ตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว-เซนได ตอนที่6 ฮาราจูกุ ศาลเจ้าเมจิ สนามบินนาริตะ

เป็นการเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นวันสุดท้ายของทริปนี้แล้วละครับ วันสุดท้ายนี้อยู่กลับเข้ามานอนที่โตเกียว เครื่องบินเที่ยวกลับของผม ราว 6โมงเย็นโน่นละครับ ที่สนามบินนาริตะ แผนการเที่ยวของวันนี้คือ การไปเที่ยวสถานที่ใกล้ เดินทางง่ายๆ ไปเที่ยวฮาราจูกุ ย่านวัยรุ่น เที่ยวศาลเจ้าเมจิ ฝากของที่โรงแรม แล้วค่อยกลับมาเอาช่วงบ่าย  แล้วไปสนามบินกันบ่ายสองขึ้นรถไฟที่สถานีชินจูกุ ไปสนามบิน แล้วไปใช้เวลาเที่ยวสนามบินกันต่อ 



ผมตื่นแต่เช้ามองไปที่หน้าต่าง เห็นแสงพระอาทิตย์กำลังสาดแสงยามเช้า …นี้เป็นวันสุดท้ายแล้วซินะ ที่ได้อยู่เที่ยวในญี่ปุ่น หลังจากเที่ยวมาหนักพอสมควร เก็บเรื่องราวมากมายไว้เล่าให้เพื่อนสะดุดตาได้ฟัง ผมออกไปกินอาหารเช้า ที่ชั้นล๊อบบี้ เป็นอาหารเช้าที่มีโอกาสได้กินเคียงข้าง ก๊อตซิล่า ตัวใหญ่ยักษ์​ เป็นอีกหนึ่งความประทับใจของการเดินทางมาพันย่านชินจูกุ ได้ยินว่าในโรงแรมนี้ Hotel Gracery มีห้องพิเศษที่หน้าต่างห้องจะมองเห็นก๊อตซิล่าได้ชัดเจน เหมือนว่ามันกำลังมองจองเราอยู่ ตกแต่งในธีมก๊อตซิล่าเลย ใครสนใจลองจองดู แต่คิดว่าราคาคงไม่เบาเช่นกัน 


ภาพ : แสงแรกยามเช้า ที่ห้องพักโรงแรม Hotel Gracery ชินจุกุ


ภาพ : ห้องพักที่ผมนอน


ภาพ : กินข้่าวเช้าเคียงข้าง ก๊อตซิล่า


ภาพ : เจ้าก๊อตซิล่าตัวใหญ่ ใครๆก็ออกมาถ่ายรูปด้วย



เดินเล่นดูร้านค้าย่านชินจูกุอยู่พักนึงครับ แถวนี้มีร้าน Big Camera ที่ขายพวกอุปกรณ์อย่างกล้องและคอมพิวเตอร์ เดินไปชมดูสักหน่อย อยู่ข้างๆสถานีรถไฟชินจูกุพอดี 




ภาพ : ร้าน BIG Camera มีหลายสาขา ร้านนี้ที่หน้าสถานีรถไฟ ชินจูกุ


ภาพ : นั่งรถไฟไปเที่ยว ฮาราจูกุ

จากย่านชินจูกุ ที่ผมพักนั่งรถไฟไป ฮาราจูกุ แค่ 2สถานีเท่านั้นเองครับ ใกล้มาก และไม่ยุ่งยาก สถานีรถไฟฮาราจุกุ เป็นสถานีที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยอีกแห่ง และฝั่งตรงข้ามยังเป็นย่านวัยรุ่นญี่ปุ่น ถนนทาเคชิตะ(Takeshita Dori)  มาเดินเที่ยวกัน มีร้านค้า ร้านแฟชั่น เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ หลายร้านราคาไม่แพง เป็นสน่ห์ที่ชวนให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาเดินเที่ยวในย่านนี้เช่นกัน ผมเดินเที่ยวบริเวณถนนทาเคชิตะ(Takeshita Dori) อยู่พักใหญ่ทีเดียว มองหาของที่ระลึก ของถูกไปเรื่อย ของกินยอดนิยมแถวนี้น่าจะเป็นเครปนะครับ มีเปิดกันหลายร้านที่เดียว มีหลายหน้าตาให้เลือก หลังจากที่เดินไปกลับบนถนนเส้นนี้อยู่หลายรอบ ก็คิดว่าคงต้องเจียดเวลาไปเดินเที่ยวที่ศาลเจ้าเมจิแล้วละ เดี๋ยวจะเพลินกับการช้อปปิ้งมากไป เวลาจะไม่พอเอา 


ภาพ : สถานีรถไฟ ฮาราจูกุ ..ดูสวยแปลกตา


ภาพ : ถนนทาเคชิตะ(Takeshita Dori) ถนนย่านช้อปปิ้งของชินจูกุ หน้าสถานีรถไฟพอดี


ภาพ : วัยรุ่นเข้ามาซื้อของที่นี่กัน 


ภาพ :เสื้อผ้าในแบบแฟนซีก็มี 




ภาพ : เห็นร้านเครปหลายร้านในย่านนี้ 


ภาพ : ร้านนี้มีไปเปิดที่เมืองไทยด้วย ไดโซะ

ที่ศาลเจ้าเมจิ(Meiji Shrine)นี้ อยู่ติดกับสถานีรถไฟชินจูกุเลยละครับ เป็นพื้นที่ที่ดูสงบ และร่มรื่นไปด้วยป่าขนาดใหญ่ ทางเดินเข้าสู่ศาลเจ้านั้นใหญ่มาก ศาลเจ้าแห่งนี้ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1920 เป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต สร้างขึ้นเพื่อ อุทิศถวายแด่ดวงวิญญาณของสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ และสมเด็จพระจักรพรรดินีโชเก็ง พระพันปีหลวง 

ถ้าเดินข้ามา ทางเข้าศาลเจ้าเมจิ จะพบกับ เสาโทริอิ (torii)ขนาดใหญ่มาก สูงถึง12เมตร เป็นเหมือนกับประตูทางเข้าศาลเจ้า เสาโทริอิที่ศาลเจ้าแห่งนี้ถือว่าเป็น เสาโทริอิไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทำมาจากไม้ Hinoki หรือ Japan Cypress อายุ1,500ปี ที่นำมาจากภูเขา Tandai-san ในไต้หวัน 


ภาพ :หน้าทางเข้า ศาลเจ้าเมจิ


ภาพ :เสาโทริอิยักษ์ ทำจากต้นไม้อายุ 1,500 ปี 


ภาพ : วันเฉลิมฉลองเทศกาลเก็บเกี่ยวของญี่ปุ่น


ภาพ : ด้านในศาลเจ้าเมจิ โตเกียว

กลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ ที่โรงแรมช่วงบ่ายครับ แล้วไปขึ้นรถไฟไปสนามบินนาริตะกัน หาอะไรกินแถวๆสานีรถไฟนั้นละครับ สำหรับอาหารเที่ยง รถไฟที่นั่งไปสนามบินนาริตะ จะเป็นรถไฟอีกประเภทที่เรียกว่า Nex บนรถไฟนี้มีที่วางสัมภาระขนาดใหญ่ด้วย สมกับเป็นขบวนวิ่งตรงสนามบินจริงๆ รถไฟมาจอดรอก่อนเวลาอีกครับ ตั้งแต่บ่าย2 รถไฟออกจริงที่ 14.10 น. ที่นั่งนรถไฟแบ่งเป็นสองฝาก ฝากละ2ที่นั่ง ทางเดินตรงกลาง ที่ชอบมากคือ มีการสื่อสารบนจอภาพLCD บนรถไฟตลอดทางถึงข้อมูลเที่ยวบิน ระยะทาง หรือแม้แต่สถาพภูมิอากาศของเมืองที่เราจะไป แผนผังสนามบิน อะไรอยู่ตรงไหน ไปถึงก็จะรู้ทันทีว่าอะไรอยู่ตรงไหน ต้องลงและเดินไปที่ชั้นไหน เคาร์เตอร์สายการบินของเราเปิดที่ให้บริการหรือยัง ตรงไหนยังไง เป็นการนั่งไปดูข้อมูลไป ก็เพลินดีครับ 


ภาพ :  กลับมาเอาของที่โรงแรม แล้วไปขึ้นรถไฟไปสนามบินนาริตะ


ภาพ :  บ๊ายๆ ชินจูกุ


ภาพ : นั่งรอรถไฟ "NEX" ไปสนามบิน


ภาพ : รถไฟที่พาเราไปสนามบินนาริตะหน้าตาแบบนี้ละครับ 


ภาพ : บนรถไฟมีที่วางสัมภาระด้วย มีตัวล๊อคด้วยนะที่ชั้นวาง ใบใหญ่มาวางล่างสุดได้สบาย


ภาพ : บนรถไฟเป็นเก้าอี้คู่


ภาพ : มจอภาพให้ข้อมูลที่สนามบิน แทบทุกอย่างจริงๆ แม้แต่แผนผังของสนามบิน อะไรอยู่ตรงไหน สายการบินเราอยู่ตรงไหน 

พอถึงสนามบิน ผมก็รู้ละว่า จะต้องไปตรงไหนต่อ ผมลงที่ เทอมินอล2 สายการบินแจแปนแอร์ไลน์ที่นั่งกลับเมืองไทยอยู่ที่เทอมินอลนี้ เช็คอินเสร็จ ผมมีเวลาเหลือพอสมควรครับ เดินเล่นสนามบินสำรวจซื้อของฝากได้อีก ใครมาเที่ยวญี่ปุ่ญอยากให้เพื่อเวลาสำหรับการช้อปปิ้งที่สนามบินไว้นะครับ เพราะแทบจะทุกสนามบิน เขามีร้านค้า ร้านอาหารไว้บริการเยอะมาก ทำเป็นแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งท่องเที่ยวได้เลย สำหรับสนามบินนาริตะนี้ก็เป็นสนามบินใหญ่มาก มีร้านค้าเยอะ ถ้าซื้อแล้วคิดขึ้นได้ว่าอยากได้อะไรเพิ่มอีก ไม่ต้องหวงครับ เข้าไปด้านใน ก็ยังมีร้านค้าอีกเพียบ แต่อาจจะมีตัวเลือกน้อยกว่าก่อนผ่านตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น ราคานะเหรอครับ เท่ากันเลย ไม่ต่างกัน


ภาพ : เช็คอินเรียบร้อย สนามบินนาริตะ


ภาพ : ได้เวลาหาของฝาก ช้อปปิ้ง




ภาพ : เขาว่าไข่นี้ไม่แตก สามารถคีบไข่แดงได้สบายๆ

ด้านในสนามบิน ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกเยอะเลยครับไม่ว่าจะเป็น ที่ชาร์ตไฟ ในแบบ นอน นั่ง แบบโต๊ะ มีหมด wifiก็ฟรี เร็วมาก การใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก ชอบที่สุดก็ เก้าอี้ส่วนตัวสำหรับชาร์ตไฟนี้ละครับ บางคนจองไว้นอนเลยทีเดียว …แต่อย่านอนนานนะครับ เดี๋ยวตกเครื่อง ดู Gate ที่เราจะขึ้นเครื่องให้ดี เพราะสนามบินนาริตะนั้นใหญ่มาก เดินไกลทีเดียวกว่าผมจะไปถึง Gate จากตรวจคนเข้าเมืองเดินมาถึง Gate ผมว่าใช้เวลาไปไม่ต่ำกว่า 30นาที ถ้าใครกะวเลาผิดคิดว่าใกล้นี้จบกันเลย ไปรอที่หน้าประตูจะดีกว่าครับ 


ภาพ : ร้านด้านใน หลังจากตรวจคนเข้าเมืองผ่านไปแล้ว ยังมีร้านให้ช้อปของฝากอีกเพียบ


ภาพ : ชอบที่นั่งโซนนี้มาก ดูส่วนตัวดี จุดให้บริการชาร์ตไฟ


ภาพ : แบบที่เป็นเก้าอีนุ่มๆก็มีนะ


ภาพ : จุดชาร์ตไฟ แบบนั่งพื้นสไตล์ญี่ปุ่นก็มี บางคนถึงกับนอน


ภาพ : Gate รอเครื่องบิน มานั่งรอแถวนี้ละ 


ภาพ : ลองใช้บริการ wifi ฟรีในสนามบิน เร็วใช้ได้ 


ภาพ : ขึ้นเครื่องแล้วครับ สายการบิน แจแปนแอร์ไลน์


ภาพ : ดูหนังกันเพลินเลยครับ 



เที่ยวบินผมออกราว 18.00น. เวลาญี่ปุ่น มาถึงไทย 5ทุ่มครึ่ง เวลาไทย ครับ ดูหนังมาตลอดทาง 


ทริปนี้ ก็เดินทางถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ไว้ไปเที่ยวด้วยกันใหม่นะครับ ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม 

บอยสะดุดตา

แผนที่ Google map: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel