ตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว เซนได ตอนที่1 เดินทางสู่โตเกียว นอนชินจูกุ เที่ยวอะซะกุสะ

สำหรับการเดินทางในทริปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นอีกประสบกาณ์หนึ่งของสะดุดตาที่ได้มาเยือน เมืองหลวงของญี่ปุ่น คือ โตเกียว เป็นครั้งแรก และไปเที่ยวเมืองเซนได สัมผัสธรรมชาติและวิถีแบบคนญี่ปุ่นด้วย ได้นั่งรถไฟความเร็วสูงชิงกันเซ็ง (shinkansen) เป็นครั้งแรกด้วย ตื่นเต้นไม่น้อยกับทริปนี้ 



ผมออกเดินทางจากเมืองไทย ด้วยสายการบินแจแปนแอร์ไลน์ เที่ยวบิน JL034 เวลา 22.25น. บินจากสนามบินสุวรรณภูมิ ผมนี้มาถึงสนามบินตั้งแต่ทุ่ม เข้ามานั่งทำงานในนี้เพลินเลย จนใกล้เวลาขึ้นเครื่อง นี้ถ้าผมไม่เหลือบมองนาฬิกา คงตกเครื่องไปละ วิ่งไปที่ Gate ทันเวลาพอดี ผู้โดยสารกำลังทยอยขึ้นเครื่อง เอาเป้นว่าผมขึ้นคนท้ายๆๆๆเลยละครับ ..คราวหลังควรไปนั่งรอที่ Gate นะ จำไว้ 


ภาพ : บอยสะดุดตา พร้อมออกเดินทางไปญี่ปุ่น


ภาพ : ภาพในสนามบินสุวรรณภูมิ ไปรอบดึกครับ เลยตั้งอแบ่งเวลานอนให้ดี 


ภาพ : นั่งทำงานไปด้วยระหว่างรอขึ้นเครื่อง 

พอขึ้นเครื่องได้ ก็เตรียมตัวนอนครับ ตามหมายกำหนดการ ผมจะไปถึงที่ญี่ปุ่นเช้าพอดี และจะเริ่มเที่ยวกันเลย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เพราะถ้าไม่หลับบนเครื่องรับรองว่า วันเที่ยวคงเหนื่อยน่าดู เพราะเท่ากับไม่นอนมาทั้งคืน ที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย 2ชั่วโมงด้วยครับ ก่อนนอนก็เพลิดเพลินกับหนังใหม่ที่ยังไม่ได้ดู ก็มาดูบนเครื่องบินของแจแปนแอร์ไลน์นี้ละครับ กินข้าวที่เขาเสิร์ฟมาให้อร่อยใช้ได้สมกับเป็นสายการบินญี่ปุ่น ที่สำคัญมีชาเขียวร้อนๆให้กินด้วยละ 


ภาพ : ที่นั่งของผม ชั้นประหยัด สายการบินแจแปนแอร์ไลน์


ภาพ : ในครื่องแบ่งเป็น3แถวครับ อย่างละ3เก้าอี้ ...เดินทางไกลใครปวดอยากเข้าห้องนำบ่อนแนะนำให้จองที่นั่งริมทางเดินครับ จะได้เข้าออกสะดวก 


ภาพ : ท้องฟ้าเมืองไทย ...ไปญี่ปุ่นละนะ


ภาพ : เวลาอาหารมาถึงแล้ว ก่อนนอน


ภาพ : อาหารอร่อยชอบเลย 


ภาพ : มีชาเขียวร้อนๆให้ดื่มด้วย

เดินทางมาถึงสนามบินฮาเนดะ หรือ Tokyo International Airport ซึ่งเป็นสนามบินที่อยู่ในโตเกียวเลยก็ว่าได้ครับ ใกล้กว่าสนามบินนาริตะเข้าเมืองนิดเดียว เมื่อก่อนเขาไม่ได้เปิดเป็นอินเตอร์ ตอนนี้ให้เครื่องจากประเทศต่างๆมาลงได้ ทำให้เที่ยวบินที่เดินทางมาโตเกียวมีทางเลือกนะครับ มาถึงนี้จะเข้าเมืองนิดเดียวเท่านั้น ผมเลือกใช้บริการรถบัส เป็นแอร์พอร์ตบัส วิ่งรับส่งเข้าเมือง ไปลงที่สถานีชินจูกุ ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งของโรงแรมที่ผมจะพักคืนนี้ วิ่งตรงยาวถึงเลยครับ รถจอดบริการอยู่ที่ชั้น1 ชั้นทางออกพอดีครับ ออกมาเราก็สามารถซื้อตั๋วได้ที่ตู้อัตโนมัติ รถบัสของเราจะจอดให้บริการที่ BUS Stop ช่อง3 ครับ มีติดป้ายTag กระเป๋าให้ด้วย เป็นการบริการที่สะดวกมาก ถึงที่หมายคือ ชินจูกุ โดยไม่ต้องแวะที่ไหน ค่าโดยสารอยู่ที่ 1,230เยน ถ้าขากลับใครบินกลับที่สนามบินฮาเนดะก็มาขึ้นที่สถานีรถจุดที่ลงได้เลย มีรถออกตลอดตั้งแต่ตี4ยันเที่ยงคืน 


ภาพ : เครื่องลงที่สนามบินฮาเนดะ 


ภาพ : ถึงญี่ปุ่น โตเกียวแล้วจร้า


ภาพ : นั่งแอร์พอร์ตบัสเข้าเมือง สายนี้ไปลงชินจูกุ


ภาพ : แท๊กกระเป๋าเอาไว้รับกระเป่าเมื่อถึงที่หมาย

จากจุดที่ลงรถเดินไปโรงแรม ไม่ไกลมากครับ ผมพักที่โรงแรมเกรเซอรี่ ชินจูกุ (Hotel Gracery Shinjuku) โรงแรมนี่สังเกตุไม่ยากเลย จะมีก๊อตซิล่าตัวใหญ่อยู่บนตึกโรงแรม จะว่าไปมาเช้าแบบนี้ยังเช็คอินไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือ ฝากของไว้ที่โรงแรม เขาจะมีบริการฝากกระเป๋าไว้ก่อนได้ เดี๋ยวตอนค่ำกลับเข้ามาเช็คอินค่อยมาเอากระเป๋า วันนี้วางแผนเที่ยวโตเกียวทั้งวันยันค่ำค่อยกลับเข้ามา …โรงแรมนี้ wifiฟรีเร็วและแรงดีมากผมทำงานสะดวกเลย 


ภาพ : ย่านชินจูกุ โรงแรมที่ผมพักอยู่ข้างหน้า


ภาพ : นี้แค่เล็บมันนะ ใหญ่ขนาดนี้ เห็นแล้วตะลึง ก๊อตซิล่าอยู่ในโรงแรมที่พัก


ภาพ : เจอก๊อตซิล่าแล้ว 

การเดินทางในโตเกียวผมใช้บัตรซุยกะ(Suica) ซื้อได้ตามสนามบิน เป็นบัตรเติมเงิน ซึ่งใช้สำหรับขึ้นรถไฟฟ้า รถบัส ซื้อขนมซื้อน้ำ ได้ด้วย ตามมูลค่าเงินในบัตร ผมใช้ซื้อน้ำตามตู้หยอดเหรียญบ่อยๆ ..อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรซุยกะ(Suica) ได้ที่ https://www.gotokyo.org/th/tourists/info/profit/index.html



เราจะเริ่มเที่ยวกันด้วยการเดินทางจากสถานีรถไฟ JR ชินจูกุ ไปเที่ยวกันที่ วัดวัดเซ็นโซจิ(Senso-ji) อะซะกุสะ(Asakusa) นักท่องเที่ยวมักเรียกว่าวัดอะซะกุสะ มาโตเกียวครั้งแรกยังไงก็ต้องไปวัดนี้ เห็นใครๆก็มากันเนอะ วัดวัดเซ็นโซจิ อะซะกุสะ เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของโตเกียว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 628 และมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว ปีๆนึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 30ล้านคน 


ภาพ : นั่งรถไฟไปเที่ยวโตเกียว


ภาพ : ถนนถนนนากามิเสะ  หน้าวัดเซ็นโซจิ(Senso-ji) อะซะกุสะ(Asakusa) 

นักท่องเที่ยวนอกจากมาขอพรแล้ว ยังนิยมมาถ่ายรูปกับโคมขนาดยักษ์สูง5.5เมตร ที่แขวนอยู่ที่ประตูคะมินะริ (ประตูสายฟ้า) อีกด้วย รอบๆบริเวณวัดเต็มไปด้วยร้านค้าจำนวนมาก ตลอดแนวถนนนากามิเสะ ซึ่งเป็นถนนที่ตรงเข้าสู่ตัววัด มีร้านของฝาก ของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว และของกินอร่อยจำนวนมาก ถนนเส้นนี้ยาว 250เมตร 


ภาพ : มุมมองจากอะซะกุสะ(Asakusa) มองเห็นโตเกียวสกายทรี(Tokyo Skytree)ด้วยละ


ภาพ : โคมยักษ์สูง5.5เมตรหน้าวัด ที่ใครๆก็มาถ่ายรูปด้วย


ภาพ : ภายในวัดเซ็นโซจิ(Senso-ji) อะซะกุสะ(Asakusa)

ถ้าของอร่อยที่อยากจะแนะนำบนถนนนากามิเสะ หน้าวัดเซ็นโซจิ(Senso-ji) อะซะกุสะ(Asakusa) ต้องนี้เลยครับพลาดไม่ได้กับ "เลม่อนปัง" ออกรายการทีวีมาแล้วมากมาย จนตอนนี้มีทำกันหลายร้าน แต่จะหาร้านออริจินัลเหรอครับ ตามาเลยเดี๋ยวบอกพิกัดให้ ตอนแรกผมก็ไปซื้อผิดร้าน เห็นเป็นร้านใหญ่คนซื้อเยอะ ไม่ใช่แฮะ คนญี่ปุ่นบอกว่าต้องร้านนี้ ของแท้ เหมือนว่าลุงแกจะย้ายร้านจากจุดเดิมมาอยู่ที่ใหม่ ถามว่ารสชาติต่างกันแค่ไหน ความนุ่มกรอบมันต่างกันนี้ซิครับ เลยได้ลองชิมมา2ร้าน ยอมรับว่าร้านลุงอร่อยกว่า ส่วนร้านอื่นก็ถือว่าอยู่ในมาตรฐานที่ดีเชียว แต่ของลุงผมว่ามันนุ่มปากมากกว่า 


ภาพ : ร้านนี้ เมล่อนปังต้นฉบับ 


ภาพ : คนดังมากินเพียบ


ภาพ : ได้มาละ เมล่อนปัง


ภาพ : เดินออกจากหน้าวัดเซ็นโซจิ(Senso-ji) ออกมาเจอสามล้อลากแบบญี่ปุ่น ...ครั้งนี้ยังไม่มีโอกาสใช้บริการ ไว้คราวหน้า 

จากวัดเซ็นโซจิ(Senso-ji) อะซะกุสะ(Asakusa) เราเดินออกมาแล้วเลี้ยวซ้าย เพื่อจะไปล่องเรือกันต่อครับ เป็นเส้นทางเที่ยวทางน้ำ Tokyo Cruise วิ่งผ่านสะพานสวยๆของโตเกียวทั้งหมด14สะพานเลยทีเดียว บนแม่น้ำซุมิดะ (Sumida river) มีคนแนะนำว่า แม่น้ำสายนี้จะสวยสุดในช่วง กรกฏาคม ในเทศกาลดอกไม้ไฟ อยากให้มาดูให้ได้ Sumida river fireworks festival ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี 


ภาพ : แผนที่เส้นทางท่องเที่ยวล่องแม่น้ำ ซุมิดะ (Sumida river) ใจกลางโตเกียว


แผนที่ Google map: 
GPS พิกัดแหล่งท่องเที่ยว EP1
• สนามบินฮาเนดะ หรือ Tokyo International Airport 35.549899, 139.779377
• โรงแรมเกรเซอรี่ ชินจูกุ (Hotel Gracery Shinjuku) 35.695444, 139.701872
• วัดเซ็นโซจิ(Senso-ji) อะซะกุสะ(Asakusa) 35.713803, 139.796652
• ร้านเมล่อนปัง 35.711926, 139.796555