(ตอนที่1) โรยตัวผาน้ำตก ภารกิจพิชิตยอดเขาเทวดา หลังคาสุพรรณบุรี ที่พุเตย

ทริปนี้พาไปตามหาต้นสนสองใบ แห่งเดียวในภาคกลาง กับสองภารกิจพิชิตยอดเขาเทวดา หลังคาสุพรรณบุรี และภารกิจโรยตัวพิชิตผาน้ำตกตะเพินคี่น้อย  แถมด้วยกิจกรรมเติมเต็มความโรแมนติกด้วยการนอนกลางเต้นท์ดูดาว กับบรรยากาศเย็นสบายที่อุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรี 

อีกทริปกับการเที่ยวป่า เที่ยวเขา ทริปนี้ไม่ได้อยู่ใกลอย่างที่คิดค่ะ ไปใกล้ๆ แต่ได้อรรถรสของการเดินป่า เที่ยวเขา ครบถ้วน ก็ทริปนี้เรามีกิจกรรมน่าสนใจเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าเข้าไปดูป่าสนสองใบ ที่มีเพียงที่เดียวในภาคกลาง หรือการโรยตัวผาน้ำตก พิชิตยอดเขาขึ้นไปชมทะเลหมอก และทักทายแสงอาทิตย์แรกของวัน หรือจะนอนดูดาวท่ามกลางอากาศเย็นสบาย  ทั้งหมดที่กล่าวมานี้อยู่ที่อุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรีค่ะ  แทบไม่น่าเชื่อเลยใช่ใหมคะ ว่าทั้งหมดนี้จะอยู่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ 



เริ่มต้นการเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติพุเตย
การเดินทางทริปนี้ของเราเริ่มต้นด้วย การเดินทางออกจากกรุงเทพฯ แต่เช้าเพื่อกลีกเลี่ยงรถติด จากนั้นเรามุ่งหน้าตรงไปยัง ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี  ไปสมทบกับอีกทีมจากสุพรรณบุรี แล้วเดินทางต่อไปยังอำเภอด่านช้าง เพื่อจะเข้าไปยังอุทยานแห่งชาติพุเตย  

อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 001 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 002 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 003

ทำไมชื่อ “พุเตย”
เกิดความสงสัยขึ้นกับเราอีกแล้วละคะ ทำไมต้องชื่อว่าพุเตย ความสงสัยนี้สิ้นสุดลง เมื่อได้คำตอบจากพี่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ว่า  “พุ” นั้น มาจากที่บริเวณอุทยานแห่งชาติพุเตย นั้นเป็นพื้นที่มีน้ำขัง ส่วน “เตย” ก็มาจากต้นเตย ที่เรารู้จักกันนี่แหล่ะคะ  ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากในอุทยานแห่งนี้  หลังจากได้ลองเดินแล้วก็ พบว่ามีอยู่มากจริงๆ ค่ะ ขึ้นอยู่ตลอดทางที่เราเดินเลยละค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ซะด้วย มีทั้งต้นเล็กๆ และต้นที่ใหญ่โต สูงกว่า 2 เมตรก็มีค่ะ  

หลังจากที่ได้คำตอบ เรื่องที่มาของชื่ออุทยานแห่งชาติพุเตย พร้อมกินข้าวกลางวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเรามีจุดมุ่งหมายจะไปดูป่าสนสองใบกันค่ะ  ซึ่งต้องนั่งรถกระบะแบบโฟลวิลล์ เข้าไปเท่านั้นนะคะ เพราะทางค่อนข้างชัน ซึ่งที่ป่าสนสองใบนี้จะอยู่ห่างจากอุทยานฯ ประมาณ 13 กิโลเมตร  แต่ก่อนจะถึงป่าสนสองใบนั้น เราจะผ่านศาลเลาดาห์ และจุดชมวิวก่อนค่ะ  

ศาลเลาดาห์
บริเวณศาลเลาดาห์นี้ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 12 กิโล  ที่ศาลเลาดาห์เป็นอนุสรณ์ที่รำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ เครื่องบินสายการบินเลาด้าแอร์ตก ในบริเวณดังกล่าวนี้ ที่นี่จึงยังคงมีการเก็บซากเครื่องบินบางส่วนไว้อีกด้วย



อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 006 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 008 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 009
อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 012 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 007 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 013
ซากเครื่องบินตกที่ ป่าสนพุเตย


จุดเครื่องบินตก

สู่ป่าสนสองใบแห่งเดียวในภาคกลาง
จากศาลเลาดาห์และจุดชมวิว เราขึ้นรถต่อมายังลานจอดรถที่หนึ่ง เพื่อเดินเท้าต่อเข้าไปยังป่าสนสองใบ เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยเหมือนกับเราค่ะ ว่าที่สุพรรณมีป่าสนสองใบด้วยหรือ ตอนแรกเราเองก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ได้รับคำตอบจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติพุเตยมาก่อนเดินทางแล้วว่า  ข้อสรุปที่ชัดเจนยังอยู่ระหว่างการทำวิจัย แต่สันนิษฐานว่าเดิมคงมีอยู่มาก ต่อมาจากเทือกเขาตะนาวศรี แต่ว่าที่เห็นในปัจจุบัน เป็นส่วนที่หลงเหลืออยู่ จากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ผ่านมาหลายร้อย หลายพันปี   เป็นความมหัศจรรย์ของพื้นที่นี้เลยก็ว่าได้นะคะ 

เพราะโดยปกติเรามักจะพบเจ้าสนสองใบนี้ ในที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1000 เมตร ขึ้นไป แต่สำหรับที่นี่ ที่มีความสูงเพียงแค่ 763 เมตร จากระดับน้ำทะเล จึงเป็นเรื่องน่าค้นหาเลยทีเดียว นอกจากนั้นแล้ว เจ้าหน้าที่ยังเล่าให้เราฟังอีกว่า สนสองใบนี้เป็นพืชโบราณ  เหมือนในยุคครีเตเซียส (ยุคที่ไดโนเสาร์เริ่มสูญพันธุ์) หน้าตาของต้นสนสองใบในยุคนั้นเป็นอย่างไร ในยุคนี้ก็เป็นแบบนี้เลย 

เพราะหากเราดูตามหลักพฤษศาสตร์แล้ว สนสองใบเป็นพืชที่ไม่มีดอก เป็นยุดแรกเริ่มของต้นไม้   ดอกไม้ที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้ถือเป็นพืชชั้นสูง พืชที่พัฒนาการมาในระดับที่สูงมาก ถึงมีดอกให้เห็น  และเราจะไปไล่ดูว่า โครงสร้างดอกมันซับซ้อนหรือไม่ เพื่อจะดูความโบราณหรือดั้งเดิมของมันขนาดไหน โดยดูจากดอกเป็นสำคัญ  

สนสองใบ สามใบ จะไม่มีดอก แต่จะมีโคน ลักษณะคล้ายๆ ดอก หรือที่เรียกว่าลูกสน นั่นแหล่ะค่ะ  เป็นโครงสร้างที่เอาไว้ขยายพันธ์ตามธรรมชาติ ฟังแล้วน่าสนใจมากๆ เลย การได้ฟังข้อมูลก่อนการไปเดินป่าชมสนสองใบนี้ มันสำคัญมากเลยนะคะ เพราะมันทำให้เราเห็นเจ้าต้นสนสองใบนี้มีความพิเศษมากขึ้นกว่าเดิมมากมายเลย  จึงอยากแนะนำว่าการจะไปเดินป่า ชมธรรมชาตินั้น ถ้าเรามีคนที่มีความรู้หรือศึกษาข้อมูลไปก่อน จะทำให้เราสนุกสนานกับการเดินป่ามากขึ้นหลายเท่าตัวเลยละคะ 




ป่าสนสองใบที่อุทยานแห่งชาติพุเตย

อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 015 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 018 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 023
ทางเดินขึ้นไปป่าสน
 
ป่าสนสองใบนี้มีอยู่บนภูเขาพุเตยเท่านั้น ซึ่งมีพื้นที่อยู่ ประมาณ 300 ไร่ มีต้นสนประมาณ พันกว่าต้น ขนาดประมาณ 1-2 คนโอบ     

ระยะทางเดินเท้าจากลานจอดรถมาจนถึงป่าสน เจ้าหน้าที่บอกกับเราว่าประมาณ 800 เมตร แต่สำหรับเราแล้วมันเป็น 800 เมตรที่เหมือนเดินทางเรียบ 3 กิโล มากๆ เพราะมีทางชันบ้างเป็นระยะ แต่ก็ไม่โหดร้ายมากนัก แค่่รู้สึกว่ามันไกลเกินแปดร้อยเมตรก็เท่านั้น  ระหว่างทางที่เดินก็จะผ่านจุดชมวิว ซึ่งถือเป็นจุดแวะพักเหนื่อยของพวกเราด้วย ที่จริงแล้ว เดินเล่นๆ ไปเรื่อยก็ไม่ได้เหนื่อยซักเท่าไรหลอกค่ะ แต่ที่เหนื่อยก็มีบางจุดที่พวกเราวิ่งแข่งกันนี่แหล่ะ เลยเหนื่อย  ก็ แหม..  พลัง มันเยอะ นี่คะ ต้องปลดปล่อยออกมาซะบ้าง   


ป่าสนสองใบต้นสูงใหญ่

เดินดูต้นไม้ ใบหญ้า และคุยกันมาเรื่อยๆ ไม่นานนักก็ถึงจุดที่มีป้ายติดไว้ว่าจุดเปลี่ยนป่า จุดนี้ตามป้ายบอกว่า  จุดนี้เป็นจุดที่สิ้นสุดป่าเบญจพรรณ เข้าสู่ป่าสนซึ่งเป็นบริเวณรอยต่อที่สำคัญที่สุดของสัตว์ป่า ซึ่งเราอาจเรียกได้ว่าเป็นจุดชุมนุม ทางผ่าน จุดหาอาหาร ของสัตว์ป่า  

จากจุดเปลี่ยนป่า เราเดินต่อไปอีกไม่ไกลนักก็ถึง ป่าสนสองใบ ซึ่งต้องเดินขึ้นเนินเขาเตี้ยไป สิ่งแรกที่เห็นนอกจากต้นสนสองใบแล้ว ก็เป็นกองหิน กองโตๆ 2 กอง เค้าบอกว่า เวลามาเอาวางไว้หนึ่งก้อน ขากลับวางอีกก้อนหนึ่ง ให้รู้ว่ามาถึงแล้ว  ซึ่งทุกคนคงทำตามกันหมดเลย เพราะก้อนหินใกล้ๆ แทบไม่เหลือให้เก็บ เพราะทุกคนเก็บเอามาวางกันหมดแล้ว  เหลือก็แต่ก้อนหินก้อนใหญ่ยักษ์ที่ฝั่งอยู่ใต้ดิน ถ้าใครหาก้อนหินใกล้ๆ ไม่ได้ แนะนำให้แงะก้อนหินใหญ่ยักษ์นั้นมาวางแทน  ล้อเล่นนะคะ ยืมมุก เพื่อนๆ ร่วมทริป ที่พยายามจะแงะก้อนหินมาวางกองมาใช้น่ะคะ     หากเราเดินลงเนินเขาไปซักเล็กน้อยจะพบกับต้นสนคู่ อยู่หลายต้นเลยละคะ   


กองหินในป่าสน

ค่ำคืนแรกนอนบ้านพักอุทยานฯ
ออกจากป่าสนสองใบด้วยการเดินกลับมาขึ้นรถที่ลานจอดรถที่ 1 ตามเดิม ไม่นานนักก็ถึงที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งจะเป็นที่นอนของเราในค่ำคืนนี้  การนอนที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตยนั้น  มีให้เลือกทั้งแบบสบายๆ นอนบ้านพัก และแบบแนบชิดธรรมชาติ ด้วยการนอนเต้นท์  ซึ่งในคืนแรกนี้เราเลือกนอนบ้านพักค่ะ อีกคืนหนึ่งก็ต้องนอนเต้นท์ที่บนลานกลางเต้นท์บนเขานู่น  


มีเต้นท์ให้นอนด้วยนะ นี้แหละเต้นท์อุทยานฯ

อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 035 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 033 อุทยานแห่งชาติพุเตย ภาพที่ 034
ชมการแสดงจากเด็กๆ เป็นการแสดงชนเผ่าที่มีชื่อว่า “รำตง” 


ห้องพักในบ้านพักอุทยานแห่งชาติพุเตย

ค่ำคืนนี้ระหว่างการรับประทานมื้อเย็นท่ามกลางอากาศสบายๆ กับอาหารอร่อยๆ นั้นก็ยังมีการแสดงจากน้องๆ ชนเผ่า ที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น เป็นการแสดงชนเผ่าที่มีชื่อว่า “รำตง”  เป็นการแสดงที่น่ารักมาก เพราะนักแสดงเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารัก มาในชุดชนเผ่า กับเสียงดนตรีพื้นเมือง พร้อมเพลงขับกล่อมที่เป็นภาษาถิ่น สร้างความประทับใจให้กับเรา และเพื่อนร่วมทริปเป็นอย่างมาก   ค่ำคืนแรกของการเดินทางจึงจบลงด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม 


อ่านต่อตอนที่2 คลิ๊กที่นี่



จังหวัด: 
ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel