(ตอนที่2) โรยตัวผาน้ำตก ภารกิจพิชิตยอดเขาเทวดา หลังคาสุพรรณบุรี ที่พุเตย

วันนี้เป็นการเดินทางเที่ยวป่า สู่ยอดเขาอุทยานแห่งชาติพุเตย ผ่านเส้นทาง จากน้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ ไปตามลำธาร สู่จุดกางเต้นท์ ค่ำคืนจะพาไปนอนดูดาว แล้วตื่นแต่เช้าไปชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกที่เขาเทวดา จากนั้นไปโรยตัวผาน้ำตกตะเพินคี่น้อยกัน



วันที่สอง ณ อุทยานแห่งชาติพุเตย

วันที่สองของการเดินทางนั้น  เรานั่งรถจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย มาถึงจุดที่จะเริ่มเดินไม่นานนักค่ะ ระยะทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย มาถึงจุดที่เราจะเริ่มเดินกันนี่ประมาณ 16 กิโลเมตรค่ะ และในวันนี้เราจะเลือกเดินป่าในเส้นทางที่เป็นรอบเล็ก ที่ระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตรเท่านั้นค่ะ กระเป๋าสัมภาระก็มีรถขนไปให้ที่ลานกางเต้นท์ 

ของที่เราถือไปเองก็มีแค่พวกกล้องถ่ายรูป ของใช้ส่วนตัวที่ต้องใช้ระหว่างทาง น้ำดื่มและอาหารกลางวันเท่านั้นค่ะ  แนะนำให้ใช้กระเป๋ากันน้ำเพื่อความสะดวกในการปีนน้ำตก ก่อนจะถึงลานกางเต้นท์แต่หากไม่มีก็ไม่เป็นไรค่ะ แค่ต้องระมัดระวังอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกล้องหรืือโทรศัพท์   


แผนที่เดินทางอุทยานแห่งชาติพุเตย

อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 037 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 040 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 039
เดินทางขึ้นเขา

ทางที่เราจะเดินไปนี้จะเดินผ่านน้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ ไปจนถึงตะเพินคี่น้อย ถึงจุดหมายปลายทางที่จุดกางเต้นท์ ซึ่งหากเราเดินแบบตั้งใจเดิน ไม่แวะเลย จะใช้เวลาประมาณ  2 ชั่วโมงค่ะ แต่ว่าเราขอเดินแบบ ชิล ชิล ดื่มด่ำกับธรรมชาติซักนิดน่าจะสบายๆ และ มีความสุขกว่า เราเริ่มเดินตอน 10.15 น. ถึงที่น้ำตกตะเพินคี่น้อยเวลา 14.00 น. ใช้เวลาเดิน แวะถ่ายรูป แวะกินกลางวันมื้ออร่อยเหาะ ข้าวเหนียว หมูทอด รวมเวลาแล้วประมาณ4ชั่วโมง (ปกติถ้าเดินอย่างเดียวน่าจะอยู่ราวๆ สองชั่วโมง) แต่ยังไม่ถึงจุดกางเต้นท์นะคะ ถ้าถึงจุดกางเต้นท์ก็บวกไปอีก 20 นาทีค่ะ  


เส้นทางเดินป่า ผ่านลำธารและต้องเดิน


น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่

อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 043 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 045 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 046


เดินป่ากันสภาพนี้

อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 048 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 049 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 050
ธรรมชาติสวยๆระหว่างทาง

อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 052 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 051 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 053


ทางเดินไปยังจุดกางเต้นท์ สำหรับเราไม่ถือว่าโหดนะคะ เป็นทางเดินในร่มไม้ สบายๆ เลาะเลียบลำธารไปเรื่อยๆ แต่ที่ควรเตรียมตัวมาก็คือ รองเท้าที่พร้อมเปียกค่ะ เพราะอย่างที่บอกคือเราต้องเดินเลียบธารน้ำไปเรื่อยๆ บางจุดก็ต้องลงไปเดินในธารน้ำ หรือปีนน้ำตก ซึ่งตอนแรกเราก็พยายามจะหลบน้ำไม่ให้เปียกแต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ต้องเปียก ที่จุดสุดท้ายกับการปีนน้ำตก เพื่อขึ้นไปยังลานกางเต้นท์ก็เปีียกอยู่ดี ซึ่งเป็นจุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้   

อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 054 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 057 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 060


พักกินข้าวระหว่างทางเดินป่า


ต้องป่ายปีนน้ำตกขึ้น 

อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 062 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 063 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 065
เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติเส้นนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ สนุกมาก

จุดที่ต้องปีนน้ำตกขึ้นไป(น้ำตกไม่มีชื่อ) จะมีเชือกเอาไว้ให้จับเป็นระยะๆ ซึ่งก็ไม่ยากมากนักเพราะมันไม่ลื่น เนื่องจากเป็นน้ำตกหินปูน แค่เดินอย่างระมัดระวังก็เท่านั้นเอง อีกอย่างที่ต้องระวังคือ ระหว่างการปีน หากเลือกใช้กระเป๋ากันน้ำก็จะสะดวกขึ้น ไม่ต้องห่วงทั้งกล้อง ทั้งโทรศัพท์ ที่อาจโดนน้ำกระเซ็นใส่ได้   

ปีนปายกันอย่างสนุกสนาน จนในที่สุดเราก็มาถึงน้ำตกตะเพินคี่น้อย ผาน้ำตกขนาดเล็ก ค่อนข้างเรียบ ซึ่งในวันรุ่งขึ้นจะเป็นหน้าผาสำหรับโรยตัวของเรา 

อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 066 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 068 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 067
ลุยน่าดูเลย ...แนะนำเตรียมตัวมาเปียกด้วยนะคะ


 

เรายืนมองหน้าผาอยู่ซักพัก ถ่ายรูปจนพอใจแล้วก็เดินทางต่อซักประมาณไม่เกิน 20 นาที ก็ถึงลานกางเต้นท์ ก่อนจะถึงลานกางเต้นท์ ทางที่เราเดินอยู่เป็นเนินเขาที่สองข้างทางเป็นทุ่งข้าวโพด ที่เป็นสีน้ำตาลหมดแล้ว อดนึกถึงโฆษณาตัวหนึ่งไม่ได้ ที่บอกว่า ช็อคโกแลตไหลลงมาท่วมทุ่งข้าวสาลี(เปลี่ยนเป็นข้าวโพดแทน) แล้วก็กลายเป็นโก้ โก้ ครั้นซ์  


แล้วก็มาเดินผ่านไร่ข้าวโพด


ไร่ข้าวโพด

จุดกางเต็นท์ที่พักของเรา
ที่ลานกางเต้นท์ ไม่ใหญ่มากนัก แต่มีห้องน้ำ และไฟในห้องน้ำ อำนวยความสะดวกพวกเราได้เป็นอย่างดีเลยละคะ ถ้าหากใครไม่อยากเตรียมอาหารมาทานเอง หากมากันเป็นกลุ่ม หลายๆ คนก็สามารถติดต่อล่วงหน้า สั่งอาหารจากอุทยานได้นะคะ ทางอุทยานเค้าจะช่วยประสานงานให้ แต่หากใครที่มากันน้อยคนละก็เตรียมมาเองก็ยังได้ค่ะ พวกอาหารกระป๋องทั้งหลายก็สะดวกดีค่ะ

ยามค่ำคืน กิจกรรมของพวกเรานอกจากการนั่งกินขนม และแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางร่วมกันแล้ว การถ่ายภาพดาวก็เป็นกิจกรรมที่หลายๆ คน สนใจกันมาก แต่ช่วงหัวค่ำและดึกๆ จะยังไม่ค่อยเห็นมากนัก ช่วงเช้ามืดเหมือนจะเห็นได้มากกว่า  ในช่วงที่เราไป มีโอกาสได้เห็นดาวตกตั้งหลายดวงแนะ มันวิเศษมากๆ เลย ใช่ไหมล่ะค่ะ อากาศในคืนนั้นก็เย็นสบายมากจนเราไม่อยากจะตื่นเลย 


จุดกางเต้นท์ของเรา


ดวงดาวยามค่ำคืนที่พุเตย


กลางคืนก็นอนดูดาว


ยามเช้าพิชิตยอดเขาเทวดาชมพระอาทิตย์ขึ้น
เช้ามืดของการเดินทางในวันที่สาม เรามีนัดกันตีสี่ครึ่งกับการเดินขึ้นไปพิชิตยอดเขาเทวดา เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น เนื่องด้วยอากาศดีมากๆ ทำเอาเรางอแง เล็กน้อย กับการตื่นแต่เช้าขนาดนั้น จึงตัดสินใจไม่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ปล่อยให้กลุ่มแรกนำออกเดินทางไปก่อน 

ยังดีที่มีกลุ่มที่สองที่นำโดย ผอ.ททท.สุพรรณบุรี ขึ้นไปอีก ไม่งั้นเราคงพลาดแน่นอน  ก็ดันเปลี่ยนใจกระทันหันขึ้นมาว่าอยากจะขึ้น เรื่องภาพถ่ายที่จะนำมาให้เพื่อนๆ ดู เราไม่ได้กังวลซักเท่าไหร่ เพราะคงขอจากเพื่อนๆ ร่วมทริปได้ซักรูปสองรูป แต่สิ่งที่เรากังวลคงเป็นบรรยากาศการเดินขึ้น และความสวยงามด้านบน ที่อยากมองเห็นด้วยตาตัวเองมากกว่า ที่เป็นเหตุผลสำคัญให้เราถึงกับนอนต่อไม่ได้ต้องขึ้นไปชมเอง

จากลานกางเต้นท์เราต้องนั่งรถกระบะไปต่อยังตีนเขา เพื่อจะเดินเท้าต่อไปยังยอดเขาเทวดาซึ่งมีความสูง 1,123 เมตร จากระดับน้ำทะเล เราเริ่มเดินขึ้นตอน 05.30 น. ถึงยอดเขาตอน 6.15  น. เราใช้เวลาเดินขึ้นไป 45 นาที พอดีเป๊ะ ซึ่งหากเดินช้าๆ หน่อย ก็น่าจะประมาณหนึ่งชั่วโมง 

เนื่องจากต้องเดินขึ้นแต่เช้ามืด ไฟฉายจึงจำเป็นสำหรับการพิชิตยอดเขาเทวดา รวมไปถึงเสื้อกันหนาวแบบไม่ต้องหนามาก เพราะตอนเดินเราจะร้อนมากจนอยากจะถอดมันทิ้งเลยละ แต่พอถึงยอดเขาแล้วก็จะเย็นขึ้น แต่สำหรับใครที่ไม่ใช่คนขี้หนาวละก็ เราว่าอากาศเย็นสบายมากๆ เลย 

ทางเดินขึ้นยอดเขาเทวดา มีระยะทางประมาณ  800 เมตร  มีความชันประมาณ  45 องศา เกือบตลอดทาง มีช่วงที่เป็นทางไม่ชันแค่นิดเดียวก่อนถึงยอดเขา ซักประมาณ 100 เมตรได้  400 เมตรแรก เป็นดินที่ถูกทำเป็นขั้นบันไดไว้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดิน  พอถึงทางที่ชันมากๆ จะมีเชือกขึงไว้ใช้ช่วยพยุงตัว ซึ่งวันที่เราไปทางค่อนข้างลื่น เพราะฝนตกลงมาตอนกลางคืน อีกอย่างที่เราว่าก็จำเป็นสำหรับการขึ้นยอดเขาเทวดาก็เห็นจะเป็นถุงมือ เพราะเวลาโหนเชือก มันเจ็บมือมากอยู่นะคะ ถ้ามีถุงมือคงช่วยได้ซักนิด   

ด้านบนยออดเขาเทวดา นอกจากจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นอย่างที่เราตั้งใจมาแล้วนั้น ทะเลหมอกก็เป็นของแถมที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นกัน แทบไม่น่าเชื่อว่าที่สุพรรณก็มีทะเลหมอกกับเค้าด้วย  มันเกินกว่าที่จินตนาการเอาไว้อีกแล้วละคะ ถ้าเราไม่เปลียนใจขึ้นมาคงเสียดายแย่เลย 


ยอดเขาเทวดา


ชมทะเลหมอกยามเช้า


แล้วก็ชมพระอาทิตย์ขึ้น


ภาพ : ทะเลหมอกที่เขาเทวดา

เราเริ่มเดินลงตอนเจ็ดโมง เดินถึงด้านล่างใช้เวลาไปครึ่งชั่วโมง เร็วกว่าตอนเดินขึ้น 15 นาที เพราะเป็นการลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก มีช่วงนึงเรามัวแต่เดินใจลอย เลยได้ทดสอบความแข็งแรงของก้นกันไป ล้มกระแทกเข้าอย่างจัง เป็นอุทาหรณ์สอนนักเดินป่าทั้งหลายว่า ไม่ควรประมาทแม้วินาทีเดียว ไม่งั้นอาจเจ็บตัวได้

หลังจากลงจากยอดเขาเทวดา พวกเราทั้งหมดนั่งรถกระบะเพื่อกลับมายังลานกลางเต้นท์ และแวะที่หมู่บ้านของชนเผ่า(กระเหรี่ยง) แวะดูตาน้ำผุดซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตก และก็ไหลไปที่แม่น้ำ แควน้อย แควใหญ่และแม่กลองอีกด้วย  

ถึงลานกางเต้นท์ อาหารเช้าง่ายๆ อย่างข้าวต้มหรือข้าวผัด ก็รอพวกเราอยู่แล้วที่โต๊ะและเก้าอี้ไม้ไผ่ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย  ในบรรยากาศธรรมชาติที่มองซ้ายไปก็เห็นต้นไม้สีเขียว ขวาก็ภูเขาสีเขียว  นั่งกินไป มองไป เพลิดเพลินและเจริญอาหารสุดๆ ไปเลยละคะ   

ไปโรยตัวผาน้ำตก ณ น้ำตกตะเพินคี่น้อย
กินข้าวเช้าจนอิ่มหน่ำ สำราญแล้วก่อนอาบน้ำ เรามีโปรแกรมสนุกสนาน ที่ถือเป็นไฮไลท์ของทริปนี้เลยก็ว่าได้ กับการโรยตัวผาน้ำตกหินปูน สำหรับเราแล้วครั้งนี้เป็นครั้งแรก กับการโรยตัวหน้าผาจริง โดยปกติเรามักจะซ้อมโรยตัวผาจำลองอยู่บ่อยๆ ครั้งนี้ได้โรยผาจริง แถมด้วยมีน้ำตกไหลกระเซ็นพาดผ่านตัวด้วย แอบตื่นเต้นระหว่างเตรียมใส่อุปกรณ์เซฟความปลอดภัย 

หน้าผานี้ถือว่าไม่สูงมากนัก เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดโรยตัว  ถ้าให้เราแนะนำละก็การโรยตัวที่ผาน้ำตกตะเพินคี่น้อยนี้ละก็เราว่า ความหวาดเสียวจะอยู่แค่ตอนก้าวแรก จากด้านบนหน้าผาลงมาแนวผาที่ตั้งฉากแค่นั้นแหล่ะ ต่อจากนั้นคือความสนุกในการค่อยๆ โรยตัวลงไป ปล่อยให้น้ำตกใสๆ เย็นๆ กระทบกับร่างกาย แค่อึดใจเดียวก็ถึงพื้นแล้ว ใครที่ชอบการโรยตัวแค่รอบเดียวคงไม่พอแน่ๆ เลย  สิ่งสำคัญคืออุปกรณ์เซฟตี้ต้องผ่านการตรวจสอบเป็นอย่างดี และอยู่ในความควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ และไม่ประมาทด้วย 


โรยตัวผาน้ำตกเสียวมาก


โรยตัวผาน้ำตก เปียกไปทั้งตัว


ธรรมชาติสวยจริงๆ

เดินทางกลับ
หลังจากเสร็จภารกิจพิชิตผาน้ำตกตะเพินคี่น้อยแล้ว พวกเราก็ผลัดกันอาบน้ำเตรียมตัวกลับกันแล้วละคะ เพราะเราต้องแวะไปขึ้นรถตู้ที่จอดไว้ที่อุทยานแห่งชาติพุเตย และทานมื้อกลางวันแสนอร่อยอีกหนึ่งมื้อก่อนกลับกรุงเทพฯ 

สรุปทริปเที่ยวอุทยานแห่งชาติพุเตย

สำหรับเราแล้วทริปนี้ถือว่าเป็นอีกทริปหนึ่งที่ประทับใจ และหากมีโอกาสคงกลับมาอีกครั้งแน่นอน มีหลายๆ ที่ ที่เราไปแล้วก็ยังอยากจะไปอีก สถานที่อาจเป็นสถานที่เดิมๆ แต่เราเชื่อว่าในทุกๆ ครั้งของการเดินทางในที่ ที่เป็นที่เดิม จะมีความน่าสนใจ หรือประทับใจที่แตกต่างกันออกไปอย่างแน่นอน เพื่อนร่วมทางที่อาจเปลี่ยนไป ดาวบนฟ้าที่อาจเรียงตัวกันไม่เหมือนเดิม ต้นไม้ต้นใหม่เกิดขึ้นมา หรือต้นหญ้าต้นเล็กๆ ที่เพิ่งงอกออกมาใหม่ ผีเสื้อตัวใหม่ที่สีสวยกว่าที่เคยเห็นครั้งก่อน หรือดอกไม้ดอกใหม่ที่เราไม่เคยพบเจอมันมาก่อน  

เพราะฉะนั้นแล้ว ต่อให้ไปที่นี่ซ้ำซักกี่ครั้ง เราก็เชื่อว่ามันจะไม่เหมือนเดิมไปซะทุกอย่างหรอก แต่สิ่งที่มั่นใจได้ว่ามันจะเหมือนเดิมคือ ความประทับใจในการใช้ชีวิตแบบแนบชิดธรรมชาติแบบนี้ ที่ไม่ว่าจะมาซักกี่ครั้ง เราก็ยังรู้สึกประทับใจเหมือนเดิม และอาจมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป


จังหวัด: 
ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,