(ตอนที่2) ปาย หยุนไหล ขุนแม่ยะ ทริปตามล่าซากุระเมืองไทยวันที่2

เช้าวันใหม่กับอากาศหนาวเย็นสุดๆ ที่ปาย ในวันนี้พวกเราตื่นกันแต่เช้าเพราะมีนัดกันไปดูทะเลหมอกที่หยุนไหล เลยบ้านสันติชลขึ้นไปบนเขา ต้องเช่ารถกระบะขึ้นไป เค้าคิดราคาไป-กลับ 300 บาท นั่งได้ประมาณ 10 คน ใครไปน้อยคนก็ไปแจมกับคนอื่นได้ค่ะ อยากลงตอนไหนก็แค่โทรตามคนขับเท่านั้น  พอมาถึงด้านบนเราจะเสียค่าเข้าชมคนละ 20 บาทค่ะ 



เราขึ้นมาถึงที่หยุนไหลตอนหกโมงกว่าๆ ค่ะ ยังสลัวๆอยู่เลย ช่วงแรกๆ ไม่มีหมอกเลยซักนิดเดียวค่ะ พอพระอาทิตย์ขึ้นตอนช่วงเจ็ดโมงเช้าเท่านั้นละคะ หมอกไหลมาอย่างท่วมท้นเลยละคะ เราเลยด้เห็นหลายๆ บรรยากาศของหยุนไหลเลยค่ะในเช้าวันนี้ ตั้งแต่ไม่มีหมอก  จนหมอกเริ่มมา หมอกเยอะ จนหมอกเริ่มหายไปในตอนสายๆ  

ด้านบนมีโต๊ะเก้าอี้จัดไว้ให้ได้นั่งชมวิวทะเลหมอกพร้อมจิบชาร้อนๆ กับหมั่นโถวอุ่นๆ จิ้มนม หรือกินข้าวต้มร้อนๆ สูตรอร่อยของที่หยุนไหล  ด้านล่างบริเวณทางขึ้นถูกแต่งให้รู้สึกเหมือนเมืองจีน มีดอกกระดาษที่ปลูกเอาไว้เพิ่มความสวยงามและสดชื่นให้จุดชมทะเลหมอกหยุนไหลแห่งนี้ นักท่องเที่ยวนิยมไปยืนถ่ายภาพกันในทุ่งดอกกระดาษ 


ภาพ : รถรับจ้างขึ้นหยุนไหล ราคาเหมา300บาท


ภาพ : จุดชมทะเลหมอกเมืองปาย หยุนไหล บ้านสันติชล


ภาพ : หมอกเริ่มลง


ภาพ : จุดนี้นั่งิบชาร้อนๆ ชมวิวสวยๆ บนหยุนไหล


ภาพ : บรรยากาศทะเลหมอกที่หยุนไหลยามเช้า

ลงจากจุดชมทะเลหมอกหยุนไหล เรากลับมาถึงที่พักก็เก้าโมงกว่าๆ แล้วค่ะ อาหารเช้าของรีสอร์ทยังมีอยู่จึงจัดอาหารเช้าให้อิ่มท้องไปอีกซักรอบ พร้อมกับนั่งชมวิวสบายตาของรีสอร์ทที่เราพักกันเมื่อคืนนี้ ก่อนจะแยกย้ายเตรียมตัวไปปิกนิคกันต่อที่ขุนแม่ยะ 


ภาพ : กลับมากินข้าวที่รีสอร์ทอีกรอบ

พวกเราออกจากที่พักตอน 11.00 น. เพื่อไปเที่ยวกันต่อที่ขุนแม่ยะ ซึ่งเราตั้งใจว่าจะไปปิกนิคกัน ด้วยการสั่งอาหารปิ่นโตจากบุระลำปาย เอาขึ้นไปทานกันด้านบน ก็แหม !! บรรยากาศดีๆ บนดอยสีชมพู แค่ขึ้นไปถ่ายภาพอย่างเดียวมันจะไปพออะไรใช่มั้ยคะ มันต้องไปปิกนิคนั่งกินข้าวกันไป คุยกันไป ชมความงามของซากุระเมืองไทยที่บานสะพรั่งชูดอกสีชมพูหวานจนทำให้บางคนคิดว่าบางวิวของที่ขุนแม่ยะแห่งนี้คล้ายๆ กับที่เกาะนามิ ประเทศญี่ปุ่น 

ด้านบนขุนแม่ยะนี้มีห้องน้ำบริการนะคะ จะอยู่ทางด้านในเดินเข้าไปไม่ไกลมากนักค่ะ บางคนก็ขึ้นมากางเต้นท์นอนกันด้านบน ส่วนพวกเราในทริปนี้ขอแค่ขึ้นมาปิกนิคกินมื้อกลางวันกันก็พอไว้ปีหน้าฟ้าใหม่คงได้มานอนค้างบนขุนแม่ยะแห่งนี้ซักครั้ง 

สำหรับการขึ้นไปที่ขุนแม่ยะนี้ต้องใช้รถโฟล์วิลเท่านั้นนะคะ เพราะเป็นทางขึ้นเขา แต่สำหรับคนที่ไม่มีรถโฟล์วิลสามารถเหมารถขึ้นไปได้ค่ะ เค้าคิดราคาคันละ 1200 บาท อาจจะหาคนช่วยกันออก ช่วยกันหารได้ค่ะ สำหรับบางคนที่มากันน้อยคน


ภาพ : ด่านแม่ยะ จุดนี้เลี้ยวเข้าไหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ จุดชมนางพญาเสือโคร่ง 


ภาพ : หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ


ภาพ : บรรยากาศดอกพญาเสือโคร่งบานที่ขุนแม่ยะ


ภาพ : ขุนแม่ยะ


ภาพ : ขุนแม่ยะ


ภาพ : ขุนแม่ยะ จุดนี้เป็นพื้นที่กางเต็นท์ บรรยากาศปิคนิคมาก


ภาพ : ดอกนางพญาเสือโคร่งบานบนขุนแม่ยะ


ภาพ : เรากินข้าวเที่ยงกันตรงนี้ ขุนแม่ยะ

ลงจากขุนแม่ยะ เราแวะมานั่งกินกาแฟและเค้กกันแถวๆ สะพานประวัติศาสตร์ปาย ที่ร้าน coffee Tea Sapan วันนี้คนดูเยอะแยะและคึกคักมากๆ เนื่องจากมีงาน Jive Garden ครั้งที่ 8  เป็นงานดนตรีของวัยรุ่นเมืองเหนือเค้าค่ะ  นั่งชิลๆ สบายๆ ที่ร้านกาแฟได้ซักพักก็กลับเข้าที่พักกันค่ะ 

มื้อเย็นวันนี้ทานกันในบรรยากาศโรแมนติกไฟสีส้ม ริมสระว่ายน้ำ อากาศหนาวๆ ภายในที่พักของเราเบลล์ วิลล่า นั่นแหล่ะค่ะ  ใครว่าอาหารโรงแรมมักไม่อร่อย แต่ไม่ใช่กับที่นี่ค่ะ เพราะอาหารที่นี่อร่อย โดยเฉพาะยำโต่ง เป็นประมารยำหมูมะเขือเปราะน่ะค่ะ รสชาติจัดจ้านถูกใจเอามากๆ เลยค่ะ 


ภาพ : อาหารค่ำที่รีสอร์ทอร่อยมาก

อิ่มหนำกันเป็นที่เรียบร้อยค่ำคืนนี้พวกเรามีนัดกันที่งาน  Jive Garden ครั้งที่ 8 เป็นงานดนตรีอีกงานที่จัดเป็นประจำของเมืองปาย งานนี้วัยรุ่นเยอะมากค่ะ ซึ่งเราก็จะไปงานนี้กันด้วยค่ะในคืนสุดท้ายที่ปายในทริปนี้ เรียกว่าทริปนี้เป็นทริปตะเวนเที่ยวงานคอนเสิร์ตกันเลยทีเดียวค่ะ  


ภาพ : งานคอนเสิร์ต JIVE8


ภาพ : พิธีเปิดงานคอนเสิร์ต JIVE8 เริ่มขึ้นแล้ว


ภาพ : ในงานคอนเสิร์ต JIVE8 มีให้ขึ้นบอลลูนยักษ์ด้วย


แผนที่ เส้นทางเที่ยววันที่สอง
จุด A คือ เบลล์วิลล่า รีสอร์ท ปาย GPS 19.371158, 98.440373
จุด B คือ จุดชมทะเลหมอก หยุนไหล GPS 19.369288, 98.395261
จุด C คือ ขุนแม่ยะ GPS 19.230035, 98.579079


จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel