คำทักทายแรกจากผืนป่าตะวันตก กับภารกิจตามหาหัวใจอุ้มผาง(Pi-Tu-Gro waterfall EP1)

การตัดสินใจอย่างกระทันหันเพียงไม่กี่วันกับการมุ่งหน้าไปตามหาหัวใจแห่งผืนป่าตะวันตก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก นั้น สร้างความกังวลพอสมควร จากการหาข้อมูลก่อนออกเดินทาง กับหลายๆ รีวิวที่เขียนถึงเส้นทางมุ่งหน้าสู่น้ำตกแห่งนี้ ว่าค่อนข้างลำบาก  ..."น้ำตกปิตุโกร"  น้ำตกที่มีความสูงกว่าตึกใบหยก ไหลลงมาจากยอดดอยที่มีความสูงถึง 30000 ฟุต คือจุดหมายปลายทางของการออกเดินทางในครั้งนี้ 



กระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่ภายในบรรจุเสื้อผ้าไม่กี่ชุดและของใช้ส่วนตัวสำหรับการใช้ชีวิตในป่า 2 คืน ถูกแบกขึ้นหลังพร้อมคลุมด้วยเรนคัฟเวอร์เพื่อป้องกันฝน ด้วยเพราะเราไปเที่ยวกันในช่วงหน้าฝน จึงต้องเตรียมตัวกันมากกว่าปกติซักนิด "รองเท้าที่เตรียมเอาไว้ คงไม่เพียงพอสำหรับการต้องลุยโคลน"  นี่คือคำแนะนำจากเจ้าถิ่นอุ้มผางอย่าง พี่อู๊ดดี้ ตูกะสู   เราจึงต้องเปลี่ยนรองเท้ากันซักหน่อย ด้วยราคา 75 บาท ก็ได้รองเท้ายาง หรือที่หลายๆ คนเรียกกันว่าสตั๊ดดอย มาครอบครองเพิ่มความสะดวกในการ ลุยโคลน ลุยน้ำกันแล้ว 




ภาพ : สตัดดอย เป็นรองเท้ายางพื้นเกาะที่ลื่นได้ดี


ภาพ : เห็นทางเข้าที่ลอซู แต่ของเราเลยไปอีกหน่อย

การเดินทางของพวกเราเริ่มต้นในช่วงสายๆ ช่วงกลางเดือนสิงหาคม ที่บ้านกุยเลอตอ ซึ่งอยู่ในเขต ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง เราใช้เวลาเดินทางมาถึงบ้านกุยเลอตอนี้ประมาณชั่วโมงเศษๆ จากตัวอำเภออุ้มผาง เป็นเส้นทางเดียวกันกับเส้นทางที่จะมาน้ำตกทีลอซูนั่นแหล่ะค่ะ แต่เลยทางเข้าทีลอซูไปอีก 


ภาพ : ถนนทางเข้า


ภาพ : ป่ากำลังสดชื่น


ภาพ : เราเริ่มต้นกันตรงนี้ กุยลอตอ

ก่อนออกเดินทางเรามาทำความรู้จักเส้นทางเดินสำหรับทริปน้ำตกรูปหัวใจกันหน่อยค่ะ โดยปกติแล้วเส้นทางที่นิยมเดินกันคือ วันแรกเดินไปตั้งแค้มป์แถวๆ น้ำตกปิตุโกร ส่วนอีกคืนไปตั้งแค้มป์ที่ยอดดอยมะม่วงสามหมื่น   แต่เส้นทางเดินในทริปนี้เราจะใช้เส้นทางที่แตกต่างออกไปจากที่หลายๆ คนเคยเดิน  โดยจะเดินเบาๆ กันในวันแรก โดยจะตั้งแค้มป์กันที่น้ำตกมึเลโกร และวันที่สอง  แวะเที่ยวที่น้ำตกปิตุโกร ก่อนจะเดินต่อไปกางเต้นท์อีกคืนที่เชิงเขาทางเดินสู่ยอดดอยมะม่วงสามหมื่น  




เสบียงจร้า


เจอนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มที่เดินขึ้นวันเดียวกันกับพวกเรา

เมื่อหัวใจพร้อม ร่างกายพร้อม และอุปกรณ์พร้อม เราก็เริ่มเดินเท้ากันเลยค่ะ …ย่างก้าวแรกที่ต้อนรับรองเท้าคู่ใหม่ของเรานั้นช่วยการันตีได้เป็นอย่างดีว่า รองเท้านั้นสำคัญที่สุดในสามโลก เพราะทางเริ่มต้นนั้นก็จัดมาเต็มๆ คือโคลนเละๆ และน้ำโคลนสีชานม มาเต็มเลยค่ะ ไม่ต้องหลบ ไม่ต้องเลี่ยง เดินตะลุยมันไปค่ะ เพราะยังไงก็ต้องเลอะอยู่ดี ช่วงสองสามก้าวแรกก็กลัวเลอะ เดินไปซักพักก็สนุกดีค่ะ ไม่บ่อยนักที่เราจะได้มีโอกาสเดินอยู่บนโคลนแบบนี้   หลังจากผ่านโคลนสีชานม ไปแล้วก็ต่อด้วยธารน้ำเย็นเจี๊ยบให้เราได้ชะล้างดินโคลนบางส่วนให้ออกไปบ้างเพื่อความสะดวกในการเดินต่อไป  ทางเดินช่วงเริ่มต้นนี้เป็นเพียงคำทักทายแรกจากผืนป่าแห่งนี้เท่านั้น เพราะเรายังต้องทำความรู็จักกันอีก 2 คืน 3 วัน  


ใบนี้น่าจะประมาณ 7-8 กิโลได้ค่ะ ลองแบกเองทั้งไปและกลับ พอไหวอยู่ค่ะ


ลุยน้ำกันเย็นสบายดี


บางช่วงน้ำลึกประมาณครึ่งหน้าแข้งเลยทีเดียว


เจ้าถิ่นระหว่างทางก่อนเข้าป่า


อย่างกับช็อคโกแลตเลยว่ามั้ย


นี่หล่ะค่ะ โคลนสีชานม 

ทั้งสายน้ำ โคลนสีชานม ต้นไม้เขียวขจีของฤดูฝน ที่ต่างผลัดกันออกมาต้อนรับพวกเราแล้ว เมื่อเดินต่อไปก็จะพบกับทุ่งนาเขียวขจีมีภูเขาเขียวสดเป็นพื้นหลัง สวยงามราวกับภาพวาดในฝันอย่างไงอย่างงั้น  สิ่งที่เห็นอยู่ตรงเบื้องหน้าทำให้บ่อยครั้งเราต้องหยุดยืนอยู่เฉยๆ บ้างเพื่อทำความรู้จักกับพวกเค้า บางครั้งเราก็หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปคู่กับพวกเค้า พวกเค้าที่ว่านี้คือความสวยงามแห่งผืนป่าตะวันตกแห่งนี้ ทุกๆ ธรรมชาติที่สวยงามถูกรังสรรค์ ผสมกันอย่างกลมกลืนและลงตัวจนมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูกจริงๆ ...





ทุ่งนาของชาวบ้าน ระหว่างทาง


รอติดตามตอนต่อไป จากจุดนี้ในภาพเลยค่ะ


ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก

จังหวัด: 
ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,