(ตอนที่1) ขุนช่างเคี่ยน-ปาย ตามล่านางพญาเสือโคร่งวันแรก

ทริปนี้ของเราเริ่มต้นด้วยการจองตั๋วรถนครชัยแอร์ไว้ล่วงหน้าเพียงไม่กี่วัน จึงไม่มีโอกาสได้เลือกที่นั่งตรงกลางๆ ค่อนไปด้านหน้าแบบที่เคย เพราะเหลือที่นั่งเพียงไม่กี่ที่ แต่ก็นะทริปนี้ค่อนข้างกระทันหันนิดนึง เราได้ที่นั่งท้ายสุดใกล้ห้องน้ำแต่ถือว่าโอเคค่ะเพราะกลิ่นห้องน้ำไม่ออกมาด้านในห้องโดยสาร 



แล้ววันเดินทางก็มาถึง รถที่เราจองไว้เป็นรอบสองทุ่มตรงค่ะ  เป็นรถนครชัยแอร์ Gold Class เส้นทาง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ราคาตั๋ว 624 บาท ครั้งนี้เป็นการจองออนไลน์แล้วจ่ายเงินเลยผ่านบัตรเครดิตค่ะ เวลามารับตั๋วก็แค่เอาเลขบุคกิ้งมาบอกเจ้าหน้าที่เท่านั้นค่ะ  รถที่นั่งในครั้งนี้มีทีวีส่วนตัว ผ้าห่ม และห้องน้ำบนรถ พอขึ้นรถพนักงานจะแจกทั้งอาหารว่าง น้ำดื่ม และอาหารเลยทีเดียว  สำหรับอาหารสามารถเลือกได้ตั้งแต่ตอนจองตั๋วรถ มีสองแบบคือแบบธรรมดากับมังสวิรัต  

จากกรุงเทพฯ ในวันนั้นเราใช้เวลาเดินทางแปดชั่วโมงครึ่ง โดยไม่แวะจอดที่ไหนเลย ถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารอาเขตก็ประมาณ 04.30 น. พอดีเป๊ะ รู้สึกเหมือนว่ามันไวมากเพราะเพิ่งนอนไปได้แปบเดียว ก็ตอนขึ้นรถดูหนังจบไปเรื่องนึง  

ที่อู่ของนครชัยแอร์ติดๆ กับสถานีขนส่งฯ อาเขต นั้นมีห้องน้ำและส้วมสำหรับบริการแต่เค้าจะคิดค่าบริการ 3 บาท ห้องน้ำสะอาดดีค่ะ ใครไม่กลัวหนาวอยากอาบน้ำก็อาบได้เลย แต่เช้าวันนั้นเราขอแค่ปรงฟันล้างหน้าพอ เพราะอากาศมันหนาวเหลือเกิน จะให้อาบน้ำคงจะไม่ไหวนะ 


ภาพ: ท่ารถของนครชัยแอร์ที่เชียงใหม่ ห้องน้ำอยู่ตรงหัวมุมตรงป้ายestนั้นละจร้า

มื้อเช้าหากขี้เกียจเดินหาร้านกิน เราแนะนำร้านแม็คโดนัลด์ เปิด 24 ชั่วโมง ร้านอยู่ด้านหน้าสถานีฯ เห็นได้ชัดเจนตอนรถจะเข้าสถานีค่ะ ที่นี่เราหาอะไรรองท้องไปก่อนและก็มีปลั๊กให้ชาร์ตไฟด้วย นี่แหล่ะสำคัญมากๆ เลยสำหรับพวกเรา ว่ามั้ย !!!


ภาพ: ร้านแมคโดนัลด์ที่เปิด24ชั่วโมงติดกับอาเขต

สำหรับการในวันแรกของการตะลอนๆ ของสะดุดตาในทริปนี้ เราตั้งใจจะไปขุนช่างเคี่ยน โป่งเดือดป่าแป๋ และมุ่งตรงสู่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนเลยค่ะ 

รถตู้ที่นัดไว้มารับพวกเราสะดุดตาตอน เกือบๆ หกโมงเช้าค่ะ จากสถานีขนส่งฯ เรามุ่งหน้าไปยังขุนช่างเคี่ยนทันที ประมาณ 7 โมงกว่าๆ เราแวะกันที่จุดกางเต้นท์ดอยปุย  มีนักท่องเที่ยวมากางเต้นท์นอนอยู่เกือบยี่สิบคนได้ ที่นี่ก็มีต้นพญาเสือโคร่งให้แวะชมอยู่จำนวนนึงค่ะ จริงๆ  เราแวะเข้าห้องน้ำกันก็เลยถือโอกาสแวะถ่ายภาพและชมพระอาทิตย์ขึ้นไปด้วยเลย จากจุดกางเต้นท์ดอยปุยนี้เราต้องไปต่ออีก 7 กิโลเมตร แต่เป็น 7 กิโลที่หวาดเสียวมากๆ เพราะทางค่อนข้างเล็ก บางช่วงรถสวนกันแทบไม่ได้เลย หากใครไม่ชำนาญในการขับแนะนำให้เหมารถขึ้นไปดีกว่าค่ะ โดยเหมารถแดงที่ดอยสุเทพได้ค่ะ  หากใครอยากขับขึ้นเองก็ขึ้นได้ค่ะ รถเก๋งก็สามารถขับขึ้นได้ แต่ถ้าขับไม่ชำนาญ บางทีก็ทำรถติดยาวหลายชั่วโมงเลยค่ะ ใช้รถแดงน่าจะสะดวกสุดนะคะ 


ภาพ: จุดกางเต็นท์ดอยปุย 

ดีที่พวกเราออกเดินทางกันแต่เช้า ทำให้ตอนขาขึ้นขุนช่างเคี่ยนนี้รถโล่งมาก ขับได้อย่างสะดวก ไม่ต้องคอยหลบรถตลอดทาง ประมาณ 8 โมงกว่าๆ ก็ถึงขุนช่างเคี่ยน ดินแดนแห่งภูเขาสีชมพูที่เต็มไปด้วยดอกพญาเสือโคร่งหรือที่เราเรียกกันติดปากว่าซากุระเมืองไทย เรื่องของความสวยงามของเจ้าซากุระเมืองไทยที่ขุนช่างเคี่ยนนี้คงแทบไม่ต้องบรรยายเลย เชื่อว่าทุกคนสามารถเสพความงดงามด้วยสายตาผ่านทางภาพที่เราลงให้ได้ดูกันแล้วอย่างแน่นอน แต่ที่จะบอกเพื่อนๆ เพิ่มเติมคือความสวยงามที่เห็นในภาพถ่ายนี้มันยังไม่เท่าครึ่งหนึ่งของที่ตาเพื่อนๆ จะได้เห็นเลย หากไปยืนอยู่ที่ขุนช่างเคี่ยนยามซากุระบาน 


ภาพ: ขุนช่างเคี่ยน


ภาพ: ขุนช่างเคี่ยน


ภาพ: ขุนช่างเคี่ยน


ภาพ: ขุนช่างเคี่ยน ดอกนางพญาเสือโคร่งกำลังบานสะพรั่ง


ภาพ: ขุนช่างเคี่ยน


ภาพ: ขุนช่างเคี่ยนมีสตอเบอรี่ขายด้วย 

ในปีนี้ พวกเราเองก็ขึ้นมาช่วงปลายๆ ฤดูกาลของซากุระที่ขุนช่างเคี่ยนซะแล้ว บางต้นใบใหม่เริ่มผลิและดอกเริ่มล่วงไปบ้างแล้ว หากใครจะขึ้นไปตอนนี้แนะนำไว้ไปตอนปีหน้าหรือขึ้นไปที่ดอยแม่สลองแทน อาจจะไปทันที่นั่นค่ะ  แต่สำหรับขุนช่างเคี่ยนนี้เก็บไว้เป็นแพลนเดินทางในใจสำหรับปีหน้าได้ค่ะ สวยงามสมคำร่ำลือจริงๆ ค่ะ 

หลังจากดื่มด่ำกับสาวน้อยสีชมพูจนหนำใจแล้ว ก็แวะมานั่งจิบกาแฟร้อนๆ จากร้าน CMU Coffee ของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่นี่มีแต่กาแฟร้อนเท่านั้นนะคะ จิบกาแฟกันไป เพลินๆ กับกาแฟที่เค้าปลูกเอง คั่วเอง ซึ่งเราจะเห็นต้นกาแฟนี้กระจายอยู่ทั่วไปเต็มพื้นที่ใกล้ๆ กับต้นพญาเสือโคร่งนี่แหล่ะค่ะ สำหรับพันธุ์กาแฟของที่นี่เป็นพันธุ์อาราบิก้าค่ะ ซึ่งมีทั้งแบบเม็ดแดงๆ และเหลืองเลย 


ภาพ: ร้านกาแฟสด CMU 

ช่วงประมาณสิบโมงกว่าๆ จากสถานีวิจัยเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน พวกเรามุ่งหน้ากลับโดยลงไปทางเดิมที่ขึ้นมาเพื่อเดินทางต่อไปยังปายและแวะแช่น้ำแร่ร้อนที่โป่งเดือดป่าแป๋ แต่ตอนลงนี่ไม่ธรรมดาเหมือนตอนมานะคะ เพราะตอนนี้มีรถสวนขึ้นมาเพียบค่ะ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนขึ้นมาเที่ยวกัน จึงค่อนข้างลำบากทั้งคนขับขึ้นมาและขับกลับลงไปค่ะ เนื่องด้วยถนนค่อนข้างแคบอย่างที่บอกข้างต้น 

จากขุนช่างเคี่ยน พวกเราสะดุดตาเดินทางต่อไปยัง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นทางผ่านที่เราจะไปยังอำเภอปายได้ค่ะ เราจึงจะแวะแช่น้ำแร่ร้อนกันที่โป่งเดือดป่าแป๋กันหน่อย ที่นี่เป็นน้ำพุร้อนแบบไกเซอร์  เราสามารถเดินขึ้นไปชมน้ำพุร้อนที่พุ่งมาจากพื้นดินซึ่งในอดีตเคยพุ่งสูงถึง 5 เมตรได้ด้วย น่าเสียดายที่ตอนนี้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปเราจึงได้เห็นน้ำพุร้อนพุ่งแค่เตี้ยๆ เท่านั้น นักท่องเที่ยวนิยมนำไข่ไก่ไปต้มกินกัน ซึ่งเค้าจะมีร้านค้าไว้คอยบริการ ขายไข่ใส่ชะลอมเล็กๆ ให้เอาไปต้มน้ำพุร้อนกินกัน  หากใครชอบแช่น้ำร้อนละก็ เดินเลยมายังบ่อแช่น้ำร้อนได้  สามารถแช่ได้ฟรีเลยนะคะสำหรับบ่อรวม หากนำพวกผ้าขนหนูมาเอง แต่ใครไม่ได้เตรียมมาก็มีให้เช่าค่ะ ราคาไม่แพงมากด้วย แต่ใครต้องการบ่อส่วนตัวก็มีค่าใช้จ่าย ราคา 50 บาท ค่ะ  นอกจากบ่อแช่น้ำแร่ร้อนแล้วที่นี่ยังมีที่พักด้วยนะ เป็นที่พักในความดูแลของอุทยานฯห้วยน้ำดัง แต่สภาพดูดีใช้ได้เลยทีเดียวค่ะ ไว้ครั้งหน้าจะมาลองใช้บริการดูบ้างค่ะ


ภาพ: โป่งเดือด


ภาพ: นักท่องเที่ยวกำลังต้มไข่ที่โป่งเดือด

ตอนแรกเราตั้งใจจะกินมื้อกลางวันกันที่โป่งเดือด แต่เห็นร้านเงียบมาก และมองไม่เห็นคนขายจึงตัดสินใจแวะกินข้างนอกระหว่างทางซึ่งตอนที่ออกมาก็บ่ายสองกว่าๆ แล้ว ท้องร้องครวญครางกันเลยทีเดียว เลยแวะกินกันกลางทางกัน ตรงจุดที่รถตู้เปรมประชา รถเชียงใหม่ ปาย เค้าแวะจอดกัน  ที่นี่เป็นอาหารจานเดียวง่ายๆ และขายพวกผลไม้

อิ่มหนำสำราญแล้วก็มุ่งหน้าสู่เมืองปายกัน ประมาณสี่โมงเย็นกว่าๆ พวกเราก็ถึงที่พักพอดี ที่เบลล์ วิลล่า ปาย ที่พักที่นี่มีหลายสไตล์ทั้งแบบเป็นตึกและแบบบ้านไม้น่ารักๆ วิวหน้าบ้านเป็นทุ่งนา ทุ่งหญ้า  แปลงผักและแปลงดอกไม้  อากาศที่ปายในวันนั้นเย็นจนแทบไม่อยากจะอาบน้ำเลยละค่ะ เปิดน้ำร้อนอย่างเดียวไม่ต้องผสมน้ำเย็นเลย  เพราะมันหนาวมาก 


ภาพ: ห้องนอนที่ Belle Villa ปาย 


ภาพ: บ้านพักของBelle Villa ปาย 

มื้อเย็นของพวกเราในทริปนี้ไปชมบรรยากาศดี วิวสวยๆ อาหารรสชาติดี ราคาไม่แรงที่ ร้านอาหารปายลานนา ด้านในยังมีร้านซูชิฮิลล์ ซึ่งเป็นร้านซูชิที่อร่อยและน่าลิ้มลองของเมืองปายเลยละค่ะ   มื้อเย็นนี้อิ่มอร่อยทั้งท้องและอิ่มใจไปกับวิวสวยๆ ที่มองเห็นจากร้านอาหาร ทำเอามื้อแรกที่ปายในทริปนี้ของพวกเราสะดุดตานั้นฟินสุดๆ ไปเลยค่ะ


ภาพ: ร้าน Sushi Hill และปายลานนา

หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้อเย็นที่สุดแสนจะฟินไปแล้ว ความฟินของค่ำคืนแรกที่ปายของพวกเรายังไม่จบค่ะ เพราะในคืนนี้เรามีนัดกันกับเดอะแก๊งที่งานคอนเสิร์ตไมโคร มือขวา ท้าลมหนาว กันค่ะ ซึ่งจัดขึ้นที่ บ้านกุงแกง เดอ ปาย เมื่อมือขวาพร้อม ซ้อมร้องเพลงมาพร้อม อากาศเย็นๆ โดดกันจนเหงื่อออกเลยทีเดียวกับค่ำคืนสุดมันส์ที่ปาย  


ภาพ: มาดูคอนเสิร์ตไมโคร มือขวาท้าลมหนาว ที่ปาย จ.แม่ฮ่องสอน



แผนที่เส้นทางเที่ยว วันแรก
จุด A คือ สถานีอาเขตเชียงใหม่ GPS 18.799586, 99.017693
จุด B คือ จุดกางเต้นท์ดอยปุย GPS 18.824582, 98.897660
จุด C คือ จุดชมนางพญาเสือโคร่ง ขุนช่างเคี่ยน GPS 18.837197, 98.896310
จุด D คือ ร้านกาแฟ CMU ขุนช่างเคี่ยน GPS 18.838839, 98.896900
จุด E คือ โป่งเดือด GPS  19.239348, 98.682268
จุด F คือ เบลล์วิลล่า รีสอร์ท ปาย GPS 19.371158, 98.440373
จุด G คือ ร้าน Sushi Hill และ ปายลานนา GPS 19.358689, 98.448324




ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel