ลองของใหม่ !!! ตู้ไปรษณีย์อัตโนมัติ เปิด 24 ชั่วโมง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

วันนี้เพิ่งได้มีโอกาสไปลองของใหม่มาค่ะ ของใหม่ที่ว่านี้ก็คือตู้ไปรษณีย์อัตโนมัติ หรือเรียกสั้นๆ ว่า APM (Automated Postal Machine)  ความน่าสนใจของเจ้าตู้นี้ก็คือ มันเป็นการส่งไปรษณีย์ที่เราสามารถส่งได้ทั้งวันและตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วยค่ะ ความเจ๋งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ มันเหมาะแก่เพื่อนๆ ที่เชคอินเรียบร้อยพร้อมโหลดกระเป๋าไปแล้ว และเพิ่งมาพบว่าตัวเองลืมเอาของบางอย่างที่ห้ามนำขึ้นเครื่องได้ออก ซึ่งโดยปกติเราก็จะทำอะไรไม่ได้นอกจากโยนทิ้ง แต่ถ้ามีตู้ไปรษณีย์อัตโนมิตินี้ เราก็จะสามารถส่งมันกลับมาบ้านได้ค่ะ 

ภาพ : ตู้ไปรษณีย์อัตโนมัติ
แต่ต้องบอกก่อนนะคะ เจ้าเครื่องนี้ก็จะส่งได้เฉพาะของที่สามารถส่งได้ทางไปรษณีย์เท่านั้นค่ะ  อย่างพวกของมีคนอะไรพวกนี้ สามารถส่งได้แต่ต้องมีปลอกใส่ให้เรียบร้อยค่ะ เพราะสิ่งที่ใช้ใส่ของจะมีแค่ซองกันกระแทก 2 ขนาดเท่านั้นค่ะ และพวกที่เป็นของเหลวก็ไม่สามารถส่งได้ค่ะ จริงๆ มีอีกหลายอย่างค่ะซึ่งเดี๋ยวเราจะทำเป็นคลิปวีดีโอให้ได้ดูกันที่ช่องท่องเที่ยวสะดุดตาในยูทูบนะคะ ในตอนนี้มาทำความรู้จักเจ้าตู้นี้กันเบื้องต้นไปก่อน เผื่อช่วงนี้เพื่อนๆ เดินทางแล้วมีความจำเป็นจะต้องส่งไปรษณีย์ 

ตู้ไปรษณีย์อัตโนมัตินี้เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2560 ค่ะ ณ เดือนพฤษภาคม 2560 นี้มีทั้งหมดสองเครื่อง ตั้งอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยจะตั้งบริเวณ ชั้น 4 หน้าห้องน้ำชายทั้งสองฝั่ง (แถว D และ แถว L) ตู้นี้รับทั้งเหรียญ 1,2,5,10 และธนบัตร 20,50,100,500,1000 ตู้สามารถทอนเหรียญได้ด้วย 


ภาพ : ตู้นี้อยู่ตรงแถว L 
ในส่วนของวิธีการใช้ตู้ไปรษณีย์อัตโนมัตินี้เป็นหน้าจอทัชสกีน วิธีใช้ก็เพียงแค่กดเลือกภาษาซึ่งจะมี 2 ภาษา คือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เมือเลือกภาษาแล้ว ก็จะมีหน้าจอขึ้นมาสองตัวเลือก คือ การชำระค่าบริการ และการฝากส่ง ซึ่งในครั้งแรกเราก็จะกดชำระค่าบริการก่อน จะมีหน้าจอมาให้กดยืนยันเกี่ยวกับสิ่งของที่จะส่ง หากเราไม่มีของต้องห้ามก็กดยืนยันตามรายการไปได้เลย จากนั้นจะมีช่องให้กรอกเลขประจำตัวประชาชน และวางของที่จะส่งลงบนตาชั่ง จากนั้นก็วางบัตรประชาชน ตามด้วยเลขรหัสไปรษณีย์ ในขั้นตอนนี้ไม่ต้องกังวลแค่ทำตามที่หน้าจอบอก ง่ายมากๆ ค่ะ แล้วก็นำเงินใส่ช่องทางด้านขวา จากนั้นซองก็จะหล่นลงมาทางด้านซ้าย ตามน้ำหนักของสิ่งของที่จะส่ง ซึ่งจะไม่เกิน 500 กรัม  ซึ่งเราลองส่งลิปบาล์มกลับมาให้ตัวเอง เสียค่าส่งไป 50 บาท เมื่อซองหล่นลงมาแล้วก็จะมีใบเสร็จและแสตมป์ออกมาด้วยให้เก็บเอาไว้ให้ดีเพราะต้องใช้ในขั้นตอนถัดไป  

ภาพ : หน้าจอทัชสกีน 

ภาพ : หน้าจอแสดงขั้นตอน ให้เราเลือกชำระค่าบริการก่อน แล้วเมื่อจบขบวนการค่อยเลือกการฝากส่ง 

ภาพ : ตรวจสอบสิ่งของต้องห้ามก่อนทำการส่ง
ที่ตู้ APM นี้ จะไม่มีปากกาให้บริการนะคะ เพื่อนๆ จะต้องนำไปเองค่ะ เราก็นำสิ่งของใส่ซอง ติดแสตมป์ ปิดซอง จ่าหน้าซอง แล้วทำขั้นตอนถัดไป คือกดหน้าจอเลือกภาษาอีกครั้ง ครั้งนี้ให้เลือกข้อ 2 คือ การฝากส่ง ตู้จะให้เรานำของไปวางชั่งอีกครั้ง จากนั้นก็ให้เรานำสลิปที่เก็บไว้มาสแกนบาร์โค้ด ฝาที่ปิดอยู่ด้านล่างก็จะเปิดออก เราก็นำของใส่เข้าไป หลังจากฝาปิดเรียบร้อยจะได้สลิปอีกใบหนึ่งเก็บไว้เป็นหลักฐาน 

ภาพ : ขั้นตอนสุดท้ายของจะอยู่ในตู้ที่ถูกปิดไว้แล้ว 
หากเพื่อนๆ ที่จะใช้เจ้าตู้นี้ก็ควรจะเผื่อเวลาไว้ซักหน่อยนะคะ เพราะตู้จะอยู่ด้านนอก เราอาจจะต้องเสียเวลามาตอคิวสแกนกระเป๋าใหม่อีกครั้งคะ จะดีมากกว่านี้หากตู้อยู่ด้านในตรงที่สแกนกระเป๋า 

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบริการที่ดีงามของไปรษณีย์ไทยเลยละค่ะ สะดวกทั้งกับคนที่ลืมโหลดของและคนที่อยากส่งไปรษณีย์ตอนที่เค้าปิดทำการไปแล้ว ส่งได้ทั้งในและต่างประเทศเลยนะคะ ที่นี้ก็มารอดูกันต่อค่ะว่า ของที่เราส่งจะมาถึงบ้านวันไหน และสามารถติดตามเคลิปวีดีโอเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ ช่องท่องเที่ยวสะดุดตา 
แผนที่ Google map: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel