ตลาดเก้าห้อง จ.สุพรรณบุรี
13 ตุลาคม, 2008 - 21:01 — boyniwat
เป็นชุมชนร้่านตลาด ในฝั่งตรงข้ามบ้านเก้าห้อง ตลาดนี้เคยคึกคักอยู่เมื่อ70-80 ปีก่อน เป็นตลาดริมน้ำท่าจีน ทุกวันนี้ยังคงบรรยากาศเก่าไว้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพบ้านเรือนร้านค้า ายสินค้าท้องถิ่น จึงเป็นสถานท่ถ่ายทำ โฆษณา ภาพยนตร์ และละครที่ ต้องการฉากเก่าๆ หลายเรื่อง เช่น อยู่กับก๋ง 7ประจัญบาน แม่เบี้ย ฯลฯ และมีจุดน่าสนใจหลายจุด อาทิ หอดูโจร ตลาดบน ตลาดกลาง ตลาดล่าง “ตลาดเก้าห้อง” ตลาดเล็กๆ ในชุมชนเก่าแก่ ที่หลงเหลือร่องรอย ของความสมบูรณ์เพียงแห่งเดียวในลุ่มน้ำท่าจีนตั้งอยู่ในหมู่ที่2 เขตเทศบาลตำบลบางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีเสน่ห์ และหลงเหลือตำนานเล่าขาน สมควรที่จะอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ ของเมืองสุพรรณบุรี
บริเวณริมน้ำท่าจีน มีชุมนเก่าแก่ที่อาศัยใช้แม่น้ำสายนี้เป็นที่ตั้งถิ่นฐาน มานานนับกว่า 100 ปี เป็นแหล่งชุมชนหนาแน่น เป็นศูนย์กลางการค้าขาย การสัญจรไปมาทางน้ำ ชุมชนนี้เป็นชาวจีนอพยพเข้ามาในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเข้ามาทำอาชีพค้าขาย จนเกิดเป็นลาดหลายแห่ง อาทิ ตลาดหันคา ตลาดเดิมบาง ตลาดสามชุก ตลาดสุพรรณบุรี ตลาดเก้าห้อง ตลาดบางปลาม้า ฯลฯ ล้วนเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน
ในอดีตจะมีเรือโดยสารแล่นผ่านมาเพื่อติดต่อซื้อขายสินค้า กับจังหวีดใกล้เคียงกัน พ่อค้าคนจีนจะนำสินค้าจำพวก เป็ด ไก่ พืชผัก ผลไม้ตาลฤดูกาล บรรทุกเรือโดยสารนำไปขาย ขากลับจะซื้อสินค้าจากกรุงเทพฯ จำพวกเสื้อผ้า อาหารแห้ง ของใช้ในครัวเรือน เครื่องไฟฟ้าต่างๆ มาขาย คนจีนจะเรียกกรุงเทพฯว่า “มั๊งก๊อก” การเดิทางต้องนอนรอนแรมในเรือสินค้า เป็นเรือชั้นเดียวและสองชั้น ส่วนมากถ้าวิ่งระยะสั้นจะเป็นเรือชั้นเดียว เท่าที่จำได้เรือจะมีชื่อตามวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน เช่น พระไวยวรนาถ นางทองประศรี นางลาวทอง นางสร้อยฟ้า ฯลฯ เรือเหล่านี้จะไปจอดที่ท่าเรือท่าเตียนกรุงเทพฯ เพื่อขนสินค้าบางครั้งการเดินทางก็ใช้เรือแจว ผู้สูงอายุเคยเล่าว่า เคยนั่งเรือแจวไปถึงกรุงเทพฯ เข้าใจว่า การเดินทาง ทางน้ำ แจวเรือตัดทุ่งผ่านอยุธยา ไปถึงกรุงเทพฯ จะเป็นทางที่ใกล้ที่สุด
ปัจจุบันการคมนาคมเปลี่ยนไป การเดินทางไม่สะดวก แม่น้ำตื้นเขิน การคมนาคมทางน้ำจึงหมดไป เริ่มมีรถโดยสารเขามาแทนที่ ภาพVR360 : ณ จุดบนสุดของหอดูโจร สามารถมองเห็นบริเวณตลาดโดยรอบ และวิวแม่น้ำท่าจีน ความเป็นมาของตลาดเก้าห้อง
นายฮง หรือที่ชาวบ้านมักนิยมเรียกว่า “เจ๊กรวด” ทำการค้าขายสินค้าทุกประเภทโดยเฉพาะเครื่องกองบวช เครื่องอุปกรณ์การทำนา และเครื่องบริโภค ทั้งหลายนร่ำรวยและรู้จักกันในน้ำต่อมาว่า “นายบุญรอด เหลียงพานิช” ต่อมาใน พ.ศ.2467 โจรได้ปล่นแพของนายบุญรอด และได้ทำหารประทุษร้ายทางแพจนถึงแก่กรรมหลังจากนั้นไม่นาน นายบุญรอดเริ่มวางแผนฝังและสร้างตลาดบริเวณฝั่งตรงข้ามบ้าเก้าห้อง ดดยการยกย้ายแพทั้งหลายขึ้นไปค้าขายบนบก คือ ในตลาดเพื่อเป็นศูนย์กลางกลางการค้าขายทางน้ำในบริเวณนั้น และเปิดการค้าทางบกมากขึ้นและนำชื่อบ้านเก้าห้องมาเป็นชื่อตลาดคือ “ตลาดเก้าห้อง”
นายบุญรอด นั้นได้รับการยกย่องให้เป็ผู้นำหรือหัวหน้าชาวจีนในบริเวณนั้น โดยทำหน้าที่ตัดสินคดีว่ากล่าวตักเตือน ชาวจีนในละแวกนั้นและเป็นผู้คอยส่งเสริมสนับสนุนการค้าบริเวณตาดเก้าห้องให้รุ่งเรือง
นายบุญรอด เป็นนายทุนชาวจีนที่ชาวบ้านบริเวณนั้นนับถือยกย่องมาก เพราะตลอดชีวิตนับตั้งแต่ร่วมชีวิตคู่กับนางแพ จนกระทั้่งนางแพถึงแก่กรรมและมาได้นางส้มจีนเป็นภรรยาก็ตาม นายบุญรอดได้ช่วยเหลือชุมชนสร้างสาธารณประโยชน์มากมาย เช่น สร้างโรงเรียน สะพาน ร่วมทำบุญสร้างธรรมาสน์ สร้งศาลา และอื่นๆ อยู่เสมอ
นายบุญรอด ถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ 85 ปี แต่ตลาดเก้าห้องยังคงอยู่มาถึงปัจจุบันสิ่งก่อสร้าง ที่นายบุญรอดสร้างไว้เป็นอนุสรณ์ที่น่าสนใจในลุ่มน้ำท่าจีนได้แก่ หอดูโจร , ศาลาท่าน้ำทรงไทยผสมจีน
หอดูโจรหรือ ป้อมปราบโจร เป็นหอคอยรูปแบบสถปัตยกรรมจีนโบราณ ก่ออิฐถือปู กว้าง 3x3 เมตร สูงราวตึก 4ชั้น มีบันไดขึ้นทั้ง 4ชั้น
ชั้นบนสุดเป็นดาดฟ้า แต่ล่ะชั้นฝพนังจะมีการเจาะรูกลมโต มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว มีไว้สำหรับรับแสงสว่างภายใน และไว้สำหรับเสียบปืน ซุ่มโจร โดยจัดชายฉกรรจ์ คอยจัดเวรยามเฝ้าระวังป้องกันโจร ผุ้ร้ายที่จะเข้ามาบุกปล้นตลาดในสมัยนั้น มีโจรผู้ร้ายชุกชมมาก ในสุพรรณบุรี ทั้งโจรมเหศวร เสือดำ เสือใบ ฯลฯ
เมื่อขึ้นไปถึงบนสุด จะมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลไม่ว่าทางบกหรือทางน้ำ ตลอดจนพื้นที่โดยรอบของตลาดเก้าห้องได้ทั้งหมด
หอดูโจรแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นโดย เถ้าแก่บุญรอด เหลียงพานิช ใช้ระยะเวลาการก่อสร้าง1 ปีเศษ ซึ่งมีพระยารามราชภักดี เจ้าเมืองสุพรรณบุรี ในสมัยนั้น ซึ่งได้มาทำพิธีเปิดเมื่อปี พ.ศ.2477
ตลาดเก้าห้อง แบ่งเป็น 3ส่วน คือ ตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่าง
ตลาดบน มีอายุประมาณ 74 ปี รุปแบบการก่อสร้างเป็นสถาปัตยกรรมจีนปนไทย คือ ปลุกเป็นห้องไม้แถว2ชั้น คลุมหลังคาสูง หันหน้าเข้าหากันประมาณ 20 ห้อง โดยมีพระชาญสุวรรณเขตเป็นผู้ก่อสร้าง
สิ่งที่นกท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมได้มีดังนี้ สถาปัตยกรรมเรือนไม้โบราณ 2 ชั้น ฮู้ใหญ่โบราณ (แต่เดิมชาวบ้านตลาดบนมักเจ็บไข้ล่มป่วย และเสียชีวิตอยู่บ่อยๆ เนื่องจากเชื่อกันว่าเกิดจากที่เมรุวัดลานคาตั้งตรงข้ามกับตลาด ต่อมาจึงได้ให้ซินแสมาตรวจดูว่าเกิดจากสาเหตุใด ภายหลังซินแสได้แนะนำให้ สร้างฮู้ขึ้นตั้งไว้บนขื่อ เพื่อเป็นการแก้เคล็ด และป้องกันภัยสิ่งไม่ดีต่างๆ ไม่ให้เข้ามาหลังจากนั้น เป็นต้นมาชาวบ้านตลาดบนจึงอยู่อย่าง สงบสุขเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน) ชักรอก (ม่านบังแสงที่สะท้อน ถึงภูมิปัญญาชาวบ้านในอดีต) มีของฝากน่าสนใจ คือ ขนมเปี๋ยะ
ตลาดกลาง เดิมเป็นโรงสีของนายทองดี ต่อมาสร้างห้องแถวไม้เพิ่มเติมประมาณ 10 หลัง รูปแบบการสร้างแบบสถาปัตยกรรมจีน
ในอดีตมีท่าเรือที่สำคัญในการขนส่ง ซื้อขายสินค้าข้าวสาร อีกทั้งยังมีท่าเรือในการรับส่งชาวบ้าน ในตลาดรวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียงที่ต้องการเดินทาง ไปยังตัวเมอืง จ.สุพรรณบุรี บางกอก(กทม. ) ฯลฯ
อั้งยี่ 7 ประจัญบาน อยู่กับก๋ง แม่เบี้ย
สำหรับสถานที่น่าสนใจของตลาดกลาง ได้แก่ - โรงสีเก่า (สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์) - เรือนไม้เก่า - เครื่องพิมพ์โบราณอายุร่วม 80 ปี (โรงพิมพ์ไพโรจน์) - บ้านสะสมเหล้าเก่า - ศาลเจ้าแม่ทับทิม
ตลาดล่าง เป็นศูนย์กลางการค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต มีอายุเก่าแก่ประมาณ 104 ปี (สร้างประมาณปี พ.ศ.2465 ) สร้างโดย นายบุญรอด เหลียงพานิช สร้างเป็นห้องแถวไม้ 2ชั้นแบบสถาปัตยกรรมจีนโบราณ สถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถแวะเข้ามาเยี่ยมชม วิถ๊ชีวิตของชุมชนได้ทุกวัน เช่น
นอกจากนี้ยังมีงานประจำปีไหว้ศาลเจ้าพ่อ หลักเมืองตลาดเก้าห้อง (งานงิ้ว) ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของบุคคลทั่วไป อัลบั้มภาพ ตลาดเก้าห้อง คลิ๊กที่นี่
การเดินทาง ลาดเก้าห้องตั้งอยู่ที่ หมู่2 เทศบาลตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จ.สุพรรรบุรี เลยจากตัวอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดประมาณ 10 กิโลเมตร
ข้อมูลจาก : พิพิธภัณฑ์ตลาดเก้าห้อง และเอกสาร จาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย |
ความคิดเห็น
ไม่เห็นปร
ไม่เห็นประทับใจเลย...
แสดงความคิดเห็น