พิชิตยอดเขาโมโกจู จากประสบการณ์แบบผู้หญิงๆนักเดินทาง ตอนที่1

"ยอดเขาโมโกจู" เป็นความประทับใจที่ดูจะแตกต่างออกไปจากทุกทริปของการเดินป่าที่ผ่านมาของเรา ในครั้งนี้มันมีหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกปะปนอยู่ จนทำให้หลงรักที่นี่โดยไม่รู้ตัว ตอนก่อนตัดสินใจเดินทางก็พอรู้นะว่าที่นี่มันโหดมาก ติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเลย  แอบคิดในใจว่ามาครั้งเดียวพอแล้ว และจะไม่มาอีก 



การเดินทางในทริปนี้เริ่มต้นด้วยอาการป่วยแบบกระทันในคืนสุดท้ายก่อนขึ้น ซึ่งก็ออกเดินทางมาแล้ว จะเปลี่ยนใจไม่ขึ้นคงเสียดายแย่ เพราะยอดเขาโมกูจูแห่งนี้ต้องจองกันล่วงหน้ากว่าจะได้มาและรับนักท่องเที่ยวแค่ 4 เดือน(พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ของทุกปี) และรับเพียง 600 คนเท่านั้น ซึ่งก็พอดีกับจำนวนเจ้าหน้าที่นำทางและป่าจะได้ไม่ช้ำจนเกินไปเพราะป่าตะวันตกแถบนี้เป็นป่าที่สมบูรณ์มากๆ มีสัตว์ป่าที่เหลือจำนวนน้อยๆ อย่างเสือด้วย สำหรับที่นี่ปริมาณนักท่องเที่ยวแท่านี้ เราว่ามันโอเคแล้ว 

คืนก่อนเดินทาง ก็กินยาเข้าไปด้วยหวังว่าอาการจะดีขึ้น แล้วอาการก็ดีขึ้นจริงๆ ความมั่นใจที่จะพิชิตยอดโมโกจูก็กลับคืนมาอีกครั้ง  กับการเดินทางพร้อมเพื่อนๆ ร่วมทริปโดยการนำของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานสุโขทัย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และพี่ๆ ลุงๆ ลูกหาบทั้งหลาย ซึ่งพี่ลูกๆ หาบจะช่วยเราแบกสำภาระส่วนกลางพวกของกิน ส่วนของใช้ส่วนตัวนั้นก็แบกกันเอง อย่างของเรานี่ชั่งแล้วประมาณ 8 กิโลกรัม  


ภาพ : ณ  ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ตอนขากลับจะลงมาถ่ายป้ายผู้พิชิต


ภาพ : ของที่แบกนี้ 8กิโล

ในปีนี้การเดินทางสู่ยอดเขาโมโกจูนั้นเปลี่ยนแปลงจากปีก่อนๆ ที่ต้องใช้เวลา 5 วัน 4 คืน แต่สำหรับในปีนี้(2557) ปรับให้เหลือ 3 วัน 2 คืน ช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ที่มีเวลาไม่มากนัก แต่หลงไหลการเดินป่า โดยเค้าจะตัดระยะทางเดินแรก 16 กิโลเมตร ออกไป เปลี่ยนมานั่งรถไถของทางอุทยานฯ เข้าไปแทน(แต่ใครอยากเดิน 16 กิโลนี้ด้วยก็ลองประสานกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ดูค่ะ)  รถไถจะส่งเราที่แค้มป์แม่กระสา ที่แค้มป์นี้เราไม่ได้พักแต่จะแวะกินข้าวมื้อกลางวันและทำธุระส่วนตัวกันเพราะแค้มป์นี้มีห้องส้วมบริการเพียงแต่ต้องเอาถังไปหิ้วน้ำมาเองเท่านั้น  


ภาพ : เป้สะพายของลูกหาบ


ภาพ : นั่งรถอีแต๊กเข้าไป


ภาพ : แคมป์แม่กระสา


ภาพ : จะเข้าห้องน้ำต้องเดินทาตักน้ำเอง แคมป์แม่กสา

กินข้าวมื้อกลางวันเสร็จเรียบร้อย การเดินทางด้วยเท้าของเราก็ได้เริ่มต้น จากแคมป์แม่กระสา ไปยังแคมป์แม่เรวา ที่เราจะพักแรมกันในคืนแรกนั้นมีระยะทาง 4 กิโลเมตร เป็นทางเดินสบายๆ มีเนินเขาน้อยๆบ้าง นิดหน่อย เส้นทางเดินนี้แทบจะเกือบตลอดเส้นทางเป็นป่าไผ่ เดินกันพอเหงื่อออกนิดหน่อยก็ถึงแค้มป์แม่เรวาแล้ว ถึงแค้มป์จัดแจงทุกสิ่งอย่างเรียบร้อยแล้วก็ยังพอมีเวลาเหลือ พี่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ แม่วงก์ส่วนหนึ่งพร้อมพี่ๆลุงๆ ลูกหาบอยู่ทำกับข้าวหุงอาหารและส่วนหนึ่งนำทางพวกเราไปยังน้ำตกแม่รีวาหรือน้ำตกแม่แรวา(แปลว่าน้ำตกคลองหินสีขาว) ด้วยเส้นทางเดินรวมไปและกลับมายังแค้มป์ที่พัก 8 กิโลเมตร


ภาพ : เดินเท้ากันต่ออีก 4กิโลเมตร ไปแคมป์แม่เรวา


ภาพ : เดินข้ามลำธาร บางช่วงมีสะพานไม้ให้


ภาพ : เดินข้ามลำธาร ช่วงนี้เดินบนท่อนไม้เลย


ภาพ : ถึงแคมป์แม่เรวา

ในที่สุดก็ถึงน้ำตกแม่รีวา  น้ำที่นี่เย็นสุดๆ บางช่วงบริเวณหน้าน้ำตกนั้นสามารถลงไปเดินได้เพราะไม่ได้ลึกมาก แต่อุณภูมิของน้ำนี่สิเย็นมากเหลือเกิน แช่นนานๆ หนาวกันพอดี  นั่งพักชมน้ำตกไปพร้อมกับกรอกน้ำใสขวดเก็บไว้ดื่มระหว่างทางที่เดินกลับแค้มป์ด้วย พี่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เล่าให้ฟังอีกว่า มาคราวก่อน เจอเลียงผาเดินที่หน้าผาน้ำตกแม่รีวาด้วยนะ ยังมีคลิปวีดีโอที่ถ่ายเอาไว้ด้วย โอ้ว !!!! ได้ฟังอย่างนี้มันรู้สึกตื่นเต้นแทนจริงๆ ที่พี่ๆ เค้าได้เห็นอะไรแบบนั้น  นั่งคุยกันไปเพลินๆ บางคนก็พกขนมมากิน บ้างก็นอนหลับ จนเหมือนเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน 


ภาพ : น้ำตกแม่รีวา


ภาพ : น้ำตกแม่รีวา

ยังไม่ทันค่ำมืด พวกเราก็กลับมาถึงแค้มป์แม่เรวา ที่พักในคืนนี้ ต่างคนต่างแยกย้ายพากันไปทำธุระส่วนตัวทั้งหนักและเบาเพราะแค้มป์นี้เป็นแค้มป์ที่มีห้องส้วมไว้บริการแน่นอนว่าต้องใช้ถังตักน้ำจากในลำธารกันเอง บ้างก็พากันไปอาบน้ำที่ลำธาร ซึ่งเย็นมากๆ ขนาดที่ว่าแค่เอาเท้าลงไปก็ขนลุกชูชันไปทั้งตัวแล้ว แต่ก็สนุกจนไม่อยากจะขึ้นแต่ก็ทนหนาวไม่ไหว 

พี่ๆ เจ้าหน้าที่ พร้อมกับพวกเราบางส่วนร่วมกันทำอาหารและทานอาหารร่วมกัน ด้วยอาศัยแสงสว่างจากอุปกรณ์ส่องสว่างต่างๆ ที่เตรียมกันมา มื้อค่ำมื้อนี้ช่างเป็นมื้อที่แสนอร่อยและบรรยากาศดีสุดๆ ไปเลย กินข้าวเสร็จก็ล้อมวงรอบกองไฟคลายความหนาว พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน รวมไปถึงหาอะไรอร่อยๆ ที่ย่างไฟได้มาปิ้ง มาเผากินกัน ทั้งมันปิ้ง กล้วยปิ้ง มาร์ชเมลโล่ย่างไฟ สนุกสนานกันไป จนถึงเวลาแยกย้ายกันนอน 


ภาพ : ทำอาหารกันที่แคมป์แม่เรวา






ภาพ : กินข้าวค่ำ


ภาพ : ปิ้งย่างบ้าง

ระหว่างกินข้าวเย็นเริ่มรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เหมือนจะป่วย แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เหมือนแต่ดันป่วยจริงๆ แล้วละสิ ตัวเริ่มร้อน ตาเริ่มร้อน น้ำมูกเริ่มไหล เริ่มไอนิดหน่อย อาการมาขนาดนี้แล้วจึงจัดยาแก้ไข้เข้าไปก่อนเลยเผื่อว่าพรุ่งนี้จะหาย เนื่องจากเป็นคนไม่ค่อยป่วย คิดว่าอาการแค่นี้เดี๋ยวก็คงหาย คืนแรกก็นอนหลับสบาย อากาศไม่หนาวจนเกินไปนัก แต่ก็ยังต้องนอนซุกตัวในถุงนอนอยู่ดี แค้มป์คืนแรกนี้ มีต้นไม้คอยบังลมไว้จึงไม่หนาวมากนัก คืนแรกนี้นอนหลับไปพร้อมกับเสียงน้ำไหลในลำธาร โรแมนติกจังเลย ว่ามั้ย???  

สรุปแล้ววันแรกนี้ เรานั่งรถไถมา 16 กิโลเมตร และเดิน 12 กิโลเมตร

ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานสุโขทัย และอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ 


จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,