สรุปทริปเที่ยว เชียงของ ห้วยทราย 3คืนนอน3ที่ ทั้งไทยและลาว

เมืองเชียงของ จ.เชียงราย เป็นอีกเมืองหนึ่งที่อยู่ติดพรมแดนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว  โดยมีแม่น้ำโขงกั้นกลาง ซึ่งในวันที่ 11 ธันวาคม 2013 จะมีการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย  จากที่เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีความน่าสนใจอยู่แล้วก็จะเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น ในฐานะที่เป็นเส้นทางท่องเที่ยวไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ลาว จีน หรือเวียดนาม  



ในทริปนี้สะดุดตาจะพาไปเที่ยวเมืองเชียงของ และข้ามไปฝั่งลาวที่ห้วยทรายด้วย เป็นทริปเตรียมตัวต้อนรับสะพานมิตรภาพที่กำลังจะเปิด ให้พวกเราได้มีเส้นทางท่องเที่ยวอย่างหลากหลายยิ่งขึ้น ในทริปนี้สำหรับเชียงของและห้วยทราย เราตั้งใจกันว่าจะค้างซัก 3 คืน 

วันที่1 ของการเดินทาง 
ในวันแรกนั้นกว่าจะถึงอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายก็ค่ำซะแล้ว จากกรุงเทพฯ มาถึงเชียงของ สามารถเดินทางได้เพียงวันเดียวค่ะ ออกแต่เช้าถึงค่ำๆ พอถึงเชียงของแล้ว อากาศก็เย็นซะด้วย เรารีบหยิบเสื้อกันหนาวออกมาใส่แทบไม่ทัน วัดอุณหภูมิจากในตัวอาคารได้ 20 องศาเซลเซียส สำหรับเราแล้วซึ่งเป็นคนขี้หนาวสุดๆ บอกเลยว่าหนาวอ่ะ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ลมพัดมานี่สุดๆ ไปเลยค่ะ วันแรกเราพักกันที่โรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์เป็นโรงแรมที่เห็นวิวแม่น้ำโขงชัดเจนเลยค่ะ เพราะอยู่ติดริมน้ำเลยมีเพียงถนนเล็กๆ กั้นระหว่างโรงแรมกับแม่น้ำ หากมองออกไปจากระเบียงห้องก็จะเห็นบ้านเรือนฝั่งห้วยทราย ของ สปป.ลาว อย่างชัดเจนเลย มื้อค่ำของวันนั้น เนื่องจากเมื่อล้าจากการเดินทางก็กินที่โรงแรมซะเลย ราคาไม่แรง อาหารอร่อย นี่ถ้าได้นั่งตอนเย็นๆ คงเห็นวิวสวยๆ ของแม่น้ำโขงด้วยเลย 


ภาพ : ห้องพักใน โรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์


ภาพ : มุมระเบียงหลังห้องพักของเรามองเห็นแม่น้ำโขง โรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์


วันที่2 ของการเดินทาง 
เช้าวันที่ 2 ของการเดินทาง ตื่นมาด้วยความตื่นตาตื่นใจกับหมอกขาวโพนที่ปกคลุมฝั่งห้วยทราย ของ สปป.ลาว จนมองไม่เห็นอะไรเลย พร้อมกับอากาศยามเช้าที่ทั้งหนาวและสดชื่นสุดๆ หมอกลงหนามากจนเกือบจะไม่ได้ภาพพระอาทิตย์ขึ้นเลยละค่ะ ซึ่งในวันที่หมอกไม่ลงเราสามารถมองดูพระอาทิตย์ขึ้นได้จากระเบียงห้องพักของโรงแรมเลยละค่ะ แต่เช้าวันนี้หมอกลงจัดมาก ได้เห็นพระอาทิตย์ไม่นานนัก หลังจากดื่มด่ำทางสายตาด้วยวิวงามๆ ไปแล้วก็เริ่มหิวขึ้นมา เดินกลับขึ้นมาด้านบนโรงแรมที่ห้องอาหารมาทานอาหารเช้ากับวิวสวยๆ ริมน้ำโขงที่มองเห็นได้ชัดเจนจากห้องอาหารนี่แหล่ะ เช้านั้นเป็นมื้อเช้าที่ฟินสุดๆ ไปเลย ละค่ะ


ภาพ : พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่โรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์


ภาพ : หมอกลงยามเช้าที่หน้าห้องพักของเราโรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์

การเดินทางท่องเที่ยวในเมืองเชียงของหากเพื่อนๆ ที่ไม่ได้ขับรถมาเองก็สามารถใช้บริการพวกรถตุ๊กๆ ได้ค่ะ สะดวกดี เราเองก็ใช้รถแบบนี้เหมือนกัน ในวันนี้เราเที่ยวแบบสบายๆ ถือว่าเป็นทริปพักผ่อนชิลๆ นอนตืนสายๆ นั่งมองวิวสวยๆ สัมผัสอากาศเย็นๆ ที่ริมน้ำโขงจากระเบียงห้องพักไปจนสิบโมง ถึงเริ่มออกไปชมเมืองเชียงของ  สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นเป้าหมายของพวกเราค่ะสำหรับเช้านี้ 


ภาพ : รถสกายแล๊ป ที่ใช้เดินทางในเชียงของ


ภาพ : ด่านพรหมแดนไทยลาว บริเวณ สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่4 กำลังจะเปิดในวันที่11 ธันวาคม 2556 นี้ 


ภาพ : จากจุดนี้มองเห็นสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่4


ภาพ : ไร่ใบยาสูบที่เชียงของ

ถึงแม้ว่าเค้าจะยังไม่เปิดตอนที่เราไป แต่ก็แวะไปอัพเดทกันหน่อย พร้อมกับนั่งรถชมเมืองเชียงของทางด้านนอกเมืองกันหน่อย จะเห็นวิวสะพานข้ามโขงแบบไกลๆ และระหว่างทางก็จะเห็นไร่ข้าวโพด ไร่ถั่วแขก ไร่ใบยาสูบ ที่ชาวบ้านปลูกกันไว้เต็มท้องทุ่งไปหมด มองดูก็สวยดีและสบายตามากๆ 

หลังจากกลับจากไปชมหมู่บ้านนอกเมือง และสะพานข้ามโขงแล้ว เราเปลี่ยนจากการนั่งรถมาเดินในตัวเมืองค่ะ บอกเลยว่าวันนี้เราแวะกินซะเป็นส่วนใหญ่ และจากนั้นก็เดินเล่นแวะร้านกาแฟบ้าง มื้อกลางวันในวันนั้นเราแวะกินกันที่ร้านข้าวมันไก่ไหหลำ เป็นอีกร้านยอดฮิตที่ใครมาใครก็มักจะแวะมากินกัน ต้องบอกเลยว่าน้ำจิ้มข้าวมันไก่ร้านนี้เด็ดมากๆ เรางี้กินจนหมดถ้วยเลย ไก่ก็นุ่มมากๆ ใครเบื่อข้าวมันก็สั่งเป็นบะหมี่แห้งไก่ต้มก็อร่อยนะ  


ภาพ : ข้าวมันไก่ไหหลำเชียงของอร่อยมาก


ภาพ : ข้าวมันไก่ไหหลำเชียงของที่เปิดขายมานานกว่า50ปี 

จากร้านข้าวมันไก่ เราแวะเข้าไปถ่ายภาพกันที่วัดพระแก้ว เป็นวัดที่อยู่ริมแม่น้ำโขงเลยละค่ะ อยู่ในตัวเมืองสมารถเดินมาเที่ยวชมได้สะดวก จากวัดพระแก้วเราเดินต่อมายังที่ว่าการอำเภอเชียงของ เพื่อทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวสำหรับการข้ามไปเที่ยวที่ห้วยทราย ของ สปป.ลาว แต่หากใครเอาพาสปอร์ตไปก็ไม่ต้องไปทำค่ะ แต่รอบนี้เราเอาไปทั้งพาสปอร์ตและอยากลองแบบใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวด้วย จะได้รู้ว่าค่าใช้จ่ายต่างกันอย่างไร และจะสรุปไว้ให้ที่ท้ายบทความนะคะ 


ภาพ : ทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวที่นี่ ตรงอำเภอเชียงของ

การทำบัตรผ่านแดนใช้เวลาไม่นานค่ะ แค่ยื่นบัตรประชาชนและจ่ายเงินค่าธรรมเนียมไม่เกิน 5 นาทีก็เสร็จแล้วค่ะ หากคนไม่มาก เมื่อเตรียมบัตรผ่านแดนไว้แล้วสำหรับเย็นนี้กับการข้ามไปนอนฝั่งลาว เราก็เดินเล่นกันต่อ 

ไปจนถึงร้านกาแฟน่านั่ง ดูสงบเงียบ ร้านหนึ่งชื่อร้านบ้านปันสุข ร้านนี้มีห้องสมุดเล็กๆ ให้ยืมอ่านด้วยนะคะ เราใช้เวลาที่นั่นไปนานพอสมควรกับการจิบชากาแฟ  


ภาพ : บรรยากาศที่หน้าร้านปั่นสุข


ภาพ : นั่งกินกาแฟที่ร้านปั่นสุข

และก่อนจะสี่โมงเย็นเราเดินต่อไปยังร้านข้าวซอยสิบสองปันนา อีกร้านชื่อดังที่ใครมาก็มักจะแวะมากินที่ร้านนี้ กับร้านข้าวซอยป้าอ่อน ข้าวซอยที่นี่ไม่ใช่แบบที่เราคุ้นเคยกันนะคะ ที่ใส่กะทิ  ของที่นี่เป็นข้าวซอยสิบสองปันนา จะเป็นเส้นแป้งที่ราดหน้าด้วยหมูผัดในพริกแกง ในน้ำซุปรสกลมกล่อม กินกับผักต้มหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ถั่วฝักยาวต้ม ยอดถั่วลันเตาต้ม แขนงต้ม อิ่มหนำสำราญเป็นที่เรียบร้อยก็เดินกลับไปยังที่พักเพื่อเตรียมตัวข้ามไปยังฝั่งลาวค่ะ 


ภาพ : ร้านข้าวซอยป้าอ่อน ข้าวซอยสิบสองปันนา เชียงของ


ภาพ : ข้าวซอยสิบสองปันนา

จากที่พักของเราสามารถนั่งรถตุ๊กๆ ไปยังท่าเรือบั๊ก ซึ่งเป็นท่าเรือข้ามฟากที่จะข้ามไปยังห้วยทรายได้ค่ะ  เราต้องมายื่นเอกสารกันก่อนค่ะ ก่อนจะลงไปที่ท่าเรือซึ่งใช้เวลาแค่แป๊บเดียวเท่านั้น จากท่าเรือเราก็นั่งเรือคล้ายๆ เรือหางยาวแต่ลำใหญ่กว่าค่ะ มีหลังคาด้วย ประมาณ 5 นาทีก็ข้ามมาถึงฝั่งลาวแล้วค่ะ แต่สำหรับคนว่ายน้ำไม่เป็นอย่างเราก็แอบกลัวอยู่เหมือนกันนะ เพราะเค้าไม่มีเสื้อชูชีพให้ใส่ แต่ก็ถึงฝั่งโดยปลอดภัยค่ะในครั้งนี้ 


ภาพ : เดินลงท่าเรือเพื่อข้ามฝากไปฝั่งลาว ห้วยทราย


ภาพ : นั่งเรือข้ามฝากสู่ประเทศลาว เมืองห้วยทราย ค่าเรือ 40บาท


ภาพ : นั่งรถไปที่พัก ห้วยทรายริเวอร์ไซด์


ภาพ : ร้านปิ้งเป็ด

เมื่อถึงห้วยทรายก็ค่ำพอดี ไม่อย่างนั้นคงจะได้ไปชิมร้านปิ้งเป็ด ร้านดังของเมืองเชียงของกันแน่ๆ ร้านนี้ขายแค่ 4 โมงเย็นเท่านั้น วันนี้ไปก็เกือบ 6 โมงแล้ว เรียกว่าไปตอนเกือบจะปิดด่านซะแล้ว อดกินเลย ใครข้ามไปก่อนสี่โมงเย็นลองไปกินกันได้นะ ปิ้งเป็ด ร้านอร่อยของห้วยทราย 

จากท่าเรือไปยังโรงแรมที่เราจะพักกันในคืนที่สองนั้น รถของโรงแรมจะมารอรับเราเพราะเราจะไปนอนที่โรงแรมห้วยทรายริเวอร์ไซด์ซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือประมาณ 1 กิโลเมตร โรงแรมนี้ได้วิวสวยสุดในห้วยทรายแล้วหล่ะเราว่านะ เพราะเท่าที่ลองเดินสำรวจดู มีโรงแรมนี้เนี่ยแหล่ะที่ได้วิวแม่น้ำโขงแบบชัดๆ เลย โรงแรมนี้อยู่ใกล้ๆ กับท่าเรือช้าไปหลวงพระบางเลยค่ะ ที่โรงแรมยามเย็นกับวิวแม่น้ำโขงตอนพระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้านั้นสวยมากๆ เลยค่ะ 


ภาพ : มองจากห้องพักห้วยทรายริเวอร์ไซด์


ภาพ : ห้องนอนของเราคืนนี้ ห้วยทรายริเวอร์ไซด์ ประเทศลาว

ที่โรงแรมมีร้านอาหารบริการนะคะ แต่ค่ำนั้นเราตัดสินใจเดินออกมาอีกนิด ลองมากินหมูกระทะบุฟเฟต์ ราคาคนละ 160 บาท ที่ลาวดูบ้าง ก็อากาศเย็นๆ แบบนี้มันต้องได้กินอะไรร้อนๆ ถึงจะเข้ากัน  ที่ร้านหมูกะทะ ถึงแม้จะดูธรรมดาแต่มื้อนั้นเรารู้สึกถึงความอร่อยและสนุกสนานมากมายตอนที่กินไป นั่งฟังพี่น้องชาวลาวคุยกันไป ที่นี่นิยมดูละครช่อง 7 กันนะคะ เท่าที่สังเกตุ บ้านไหนๆ ก็เปิดช่อง 7 ไม่เว้นแม้แต่ร้านหมูกระทะ กินไปก็วิจารณ์ละครกันไป ฟังแล้วคึกครื้นดีค่ะ 


ภาพ : บุฟเฟ่ต์หมูกะทะ ใกล้ๆที่พักของเรา


ภาพ : บุฟเฟ่ต์หมูกะทะ

ค่ำคืนนั้นอากาศที่ห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว หนาวจนเราต้องปรับแอร์ในห้องให้อุณภูมิ 30 องศา เพราะอาหาศด้านนอกมันเข้ามาในห้อง ปรับแอร์อุณหภูมิสูงๆ ก็ช่วยได้เยอะเลย

วันที่3 ของการเดินทาง 
เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าตรู มุ่งหน้าสู่ตลาดเช้าห้วยทราย เป็นตลาดสดที่พี่น้องชาวลาวที่ห้วยทรายจะมาเดินซื้อของกัน นอกจากของสดแล้วก็มีร้านอาหารด้วย เป็นพวกขนมจีนซะมากค่ะ และข้าวซอยสิบสองปันนาแบบที่เราไปกินที่ร้านป้าอ่อนที่เชียงของก็มีขายเยอะเลยค่ะ ที่นี่ทำให้เราทราบที่มาว่าทำไมภึงเรียกข้าวซอยเลย เพราะเค้าตัดแป้งแผ่นเป็นเส้นๆ ด้วยกรรไกร แบบว่าซอยเป็นเส้นเล็กๆ อะไรประมาณนั้น แล้วก็มีหน้าข้าวซอยขายแยกด้วยเป็นถุงๆ  หลังจากเดินดูตลาดแวะกินนู่นนี่นั่นได้ซักประมาณชั่วโมงนึง


ภาพ : ตลาดเช้าที่ห้วยทราย ประเทศลาว


ภาพ : ไค สาหร่ายแม่โขง


ภาพ : แม่ค้าฝั่งลาวน่ารักจัง ที่ตลาดเช้าห้วยทราย ประเทศลาว


ภาพ : นี้ละที่มาของข้าวซอย เขาใช้กรรไกรตัดซอยเส้นก๋วยเตี๋ยว


ภาพ : ซื้อกล้วยทอดไป 20บาท ได้ตั้งหลายพวง

จากตลาดเราเดินไปต่อที่ค่ายฝรั่งเศส ซึ่งเป็นค่ายเก่าของฝรั่งเศสสมัยที่เข้ามาปกครองประเทศลาว ตอนที่เข้าไปนี้เค้าเริ่มปรับปรุงภูมิทัศน์ไปบางส่วนแล้ว เห็นว่าสมัยก่อนเป็นป่ารก ตอนนี้ตัดหญ้า ปลูกต้นไม้ซะดูโล่งไปเยอะเลยค่ะ จากค่าฝรั่งเศสนี้มองเห็นทางฝั่งเชียงของชัดเลยค่ะ เพราะตั้งอยู่บนเขาสูง  


ภาพ : ค่ายฝรั่งเศส ที่ห้วยทราย จากจุดนี้มองเห็นได้ทั่วห้วยทรายและมองเห็นฝั่งไทยด้วย นั้นคือเมืองเชียงของ


ภาพ : ค่ายฝรั่งเศส ที่ห้วยทราย

จากค่ายฝรั่งเศสก็เดินไปต่อที่วัดจอมเขามณีรัตน์ เป็นวัดที่พี่น้องชาวลาวที่ท่าทรายมาทำบุญตักบาตรกัน เราแวะมาถ่ายภาพแล้วก็กลับไปยังโรงแรมเพื่อทานอาหารเช้า และเตรียมตัวข้ามกลับมาฝั่งเชียงของ 


ภาพ : วัดจอมเขามณีรัตน์ ยามเช้า


ภาพ : อาหารเช้า ข้าวจี่ที่รีสอร์ท ห้วยทรายริเวอร์ไซด์

หากมีเวลามากกว่านี้คงได้ไปเที่ยวอีกหลายที่ของห้วยทราย ซึ่งตอนแรกคิดว่าไม่มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรมากนัก พอมาดูข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวใกล้ๆ ท่าเรือ ก็พบว่ามีที่น่าสนใจอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านที่ทำกระดาษด้วยหน่อไม้ น้ำตก หรือแม้แต่กิจกรรมโหนสลิง นอนบ้านต้นไม้ ยังมีอีกมายมายไว้มีโอกาสคงได้แวะมาเที่ยวที่ห้วยทรายอีก กิจกรรมท่องเที่ยวนอกเมืองนี้อย่างน้อยต้องมีเวลาเป็นวัน ซึ่งในครั้งนี้เราไม่มีเวลามากพอ ไว้ครั้งหน้าจะไ่ม่พลาดเลย 


ภาพ : ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวห้วยทราย

ก่อนจะข้ามฝั่งลาห้วยทราย สปป.ลาวไป ก็ขอแวะกินเฝอร้านอร่อยอีกซักร้านตามรอย Mr.Hotsia กันซะหน่อย เฝอร้านมิ๊ก ร้านนี้เท่าที่เดินสำรวจดู เราว่าร้านนี้น่าจะใหญ่สุดละนะ ร้านนี้แม่ค้าสวย เดาว่าเค้าน่าจะมีเชื้อสายเวียดนาม เฝอร้านนี้อร่อยค่ะ มีทั้ง หมู เนื้อ ไก่ เสิร์ฟมาพร้อมผักสดๆ เลยค่ะ ราคาชามละ 60 บาท ให้มาชามใหญ่มาก อร่อยด้วย สมกับที่ได้รับการแนะนำโดยมิเตอร์ฮอทเซียจริงๆ  


ภาพ : เฝอร้านมิ๊ก มีเนื้อ หมู และไก่


ภาพ : กินเฝอชามใหญ่มากแค่ 60บาท เงินลาว 15,000 K 


ภาพ : นั่งเรือกลับจากฝั่งลาวมาไทย

กลับมาถึงท่าเรือบั๊คฝั่งไทยแล้ว ก็มุ่งหน้าเข้าเช็คอินยังที่พักของเราในคืนสุดท้ายที่เชียงของเลยค่ะ คืนนี้พักกันที่น้ำโขง เกสเฮาส์ แอนด์รีสอร์ท ที่พักที่นี่มีหลายราคาให้เลือกเลย ตามแต่ออปชั่นที่ต้องการ ราคานั้นถือว่าถูกมาก คืนนี้ที่พักโซนรีสอร์ทเต็มค่ะ เรามานอนที่โซนเกสเฮาส์ ที่นี่มีสระว่ายน้ำด้วยนะคะ แต่อากาศแบบนี้คงไม่ไหวค่ะ ถ้าจะลงน้ำ ที่พักของเราคืนนี้เป็นที่พักที่ถูกใจเรามากๆ เลย เป็นบ้านไม้และอาคารไม้ในสวนร่มรื่น คืนนี้เรานอนห้องพัดลมกันค่ะ แต่อากาศหนาวมากเลย พัดลมก็ยังไม่ต้องเปิดเลย หน้าปากซอย ที่พักก็มี 7-11 ด้วย สะดวกดี 


ภาพ : ทางเข้าน้ำโขง เกสเฮาส์ แอนด์รีสอร์ท


ภาพ : ห้องพักแบบไม่มีแอร์ ที่น้ำโขง เกสเฮาส์ แอนด์รีสอร์ท

หลังจากเก็บของและเดินเล่นในบริเวณที่พักแล้ว พอมีเวลาอีกนิดหน่อยค่ะ สำหรับการหาร้านกาแฟ บรรยากาศดีๆ นั่งซักร้าน  ที่ร้าน Rider Coffee ร้านกาแฟ บรรยากาศสบายๆ น่านั่ง 


ภาพ : นั่งกินกาแฟ ชิลล์เล่นเน็ตฟรีในร้านไรเดอร์ 


ภาพ : ร้านกาแฟไรเดอร์ 

นั่งกันจนเพลินไป ก่อนจะค่ำก็ออกมาปั่นจักรยานเลาะริมโขงจนมาถึงท่าผาถ่าน ที่นี่จัดสถานที่ไว้อย่างสวยงามด้วยโคมไฟสีสันสดใจ ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพกัน บางคนก็มานั่งชมวิวแม่น้ำโขง ชาวเชียงของก็ออกมาออกกำลังกายกันบริเวณนี้  


ภาพ : ลงเนินทีถึงกับต้องเข็น 


ภาพ : ขี่จักรยานเลียบแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงของ


ภาพ : ขี่จักรยานเลียบโขงมาถึงผาถ่าน


ภาพ : ท่าผาถ่าน


ภาพ : โคมไฟที่ท่าผาถ่าน

วันที่4 ของการเดินทาง 
เช้าวันรุ่งขึ้นเรา ลาเมืองเชียงของไปตั้งแต่เช้าเลยค่ะ มีรถทัวร์ให้บริการมากมายตามแต่เวลาที่สะดวก ของเราในครั้งนี้ใช้บริการสมบัติทัวร์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก และด้วยมีรถรอบเช้า 7.25 น. ซึ่งเราก็จะถึงกรุงเทพไม่เกิน 20.30 น. 


ภาพ : นั่งรอรถที่จองไว้เที่ยวเช้า เพื่อเดินทางกลับ


ภาพ : รถสมบัติทัวร์ เชียงของ-กรุงเทพฯ

ปิดทริป เชียงของ-ห้วยทรายไปด้วยความประทับใจและผ่อนคลาย กับสองเมืองเล็กๆ ที่ทำให้เวลาของเราเดินไปแบบช้าๆ มีเวลาได้นั่งมองผู้คน นั่งมองน้ำไหลไปในแม่น้ำโขง ได้นั่งมองพระอาทิตย์ขึ้นอย่างเชื่องช้า สายหมอกที่ค่อยๆ จางหายไป ในยามเช้าเมื่อต้องแสงแดด และสายลมหนาวที่โอบกอดผู้คนของสองเมืองริมน้ำโขงอย่างเชียงของและห้วยทรายเอาไว้ ต้องบอกเลยว่าทั้งสองเมืองน่าอยู่และน่าไปพักผ่อนจริงๆ   หากเพื่อนๆ ยังคิดอยู่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ลองแวะไปเที่ยวทั้งสองเมืองริมน้ำโขงนี้ดูค่ะ อากาศดี ผู้คนน่ารัก อาหารอร่อย 

สรุปค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในทริป เชียงของ-ห้วยทราย
  • ค่ารถสมบัติทัวร์ 688 บาท กรุงเทพ-เชียงของ
  • ค่ารถสมบัติทัวร์ 688 บาท เชียงของ-กรุงเทพ
  • ค่าห้องพักคืนแรกที่โรงแรมริมโขงริเวอร์ไซด์ ห้องแอร์ พร้อมอาหารเช้า
  • ห้องชั้น 1 ราคา 1000 บาท
  • ห้องชั้น 2 ราคา 1200 บาท
  • ห้องชั้น 3 ราคา 1300 บาท
  • ห้องชั้น 4 ราคา 1400 บาท
  • ค่าห้องพักคืนที่สองห้วยทรายริเวอร์ไซด์ สปป.ลาว ราคา 1000 บาท พร้อมอาหารเช้า ห้องแอร์
  • ค่าห้องพักคืนที่สาม ริมโขงเกสเฮาส์แอนด์รีสอร์ท  ห้องพัดลมห้องน้ำในตัวรวมอาหารเช้า ราคา 500 บาท
  • ห้องพักที่ริมโขงเกสเฮาส์แอนด์รีสอร์ท มีตั้งแต่ราคา 200-700 บาท
  • ค่ารถตุ๊กๆ จากห้วยทรายริเวอร์ไซด์มาที่ท่าเรือข้ามฟาก ราคา 40 บาท
  • ค่าธรรมเนียมทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว(Board pass) ราคา 35 บาท  สำหรับคนที่ไม่ได้พกพาสปร์ตไปด้วย
  • ค่าเข้าประเทศลาว สำหรับคนที่ใช้พาสปอร์ต คนละ 40 บาท
  • ค่าเข้าประเทศลาวสำหรับคนที่ใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราว(Board pass) ราคา 100 บาท
  • ค่าเรือข้ามฟาก ราคา 40 บาท/คน (ไป-กลับ 80 บาท/คน)
  • ค่ารถตุ๊กจากโรงแรมริมโขงเกสเเฮาส์ ไปท่าเรือบั๊ก ราคา 30 บาท/คน

พิกัดเที่ยวเชียงของ ประเทศไทย
A โรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์ GPS คือ 20.266954, 100.405913
B จุดชมวิวสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่4 GPS คือ 20.203076, 100.450579
C ด่านพรหมแดน สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่4  GPS คือ 20.216209, 100.432433
D ไร่ใบยาสูบที่พวกเราไปเที่ยว GPS คือ 20.200912, 100.450703
E ร้านข้าวมันไก่ไหหลำเชียงของ GPS คือ 20.261868, 100.406593
F จุดทำใบผ่านแดนชั่วคราว GPS คือ 20.260919, 100.406474
G ร้านกาแฟปั่นสุข GPS คือ 20.259614, 100.406315
H ร้านข้าวซอยป้าอ่อน GPS คือ 20.265864, 100.404184
I ท่าเรือบั๊ก ข้ามฝากไปห้วยทราย สปป.ลาว GPS คือ 20.275631, 100.406036
J น้ำโขง เกสเฮาส์ แอนด์รีสอร์ท GPS คือ 20.262789, 100.405618
K ร้านกาแฟรไรเดอร์  GPS คือ 20.271511, 100.405479
L ท่าผาถ่าน GPS คือ 20.263241, 100.407798

พิกัดเที่ยวห้วยทราย สปป.ลาว
M โรงแรมห้วยทรายริเวอร์ไซด์ GPS คือ 20.285733, 100.406541
N บุฟเฟ่ต์หมูกะทะ ร้านฟองดาว GPS คือ 20.285839, 100.407761
O ตลาดเช้าห้วยทราย GPS คือ 20.271411, 100.417619
P ค่ายฝรั่งเศส GPS คือ 20.272142, 100.415406
Q วัดจอมเขามณีรัตน์  GPS คือ 20.276931, 100.412769
R ร้านปิ้งเป็ด GPS คือ 20.280957, 100.410111
S เฝอร้านมิก GPS คือ 20.278544, 100.410829

แผนที่
จุดสำคัญในทริป



จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel