ตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว เซนได ตอนที่2 Tokyo Cruise, สวนฮะมะริกีว Hamarikyu gardens

มาเล่าเรื่องต่อครับ สำหรับการนั่งเรือชมแม่น้ำซุมิดะ (Sumida river) ใช้บริการของ Tokyo Cruise ครับ ซึ่งท่าเรืออยู่ห่างจากวัดอะสะกุซะ ไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้นเอง เดินมานิดเดียวก็ถึงท่าเรือแล้ว สั่งเกตุจุดนี้ไม่ยากเลยครับ เพื่นจะเห็น ตึกที่มีประติมากรรมรูปร่างสะดุดตา สีทอง ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เรียกว่าเห็นแต่ไกล หลายคนเรียกตึกอุนจิ แต่แท้จริงแล้วเป็นตึกของเบียร์ยี่ห้อดังของญี่ปุ่นชนิดหนึ่งครับ พอเห็นตึกนี้ ก็แสดงว่าบริเวณนั้นคือแม่น้ำ ซุมิดะ (Sumida river)แล้วละครับ จะมีท่าเรือของ Tokyo Cruise ตั้งอยู่ 



Tokyo Cruise ใช้ระบบซื้อตั่ซด้วยเครื่องอัตโนมัติครับ ราคาตั๋วสำหรับผู้ใหญ่ คนละ 740เยน เท่านั้นเอง ก็จะได้นั่งเรือชมสองฝากฝั่งแม่น้ำที่สวยงามของเมืองโตเกียว และได้เจอสะพานสวยๆอีกประมาณ​14แห่งที่ล้วนแล้วแต่มีประวัติน่าสนใจทั้งสิ้น เรานั่งเรือชมบรรยากาศไปเรื่อยๆบนเรือเขามีไกด์ท้องถิ่นคอยบรรยายไตลอดทางครับ แต่บรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่นละ วันนี้ดูเหมือนมีเด็กๆขึ้นมาทัศนศึกษาบนเรือจำนวนมากด้วย 


ภาพ : ท่าเรือ Tokyo Cruise อคารนี้อยู่ริมน้ำครับ


ภาพ : ซื้อตั๋วเรือด้วยตู้อัตโนมัติ ในอาคารท่าเรือ Tokyo Cruise


ภาพ : ในเรือที่เรานั่งเที่ยวชม ส่วนนี้เป็น โซนชั้นล่างครับ พอดีชันบนมีเด็กนักเรียนมาทัศนศึกษา ...ด้านล่างมีขายน้ำ ขายขนมด้วยนะ


ภาพ : บริเวณท่าเรือของ Tokyo Cruise จะอยู่ตรงข้ามกับอาคาร ตึกเบียร์อาซาฮี  ตึกที่มีประติมากรรมสีทองๆนั้นละครับ 


ภาพ : เด็กๆญี่ปุ่นมาทัศนศึกษา


ภาพ : ผ่านสะพานสวยๆเยอะมากครับ นับแล้วกว่า 14แห่ง แต่ละสะพานก็มีความสวยงามแตกต่างกัน และมีประวัติต่างกันไป

ประมาณ30นาทีเราก็เดินทางด้วยเรือมาถึง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งที่มีประวัติความเป็นมาอันยวนนาน นั้นคือ สวนฮะมะริกีว (Hamarikyu gardens) จุดนี้เรือจะจอดให้เราขึ้นฝั่ง และมีรับนักท่องเที่ยวขึ้นเรืออีกจำนวนหนึ่งด้วยครับ เราลงเรือเพื่อเข้ามาเที่ยวสวนสาธารณะแห่งนี้ 

สำหรับสวนฮะมะริกีว (Hamarikyu gardens) เป็นสวนเก่าแก่ ที่มีประวัติมายาวนานคู่กับโตเกียวทีเดียว สร้างขึ้นตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1654 สมัยเอโดะ มีค่าเข้าด้วยครับ 300 เยน สร้างโดยโชกุนในสมัยนั้นละครับ พื้นที่บริเวณนี้ติดทะเลครับ มีพื้นที่บางส่วนที่เป็นลักษณะคลอง เขาทำเขื่อนกันระหว่างน้ำทะเลและน้ำจืดไว้ด้วย เราสามารถมองเห็นอ่าวโตเกียวได้ ต้นไม้ในนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีทีเดียวครับ มีทะเลสาบใหญ่อยู่ตรงกลาง มีร้านจิบชาอยู่ริมทะเลสาบด้วย 


ภาพ : สวนฮะมะริกีว (Hamarikyu gardens) 


ภาพ : มีเนินลูนึงในสวนฮะมะริกีว (Hamarikyu gardens) ชื่อว่า Fujiyama Hill ในสมัยก่อนเป็นเนินที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ แต่สมัยนี้โดนตึกล้อมไว้หมดแล้ว

ก่อนจะไปชิมชา เดินผ่านจุดหนึ่งในสวนสาธารณะครับ เขาเขียนป้ายปักไว้ว่าเป็น Fujimiyama Hill นั้นก็หมายถึงจุดนี้เมื่อสมัยอดีตถ้าอากาศดีๆ ฟ้าใสๆ จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ดวยละครับ ในสมัยเอโดะโชกุนเสด็จมาชมฟูจิที่บริเวณนี้บ่อยๆด้วย เขาก็เลยเรียกเนินตรงจุดนี้ว่า Fujimiyama Hill 

ที่ร้านจิบชา ริมสระน้ำ บรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณเลยละครับ มีบริการเซ็ตน้ำชา พร้อมขนมให้ได้ลองกันด้วย ผมนี้ลองไปชุดนึง เห็นมีฝรั่งกลุ่มใหญ่เข้ามานั่งจิบชาริมทะเลสาบด้วยละครับ มาญี่ปุ่นก็ต้องขอสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นสักหน่อย จินตนาการไปว่าเราอยู่ในสมัยเอโดะ ชุดละ 720เยน มีขนมมาให้หนึ่งชิ้น กับ ชาหนึ่งแก้ว เวลากินเขาแนะนำให้ค่อยๆหมุนแก้วชา หันด้านที่เป็นลวดลายออกช้าๆแล้วค่อยจิบ …ชื่นใจ 


ภาพ : มีอาคารชิมชาญี่ปุ่นริมทะเลสาย ในสวนฮะมะริกีว (Hamarikyu gardens)


ภาพ : จะเลือกนั่งพื้นแบบญี่ปุ่นก็มี



ภาพ : ชุดน้ำชามาพร้อมขนมน่ากิน



ในสวนสาธารณะแห่งนี้ ยังมีต้นสนเก่าแก่อายุ300ปีอยู่ต้นหนึ่ง บริเวณทางด้านหน้าของสวนนั้นเอง ได้รับการดูแลอย่างดีมาก มีไม้ค่ำยันกิ่งของต้นสนไว้ไม่ให้มันหัก ต้นสนนี้มีขนาดใหญ่มากทีเดียว ดูไกลๆนึกว่าเป็นพุ่มไม้ขนาดใหญ่ แต่ที่เห็นเป็นพุ่มเพราะกิ่งมันโน้มลงมาแทบจะติดดินอยู่แล้วครับ เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ ถ้าใครมาช่วงมีนาเมษา ที่นี่ก็มีดอกซากุระออกดอกบานสะพรั่ง สวยงามไม่แพ้ที่ไหนเหมือนกันนะครับ 


ภาพ : ต้นสนอายุ 300 ปี ในสวนฮะมะริกีว (Hamarikyu gardens)


ภาพ : นั่งรถไฟไปเที่ยวกันต่อครับ ไปย่านกินซ่า

จากสวนฮะมะริกีว (Hamarikyu gardens) เราเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน ไปย่านกินซ่า(Ginza)กันครับ จากสถานีรถไฟชิมบะชิ Shimbashi ไปลงที่สถานี Takaracho แค่2สถานีเท่านั้นเอง เดินขึ้นมาก็เป็นกินซ่า (Ginza) แล้วละครับ ย่านนี้เป็นแหล่งธุรกิจ แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของญี่ปุ่น แต่ก่อนจะไปเดินสำรวจย่านกินซ่า (Ginza) แวะไปหาอะไรอร่อยๆกินกันก่อนครับ อยู่ในกินซ่านี้ละครับ 


ภาพ : หน้าร้านอาหารที่เรามากินมื้อกลางวัน มากินซูชิกัน


ภาพ : ซุชิแต่ชิ้นที่ทำมา ใช้วัตถุดิบคุณภาพและปั้นออกมาได้กลมกล่อมมากๆ 


ภาพ : เชฟส่งมาให้กินที่ละอย่างที่ชิ้น แบบพอดีๆ กินหมดเซ็ตอิ่มกำลังดี

อาหารกลางวันเราเข้ามากินร้านซูชิครับ ร้านนี้บอกได้คำเดียวว่า อร่อยมาก ไม่ต้องพูดอะไรมากเขาจัดมาให้ทุกอย่าง คือเชฟจะค่อยๆทำที่ชะชิ้นให้เรากิน จนครบเซ็ต เรียกตามลำดับในแบบของร้านเอง แต่ละคำที่กินนี้อร่อยมากๆเลยละครับ ครบเซ็ตนี้อิ่มพอดีเลย มีคนมายืนคิวรอกินด้วยละ ฝีมือเทพมากๆ บอกเป็นพิกัด GPS ไว้ก้แล้วกันนะ ผมอ่านชื่อร้านไม่ออก GPS 35.672935, 139.771759 

กินอิ่มแล้วเราไปเดินเล่นย่านกินซ่ากันครับ เป็นย่านที่ผู้คนคึกคักมากทีเดียว มีสินค้าแบรนเนมจำนวนมาก สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นทีสุดน่าจะเป็นอาคารที่มีหอนาฬิกาใหญ่ๆด้านบน เป็นตึกเก่าในย่านกินซ่าที่สวยและโดเด่นมากๆ ตึกนี้ตั้งอยู่บริเวณแยกถนน Chuo ตัดกับ Harumi Dori ชื่อตึกว่า Ginza Wako สร้างในปี ค.ศ.1932 


ภาพ : ย่านการค้าสำคัญของกรุงโตเกียว กินซ่า ตึกที่เห็นนี้เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของย่านนี้เลยละ ชื่อว่า Ginza Wako มีนาฬิกาอยู่บนยอดตึกด้วย


ภาพ : ย่านกินซ่าเต็มไปด้วยร้านสินค้าแบรนด์ชั้นนำ

เดินไปก็เจอขนมของกินน่ากินอีกแล้วครับ ชื่อว่าขนม ไดฟูกุ มีไส้หลากหลาย ผมลองกินไส้เกาลัดไป อร่อยดีครับมาทั้งทีต้องลอง เดินสำรวจไปเรื่อยๆก็เจอร้านของกินน่ากินอีกเยอะเลยครับ ย่านนี้ย่านเดียวผมว่าใครชอบช้อปปิ้งคงใช้เวลากันทั้งวัน 


ภาพ : ลองกินขนมชื่อดัง ไดฟูกุ ชิ้นนี้ไส้เกาลัด


ภาพ : ลองกิน วุ้นเนื้อส้มที่เสิร์ฟมาในผลส้มเลยละครับ


ภาพ : สถานีตำรวจที่บริเวณย่านกินซ่า สวยและดูแปลกตามาก 


ภาพ : มีร้านคิตตี้ด้วยละ Sanrioworld Ginza


ภาพ : ร้านขายยาและเครื่องสำอางค์ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวเจอเป็นต้องเข้าไปช้อป ร้านแบบนี้มีอยู่ทุกเมืองครับ ร้าน Matsumoto


ภาพ : สำรวจราคาผลไม้มาให้ชมกัน

เหลืบมองไปที่นาฬิกา คงได้เวลาต้องรีบกลับไปจุดชมวิวให้ได้เห็นกรุงโตเกียวยามเย็นจากมุมสูงกันบ้าง บริเวณนใกล้ๆที่พักของผม ย่านชินจูกุ มีตึก Tokyo Metropolitan Government Building เปิดให้เข้าชมฟรี นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองโตเกียวได้ที่ชั้น 45 มุมแบบนี้ถ้าไปที่อื่นเสียเงินนะครับ มาที่ตึกนี้ฟรี วิวสวยด้วย ถ้าอากาศดีๆ ฟ้าใสๆเราจะสามารถมองเห็นภูเขาฟูจิได้ด้วยละ แต่วันนี้ผมมองไม่เห็นเสียดายจัง 


ภาพ : ที่ตึกTokyo Metropolitan Government มีศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยวกรุงโตเกียวอยู่ที่ชั้น1ครับ ไปรับข้อมูลการท่องเที่ยวได้ มีโบชัวร์ภาษาไทยด้วยนะ 


ภาพ : บนชั้น 45ของตึก Tokyo Metropolitan Government


ภาพ : วิวเมืองโตเกียว


ภาพ : ยิ่งค่ำยิ่งสวย เมื่อได้เห็นแสงไฟของกรุงโตเกียวจากชั้น45 ของตึก Tokyo Metropolitan Government

ด้านบนชั้น 54 นี้มีขายของที่ระลึก ของเล่น เยอะมากทีเดียวครับ ซื้อเป็นของฝากกันได้ มีร้านอาหารอยู่ด้านบนด้วยครับ อยู่บนนี้ดูวิวอยู่พักใหญ่ครับจนฟ้ามืดตึกต่างๆเริ่มเปิดไฟให้ได้เห็นกรุงโตเกียวในอีกสีสันหนึ่ง ยามค่ำคืน ถึงได้ลงจากตึก 



เดินกลับไปที่สถานีรถไฟJR ครับ ไปทำบัตร JR East Pass กัน บัตรนี้จะช่วยประหยัดได้มากเลยครับสำหรับชาวต่างชาติอย่างเราที่เข้ามาเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นบัตรเหมาจ่าย สำหรับรถไฟฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่นทั้งหมด (JR East) ซึ่งรวมถึงรถไฟ รถไฟความเร็วสูงชิงกันเซ็งด้วยละ ใช้ได้5วัน แต่ละวันที่ใช้ไม่จำเป็นต้องติดกัน5วัน แต่มีระยะเวลาหมดอายุ 14วัน นับตั้งแต่การใช้ครั้งแรก จะใช้วันไหนก็ได้ ใช้ขึ้นกี่รอบกี่ครั้งก็ได้เหมาะมากเพราะชาวต่างชาติแบบเราอาจจะมีขึ้นผิดบ่างอะไรบ้างจะได้ไม่ต้องกังวล นั่งให้รู้กันไปเลย ส่วนการใช่งายมากแต่เดินไปโชว์ให้เจ้าหน้าที่บริเวณสถานีดูเท่านั้น เขาจะมีสแตมป์วันที่ใช้ไปแล้วในบัตร อันนี้ซื้อแล้วประหยัดชัดเจนมาก เพราะพรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวเซนไดกันครับ นั่งรถไฟความเร็วสูงรถไฟชิงกันเซ็งไปกัน …ราคาตั๋ว JR East Passอยู่ที่ 22,000 เยน  ผมซื้อบัตรนี้ที่สถานีรถไฟ JR ที่ห้องที่ชื่อว่า JR East Travel Center 


ภาพ : มาซื้อบัตร JR East Pass


ภาพ : โบชัวร์ภาษาไทยเกี่ยวกับ JR East Pass บัตรเดียวนั่งรถไฟเที่ยวได้ทั่วภาคกลางของญี่ปุ่น เพียง 22,000 เยนเท่านั้น คุ้มจนคนญี่ปุ่นยังอยากได้ แต่สิทธินี้ให้สำหรับคนต่างชาติเท่านั้น

มื้อเย็นกินแถวนั้นละครับ มีซอยร้านอาหารลักษณะแบบที่คนญี่ปุ่นชอบกินกันหลังเลิกงาน ไปกินปิ้งย่สงกันครับ ร้านเล็กๆแคบๆ แต่รสชาติจัดจ้าน อร่อยจริง ร้านแนวนี้ประมาณสตรีทฟู้ดครับ อร่อยประทับใจมาก นี้ละครับวิถีคนญี่ปุ่นมันต้องแบบนี้ 


ภาพ : มาหาอะไรกินใกล้ๆที่พักเราย่านชิจูกุ ร้านเล็กๆ กินแบบคนญี่ปุ่นเขากินกัน


ภาพ : กินปิ้งย่างกันครับ 


ภาพ : สารพัดเนื้อหลากแบบย่างกินเป็นไม้ๆ

แล้วก็เดินหลับโรงแรมครับจากสถานีรถไฟ JR ชินจูกุ ไม่ไกลนัก กลับมาเช็คอินแล้วก็พักผ่อนก่อนละครับวันนี้เดินทางมาเหนื่อยๆ แล้วก็เที่ยวหนักกันเลยวันแรก ให้ดูรูปห้องพักของเรานะครับ ขนาดกำลังพอดีสำหรับคนเดียว แต่สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันจริงๆ


ภาพ : เดินกลับไปที่โรงแรม มองเห็น ก๊อตซิล่าบนตึกด้วย 


ภาพ : ห้องพักของผมที่โรงแรม Hotel Gracery Shinjuku คืนนี้ ห้องเดี่ยวขนาดกำลังพอดีๆ


ภาพ : ห้องน้ำที่ทำมาลงตัวมาก กับสิ่งอำนวยความสะดวก


ภาพ : มีโต๊ะทำงานด้วยละ wifi ฟรี แรงดีทำงานสบายเลย

พรุ่งนี้เดินทางไปเที่ยวเซนได แล้วก็นอนที่เซนไดเลยครับ ออกกันแต่เช้า จะได้มีเวลาเที่ยวเยอะๆ ติดตามต่อตอนหน้านะครับ เมืองนี้น่าเที่ยวจริงๆ 



แผนที่ Google map: 
GPS พิกัดแหล่งท่องเที่ยว EP2
• ท่าเรือของ Tokyo Cruise 35.710769, 139.798321
• สวนฮะมะริกีว (Hamarikyu gardens) 35.659495, 139.763538
• อาคารชิมชาญี่ปุ่นริมทะเลสาย ในสวนฮะมะริกีว (Hamarikyu gardens) 35.658563, 139.762213
• ต้นสนอายุ 300 ปี ในสวนฮะมะริกีว (Hamarikyu gardens) 35.662310 139.763984
• ร้านอาหารซูชิ ที่เรามากินมื้อกลางวัน ย่านกินซ่า 35.672935 139.771759
• ย่านกินซ่า (Ginza) 35.671260, 139.765120
• ร้านขนมไดฟูกุ 35.671526 139.764563
• ตึก Tokyo Metropolitan Government 35.689896 139.691528
• ร้านมื้อค่ำ ย่านชิจูกุ 35.692654 139.699615
• โรงแรม Hotel Gracery Shinjuku 35.695248, 139.701909

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,