สรุปทริปเส้นทางคาราวานเที่ยวแม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ ปางอุ๋ง ปาย 4คืน5วัน

ทริปการเดินทางครั้งนี้ สะดุดตาเดินไปกับคาราวานเที่ยวแม่ฮ่องสอน ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยครับ เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวทุกท่านสามารถเดินทางตามมาเที่ยวกันได้อย่างไม่ยากเลยครับแถมยังได้ประสบการณ์ที่ครบทุกรูปแบบจริงๆ การเดินทางของเราอยู่ในช่วงฤดูหนาวอากาศกำลังเย็นสบายทีเดียวครับ เริ่มต้นการเดินทางกันที่กรุงเทพฯ ไป ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แล้วเข้าแม่ฮ่องสอน ปางอุ๋ง ปาย ตลอด 4คืน 5วัน เป็นการเดินทางที่เก็บเกี่ยวความสดชื่นมาได้เต็มๆ 



ทริปการเดินทางเที่ยวครั้งนี้ สะดุดตาจะเขียนแบบสรุปทริปให้เพื่อนๆเห็นเป็นเส้นทาง พอที่จะตามไปเที่ยวกันได้นะครับ เป็นเส้นทางที่ไม่ยาก และเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวสวยๆทั้งนั้น สำหรับการเที่ยวฤดูหนาวนี้ 

วันที่1ของการเดินทาง
การเดินทางของเราเริ่มต้นนัดหมายกันที่ปั๊มเพียวรังสิตคอลง2ครับ เป็นปั๊มเพียวที่มีห้าง Jusco อยู่ด้านในด้วยนะครับ(Pure Place) พื้นที่กว้างขวางพอ ก็การเดินทางครั้งนี้มีรถเข้าร่วมกว่า 70 คัน เยอะมากๆครับ แค่ขับตามกันเป็นขบวนก็ยาวกว่า 3กิโลเมตรแล้วละครับ


ภาพ : เริ่มออกสตาร์ทกันที่ปั๊มเพียวรังสิต (Pure Place)


ภาพ : คณะคาราวานที่รวมเดินไปด้วยกันในครั้งนี้ คาราวาน งามทุ่งบัวตอง กองมูเสียดฟ้า พาเที่ยวปางอุ๋ง มุ่งสู่เมืองปาย


ภาพ : เริ่มออกเดินทาง คาราวานมุ่งสู่แม่ฮ่องสอน

เป้าหมายของเราคือการเที่ยวแม่ฮ่อสอน แต่เส้นทางอันยาวไกลจำต้องแวะพักระหว่างทาง เลือกพักกันที่ลำปางจร้า เพราะว่าจะได้นั่งรถม้าเที่ยวตอนเย็นในเมืองลำปางกันด้วย ราคาแค่ 200 บาทเท่านั้น นั่งกันได้ประมาณ 3คน ต่อคัน แต่ถ้านั่งเที่ยวรอบใหญ่คิดราคาที่300บาทเท่านั้น มื้อค่ำเราก็กินกันที่ลำปางเลยครับ และพักกันที่โรงแรมลำปางเวียงทอง ซึ่งที่พักจุดนี้ ยังเป็นสถานีรถม้าอีกด้วย มีม้ามาจอดให้บริการนักท่องเที่ยวถึงดึกเลยละครับ จากที่สอบถามก็ปรมาณ 4ทุ่มนั้นละครับ แล้วแต่ว่าจะมีนักท่องเที่ยวอีกมั๊ย และเริ่มนั่งรถม้าเที่ยวกันได้ตั้งแต่ เช้าเลย 6โมงเช้าก็มีแล้ว 


ภาพ : รถม้าเมืองลำปางอีกหนึ่งกิจกรรมาลำปางแล้วไม่นั่งเหมือนมาไม่ถึง


ภาพ : นั่งรถม้าชมเมืองลำปางยามค่ำคืน


ภาพ : ชามตราไก่ ของดีเมืองลำปาง นำมาประดับท้องถนนในเมืองลำปาง ชามตราไก่ยักษ์

ตามถนนหนทางในเมืองลำปางเราจะเห็นเครื่องเซรามิกขนาดใหญ่ ที่ทำมาตั้งประดับตามถนน เป็นเอกลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ "ชามตราไก่" 

วันที่2 ของการเดินทาง
วันนี้การเดินทางเป้าหมายอยู่ที่แม่ฮ่องสอน แต่จะมีการเที่ยวระหว่างทาง หลายจุด โดยเริ่มต้นกันที่ เที่ยวจุดแรกยามเช้าที่วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน ซึ่งอยู่ห่างจากลำปางไม่ไกลนัก พระธาตุหริภุญชัยสร้างขึ้นมานานเกือบจะครบพันปีแล้วครับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.1586 ทุกวันนี้ยังคงความงามในแบบล้านนาให้ได้เห็นกัน 

ที่หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย มีร้านขายของที่ระลึกเมืองลำพูน ผมเองได้ลำใยอบแห้งถุงเล็ก50 บาท มานั่งกินระหว่างเดินทางด้วยครับ เพราะวันนี้เราจะเดินทางขับรถกันยาวนาน ผ่านหุบเขา ผ่านอินทนนท์ ผ่าอำเภอแม่แจ่ม มุ่งสู่ดอยแม่อูคอ ชมดอกบัวตองที่ขุนยวม

จากวัดพระธาตุหริภุญชัยเราเดินทางกันต่อขึ้นสู่เชียงใหม่ เป้าหมายของเราอยู่ที่ อาหารเที่ยง ณ ดอยอินทนนท์ ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็น และกินอาหารอร่อยๆที่ดอยอินทนนท์กัน ระยะทางจากลำพูนไปเชียงใหม่ไม่ไกลครับเพียงแค่ 30กิโลเมตรเท่านั้น ส่วนการเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ขึ้นไปอินทนนท์ก็ไม่ไกลมากรวมแล้วจากลำพูนไปอินทนนทืแค่ 75 กิโลเมตรเท่านั้นเองครับ 


ภาพ : วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน


ภาพ : วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน


ภาพ : คาราวานยาวมาก ก่อนขึ้นดอยอินทนนท์แวะเติมน้ำมันให้เต็มถังกันก่อน วันนี้จะขับรถยาวไปถึงแม่ฮ่องสอน

ก่อนขึ้นเขาดอยอินทนนท์ เราเติมน้ำมันกันให้เต็มถังก่อนครับ เพราะวันนี้เราจะเดินทางยาว 

เมื่อมาถึงอุทยานแห่งชาติอินทนนท์ ทุกคนต่างร้องว้าว เพราะได้เจอกับหมอกสวยๆที่กำลังปกคลุมดอยอินทนนท์อยู่ ในอากาศที่กำลังเย็นสบายแม้ว่าจะเป็นช่วงเที่ยงแล้วก็ตาม ต้องหยิบเอาแจ็คเก็ตมาใส่กันเลยละครับ ...หนาว


ภาพ : คาราวนมาถึงดอยอินทนนท์ หมอกลงสวยงามมาก


ภาพ : คณะคาราวนมาถึงเจอหมอกลงจัด กรี๊ดกันใหญ่ ลืมกันข้าวกันไปเลย

มีเด็กๆชาวเขาวิ่งเอาดอกไม้มาขายให้พวกเราในราคากำละ20บาท อุดหนุนเด็กๆไปด้วยความน่ารัก และตั้งใจทำงาน 


ภาพ : เด็กๆมาขายดอกไม้กำละ 20บาท ที่ดอยอินทนนท์ ขยันน่าสนับสนุน 

จากอินทนนท์ เราจะเดินทางสู่อำเภอแม่แจ่ม สำหรับแม่แจ่มเป็นอำเภอที่ผมประทับอีกที่หนึ่งเป็นเมืองเล็กๆในหุบเขาที่อากาศดีมาก มีวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจ โดยเฉพาะน้ำพุร้อนผมชอบมาก แต่ทริปนี้ได้แค่แวะผ่าน มาแวะเข้าห้องน้ำที่ปั้ม ปตท.แม่แจ่มกันก่อนเดินทางต่อ ไปทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ให้ทันเย็น ก่อนแสงสวยๆจะหมด เส้นทางช่วงนี้จะเริมลำบากหน่อยนะครับ บางช่วงถนนไม่ค่อยดี และมีทางเขาด้วย 

การเดินทางช่วงนี้ค่อนข้างไกลครับ หาอะไรกินไปด้วยติดรถติดตัวไว้ครับ กว่าเราจะถึงดอยแม่อูคอก็ประมาณ 16.20 น. เข้าไปแล้ว เวลากำลังดีกับแสงสวยๆยามเย็น แต่ที่น่าเสียดายคือ ทุ่งดอกบัวตอง กำลังเฉาแล้วละครับ เพราะเมื่อวันก่อนมีฝนตกหลงฤดูมา ทำให้ดอกเฉาทันที การมาชมทุ่งดอกบัวตองของเราจึงเรียกได้ว่า เป็นสัปดาห์สุดท้ายแล้ว ใครอยากเห็นความงามของทุ่งดอกบัวตองก็ปีหน้าครับ ช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึง ต้นเดือนธันวาคม เท่านั้น ห้ามพลาด


ภาพ : สัปดาห์สุดท้ายของทุ่งบัวตองพอดี


ภาพ : ดอกบัวตองบานสวย

ส่วนการมาเที่ยวทุ่งดอกบัวตองครั้งนี้ ก็ยังพอเห็นความงามเหลืองอร่ามของดอกบัวตองเต็มท้องทุ่งอยู่บ้างครับ และยังพบได้อีกตามรายทาง ตามถนนหนทางในจังหวัดต่างๆทางภาคเหนือของเรา

ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน เราต้องรีบไปแม่ฮ่องสอนต่อครับ เพราะคณะคาราวานของเรายาวมาก และทางยังอีกไกล ถ้ามืดแล้วทุกคนอาจจะขับรถลำบากขึ้น ดังนั้นเดินทางกันเลยจร้า จะได้มีเวลาไปเดินถนนคนเดินแม่ฮ่องสอนด้วย 

มาถึงแม่ฮ่องสอนก็มาเดินหาอะไรกินเบาๆรองท้อง ที่ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอนกันก่อนเลยครับ ตอนที่มาถึงนี้ราวๆ ทุ่มกว่าๆ เวลากำลังดี แล้วเดี๋ยวค่อยไปกินข้าวเย็นกัน วันนี้กินที่ร้าน "ใบหยกชาเลย์" ที่อยู่หน้าทางเข้าถนนคนเดินพอดีครับ 

เดินมองหาของพื้นเมืองในถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน และขนมพื้นเมืองกินอร่อยๆ อย่างขนมส่วยทะมิน ขนมอาละหว่า  เป้งม้ง เป็นต้น ซึ่งเป็นขนมไทยใหญ่ ยังมีการแสดงของเด็กแม่ฮ่องสอนตัวเล็กๆมาเล่นดนตรีเปิดหมวกกันด้วย และเดินไปชมความงามของวัดจองกลางยามค่ำคืน ช่วงค่ำพระธาตุที่วัดจองกลาง เปิดไฟสวยมากเลยครับ 


ภาพ : ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน มองเห็นวันจองกลางกำลังเปิดไฟสวย

จากนั้นไปกินข้าวแล้วก็แยกย้ายกันเข้าที่พักหรือใครจะเดินเที่ยวต่อก็ไม่ว่ากัน วันนี้ผมนอนโรงแรมพานอรามา ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

วันที่3 ของการเดินทาง
เราเริ่มต้นทริปกันที่พระธาตุดอยกองมู มาเมืองแม่ฮ่องสอนแล้วไม่ได้ขึ้นมาบนดอยกองมูเหมือนมาไม่ถึงครับ และยังได้ชมวิวสวยๆของเมืองแม่ฮ่องสอนอีกด้วย มองเห็นสนามบินด้วยนะ 


ภาพ : พระธาตุดอยกองมู จ.แม่ฮ่องสอน


ภาพ : จุดชมวิวเมืองแม่ฮ่องสอนบนพระธาตุดอยกองมู

จากนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำครับ น่าสนใจมาก พวกเราไปแวะชมความสะดุดตาของ สะพานไม้ซูตองเป้ ซึ่งเป็นสะพานแห่งศรัทธาที่สร้างขึ้นจากไม้ไผ่สาน ทำเขึ้นเพื่อให้พระสงฆ์ที่จะมาบิณฑบาตรในหมู่บ้านได้เดินข้าม เพื่อไม้ให้ต้องเดินผ่านคันนา ที่เปียกและสกปรก โดยชาวบ้านช่วยกันทำ เป็นอีกหนึ่งแรงศรัทธาที่ทำให้เกิดสะพานไม้ ที่โดดเด่นกลางพื้นนายาวกว่า 500 เมตร คำว่า ซูตองเป้ เป็นภาษาไทยใหญ่ แปลว่า "อธิษฐานสำเร็จ" สะพานไม้ซูตองเป้แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ สำนักสงฆ์สวนธรรมภูสมะ บ้านกุงไม้สัก หมู่ 2 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน


ภาพ : สะพานซูตองเป้


ภาพ : สะพานไม้ซูตองเป้ สะพานที่สร้างเพื่อเดินข้าม นาข้าว

จากนั้นการเดินทางของเราก็ไปต่อกันที่ "ภูโคลน" เป็นสถานที่ ที่หาไม่ง่ายในโลกนะครับ มีเพียง 3แห่งเท่านั้นในโลกที่จะมีโคลนเพื่อสุขภาพแบบนี้ ทำให้ผิวพรรณเราดี มาอาบน้ำแร่ แช่ตัว พอกโคลนกันก่อนจะขึ้นไปนอนในปางอุ๋งกันครับ วันนี้ต้องนอนเต็นท์ เตียมตัวถ่ายรูปสวยกันที่ปางอุ๋ง


ภาพ : พอกโคลนเพื่อสุขภาพผิว ที่ภูโคลน 


ภาพ : แช่น้ำร้อน ที่ภูโคลน ไม่แช่ทั้งตัวก็แช่เท้าก็ได้ 

ระยะทางจากนี้เราจะเดินทางขึ้นเขาชัน เป้าหมายคือกินข้าวเที่ยง อาหารยูนานเซ็ตใหญ่ที่ บ้านรักไทย ดินแดนที่เหมือนเราหลุดเข้าไปในเมืองจีนเลยละครับ อาหารยูนานที่นี่ก็ขึ้นชื่อ หมุ่บ้านแห่งนี้เป็นที่ตั้งของชาวไทยเชื้อสายจีน ที่เคยช่วยสู้รบในสมัยสงครามกับคอมมิวนิสต์ พ.ศ.2510  ชื่อของเพวกเขาคือ กองผล93 

เรากินอาหารที่ร้านริมทะเลสาบบ้านรักไทย ชื่อร้าน "ชาสา รักไทย" แต่ร้านอาหารยูนานที่นี่มีหลายร้านครับ เลือกกินได้ตามสะดวก 


ภาพ : จอดรถกันริมถนนแบบนี้ เพื่อกินข้าวเที่ยงที่บ้านรักไทย หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีวัฒนธรรมแบบจีน อาหารจีนยูนานอร่อย ชมบ้านดิน และมีทะเลสาบสวย ที่สำคัญหนาวมาก


ภาพ : ร้านอาหารจีนยูนาน "ชาสา ที่บ้านรักไทย "

หลังจากนั้นก็เข้าไปซื้อของฝากเดินเล่นในหมู่บ้าน ชมบ้านดิน ชมทะเลสาบ เขื่อนในหมอกบ้านรักไทย สวยมากๆครับ ร้านชาบางร้านมีของเก่าๆสมัยสงครามตั้งไว้ให้ชมกันด้วย เป็นหมู่บ้านที่ประวัติศาสตร์น่าสนใจจริงๆครับ วันนี้ไม่ได้พักที่บ้านรักไทย แต่สักวันต้องหาโอกาสมานอนให้ได้ สวยมาก อยากเห็นบรรยากาศตอนเช้าจริงๆ เคยมาเมื่อสมัย10กว่าปีก่อน ตอนยังไม่มีร้านค้าเยอะเท่านี้ จำได้ว่าช่วงเช้าหมอกลงหนา และหนาว เห็นบรรยกาศสวยบาดใจอยากเห็นแบบนี้อีกครั้ง 


ภาพ : บ้านรักไทย บรรยากาศทะเลสาบที่เงียบสงบและสวยงามมาก ตั้งอยู่บนเขาสูงเส้นทางเดียวกับการเข้าสู่ปางอุ๋ง

จากบ้านรักไทย หลายคนยังมีเวลา ผมแนะนำ ให้ไปเที่ยวที่พระตำหนักปางตอง ซึ่งเราขับรถผ่านตอนขึ้นเขามา ที่พระตำหนักปางตองนี้ ขอบอกว่าสะดุดตาชอบมาก มีความน่าสนใจหลายอย่าง มีโครงการพระราชดำริมากมายในนั้น โดยเฉพาะ ที่อยากแนะนำกันคือ ฟาร์มแกะ ที่เลี้ยงกันเพื่อตัดขน เลี้ยงจริงๆ ไม่ใช่เอามาทำที่ท่องเที่ยวแบบราชบุรีหลายๆแห่ง แต่ที่นี่ส่งเสริมการเลี้ยงแกะให้ความรู้ชาวบ้าน และนำขนแกะมาแปรรูปเพื่อใช้ประโยชน์จริงๆครับ ไม่ว่าจะเป็นผ้าคนแกะ สบู่แกะ โลชั่นแกะ ฯลฯ


ภาพ : แกะน้อยขนสะอาด ที่คอยตอนรับนักท่องเที่ยว อุ้มได้นะครับที่พระตำหนักปางตอง


ภาพ : ฟาร์มแกะในพระตำหนักปางตอง นี้แหละที่เรียกว่าเลี้ยงแกะจริงๆ

เข้าสู่ปางอุ๋ง เส้นทางช่วงนี้ทางคดเคี้ยวและแคบมากนะครับ ต้องระมัดระวังนิดนึง แต่คุ้มค่าที่จะไปปางอุ๋ง ซึ่งเป็นพื้นที่พัฒนา ที่มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 ป่าที่เห็นในปางอุ๋ง ป่าสนนั้นเป็นป่าที่ปลูกโดยโครงการพระราชดำริมาตั้งแต่ เมื่อ20-30 ก่อน ปัจจุบันพื้นที่ป่าบริเวณนี้ได้รับการดูแลโดยอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ เสียค่าเข้า 20บาท สำหรับคนไทย ชาวต่างชาติ 100 บาท แต่พื้นที่ส่วนด้านหน้าปางอุ๋งจะเป็นบ้านรวมไทย ซึ่งมีโฮมสเตย์หลายแห่ง ราคาที่พักไม่กี่ร้อยบาท ประมาณ 400-600 บาท เป็นการพักกับชาวเขา จะไม่ต้องเสียค่าเข้าอุทยานฯ ซึ่งชาวเขาที่หมู่บ้านรวมไทยแห่งนี้ เป็นชาวเขาที่เมื่อก่อนได้รับที่ดินพระราชทาน แบ่งจัดสรรให้ทำกินคนละ2ไร่ และฝึกอาชีพให้ พวกเขาเป็นคนที่ปลูกป่าพื้นนี้ทั้งหมด 


ภาพ : คืนนี้นอนเต็นท์อุทยานฯจร้า ริมทะเลสาบ


ภาพ : ปางอุ๋ง กับทะเลสาบบนภูเขา


ภาพ : ออกมาเดินเล่นที่หมู่บ้านรวมไทย เด็กๆออกมาทำการแสดงเปิดหมวกให้นักท่องเที่ยวชม

ในหลวงเคยเสด็จมาที่นี่ตั้งแต่เป็นเข้าหัวโล้น และปลูกป่าที่นี่ จนวันนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังไปแล้วเราก็ได้ป่ากลับคืนมาได้แหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ 

คืนนี้เรานอนเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติด้านในครับ แล้วก็ออกมาเดินเที่ยวบริเวณบ้านรวมไทย หาอะไรกินกันไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะมีแคมป์ไฟกันตอนกลางคืน อากาศหนวมากครับ 

วันที่4 ของการเดินทาง
ตื่นตั้งแต่ตี5เพื่อเตรียมตัวจะออกมาถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นและบรรยากาศเช้าที่ปางอุ๋ง หลายคนที่ไม่ได้นอนในปางอุ๋งก็มักจะขึ้นมาถ่ายรูปปางอุ๋งตอนเช้ากันเวลาประมาณนี้ คนที่พักในเมืองแม่ฮ่องสอนก็ขึ้นมาถ่ายรูปที่นี่ก็มี ส่วนพวกเรานอนในนี้ก็ไม่ต้องเช้ามาก แต่ก็มาตั้งกล้องกันแต่เช้าละครับ รอชมบรรยากาศสวยๆ ก่อนจะลาจากปางอุ๋งในเช้านี้ เพื่อไปแจกของให้เช้าเขาที่ บ้านลุกข้าวหลาม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ในเส้นทางที่เราจะมุ่งสูปาย 


ภาพ : บรรยากาศยามเช้าที่ปางอุ๋ง


ภาพ : กุหลาบพันปีออกดอกบานสะพรั่งที่ปางอุ๋ง

เส้นทางของวันนี้โค้งเยอะมากครับ ต้องขับด้วยความระมัดระวังนะจ๊ะ

ทริปนี้ไม่ไช่แค่การเดินทางท่องเที่ยวคาราวานธรรมดา แต่ทุกคนเตรียมข้าวของมาบริจาคกันด้วย ล้วนแต่เป็นของดีๆทั้งนั้น มือหนึ่ง มีให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หมู่บ้านลุกข้าวหลาม เป็นบ้านชาวเข้าเผ่ามูเซอดำ ซึ่งอยู่ในหุบเขา ในเขตอำเภอปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ใกล้จุดชมวิวปางมะผ้า 


ภาพ : จุดชมวิวปางมะพร้า วิวสวยครับก่อนเลี้ยวเข้าสู่บ้านลุกข้าวหลาม


ภาพ : ขบวนคาราวานเข้าสู่บ้านลุกข้าวหลาม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน 


ภาพ : บรรยากาศในบ้านลุกข้าวหลาม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน พวกเรามาแจกของใช้จำเป็นให้ชาวเขากันที่นี่


ภาพ : ชาวเขาเผ่ามูเซอดำที่บ้านลุกข้าวหลาม


ภาพ : คาราวานมอบของให้กับบ้านลุกข้าวหลาม มีของมากมายจริงๆครับที่ขนมาช่วยกัน


ภาพ : แจกของเด็กๆที่บ้านลุกข้าวหลาม

พวกเรากินข้าวเที่ยงกันที่นี้ด้วย ก่อนที่จะเดินทางกันต่อเพื่อเข้าสู่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน แต่ระยะทางจากจุดนี้ไปก็ยังต้องผ่านกันอีกหลายโค้ง แวะพักรถกันที่ดอยกิ่วลม เข้าห้องน้ำ ชมวิวสวยๆกันก่อนครับ 


ภาพ : จุดชมวิวกิ่วลม สูงจากระดับน้ำทะเล 1,431 เมตร วิวสวยมาก ห้องน้ำสะอาด จ่าย5บาท


เข้าสู่ปาย เราตรงไปเที่ยวกันก่อนครับ ยังมีเวลาก่อนเข้าที่พัก ไปวัดน้ำฮู แล้วก็ต่อด้วยเที่ยว หมู่บ้านวัฒนธรรมจีนสันติชล จุดนี้กิจกรรมเขาเยอะมาก ทั้งนั่งชิงช้า แต่งชุดจีนถ่ายรูป ขี่ม้า ยิงธนู กินอาหารจีนยูนานแสนอร่อย เที่ยวกำแพงเมืองจีน ฯลฯ ผมว่าเราใช้เวลาที่นี้ได้ทั้งวันละครับ ถ้าจะทำให้ครบทุกอย่าง 


ภาพ : วัดน้ำฮู อ.ปาย


ภาพ : หมู่บ้านจีนสันติชล อ.ปาย


ภาพ : แต่งตัวแบบจีนถ่ายรูปในหมู่บ้านจีนสันติชล

ก่อนเข้าที่พักแวะไปเที่ยวสะพานท่าปายกันด้วย สะพานประวัติศาสตร์ปายนั้นเอง เรายังไม่เข้าไปในเมืองปาย เพราะเดี๋ยวเอาของไปเก็ยที่พักอาบน้ำให้เรียบร้อย เรามีนัดกันปาร์ตี้คืนสุดท้ายของคณะคาราวานกันที่ บุระลำปาย รีสอร์ท คืนนี้เพื่อเป็นการปิดทริป แล้วใครอยากไปเดินเที่ยวถนนคนเดินก็ตามสะดวกเลยครับ หรือจะอยู่ปายต่อเที่ยวต่อก็ได้ แต่สำหรับเส้นทางคาราวาน เรานำทุกท่านมาสุดที่เมืองปาย ขอบคุณทุกคนมากครับ 


ภาพ : บ้านสันติชล มีจำลองบ้านดิน มีม้าให้ขี่


ภาพ : สะพานประวัติศาสตร์ปาย


ภาพ : งานเลี้ยงที่บุระลำปาย รีสอร์ท


ภาพ : ถนนคนเดินปาย นักท่องเที่ยวต่างชาติคึกคักมาก

วันที่5 ของการเดินทาง
วันสุดท้ายเป็นวันฟรีสไตล์ครับ ใครจะเที่ยวต่อหรือเดินทางกลับก็ตามสะดวกเลยจร้า 


ส่วนใครตามอ่านอยากรู้จักแต่ละพื้นที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งมากขึ้นผมจะรีวิวแยกต่างหากนะครับ 

ตำแหน่ง GPS เส้นทางการเดินทางของเรา ในทริปนี้ เที่ยวแม่ฮ่องสอน ปางอุ๋ง ปาย
A ปั๊มเพียว รังสิตคลอง2 GPS คือ 13.993802, 100.656204
B สวนสาธารณะ5แยกหอนาฬิกา จุดขึ้นรถม้า GPS คือ 18.288544, 99.490138 
C พระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน GPS คือ 18.576982, 99.008122
D ดอยอินทนนท์ GPS คือ 18.536525, 98.521683
E ทุ่งดอกบัวตอง GPS คือ 18.894852, 98.090275
G ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.299287, 97.966362
H วัดจองกลาง จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.298447 97.967145
I วัดพระธาตุดอยกองมู จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.300153 97.960662
J สะพานซูตองเป้ จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.389345 97.954884
K ภูโคลน จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.423431 97.955557
L บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.586678 97.942345
M ฟาร์มแกะ พระตำหนักปางตอง จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.501484 97.937403
N บ้านรวมไทย จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.499510 97.911387
O ปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.498544, 97.905263
P จุดชมวิวปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.558449 98.152941
Q บ้านลุกข้าวหลาม (ชาวเขาเผามูเซอดำ) จ.แม่ฮ่องสอน  GPS คือ 19.547763 98.159904
R วัดน้ำฮู อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.364859, 98.412990
S หมู่บ้านจีนสันติชล อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.370934 98.402477
T ร้าน Coffee in Love อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.338572 98.433375
U สะพานประวัติศาสตร์ปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.297182 98.465315
V บุระลำปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน GPS คือ 19.298664, 98.463917
W ถนนคนเดินปาย GPS คือ  19.359108 98.441133

รวมระยะทางเที่ยวจากกรุงเทพฯ-ปาย ตามเส้นทางนี้วัดได้ประมาณ 1,198 กิโลเมตร 
หากนับรวมการขับรถกลับกรุงเทพฯด้วยก็วัดได้ประมาณ 1,989 กิโลเมตร 
(อย่าลืมบวกเพิ่มอีกสักหน่อย เพื่อขับรถเที่ยวเล่นไปซื้อของกินข้าว อีกสัก 200-300กิโลเมตรนะครับ) 

คิดค่าน้ำมันคราวๆที่ กิโลเมตรละ 4บาท จะต้องเตรียมค่าน้ำมันไว้ที่ประมาณ 8,000 บาท เป็นอย่างต่ำ 

แผนที่การเดินทาง

ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองประชาสัมพันธ์ภายในประเทศ และ Staff ทุกท่านในคาราวาน 




ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel