เรากำลังมุ่งหน้าสู่บ่อพันขัน ในจังหวัดร้อยเอ็ด สถานที่ซึ่งเก่าแก่และก็ถูกนับว่าเป็นโบราณสถานไปแล้ว มันอยู่กลางทุ่งกุลาร้องไห้ สถานที่ที่ใครก็นึกว่าแห้งแล้ง แต่ในช่วงแล้งนี้แหละที่เราจะได้พบกับเจ้าบ่อนี้ใกล้ๆ บ่อน้ำจืดที่ไหลไม่หยุด และไม่มีวันหมด ท่ามกลางดินเค็ม จนเอามาทำเกลือกันได้เลย



จากถนนก่อนถึงบ่อพันขันไม่ถึง 3กิโลเมตร เราก็มาหยุดเอาที่กลางสะพาน อบต.เด่นราษฏร์ ซึ่งเป็นถนนที่จะพาเราไปบ่อพันขัน ที่เราหยุดก้เพราะเจอวิวสวยๆเขาให้ จึงอยากแวะถ่ายรูป และเราก็พบว่าไอ้เจ้าวิวที่เราว่าสวยนี้ ด้านล่าง ของสะพาน มีคนกำลังต้มเกลือกันอยู่ เป็นการทำเกลือสินเธาร์นั้นเอง



ก็ชาวบ้านแถวนี้เขาทำกันเป็นอาชีพมาตั้งแต่สมัยโบราณ เราก็เลยได้เห็นวิธีการทำเลือโบราณไปด้วย ที่เริ่มจาการตักหาหน้าดินที่พบว่ามีเกลือขึ้นอยู่ ก็แถบนั้นทั้งแถบนั้นแหละครับ เขาก็เอาไปกรอง ใส่น้ำลงไป เพื่อกรองเอาน้ำเกลือออกมา จากดินนี้แหละ แล้วจึงนำไปต้ม พวกเราตื่นเต้นกันมากกับการเห็นการทำเกลือจากดินอย่างนี้ และที่สำคญท่ามกลางบรรยากาศสวยๆอย่างนี้ด้วย นี้เป็นจุดเริ่มต้น เพื่อเราจะไปที่บ่อพันขัน



จากการทำเกลือที่เราพบ นั้นทำให้เราสังเกตุเห็นพื้นที่ของบริเวณนี้โดยรอบว่ามันเป็นดินเค็ม และไม่ใช้เพิ่งเค็ม แต่เค็มกานมาหลายยุคหลายสมัยกันแล้ว ดูจากอาชีพที่ตกทอดกันมา แต่ที่บ่อพันขัน กลับเป็นบ่อน้ำจืดเพียงแห่งเดียงท่ามกลางสภาพดินแบบนั้น นี้แหละที่แปลก และที่สำคัญ มันยังพุดน้ำออกมาไม่หยุด จนกระทั้งทุกวันนี้ ก็ยังไหลสะอาดอยู่เชียว






มีนักท่องเที่ยวที่ปั่นจักรยานมารองน้ำไปกินด้วยนะ มันสะอาดขนาดนั้น ผมก็เลยขอล้างหน้าซะหน่อย สะอาดสดชื่นที่เดียวเชียวแหละ ไม่ว่ามันจะแปลกยังไง ไอ้เจ้าบ่อนี้ ก็เป็นสมบัติลำ้ค่าของประวัติศาสตร์ไปด้วยแล้ว เพราะเมื่ออดีตบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้นี้เต็มไปด้วอารยธรรมมกากมายทีเดียว
ใครมาร้อยเอ็ดมาชมกันครับ อัศจรรย์ธรรมชาติ “บ่อพันขัน”






ข้อมูลเพิ่มเติม บ่อพันขัน
บ่อพันขัน ตั้งอยู่ในเขตตำบลเด่นราษฎร์ กิ่งอำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณทางด้านตะวันออก ของห้วยเค็มประมาณ100 เมตร ลักษณะทางกายภาพเป็นลานหินทรายแดงกว้างใหญ่ในพื้นที่ ประมาณ1กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บริเวณห้วยเค็มทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก โดยทางฝั่งตะวันตกเป็นพื้นที่ตำบลจำปาขัน อ.สุวรรณภูมิ ส่วนฝั่งตะวันออกเป็นพื้นที่ของต.เด่นราษฎร์ กิ่งอำเภอหนองฮี
โดยพื้นที่ทั้งสองฝั่งยังมีแนวหินทรายต่อเนื่องขึ้นไปอีกบางส่วนจมอยู่ใต้ดิน แนวลำน้ำเค็มจากบ่อพันขัน ไปถึงลำน้ำเสียวประมาณ 2กิโลเมตร ในฤดูน้ำหลากพื้นที่บริเวณบ่อพันขันบางส่วนมักจมอยู่ใต้พื้นน้ำ
แต่ในฤดูแล้งพื้นที่บริเวณบ่อพันขันจะปรากฏแนวพื้นหินทรายกว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้าง โดยมักจะมีร่องรอย ของความเค็มของดินปรากฏโดยทั่วไป ลักษณะเป็นสีขาวของเกลือ และราษฎรในบริเวณนี้มักจะใช้เป็นสถานที่ ผลิตเกลือสินเธาว์ ต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุ เป็นทั้งผลผลิตที่ใช้บริโภคในหมู่บ้านใกล้เคียง และเป็นสินค้าออกไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น ศรีษะเกศ สุรินทร์ อุบลราชธานี เป็นต้น โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ผลิต คือ บ่อพันขันนั่นเอง
ในบริเวณบ่อพันขันปรากฏพื้นที่ลักษณะพิเศษ คือมีบ่อน้ำจืดธรรมชาติ ที่มีน้ำพุดขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีวันหยุด มีขนาดกว้างประมาณ 6-8 นิ้ว ลึก 6-8 นิ้ว จึงเป็นที่มาของ บ่อพันขัน
ชาวบ้านเรียกอีกอย่างว่า “น้ำสร่างครก” เพราะมีลักษณะคล้ายครกต้ำข้าว น้ำบริเวณบ่อพันขัน ไม่มีใครรู้ว่ามันเริ่มไหลออกมาเมื่อใด และจะหยุดไหลเมื่อใด อาจจะเป็นเรื่องของระบบน้ำใต้ดิน ที่ไหลซึมอกมาตลอดเวลาตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่ในความเชื่อ ของชาวบ้านในเรื่องความอัศจรรย์และความศักดิ์สิทธิ์ นับเป็นวิถีชีวิตของผู้คนในดินแดนแห่งทุ่งกุลาร้องไห้ ที่จริงๆ ไม่เคยร้องไห้ เพราะความอุดมสมบูรร์ของพื้นที่ เพียงเราจะจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนเท่านั้น
แต่สิ่งที่ปรากฏและยังอยู่ในความทรงจำ ของผู้คนบริเวณนี้คือ การเป็นพื้นที่แหล่งต้มเกลือสินเธาว์ ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดยพื้นที่รอบๆ มีแต่ความเค็มของเกลือในฤดูแล้ง แต่มีพื้นที่เพียงจุดเล็กๆ ที่มีน้ำจืดไหลออกมาตลอดเวลา ตักเป็นพันขันก็ไม่หมด ท่ามกลางพื้นที่ ที่มีแต่ความเค็มตลอดฤดูแล้ง นับตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ จนถึงเดือน พฤษภาคม ของทุกปี
พื้นที่บริเวณนี้จมอยู่ใต้น้ำมากว่า 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2524 พอในปี 2547 ชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมแรงรวมใจกัน ฟื้นฟูสภาพของบ่อพันขัน ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และคงอยู่กับจังหวัดร้อยเอ็ดตลอดไป
แผนที่ : บ่อพันขัน ตั้งอยู่ในเขตตำบลเด่นราษฎร์ กิ่งอำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด
Javascript is required to view this map.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น