียวกันแล้วเดินเข้าไปที่กังหันหน่อยเดียวคนละฝากถนน จากถนนเข้าไป 100 เมตร ก็จะเจอกังหันบริเวณน้ำตกสวย กังหันนี้ในสมัยก่อน พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงสำหรับหมุนกระเดื่องสำหรับตำข้าวไว้บริโภค ด้วยการใช้พลังงานจากน้ำที่ไหลมา 


น้ำตกที่เห็นในภาพ คือน้ำตกที่อยู่บริเวณ กังหัน ภูหินร่องกล้า

เที่ยงพอดีเลยครับเราเข้าไปกินอาหาร บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีร้านอร่อยชื่อ "ร้านรังทอง" ไก่ทอด เขามีชื่อ อาหารอื่นๆก็อร่อย เปิดมายาวนานมาก วันไหนคนไปเที่ยวเยอะ ทัวร์ลง อาจมีรอนาน หรือทำอาหารไม่ทันวางแผนให้ดีครับ อาจจะต้องไปก่อนทัวร์จะมา หรือหลังทัวร์ลงไปแล้ว พอดีพวกเราไปก่อน แต่ก็ได้อาหารที่เร็วสุดคือ ไก่ทอด ข้าวเหนียว ส้มตำ ลาบ อะไรแบบนั้นไป ส่วนอาหารเป็นจานรอนานคงรอคิวไม่ไหว แต่ยังมีตัวเลือกอีกร้านนะครับถัดเข้าไป จะมีอีกร้าน ที่คนน้อยกว่า คือร้านอาหารดวงใจ 


อาหารจานด่วนที่สุดของร้านรวงทอง อุทยานแห่งชาตืภูหินร่องกล้า

ช่วงบ่ายเรามาใช้เวลาในการเดินเที่ยวป่าลานหิน ไปชมลานหินปุ่ม และผาชูธง ดอกไม้ลานหินที่ออกดอกสวยตลอดเส้นทาง เส้นทางศึกษาธรรมชาตินี้ระยะทางประมาณ​2 กิโลเมตร แต่การเดิน ในเส้นทางนี้เดินไปเที่ยวไปก็ใช้เวลาไม่น้อยเหมือนกันครับ พวกเราเดินกันร่วม 2ชั่วโมงได้ ก็มันสวยนี้นะ 


ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ลานหินปุ่ม - ผาชูธง เต็มไปด้วยก้อนหินหน้าตาแปลกๆ


เต็มไปด้วยก้อนหินหน้าตาแปลกๆ


ลานหินปุ่ม


บริเวณ ลานหินปุ่ม วิวสวยมาก


ผาชูธง 


รองท้องด้วยข้าวโพดร้อนๆ ซื้อที่ร้านค้าบริเวณลานจอดรถของ เส้นทางท่องเที่ยวเดินป่า ลานหินปุ่ม - ผาชูธง

เดินทางกลับไปภูทับเบิกในเส้นทางเดิม แต่ก่อนจะออกจากภูหินร่องกล้า เราจอดรถไว้บบริเวณด่านเก็บเงินหน่วยทับเบิก แล้วเดินขึ้นมาเที่ยวที่ ภูแผงม้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดสวยที่สุด ใครมาเที่ยวที่ทับเบิกแนะนำเลยครับไม่อยากให้พลาด เป็นจุดที่สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก มองเห็นภูทับเบิก บ้านน้ำเพียงดิน และไกลถึง หล่มเก่า เลยละครับ 


เดินไปภูแผงม้า จอดรถไวด้านล่าง เดินนิดเดียวครับ 


วิวสวยบนภูแผงม้า จุดนนี้สูง 1,776 เมตรจากระดับน้ำทะเล 


บนภูแผงม้า มีเฉลียงสำหรับชมวิว

ลงมาแวะพักกันที่หน่วยทับเบิก ซึ่งเป็นจุดชมวิวอีกจุด ก่อนกลับเข้าสู่ภูทับเบิก จุดนี้สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,667 เมตร เป็นอีกจุดที่วิวสวยมาก เรานั่งจิ๊บกาแฟ และมาม่า ซื้อฟักทองไว้ปิ้งกินตอนกลางคืน 555 


จุดชมวิวหน่วยทับเบิก ตรงทางเข้าสู่บ้านทับเบิก


นั่งกินกาแฟร้อนๆ รองท้องก่อนกลับเข้าสู่ภูทับเบิก


จุดชมวิวหน่วยทับเบิก สูง1,667 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ตรงไปร้านอาหารชื่อดังของภูทับเบิกเลยครับ ชื่อร้าน โรงเตี๊ยม ร้านในบรรยากาศแบบจีนๆ อาหารอร่อย ใครๆมาก็กินร้านนี้กัน ถือว่าเป็นร้านในระดับมาตรฐานที่มีอยู่ร้านเดียว นอกนั้นดูว่าจะเป็นร้านแนวบ้านๆ โฮมสเตย์ ร้านตามสั่งเสียส่วนใหญ่ ร้านที่เปิดใหญ่ รองรับลูกค้าได้เยอะ มีอาหารระดับมาตรฐานก็เห็นจะมีร้านนี้ละครับ "โรงเตี๊ยม" อาหารแนะนำ ก็คงจะเป็น ขาหมู หมั่นโถ กะหล่ำผัดน้ำปลา เห็ดหอมทอดซี้อิ้ว ยำยอดฝักแม้ว แต่วันที่เราไป คนเยอะมาก อาหารหมดไปหลายอย่าง ก็เลยได้กินเป็นบางอย่าง ดูว่าจะวุ่นวายเป็นพิเศษสำหรับวันที่มีแขกเข้าร้านเยอะๆ ใครวางแผนจะมากินร้านนี้ ต้องเตรียมตัวกันหน่อยนะจ๊ะ จองไว้เนิ่นๆ 


ร้านโรงเตี๋ยม


บรรยากาศในร้านโรงเตี๊ยม ภูทับเบิกคนแน่นเชียววันนี้ 

กลับจากอาหารค่ำ ดูท่าจะยังไม่เต็มท้อง จัดการเช่าเตาปิ้งย่าง เตาอั้งโลจากวิสาหกิจชุมชน มาทำแคมป์ไฟ เพราะคืนนี้เรานอนเต็นท์กันครับ เปลี่ยนบรรยากาศ ความจริงคือจองบ้านพักไม่ได้เต็ม คืนนี้เลยได้ กินปิ้งย่างกัน เอามาร์ชเมลโล่มาย่างกินเล่น เป็นขนมที่เอามาย่างไฟได้  แล้วก็ฟักทองที่ซื้อมา20บาท ลูกใหญ่มากมาย่างไฟกินเพลินๆ พร้อมกับพิงไฟหน้าเต็นท์ ให้ความอบอุ่น 


ปิ้งฟักทองกินเล่น


พยายามถ่ายดาวบนฟ้า และดาวบนดิน ณ จุดชมวิวภูทับเบิก 


อาคารหอดูดาว และจุดวัดอุณหภูมิ ภูทับเบิก


มองลงไปยามค่ำคืน ผู้คนมากางเต็นท์รับอากาศหนาวกันมากมาย


ปิ้งย่างกันครับคืนนี้ ขออุ่นๆหน้าเต็นท์ 

คืนนี้ได้ถ่ายรูปดาวด้วย จากจุดชมวิวหอดูดาว ภูทับเบิกสวยมากเลย 

เช้าวันที่ 3 ของการเที่ยวภูทับเบิก วันนี้ตื่นเร็วกว่าเมื่อวานนิดหน่อยออกมาถ่ายแสงสวยๆยามเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นได้ทัน อุณหภูมิเช้านี้ 12 องศา มิน่าละเมื่อคืนหนาวมาก นอนในเต็นท์ 


บรรยากาศยามเช้ายอดภูทับเบิก ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น


วันนี้อุณหภูมิหนาวลงอีก วัดได้ 12 องศา

วันนี้เราต้องเดินทางกลับกันแล้ว แต่ยังมีเวลาเดินเที่ยวขอตื่นสายบ้างถ่ายรูปเสร็จก็มานอนต่อ จนกระทั้งแสงพระอาทิตย์แย้งเข้าในเต้นท์ เลยจำต้องตื่น ล้างหน้าแปรงฟัน สารภาพเลยไม่ได้อาบน้ำตอนเช้าหนาวมาก ไม่ได้สระผมด้วย หนาวจริงไม่ไหวอะ ไว้กลับกรุงเทพฯค่อยสระ 

มีน้องๆเด็กม้ง มาเยี่ยมเยียนถึงหน้าเต็นท์ เลยได้สัมภาษณ์คุยกันสนุกๆ แบ่งมาร์ชเมลโล่ให้กินกันอร่อยๆ 


เด็กๆม้องตัวน้อยมาเยี่ยมถึงหน้าเต็นท์ 

เรายังมีเวลาเดินเที่ยวชมรอบๆบริเวณ ไปถ่ายภาพที่ไร่กะหล่ำกัน เห็นว่าใครๆมาก็มักจะถ่ายภาพไร่กะล่ำกันเลยขอจัดบ้าง 


ถ่ายรูปที่ไร่กะหล่ำภูทับเบิก


และจุดที่พวกเราแนะนำอีกจุดคือ Haven Hill หรือภูสวรรค์ ห่างจากจุดกางเต็นท์ภูทับเบิกไปอีกประมาณ 2กิโล เป็นอีกจุดที่โดดเด่นมาก เพราะเรามองเห็นกางเขนแต่ไกลจากจุดชมวิว ทั้งกลางวันและกลางคืน ตอนกลางคืนจะเปิดไฟ พวกเราเลยมากถ่ายรูปกันนะจุดนี้เป็นที่ระลึกด้วย ตั้งใจว่าจะมาเข้าโบสถ์ ด้วยแต่ว่า เขาทำจุดนี้เป็นที่พักและที่กางเต็นท์เท่านั้น ตัวโบสถ์จริงๆอยู่ในหมู่บ้านโน้น เข้าไปอีก 3 กิโล 


Haven Hill มีกางเขนยักษ์​ วิวสวยมากครับ 


กระโดดทั่วไทย ที่ Haven Hill 

กลับกันแล้วละครับ ก่อนเที่ยงเราก็ลงเขากันแล้ว ไปกินอาหารเที่ยงกันที่หล่มเก่า ร้านขนมจีนแม่สินรอง หล่อมเก่าชื่อดังเจ้าแรก กันก่อน แล้วค่อยเดินทางกลับทางพิษณุโลก เพื่อจะไปแวะที่ Route12 จุดแวะเที่ยวเขาค้อ วิวสวย บรรยากาศดี แล้วก็มุ่งตรงกลับกรุงเทพฯกัน 


แวะเที่ยวกินกาแฟ ที่ Route 12


Route 12 เขาค้อ อีกจุดแวะพักที่วิวสวยมาก บนถนนสาย12

เส้นทางขากลับ ผมแนะนำสองเส้นทาง คือ ถ้าคิดจะกลับเร็ว ให้กลับเส้นทางเดิมที่ขับมาในวันแรก คือ หล่มสัก - เพชรบูรณ์​ - สระบุรี - กรุงเทพฯ ตามถนนหลวงหมายเลข21 หรืออีกเส้น คือวิ่งกลับทางถนนสาย12 แวะเที่ยว Route 12 แล้วก็กลับทางเส้นพิษณุโลก เข้าสายเอเชีย วิ่งตรงกลับ ผ่าน นครสวรรค์​ - อุทัยธานี - ชัยนาท - อ่างทอง - อยุธยา -กรุงเทพฯ ไม่แนะนำ เส้นทางหลวงหมายเลข11 ซึ่งถนนไม่ดีทำความเร็วไม่ได้เลย   

สรุปทริปคราวๆ 

วันแรกของการเดินทาง
6.00 น. เดินทางแต่เช้า
อาหารเช้าที่ครัวบ้านสวน2
เดินทางโดยใช้เส้นทาง สระบุรี-เพชรบูรณ์-วิเชียรบุรี - หล่มสัก -หล่มเก่า 
อาหารเบาๆ ไก่ย่างวิเชียรบุรี 
อาหารเที่ยง ร้านบุญมีขนมจีน7สี หล่มเก่า ก่อนขึ้นภูทับเบิก
เข้าที่พักภูทับเบิก 
จุดชมวิวภูทับเบิก หอดูดาวและจุดวัดอุณหภูมิ
อาหารเย็น ร้านตามสั่งบนภูทับเบิก


วันที่สอง ของการเดินทาง 
ต้องตื่นก่อน 6โมงเพื่อมาชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า 
อาหารเช้า
 9.00 น. ออกเดินทางไปเที่ยวภูหินร่องกล้า 
• โรงเรียนการเมือง การทหาร ภูหินร่องกล้า 
• กังหันน้ำ ภูหินร่องกล้า 
อาหารเที่ยงร้านรังทอง 
บ่าย เส้นทางเดินป่า และจุดชมวิว ลานหินปุ่ม ผาชูธง 
เย็น ภูแผงม้า จุดชมวิวที่สูงที่สุดของภูหินร่องกล้า 1,776 เมตรจากระดับน้ำทะเล
อาหารเย็น ร้านโรงเตี๊ยมภูทับเบิก
ค่ำ แคมป์ปิ้ง ดูดาว 

วันที่สาม ของการเดินทาง
ตื่นตี5.45 มาถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นก่อนสว่าง เพื่อจะเจอทะเลหมอก
น้องๆม้งตัวเล็กมาเยี่ยมที่เต้น
10.00 น. เก็บของเกินทาง 
แวะไปถ่ายภาพกางเขนยักษ์ที่ Haven Hill 
11.00 น. ลงเขา
12.00 น. อาหารเที่ยง ร้านขนมจีนป้าสินรอง หล่มเก่า
ขับรถกลับทางเส้นพิษณุโลก 
13.00 น. แวะเที่ยว Route12 

ค่าใช้จ่าย 
ค่าน้ำมันรถ กรุงเทพฯ-ภูทับเบิก-กรุงเทพฯ ประมาณ 3,600 บาท 
ค่าเช่าบ้านพักคือนแรก 1,500 บาท 
ค่าเช่าเต็นท์คืนที่2 650 บาท (รวมเครื่องนอน+ค่าเข้าห้องน้ำ)
เช่าเตาอังโล่ + ถ่าน 100 บาท 
ซื้อตะแกรงปิ้งย่าง 40 บาท 
ค่าเข้าอุทยานภูหินร่องกล้า คนละ 40 บาท นำรถเข้าอีก 30 บาท 
ค่าอาหารมื้ออื่นๆ กินกันอิสระจ่ายใครจ่ายมัน มีบางมื้อที่หารกัน 
ราคาอาหาร โดยปกติ
มาม่าคัพ 25 บาท 
โจ๊ก 30 บาท 
อาหารจานเดียว 40 บาท 
อาหารเป็นจาน 70 บาท 



จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel