สรุปทริปเที่ยวฤดูฝนพะเยา เชียงราย อุตรดิตถ์ 4 คืน 5 วัน

สรุปทริปเที่ยวเหนือครั้งนี้เป็นทริปเที่ยวช่วงฤดูฝน และตรงกับช่วงประเพณีเข้าพรรษาพอดีเลยค่ะ เราจึงได้มีโอกาสเข้าร่วมเก็บภาพบรรยากาศงานประเพณีที่สวยแปลกตามาฝากเพื่อนๆ สะดุดตากันค่ะ  กับทริปนี้ซึ่งใช้เวลา 4 คืน  5 วัน 



จากกรุงเทพฯ ออกเดินทางตั้งแต่ 6 โมงเช้า แวะกินมื้อเช้าและมื้อเที่ยงกันระหว่างทาง  และมุ่งหน้าสู่จังหวัดพระเยา ถึงพะเยาช่วงเย็นๆ พอดีค่ะ จุดหมายปลายทางในวันแรกของพวกเราคือกว๊านพะเยา กับการร่วมเก็บภาพบรรยากาศ "งานประเพณีเข้าพรรษา เวียนเทียนกลางน้ำ"  ณ พระธาตุเจดีย์วัดติโลกอาราม ซึ่งตั้งอยู่กลางกว๊านพะเยา การเข้าไปร่วมงานของนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนจึงต้องโดยสารเรือเข้าไป ช่วงเย็นๆ จะมีการเวียนเทียนโดยเรือรอบพระธาตุ พอเริ่มค่ำๆ ก็จะมาเดินเวียนกันที่ด้านบนเกาะกลางน้ำ มีทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมมาร่วมงานกันมากมายทีเดียวละค่ะ  


ภาพ : กว๊านพะเยา


ภาพ : กว๊านพะเยา

เสร็จพิธีเวียนเทียนกลางน้ำที่กว๊านพะเยาแล้ว ก็ทานข้าวกันที่ริมกว๊านพะเยานี่แหล่ะค่ะ ซึ่งริมกว๊านก็มีร้านอาหารให้เลือกอยู่หลายร้านเลยค่ะ ในมื้อนี้พวกเราทานกันที่ "ร้านอาหาร D-Day" เป็นอีกหนึ่งร้านบรรยากาศดี ริมกว๊านพะเยา ก่อนจะกลับเข้าที่พัก โรงแรม….ซึ่งอยู่ติดกับตลาดเช้าพะเยาเพื่อความสะดวกในยามเช้าของวันพรุ่งนี้เพราะเราวางแผนจะเดินตลาดเช้ากันซักหน่อย  โรงแรมที่เราพักไม่มีอาหารเช้าบริการนะคะ แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะเราตั้งใจไว้ว่าจะหาอะไรกินกันที่ตลาดเช้าอยู่แล้ว 


ภาพ : อาหารร้าน D-Day ริมกว๊านพะเยา

ออกมาเดิน "ตลาดเช้าเมืองพะเยา" กันตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้าดีนัก จากโรงแรมเดินมาตลาดไม่ถึง 2 นาที เพราะอยู่ติดกันเลยทีเดียว เดินเล่น เดินกิน เดินเก็บภาพมาฝากเพื่อนๆ สะดุดตากันค่ะ ที่ตลาดก็มีทั้งผักผลไม้ อาหารและของทานเล่นขายกันตั้งแต่เช้าตรู่เลยละค่ะ สะดุดตาเข้ากับผักขายกันเป็นจาน เต็มจานก็แค่ 10 บาท เท่านั้นเอง อยากจะซื้อกลับมากรุงเทพเสียจริงๆ ค่ะ 


ภาพ : ตลาดเช้าพะเยา


ภาพ : ผักราคาไม่แพงในเมืองพะเยา

เดินดูนู่นนี่นั่น จนท้องเริ่มส่งเสียงร้องครวญครางซะแล้ว จึงต้องหาอะไรมารองเท้องกันซักหน่อยค่ะ ก็ในตลาดเช้านี่แหล่ะค่ะ เริ่มต้นกันด้วยหมูปิ้งไม้ละ 2 บาท ซาลาเปาหลากหลายรสชาติหลากหลายสีสัน และต่อด้วยน้ำใบบัวบกซักถุง ซึ่งใครซื้อกลับบ้านเค้าก็แยกน้ำเชื่อมให้ไปเติมรสหวานกันเองด้ย ก่อนจะปิดท้ายมื้อรองท้องที่ตลาดเช้ากันที่ร้านขายน้ำเต้าหู้ซึ่งก็ไม่ได้มีขายแค่น้ำเต้าหู้เท่านั้นนะคะ เพราะเต้าขาเต้าหู้ที่เป็นก้อนๆ ด้วยละค่ะ ใครที่ชอบกินเต้าหู้แบบเราละก็ ไม่ควรพลาดเลยค่ะ   


ภาพ : หมูย่างไม้ละ2บาท


ภาพ : เต้าหู้

หลังจากรองท้องกันไปพอสมควรแล้วจากตลาดเช้าพวกเราขับรถไปยังกว๊านพะเยาค่ะ ตอนเช้าๆ ของวันสำคัญทางศาสนาพุทธอย่างนี้ที่ริมกว๊านพะเยา จะมีพุทธศาสนิกชนมารอตักบาตรกันเยอะเลยค่ะ สะดุดตาเลยไปเก็บภาพบรรยากาศมาให้ชมกันค่ะ  บรรยากาศยามเช้าริมกว๊านพะเยานี้ ต้องบอกเลยว่ามันสุนทรีย์สุดๆ มองออกไปไกลๆ จะเห็นทิวเขาที่เสมือนถูกล้อมไปด้วยน้ำและด้านบนมีกลุ่มเมฆหมอกลอยปกคลุมยอดเขาจนมองแทบไม่เห็นยอด มองไปก็สบายตาดีค่ะ เก็บภาพจากท่าเรือกว้านพะเยาไปจนถึงอนุสวรีย์พ่อขุนงำเมืองที่อยู่ริมกว๊านพะเยายามเช้าจนพอใจก็เริ่มหิวอีกรอบแล้วสิค่ะ 


ภาพ : ยามเช้าริมกว๊านพะเยา


ภาพ : ตักบาตรริมกว๊านพะเยา


ภาพ : กว๊านพะเยา


ภาพ : อนุสวรีย์พ่อขุนงำเมือง

จากกว๊านพะเยาไม่นานนักเราขับรถมาจอดไว้ที่โรงแรม แล้วเดินเลาะจากหลังโรงแรมประมาณ 5 นาทีก็ถึงร้านที่เราจะกินมื้อเช้าอย่างจริงจังกันซะที  "ร้านต้มเลือดหมูจิงจูฉ่าย" ก่อนจะกลับเข้าโรงแรมอีกครั้งเพื่อเก็บสัมภาระและออกเดินทางกันต่อ ก่อนจะลาเมืองพะเยาไปก็ต้องแวะเยี่ยมชมและค้นหาเรื่องราวน่าสนใจของเมืองพะเยากันหน่อยที่ "หอวัฒนธรรมนิทัศน์(วัดศรีโคมคำ)" ที่นี่จะบอกเล่าเรื่องราวเมืองพะเยาและมีดบราณวัตถุที่น่าสนใจหลายๆ ชิ้น ให้ได้ชมกัน 


ภาพ : ร้านต้มเลือดหมูจิงจูฉ่าย


ภาพ : หอวัฒนธรรมนิทัศน์(วัดศรีโคมคำ)

จากจังหวัดพะเยามุ่งหน้าต่อไปยังจังหวัดเชียงราย ซึ่งใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งไม่เกินสองชั่วโมง ก็เป็นมื้อกลางวันของพวกเราพอดีเลยแวะกินข้าวซอยกันที่ "ร้านข้าวซอยพอใจ" ก่อนจะออกเดินทางต่อจากร้านที่ทานมื้อกลางวันกันไม่ไกลนัก ใกล้ๆสะพานขัวพญามังราย เพื่อไปชมของสวยๆ งามๆ ของเมืองนี้กัน ซึ่งก็คือ "หอรถบุษบก" จะ มีรถบุษบกงามๆของเมืองเหนือ ไม่ว่าจะเป็นเชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน และอีกหลายจังหวัด ให้ได้ชมกันฟรีๆ เลยละค่ะ


ภาพ : ข้าวซอย "ร้านข้าวซอยพอใจ" ตัวเมืองเชียงราย


ภาพ : หอรถบุษบก จ.เชียงราย

เที่ยวหน้าฝน อย่าไปกลัวฝนค่ะ  เพราะเที่ยวหน้าฝนอาจมีเฉอะแฉะกันบ้างแต่ก็คุ้มค่ากับความงามที่ตาจะได้พบเห็นกับมวลหมู่ไม้เขียวขจีตลอดทางราวกับว่าพวกมันกำลังเต้นระบำกลางสายฝนอย่างไงอย่างั้นเลย ทริปนี้ของสะดุดตาก็เจอฝนค่ะ แต่ต้องบอกเลยว่าชอบมากๆ มันเป็นเวลาที่ดีที่เราจะได้นั่งติดฝนกับเพื่อนๆ นั่งเหม่อมองเม็ดฝนที่ไหลลงมา พวกเราติดฝนกันที่ SINGHA PARK(ไร่บุญรอด) และอีกข้อดีของฝนตกที่เมืองไทยคือหากฝนนั้นไม่ใช่พายุ เป็นฝนตามฤดูกาลอย่างนี้มันจะตกอย่างหนักเพียงไม่นานเท่านั้นค่ะ ก็จะหยุดไป เปลี่ยนเป็นฟ้าสดใสหลังฝนให้ได้เห็นกัน เมื่อฝนหยุดไปพวกเราก็ "นั่งรถรางชมไร่บุญรอด" กันค่ะ มีเจ้าหน้าที่หนุ่มน้อยอารมณ์ดีบอกเล่าความเป็นมาและสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในไร่แห่งนี้ให้เราได้รู้กัน มีการแวะชมตามจุดต่างๆ ภายในไร่บุญรอดแห่งนี้ที่เป็นอีกจุดท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงรายไปซะแล้ว


ภาพ : SINGHA PARK(ไร่บุญรอด) 

นั่งรถเที่ยวชมไร่บุญรอด(SINGHA PARK) กันไปด้วยความสนุกสนานแล้ว เรามีกิจกรรมน่าสนใจอีกอย่างของไร่บุญรอดที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการปลายปีนี้ กับกิจกรรม "ซิปไลน์ผ่านไร่ชา" เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบกีฬาท้าทายและตื่นเต้น เพราะเราจะเหินเวหาผ่านไปบนเนินเขาที่เต็มไปด้วยไร่ชาเขียวขจี  นอกจากกิจกรรมที่กล่าวมาแล้วนี้ ที่ไร่บุญรอดแห่งนี้ยังมีกิจกรรมที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้นำจักรยานหรือมาเช่า "จักรยานปั่นชมไร่ชา" กันอีกด้วยนะคะ โดยเค้าจะมีเส้นทางจักรยานไว้รองรับผู้ชื่นชอบการปั่นค่ะ


ภาพ : ให้อาหารยีราฟ


ภาพ : เล่นซิปไลน์ผ่านไร่ชา

กว่าจะจบกิจกรรมสนุกสนานเพลิดเพลินที่ไร่บุญรอดก็เกือบถึงเวลาอาหารเย็นพอดี เรามีเวลาเก็บสัมภาระที่เราจะพักกันที่เชียงรายค่ำคืนนี้นี้คือโรงแรมอิมพีเรียลริเวอร์เฮาส์  หลังจากเก็ยสัมภาระพักผ่อนนิดหน่อยก็ไปรับประทานอาหารเย็นกันริมน้ำกก ก่อนจะไปเดินเล่นซื้อของยามค่ำคืนกันที่ถนนคนเดินเชียงราย ใครต้องการความสนุกสนานครื้นเครงเค้ามีรำวงย้อนยุคให้ได้ร่วมสนุกกันด้วยนะคะ รำวงและเต้นเป็นสเต็ปซะด้วยค่ะ  ใช้พลังกันไปทั้งวันถึงเวลาพักผ่อนเตรียมตังเที่ยวกันต่อในวันรุ่งขึ้น


ภาพ : รำวงย้อนยุคถนนคนเดินเชียงราย

การเดินทางในวันที่ 3 ของพวกเราสะดุดตาวันนี้มีจุดหมายปลายทางแรกกันที่ "พระตำหนักดอยตุง" กับการเที่ยวชมสวนดอกไม้นานาชนิดกันในบรรยากาศฝนตกปรอยๆ เย็นสดชื่นอย่าบอกใครเลยค่ะ พอฝนหยุดปุ๊บ หมอกก็ค่อยๆ ปกคลุมจนมองไม่เห็นอะไรเลยทีเดียวค่ะ สวยงามจนอยากจะอยู่นานๆ เลยละค่ะ แต่ก็ต้องจำใจลาพระตำหนักดอยตุงวันหมอกปกคลุมไปจนได้ เพราะในวันนี้เรายังมีอีกหลายที่เที่ยวน่าสนใจของเชียงราย 


ภาพ : พระตำหนักดอยตุง

จุดต่อไปของเราก็คือ "ไร่ชาฉุยฟง" กับการไปชิมชา ชมวิวสวยๆ ของไร่ชาแห่งนี้กันชิลๆ ค่ะ ก่อนจะออกเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่ดอยแม่สลอง ซึ่งใช้เวลาพอสมควรทีเดียวค่ะกับการขับรถบนเขาทางบางช่วงก็ค่อนข้างคดเคี้ยว จนในที่สุดพวกเราก็เดินทางมาถึงจุดสูงสุดของดอยแม่สอง ณ "พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี"  ก่อนจะไปหาของอร่อยกินกัน ซึ่งคงไม่พ้นอาหารจีนยูนนานอย่างพวกขาหมู หมันโถ อะไรพวกนี้ มื้อเย็นวันนี้ที่แม่สลองเรากินกันที่ "ร้านแม่สลองวิลล่า"  หลังจากอิ่มหนำสำราญก็เข้าที่พักบรรยากาศดีมองเห็นไร่ชา  ณ  ดอยหมอก ดอกไม้ รีสอร์ท อากาศในค่ำคืนนั้นเย็นสบายจนไม่ต้องเปิดแอร์เลยเชียวค่ะ


ภาพ : ไร่ชาฉุยฟง


ภาพ : พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี


ภาพ : มองลงมาจากด้านบน เห็นแม่สลอง


ภาพ : ขาหมู หมันโถ "ร้านแม่สลองวิลล่า"

การเดินทางในวันที่สี่ฃองพวกเราจากดอยแม่สลองนั้นปลายทางแรกคือ "วัดร่องขุ่น" วัดดังที่ใครๆ มาเชียงรายก็มักจะแวะมากัน วัดซึ่งเต็มไปด้วยงานพุทธศิลป์ซึ่งออกแบบก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดังและมีผลงานอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวท่านหนึ่งของจังหวัดเชียงราย  ก่อนจะไปรับประทานมื้อกลางวันแสนอร่อยกันที่ "ร้านภูแล" ซึ่งมีอาหารพื้นเมืองภาคเหนือไว้ให้ได้ลิ้มลองกัน ก่อนจะบอกลาจังหวัดเชียงรายแล้วมุ่งหน้าสู่จังหวัดอุตรดิตถ์


ภาพ : วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย


ภาพ : ร้านอาหารภูแล จ.เชียงราย

กว่าจะถึงอุตรดิตถ์ก็ค่ำๆ พระอาทิตย์เริ่มจะลาลับขอบฟ้าไปแล้วละค่ะ พวกเราเข้าที่พักโรงแรมสีหราช ก่อนจะออกมารับประทานมื้อเย็นกันที่ "ร้านอาหารตักเงิน"  อาหารรสชาติอร่อยเลยค่ะ รสชาติจัดจ้านโดยเฉพาะพวกกับแกล้มต่างๆ ทานอาหารเสร็จก็กลับเข้าที่พักกันเลยค่ะ วันรุ่งขึ้นค่อยเที่ยวกันต่อที่อุตรดิตถ์


ภาพ : "ร้านอาหารตักเงิน" จ.อุตรดิตถ์



วันสุดท้ายของทริปนีก็มาถึงแล้วค่ะ เช้านี้จากที่พักพวกเราไปที่วัดพระแท่นศิลาอาสน์ วัดโบราณคู่จังหวัดอุตรดิตถ์ ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นมีจัดแสดง ภาพถ่ายและภาพเขียนในอดีตของวัดซึ่งอยู่ชั้นบน ส่วนด้านล่างมีผลิตภัณฑ์พื้นบ้านขาย อย่างพวกผ้าฝ้ายทอต่างๆ สะดุดตาเองก็ได้ติดไม้ติดมือกลับมาผืนนึง 


ภาพ : วัดพระแท่นศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์


ภาพ : น้ำตกแม่พูล

ออกจากวัดก็ตรงไปยัง "น้ำตกแม่พูล" ซึ่งแม้จะเป็นน้ำตกที่ตกแต่งขึ้นจากธารน้ำโดยฝีมีมนุษย์ แต่ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ  ก่อนจะออกจากอุตรดิตถ์คงไม่พลาดกับการไปลิ้มชิมรสทุเรียนพันธุ์ดังของเมืองลับแลกัน ซึ่งช่วงที่เรามานี้ก็เป็นช่วงฤดูกาลของทุเรียนลับแลพอดีค่ะ และที่ต้องไปชิมกันก็คงหนี่ไม่พ้น หลง-หลิน ลับแล ค่ะ มีขายกันมากมายที่ "ตลาดผลไม้หัวดง" อ.ลับแลค่ะ และที่ตลาดนี้ก็ไม่ได้มีแค่สองพันธุ์ชื่อดังเท่านั้นนะคะ เพราะเค้ามีมากมายให้เลือกซื้อกันเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ก้านยาว หมอนทอง ชะนี ชะนีไข่ กระดุม พวงมณี หรือทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองอุตรดิตถ์ หลังจากได้ชิมทุเรียนและซื้อกลับมาเป็นของฝากกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ กัน 


ภาพ :  "ตลาดผลไม้หัวดง" อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์


ภาพ :  ทุเรียน ตลาดหัวดง จ.อุตรดิตถ์


ภาพ :  "ตลาดผลไม้หัวดง" อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

ทริปนี้สนุกสนานครบรสจริงๆ ค่ะ ทั้งงานประเพณี ทั้งที่เที่ยวธรรมชาติ กิจกรรมแอดเวนเจอร์ ชิมผลไม้พื้นเมืองและอาหารอร่อย ทริปเที่ยวเหนือช่วงหน้าฝน ไปยลงานแห่เทียนกลางน้ำทริปนี้มันช่างน่าประทับใจจริงๆ ค่ะ สนุกสนาน เพลิดเพลิน และมีช่วงเวลาชิลๆ ให้ได้พักผ่อน รวมถึงอิ่มอร่อยกับอาหารเสียจนห้ามปากตัวเองไม่อยู่เลยจริงๆ ค่ะ  เพื่อนๆ สะดุดตาที่วางแผนเที่ยวกันในช่วงนี้ อยากบอกเลยว่าหน้าฝนที่ภาคเหนือนั้นก็สวยงามและอากาศดีไม่แพ้หน้าหนาวเลยนะคะ ไปกันค่ะ !!! ออกไปหาที่ติดฝนกับใครซักคนกัน 

ขอขอบคุณ : กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,