ตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว เซนได ตอนที่5 นั่งรถไฟเที่ยวภูเขา เที่ยวทะเล Yamadera-Matsushima

การเดินทางของเราเข้าสู่วันที่3ของทริปนี้แล้วนะครับ เรายังอยู่กันที่เมืองเซนได แผนการเดินทางของเราวันนี้คือ ตื่นแต่เช้า ไปเที่ยววัดบนภูเขา ที่มีอายุมากกว่าพันปี วิวสวยและอากาศดีมากๆ เมืองยามาเดระ (Yamadera) จากเที่ยวภูเขาเราก็จะเดินทางโดยรถไฟไปกันที่ เมืองมัทซึชิมะ (Matsushima)  ไปล่องเรือชมความงามของอ่าวที่สวยงามอันดับต้นๆของญี่ปุ่นเลยละครับ แล้วตอนเย็นกลับเข้าเมองเซนไดซื้อของฝาก แล้วนั่งรถไฟชินคันเซ็น(Shinkansen) กลับไปโตเกียว(Tokyo) 



เช้านี้ตื่นขึ้นมากินอาหารที่โรงแรมครับ ห้องอาหารของโรงแรมมองเห็นวิวสวยๆ บนถนนในเมืองเซนได ต้นไม้กำลังพลัดใบเปลี่ยนสีสวยงาม กินไปก็เพลินครับ แต่อย่าไปเพลินนาน เช้านี้ต้องไปสูดอากาศบริสุทธิ์กันบนเขา รับอากาศดีๆ ..นั่งรถไฟไปเที่ยวครับ JR Senzan Line ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง จากเมืองเซนได ไปยังเมือง "ยามาเดระ" (Yamadera) เมืองเล็กๆที่มีภูเขารายรอบเมือง เมืองแห่งนี้ถ้าดูตามแผนที่แล้วจะอยู่ระหว่างเมืองเซนได(Sendai)  และ ยามากาตะ (Yamagata) การนั่งรถไฟวันนี้เราก็ใช้บัตร JR East Pass เช่นเดิมครับ ผ่านตลอดสะดวกเลย 


ภาพ : อาหารเช้าที่โรงแรม




ภาพ : ใช้บัตร JR East Pass ในการเที่ยวญี่ปุ่น

ระหว่างทางตื่นเต้นไปกับสายหมอกและภูเขาสวยๆตลอดทางครับ ลงรถไฟกันที่สถานียามาเดระ(Yamadera) จากสถานีรถไฟเราสามารถมองเห็นวัดที่อยู่บนเขาได้อย่างขัดเจนครับ วัดแห่งนี้หลายคนเรียกตามชื่อเมืองครับ ว่า ยามาเดระ(Yamadera) ซึ่งมีความหมาย ว่า ภูเขา-วัด (mountain-temple)  แต่ชื่อจริงๆของวัดนั้นคือ "Risshaku-ji " เป็นวัดเก่าแก่ระดับพันปี สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัย ค.ศ. 860 นักท่องเที่ยวนิยมเดินขึ้นเขาไปชมวิวอันสวยงามด้านบนที่วัดแห่งนี้ ซึ่งต้องเดินขึ้นผ่านบันได 1,000 ขั้น ตลอดทางจะเห็นความสวยงามของป่าสน ต้นไม้ใหญ่ มีป้ายบอกระยะขั้นบันไดให้กำลังใจไปตลอดทาง ขอบอกว่าการเดินขึ้นเหนื่อยไม่ใช่เล่นครับ 


ภาพ : ขบวนรถไฟมาถึงเมือง ยามาเดระ(Yamadera)


ภาพ : บนเขามีจุดชมวิวที่สวยมาก เห็นเมืองยามาเดระ(Yamadera)ได้ทั้งเมือง 


ภาพ : อาคารวัดที่ตีนเขา

มีค่าเข้าชม 300เยน/คนด้วยนะครับ สำหรับวัดแห่งนี้ แต่ถ้าเดินเที่ยวชมวัดในพื้นที่ด้านล่างก็ไม่ต้องเสียเงินครับ จากสถานีรถไฟเดินมาที่ทางขึ้นวัดเพียง 10นาทีเท่านั้น ช่วงเวลาที่สวยสุดของวัดนี้ คือช่วงฤดูใบไม่ร่วงนี้ละครับ ช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งภูเขาจะสวยงามมากๆ ช่วงที่ผมไปก็ยังพอให้ได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีอยู่บ้าง สวยมากทีเดียว อากาศก็ดีมากๆ ขึ้นมาได้หายเหนื่อยเลยละครับ เวลาก็ควรมาเที่ยวตอนเช้านะครับ จะเห็นหมอกสวยๆ สูดอากาศดีๆบนเขากัน 


ภาพ : ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี


ภาพ : ป่าในเขาลูกนี้เป็นป่าสน อากาศดีมาก


ภาพ : ที่จุดชมวิวบนเขา

บนเขาจะมีศาลาชมวิวที่เราสามารถมองเห็นเมือง ยามาเดระ(Yamadera) ได้ทั่วเมืองทีเดียวครับ จะเห็นว่าเป็นเมืองในหุบเขา และเป็นเมืองเล็กๆ 


ภาพ : มุมมองที่ด้านบนของวัด "Risshaku-ji " 





ขากลับเดินกลับทางเดิมครับ มาเดินเล่นช้อปปิ้งที่ในเมืองก่อนได้ ระหว่างรอเวลารถไฟเที่ยวกลับ มีร้านอาหารร้านของที่ระลึกของเมืองอยู่หลายร้าน ผมได้ลองกิน "ลูกชิ้นบุก"ครับ ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า "Tamacon" ดูว่าจะกินแล้วไม่อ้วน ต้มในน้ำซีอิ้ว ไม้ละ 100 เยนเท่านั้นเอง มีราดมาสตาดมานิดหน่อย อิ่มเลยไม้เดียว 


ภาพ : กินบุกต้มซีอิ้วเสียบไม้


ภาพ : เมืองยามาเดระ (Yamadera)มีแม่น้ำไหลผ่าน

จากเมืองยามาเดระ(Yamadera) เราโดยสารรถไฟไปยังเมืองมัทสุชิมะ (Matsushima) ใช้เวลาประมาณ 2ชั่วโมงก็เดินทางมาถึงแล้วครับ ลงจากรถไฟปุ๊บ มองเห็นทะเลเลยละ ที่เห็นคืออ่าวมัทสุชิมะ (Matsushima) ชื่อเดียวกับเมือง สถานีรถไฟที่ลงก็ชื่อนี้ละครับ มัทสุชิมะ (Matsushima) และแน่นอนผมใช้บัตร JR East Pass ขึ้นรถไฟมา คุ้มจริงๆ 


ภาพ : นั่งรถไฟไปเที่ยวทะเล


ภาพ : ลงสถานีรถไฟ มัทสุชิมะ (Matsushima) 



มองนาฬิกาคงได้เวลาอาหารเที่ยงกันแล้ว ไปกินของอร่อยเมือง มัทสุชิมะ (Matsushima) กันดีกว่าครับ อยู่เมืองริมทะเลแบบนี้ก็ต้องกินอาหารทะเลขึ้นชื่อของเมือง รับรองว่าราคาถูกกว่ากินที่โตเกียวแน่นอน ไปกินหอยนางรมแบบบุฟเฟ่ต์ กินไม่อั้นกันครับ เมืองนี้เขาเลี้ยงหอยนางรมเยอะมาก เดี๋ยวตอนนั่งเรือเที่ยวจะได้เห็นฟาร์มหอยนางรม ตอนนี้ไปกินกันก่อนดีกว่า 

ร้านที่เราไปกินเดินเลยท่าเรือไปหน่อยนึงครับ ชื่อว่า ร้านมัทซึ(Matsu) ร้านนี้บุฟเฟต์หอยนางรม ในราคาคนละ 2,000 เยน ในเวลา 40นาที เห็นเวลาครั้งแรกคิดว่าน้อยไป แต่พอกินจริงๆแล้วขอบอกเลยว่าเขาคิดมาแล้ว ผมนี้จุก อิ่ม กันเลยทีเดียว กับหอยนางรม ตักกันไปหลายรอบ 


ภาพ : ร้านบุฟเฟต์หอยนางรม


ภาพ : ป้่ายราคา 2,000เยน/คน 


ภาพ : หอยนางรมมาแล้ว

ทางร้านเขามีอุปกรณ์ในการกินหอยนางรมไว้ให้พร้อม มีดแกะหอย กระดาษกันเปื้อน จาน ตะเกียบ ถังขยะใต้โต๊ะมีให้แบบถังใหญ่เลย หอยนางรมที่นี่จะเป็นหอยนางรมต้มนะครับ เดินไปตักได้เขาจะมีคนช่วยเราตักใส่จานให้ เพราะมันร้อนมาก นอกจากหอยนางรมนี้แล้ว เขายังเสิร์ฟซุปหอยนางรม กับข้าวผัดหอยนางรมมาให้กินด้วย อิ่มจนแน่นละครับ 





เดินออกจากร้านนี้ บอกเลยว่าคุ้มค่าสุดๆ อิ่มสุด …สายตามผมนี้มองหาของหวานต่อเลย ระหว่างทางเดินไปท่าเรือ เจเมล่อนปังอีกแล้ว เมื่อวานก่อนเราอยู่โตเกียวเจอเมล่อนปัง เขาฮิตมากเราก็ลองกิน นี้มาเที่ยวมัทสุชิมะ (Matsushima) เจออีกแต่เป็น ไอศครีมเมล่อนปัง ราคา 400เยน ก็จัดไปซิครับ อร่อยทั้งเนื้อขนมปังและไอศครีมทีเดียว 

พอมีเวลาให้ชิลล์ได้ สักชั่วโมง มีร้านชาแนะนำครับ อยู่ริมทะเล มองเห็นวิวอ่าวมัทสุชิมะ (Matsushima Bay) บรรยากาศในแบบบ้านเก่า บ้านโบราณของญี่ปุ่น ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่16 ชื่อร้านว่า "Kanrantei Tea House" มีค่าเข้าด้วยครับ 200เยนเท่านั้น ด้านในมีพิพิธภัณฑ์ ที่เก็บของเก่า พวกชุดซามูไร แผนที่โบราณ ให้ได้ชมกันด้วย ที่สำคัญเข้ามาแล้ว ลองหามุมนั่งจิบชาสักชุด ราคาไม่แพงครับ ชุดชาก็มีตั้งแต่ 400เยน จนถึง700เยน เครื่องดื่มอื่นๆก็มีนะครับ ชุดละ 300เยน ได้เวลาขึ้นเรือค่อยเดินไปที่ท่าเรือก็ยังทัน 


ภาพ : บรรยากาศในร้านชา "Kanrantei Tea House"


ภาพ : มีที่ให้นั่งกินชมวิวอ่าวเพลินๆ





มีเที่ยวเรือรอบสุดท้ายที่ 15.00น. เราไปนั่งเรือชมอ่าวกันเที่ยวนี้ละครับ อ่าวมัทสุชิมะ (Matsushima Bay) เต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยรวมกัน 260เกาะ เป็นหนึ่งในสามทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และ กำลังอยู่ระหว่างการขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย ดังนั้นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง 


ภาพ : บริเวณท่าเรือท่องเที่ยว อ่าวมัทสุชิมะ (Matsushima Bay) 


ภาพ : อาคารจำหน่ายตั๋วโดยสาร เที่ยวอ่าวมัทสุชิมะ (Matsushima Bay) 


ภาพ : ที่ด้านหลังบัตรมีแผนที่ และรูปเกาะที่สำคัญในอ่าว

สำหรับค่าเรือท่องเที่ยวชมอ่าว ตกคนละ 1,500เยน เรือที่ให้บริการเป็นเรือท่องเที่ยวลำใหญ่ครับ ติดแอร์ นั่งชมวิวไปเพลินๆพร้อมกับฟังบรรยายภาษาญี่ปุ่น ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง เรือจะวิ่งออกจากท่าและขับเป็นวงกลมย้อนกลับมาลงที่ท่าเดิม ระหว่างเส้นทางจะผ่านเกาะสวยๆที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษ์หลายเกาะ ที่ประทับใจผมมากคือ ทุกเกาะเขาตั้งชื่อไว้ทั้งหมดเลยครับ เป็นความระเอียดอ่อนของคนญี่ปุ่นจริงๆ 


ภาพ : เรือลำนี้ละครับที่จะพาเราไปเที่ยว




ภาพ : เกาะสวยๆในอ่าวมัทสุชิมะ (Matsushima Bay) 






ภาพ : ฟาร์มหอยนางรม ในอ่าวมัทสุชิมะ (Matsushima Bay) 

จากนั้นนั่งรถไฟกลับเข้าเมืองเซนได(Sendai) ใช้เวลาเดินทาง1ชั่วโมง มาถึงเซนได 5โมงเย็นพอดี มีเวลาอีกสักชั่วโมง เดินช้อปปิ้งซื้อของฝากครับ ที่บริเวณชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟเซนได มีร้านของฝากของที่ระลึกให้เลือกกันหลายร้าน หรือจะเลือกไปเดินช้อปปิ้งห้างสรรพสินค้ารอบๆสถานีรถไฟก็มีอยู่หลายห้าง ย่านการค้าที่เราเดินเมื่อวานก็ไม่ไกล …ผมได้สัญลักษณ์ของเมืองเซนไดกลับบ้าน ทั้งขนม และของที่ระลึกที่เป็นรูปซามูไร เห็นสัญลักษ์หมวกซามูไรที่มีพระจันทร์เสี้ยวอยู่ทั่วเมืองก็ชอบกับเขาเหมือนกันดูมีเอกลักษณ์มาก 


ภาพ : นั่งรถไฟกลับไปเซนได


ภาพ : ถึงเมืองเซนไดละ 

จากสถานีรถไฟเซนได เรากลับเข้าไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้กับทางโรงแรม ก่อนจะเดินทางไปขึ้นรถไฟชินคันเซ็น(Shinkansen) 


ภาพ : จากเมืองเซนได นั่งรถไฟชินคันเซ็น(Shinkansen) กลับไป โตเกียว


ภาพ : ขบวนรถไฟชินคันเซ็น(Shinkansen) เชื่อมกันลักษณะนี้ละครับ


ภาพ : ย่านชินจูกุ โตเกียว

กลับเข้าโตเกียวตอน 18.30น. ถึงโตเกียว 20.00น. จากนั้นผมก็ไปเช็คอินที่โรงแรม Hotel กลับเข้าไปโรงแรม Hotel Gracery Shinjuku ที่พักเดิมเมื่อวันแรกนั้นละครับ คุ้นเคยดี เพราะผมจะอยู่เที่ยวโตเกียวอีกหนึ่งวัน เดินทางกลับวันพรุ่งนี้ตอนเย็น …ดังนั้นติดตามกันต่อตอนหน้านะครับ 



แผนที่ Google map: 
ตำแหน่ง GPS จุดท่องเที่ยว
สถานีรถไฟเมือง "ยามาเดระ"Yamadera 38.309456 140.434021
วัด Risshaku-ji 38.313633, 140.434788
สถานีรถไฟเมืองมัทสุชิมะ (Matsushima) 38.368425, 141.058765
ร้านมัทซึ(Matsu) บุฟเฟต์หอยนางรม 38.371541, 141.065881
ร้าน "Kanrantei Tea House" 38.369286 141.061693
ท่าเรือท่องเที่ยวอ่าวมัทสุชิมะ (Matsushima Bay) 38.369679, 141.062608

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,