ตอนที่2 ข้ามแดนสู่เกาะสองเที่ยวพม่าเช้ากลับเย็น (สรุปทริป เที่ยวชุมพร ระนอง เกาะสอง)

วันที่3ของการเดินทาง (เกาะสอง ประเทศพม่า)

กิจกรรมวันนี้เราจะข้ามแดนไปเที่ยวพม่ากันครับ ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากทางฝั่งพม่า ปั่นจักรยานกันถึงวัดมะลิวัลย์ ซึ่งเป้นวัดไทยในพม่าห่างจากท่าเรือไปประมาณ​40กิโลเมตร เที่ยวน้ำตกมะลิวัลย์ วัดเจ็ดไมล์ ชมวิวที่สามไมล์ เจดีย์ปิดอเอ และก็ไปชมอนุสาวรีย์บุเรงนอง และกลับมาที่ท่าเรือ ข้ามกลับไปที่ระนอง แล้วจะพาทุกคนไปกินอาหารเย็นกันที่ร้านถอดรองเท้า ก่อนนอนไปเดินถนคนเดินระนอง ซึ่งเปิดเฉพาะวันอาทิตย์ 



การเดินทางของเรานัดกันตั้งแต่ตี5 ที่ท่าเรือปากน้ำระนอง ซึ่งไม่ห่างจากตัวเมืองระนองมากนัก ห่างจากที่พักเราประมาณ 4กิโลเมตร ที่ท่าเรือแห่งนี้นอกจากจะเป็นจุดข้ามแดน ทำเรื่องข้ามแดนแล้วยังเป็นจุดที่มีการค้าจำพวกปลา ช่วงเช้าที่เรามาก้ได้มีโอกาสพบกับปลาจำนวนมหาศาลที่ชาวประมงเขาเอามาขึ้นท่าและกำลังคัดแยกปลานานๆชนิดกันอยู่ เป็นภาพบรรยากาศที่สะดุดตาอีกภาพในเช้าวันใหม่นี้ 


ภาพ : กำลังคัดแยกปลาที่ท่าเรือปากน้ำ ระนอง


ภาพ : ท่าเรือปากน้ำระนอง

การข้ามแดนไปเที่ยวพม่าวันนี้ โดยปกติแล้ว เราสามารถทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวสำหรับการเดินทางไปเที่ยวเกาะสองพม่าได้ครับ บัตรผ่านแดนจะมีอายุ7วัน การทำก็ไม่ยากอะไรเพียงแค่มี สำเนาบัตรประชาชน หรือใบขับขี่ จำนวน2ชุด พร้อมรูปถ่าย 1นิ้ว 3 รูป ค่าธรรมเนียม คนไทย 30บาท ชาวต่างชาติก็ทำได้นะครับเสียค่าใช้จ่าย 10ดอลล่าร์สหรัฐ ด่านทำบัตรผ่านแดนจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 7.00-16.00 น. ทุกวันสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระนอง โทร.077 813225, 077 821216,077 822016

การเดินทางข้ามแดนจะต้องใช้เรือโดยสารครับ เพื่อไปที่เกาะสองของพม่า ที่เรียกว่าเกาะสองนี้ ความจริงไม่ใช้เกาะนะครับ เป็นชื่อจังหวัดของพม่า และเป็นส่วนแหลมปลายสุดของประเทศพม่า สมัยที่อังกฤษปกครองพม่าเรียกบริเวณนี้ว่า วิกตอเรียพอยต์(Victoria Point) แต่ปัจจุบันชาวพม่าเรียกกันว่า "บุเรงนองพอยท์"(Bayintnaung Point)  เดี่ยวพอขึ้นฝั่งเราจะพาไปเที่ยวเกาะสองกันแล้วจะพาไปชมอนุเสาวรีย์บุเรงนองที่เกาะสองกันครับ 


ภาพ : เรือพิเศษจ้างมาขนทั้งจักรยานแล้วก็คนไปด้วยกันเลย 


ภาพ : เกาะสองประเทศพม่า

เราใช้เวลาในการนั่งเรือข้ามฝากมากันประมาณ 30นาที ไม่นานมากครับ เพลอแป๊ปเดียวก็มาถึงเกาะสองกันแล้ว ค่าเรือโดยสาร คนไทยคิดคนละ 50บาท ชาวต่างชาติ 100บาท 


ภาพ : จักรยานในเรือที่ขนกันมา


ภาพ : รอเข้าประเทศพม่า 


ภาพ : ท่าเรือที่เกาะสองประเทศพม่า


ภาพ : ป้ายโฆษณา ทานาคา แป้งยอดนิยมจากพม่า

วันนี้ทีมจักรยานมากันเกือบ300คันครับ ทำให้ดูจะคึกคักกันเป็นพิเศษ ทั้งฝ่ายไทยแล้วก็ฝ่ายพม่า ที่ต่างฝ่ายก็เตรียมการต้อนรับกันมาอย่างดี ถือว่าเป็นทริปการเดินทางทดลองเปิดเส้นทางท่องเที่ยวรองรับ AEC ที่จะมาถึงอีกด้วย โดยผู้ว่าเมืองจังหวัดเกาะสองของพม่า แจ้งในวันงานว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเข้าออกพม่า จากจุดนี้แล้วสามารถไปออกยังด่านต่างๆของพม่าได้แล้วครับ เช่นเราอาจะข้ามแดนที่ระนองแล้วก็ไปออกที่ด่านพุน้ำรอนที่จังหวัดกาญจนบุรีได้แล้ว เริ่มมาตั้งแต่ประมาณ เดือนสิงหาคมปี 2556 ที่ผ่านมานี้ละครับ 


ภาพ : พิธีเปิดโดยผู้ใหญ่จากสองประเทศ ผู้ว่าจังหวัดเกาะสอง และรองผู้ว่าจังหวัดระนอง

เมื่อพิธีเปิดของทั้งสองประเทศเริ่มขึ้น นักปั่นจักรยานของเราก็เริ่มออกจากจุดสตาร์ท วันนี้เป้าหมายในการปั่นอยู่ที่วัดไทยในเกาะสอง "วัดมะลิวัลย์" ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร ถ้าขี่ไปกลับก็รวมแวะเที่ยวที่ต่างๆด้วย วันนี้ระยะทางทั้งหมดอยู่ที่ 86 กิโลเมตรครับ 

จากตัวเมืองเกาะสอง เราเดินทางผ่านชุมชนในเมืองออกมาตามถนนเส้นหลักของเมือง มุ่งขึ้นเหนือ ผ่านจุดต่างๆที่มีความสวยงามในอีกแบบที่เราไม่เคยเห็น ทำให้ทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจกับสองข้างทางที่เราผ่าน เราเช่ารถ1คันเพื่อขับตามกลุ่มนักป้นจักรยาน โดยค่ารถเหมาเที่ยวทั้งวันบนเกาะสองที่นี่ คิดราคา 1,500 บาทครับ นั่งกันได้ประมาณ 10คน แล้วเขาจะพาไปเที่ยวรอบๆครับ ราคานี้รวมน้ำมันแล้ว 


ภาพ : รถนำเที่ยวของเรา

บางช่วงของถนนเป็นภูเขา และเป็นสวนปาล์มที่ใหญ่มากเลยละครับ มาทราบที่หลังว่า พื้นที่ ที่เราเห็นสวนปาล์มนี้ มีเจ้าของที่มาปลูกไว้ใหญ่นับแสนไร่ ไม่น่าละกว้างไกลสุดสายตาจริงๆ 


ภาพ : ขับตามกลุ่มนักปั่นจักรยาน


ภาพ : ภาพทิวทัศน์รอบข้าง สวนปาล์มใหญ่มาก 



เรามาถึงวัดชะเวเตาอู (Shwe Taung Oo) บนเกาะสอง กันประมาณ 11โมงเห็นจะได้ครับ ที่วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีความน่าสนใจอยู่อย่างคือ เป็นวัดไทย และเป็นวัดที่ เลี้ยงดูเด็กกำพร้าไว้ถึง 160คน และน่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ มีคนบอกผมว่าวันที่เราไปยังมีเด็กเอามาฝากให้วัดเลี้ยงดูเพิ่มอีกในวันนั้นด้วย เด็กทุกคนเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ และนี้คือภาระกิจของพวกเราในวันนี้ ที่จะมาบริจาคของให้กับเด็กในวัดแห่งนี้ครับ 


ภาพ : วัดชะเวเตาอู (Shwe Taung Oo)


ภาพ : เจดีย์ภายในวัดชเวเตาอู

เห็นภาพที่เด็กๆได้เสื้อได้กางเกงใหม่แล้วปลื้มใจไปด้วยครับ พระท่านก็เปลี่ยนชุดใหม่ให้เด็กๆกันวันนั้นเลย พวกเราหลายคนในคระก็เลยช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เด็กๆด้วย เด็กทุกคนดูจะเรียบร้อยและมีระเบียบวินัยน่าประทับฝใจมากเลยครับ บางคนที่ยังไม่ถึงคิวจะได้ของ ก็นั่งนิ่งดูเพื่อนเปลี่ยนเสื้อผ้ารอจนกว่าตัวเองจะถูกเรียก ไม่มีโวยวายอยากได้โน้นนี้นั้น น่ารักทุกคนเลย 

ทีวัดแห่งนี้ด้านบนเขายังมีเจดีย์ และจุดชมวิวที่สวยงามมากอีกด้วยนะครับ สามารถขึ้นไปชมความงามด้านบนได้ 


ภาพ : เด็กชาวพม่าทาแป้งทานาคา


ภาพ : ทางวัดมีขนมมาให้ทานด้วย 


ภาพ : เด็กๆกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นำมาบริจาคให้ในวันนี้ 


ภาพ : โบชัวร์ของวัด 


ภาพ : อำลากันแล้วเด็กๆ

เมื่อถึงเวลาเที่ยงพวกเราทุกคนก็ต้องลาเด็กๆและวัดแห่งนี้ไปแล้ว เพราะมีกำหนดการที่จะไปกินข้าวกันที่น้ำตกมะลิวัลย์ เป็นน้ำตกที่เห็นแล้วประทับใจมากๆครับกับการตกแต่งจัดสวนในน้ำตกแห่งนี้ ไม่ไกลจากตัววัดเท่าไหร่ครับ แยกจากถนนใหญ่เข้าไปเพียง2กิโลเมตรบนถนนลูกรัง หน่าทางเข้าจะมีป้ายเขียนไว้ครับว่าเป็นภาษาอังกฤษและภาษาพม่า 

ที่น้ำตกมะลิวัลย์ มีเก็บค่าเข้าชมด้วยครับ สำหรับชาวต่างชาติเสียค่าเข้า 1US บรรยากาศที่น้ำตกมะลิวัลย์คึกคักมากครับ เพราะนอจากพวกเราที่มากันมากแล้ว หนุ่มๆสาวๆชาวพม่าก็มาเล่นน้ำกันที่อย่างคึกคัก และท่าทางน้ำจะเย็นซะด้วย ถือว่าเป็นจุดเล่นน้ำที่น่าสนใจมากครับ ภายในมีพื้นที่กล้างขาวงสำหรับการเล่นน้ำ ลอยห่วงยาง พายเรือ มีร้านขายพวกขนมเครื่องดื่มภายในด้วย ได้ยินว่าในอนาคตจะมีบ้านพักสร้างขึ้นบริเวฯน้ำตกสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย 


ภาพ : น้ำตกมะลิวัลย์ในพม่า


ภาพ : ชาวพม่าเล่นน้ำกันที่น้ำตกมะลิวัลย์ 


ภาพ : อาหารกลางวันที่น้ำตกมะลิวัลย์


ภาพ : ส้มตำในพม่า 

หลังจากที่อิ่มท้องจากข้าวเที่ยงที่น้ำตกแล้ว เราก็เดินทางกลับไปที่ท่าเรือเกาะสองละครับ แต่ก็แวะเที่ยวกันตลอดทาง พาไปชมวัดเจ็ดไมล์ วัดนี้ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7ไมล์ เลยเรียกกันติดปากนักทอ่งเที่ยวกันว่าวัดเจ็ดไมล์ละครับ เพราะเดี๋ยวเราจะแวะชมวิวที่ 3ไมล์ด้วย 

วัดเจ็ดไมล์ มีความน่าสนใจอยู่อย่างหนึ่งครับ คือ บนยอดเขาของวัดเจ็ดไมล์ จะมีพระพุทธรูปที่ทำจากหวายองค์ใหญ่ตั้งอยู่ ทาทับฉาบด้วยสีทอง เขามีประวัติ รูปตอนที่สร้างองค์พระด้วยนะครับ เห็นแล้วต้องบอกว่าสะดุดตาจริงๆครับ สวยมาก ถ้ามาเที่ยวเกาะสอง พลาดไม่ได้เลยครับจุดนี้ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าทางขึ้นชันมาก นั่งรถขึ้นมาว่าเสียวแล้ว ตอนลงเสียวกกว่า 


ภาพ : วัดเจ็ดไมล์ มีพระหวายองค์ใหญ่ สร้างด้วยหวายสานขึ้นมาเป็นองค์พระ

แวะชมวิวที่จุดชมวิว3ไมล์ จุดนี้เราจะเห็นหมู่บ้านชาวประมง และเวิ้งทะเลสวยๆครับ 


ภาพ : จุดชมวิวสามไมล์ 




แล้วก็ไปเที่ยวกันต่อที่ในเมือง ไปชมความงามของเจดีย์ปิดอเอ ซึ่งไกด์บอกเราว่า เป็นเจดีย์ที่จำลองแบบมาจาก เจดีย์ชเวดากอง แต่ย่อส่วนมา ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ บริเวณด้านในเจดีย์เข้าไปได้ จะมีพระพุทธรูปประจำวัดเกิดตั้งอยู่ประจำทิศต่างๆ รอบเจดีย์ด้านนอกก็ยังมีรูปปั้นเรื่องราวพระเจ้าสิบชาติ และพระเจ้าทันใจอีกด้วย 


ภาพ : เจดีย์ ปิดอเอ

ที่พลาดไม่ได้อีกอย่างเมื่อมาถึงเจดีย์ปิดอเอแล้วละก็ ทีบริเวณวัด มีร้านขายอาหารพื้นเมืองน่าสนใจอยู่ครับ คือหมูจุ่มเสียบไม้ จิ่มกินกับน้ำจิ้ม เป็นจำพวกเครื่องใน แล้วก็เนื้อหมู อะไรประมาณนั้น ไม้ละ2บาท เป้นอาหารพื้นเมืองที่คนพม่านิยมมาก มีหลายร้านเลยละครับ แล้วก็มีเส้นก๋วยเตี๋ยวที่กินคู่กันด้วย ลองสั่งมากินนะครับ น้ำอ้อยก็อร่อยคั้นกันสดๆไม่มีผสม 


ภาพ : ร้านอาหารพื้นถิ่นที่บริเวณ เจดีย์ปิดอเอ


ภาพ : หมูเสียบไม้ อาหารท้องถิ่น ไม้ละ2บาท 



แล้วจุดสุดท้าย ไปชมอนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนองกันครับ ตั้งอยู่บนเขา ใกล้กับท่าเรือข้ามแดนนั้นละครับ เขาจัดเป็นสวนสาธารณะให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้ไปพักผ่อนกัน ในบริเวณนั้นได้ ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนองมีประวัติเป็นภาษาอังกฤษและภาษาพม่าติดอยู่เป็นข้อมูลให้ด้วยครับ 


ภาพ : อนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง

สี่โมงเย็นพอดีครับกลับกันมาถึงท่าเรือ เตรียมรอข้ามแดน เนื่องจากมีจักรยานหลายคัน กว่าจะลงเรือกันเรียบร้อยใช้เวลานิดหน่อยครับ เดี๋ยวกลับถึงเมืองระนองแล้วจะพาไปเดินเล่นถนนคนเดินกันต่อ เพราะวันนี้วันอาทิตย์พอดี 


ภาพ : นั่งเรือกลับระนอง

ว่าแต่ถึงมื้อเย็นกันแล้ว พาไปแนะนำร้านอาหารอร่อยเมืองระนองกันอีกสักร้าน "ร้านถอดรองเท้า" ร้านที่ดูภายนอกมองไม่ออกเลยครับว่าเป็นร้านอาหาร ต้องเดินจากประตูหน้าซึ่งเป็นเหมือนทาวเฮ้าส์ตรงเข้าไปทะลุครัวผ่านเข้าไปจะเป็นโซนนั่งโต๊ะที่จัดไว้หลังร้าน น่าจะเป็นเหมืนที่จอดรถของบ้านประมาณนั้น แต่ขอบอกว่าอาหารร้านนี้อร่อยมาก อาหารจำพวกทะเลส่วนใหญ่เขาจะคิดตามน้ำหนัก ก่อนสั่งก็สอบถามราคาน้ำหนักกันก่อนได้ ส่วนอาหารปกติก็ราคาไม่แพงครับ 120-150 ประมาณนั้น 


ภาพ : ร้านถอดรองเท้า


ภาพ : อาหารที่ร้านถอดรองเท้า

กินเสร็จเราก็มาเดินย่อยกันที่ ถนนคนเดินระนอง ซึ่งเขาเปิดเฉพาะวันอาทิตย์ ซึ่งจะจัดให้มีไปเรื่อยๆจนถึง 6เมษายน2557 นี้ แต่เดียวพอธันวาคมเขาก็จัดกันอีกครับ เขาจัดแบบนี้มา9ปีแล้ว เริ่มกันตั้งแต่ช่วงเย็นๆ ไปจนถึง ประมาณ 3ทุ่มครึ่ง ก็จะทยอยเก็บร้านกันแล้ว 


ภาพ : บรรยากาศที่ถนนคนเดินระนอง


ภาพ : เจอซาลาเปาน่ารัก


ภาพ : ถนนคนเดินระนอง จัดเป็นปีที่9แล้ว

วันนี้ถือว่าได้เที่ยวกันสองประเทศ ทั้งไทยและพม่า เหนื่อยกันมาทั้งวัน ตื่นเช้ากันมาสองวันติด พรุ่งนี้วันกลับแล้วก็ไม่ต้องรีบตื่นเอาแบบชิลล์ละครับ 

แผนที่
จุดท่องเที่ยวในทริปนี้
จุด A ท่าเรือปากน้ำระนอง 9.948120 98.594701
จุด B ท่าเรือเกาะสอง ประเทศพม่า 9.977639 98.553524
จุด C วัดชะเวเตาอู (Shwe Taung Oo) เกาะสอง ประเทศพม่า 10.245739 98.605780
จุด D น้ำตกมะลิวัลย์ ประเทศพม่า 10.236623 98.594007
จุด E พระหวาย วัดเจ็ดไมล์ ประเทศพม่า 10.054060 98.546823
จุด F จุดชมวิว 3ไมล์ ประเทศพม่า 10.000706 98.534335
จุด G เจดีย์ ปิดอเอ ประเทศพม่า 9.982156 98.553032
จุด H อนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง ประเทศพม่า 9.975141 98.551661
จุด I ร้านถอดรองเท้า จ.ระนอง 9.972583,98.635087
จุด J ถนนคนเดินระนอง 9.968748 98.633305




จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,