ความโรแมนติกสุดหรูบนเกาะกูด High Season Pool Villa & Spa Koh Kood

3 วัน 2 คืน กับทริปฮันนีมูนแสนหวานกับช่วงเวลาสุดแสนจะโรแมนติกที่ High Season Pool Villa & Spa  Koh Kood  เกาะกูด ของพวกเราสะดุดตา เพื่อนๆ คนไหนที่ติดตามช่องท่องเที่ยวสะดุดตาใน Youtube ก็คงพอจะจำได้ว่าพวกเราเพิ่งจะแต่งงานไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ครั้งนี้ก็เลยถือโอกาสมาพักผ่อนและฮันนีมูนไปด้วยเลยค่ะ ในทริปนี้เราตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ออกไปเที่ยวที่อื่นๆ ภายในเกาะกูด เพราะอยากพักผ่อนและใช้เวลาที่โรงแรมมากกว่า ด้วยความที่โรงแรมที่เรามาพักในครั้งนี้เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว จึงมีความพร้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายครบครันนอกจากนั้นยังมีชายหาดที่ยาวมากๆ  น้ำทะเลสีฟ้าสวยสบายตา เพียงเท่านี้เวลาสามวันสองคืนที่เรามีในทริปนี้ ก็แลดูจะน้อยจนเกินไปแล้วค่ะ  จึงถือโอกาสนี้เก็บข้อมูลโรงแรมที่เราไปพักนำมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ชมกันค่ะ 



ในทริปนี้เราเริ่มต้นเดินทางจากกรุงเทพฯ มาถึงจังหวัดตราด ณ ล๊อบบี้ของโรงแรม High Season Pool Villa & Spa  Koh Kood ซึ่งอยู่บนฝั่ง และเราสามารถนำรถมาจอดไว้ที่นี่ได้ด้วย เมื่อมาถึงก็ได้รับการต้อนหลับอย่างดีจากพนักงานที่ล๊อบบี้บนฝั่งด้วย ผ้าเย็นชื่นใจหอมกลิ่นตะไคร้และเวลคัมดริ้งเย็นๆ ให้สดชื่น ก่อนที่จะพาเรานั่งรถรางไปส่งที่ท่าเรือแหลมศอกเพื่อที่จะขึ้นเรือไปยังเกาะกูด ซึ่งพนักงานจะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าลงเรือให้เราด้วยค่ะ เราก็แค่ดูว่ากระเป๋าอยู่ตรงไหนและไปเลือกที่นั่งบนเรื่อได้เลยค่ะ 







เมื่อถึงท่าเรืออ่าวสลัด ท่าเรือบนเกาะกูดแล้ว จะมีพนักงานโรงแรมถือป้ายมารอต้อนรับพวกเราค่ะ พร้อมกับหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าและพาพวกเรามายังรถของโรงแรม ซึ่งโดยปกติแล้ว เรือที่เรานั่งมานั้นจะรวมค่ารถเพื่อส่งตามโรงแรมต่างๆ อยู่แล้วค่ะ แต่ด้วยโรงแรมที่เราไปพักนี้เป็นโรงแรมที่มีบริการพิเศษสำหรับเพื่อความเป็นส่วนตัวของคนที่มาพักทุกคน ด้วยการนำรถสองแถวที่ตกแต่งแบบเรโทรเก๋ไก๋มารอรับเรา พร้อมกับเสิร์ฟผ้าเย็นและน้ำเย็นด้วยค่ะ  ระหว่างทางเราก็ได้รู้เรื่องราวสนุกๆ มากมาย ของเกาะกูดจากพี่พนักงานโรงแรมที่มารับเราที่ท่าเรือ เป็นการต้อนรับที่เป็นธรรมชาติและเราก็ประทับใจมาก 





เราได้รู้ว่าบนเกาะกูดก็เคยมีการทำนาด้วย ถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีให้เห็นแล้วก็ตาม พี่พนักงานยังบอกอีกว่า ที่โรงแรมนั้นมีบรรยากาศฟาร์มให้เราได้เห็นด้วยนะ ซึ่งก็เป็นจริงตามที่พี่เค้าบอกทุกอย่างเลย การตกแต่งของ High Season Koh Kood นั้นมีส่วนที่เป็นพื้นที่สีเขียวค่อนข้างมาก มีพื้นที่ที่เรียกได้ว่าเป็นฟาร์มเล็กๆ ก็ว่าได้ ที่นี่มีแปลงผัก  มีระหัดวิดน้ำ บ่อปลา นาข้าว กองฟาง เกวียน มีสวนกล้วยไม้เล็กๆ มีบ่อน้ำบาดาลแบบโบราณ และที่ทางเดินนั้นถูกออกแบบให้มีลักษณะของไม้หมอนรถไฟวางเรียงต่อกันเป็นทางเดินรอบรีสอร์ท และมันถูกทำให้ดูสะอาดอยู่เสมอ ดังนั้นเราจึงเห็นทั้งพนักงานและผู้ที่มาพักถอดรองเท้าเดินกันอยู่บ่อยๆ เราสองคนก็เช่นกัน 





อีกส่วนหนึ่งที่โดดเด่นมากๆ ของ ที่พักบนเกาะกูดแห่งนี้ก็คือ ที่พักจะอยู่ติดชายหาดที่ค่อนข้างยาว  เราสามารถมาทำกิจกรรมต่างๆ  ได้ไม่ว่าจะเล่นน้ำใสๆ หน้าหาด หรือนั่งดูพระอาทิตย์ตกริมทะเล เพราะบริเวณชายหาดในส่วนของโรงแรมนั้นจะมีเตียงและเปลนอนรวมถึงศาลาต่างๆ ไว้ให้เราได้นั่งเล่นหรือนอนชิลกับบรรยากาศกันได้ค่ะ  ซึ่งในส่วนถัดไปเราจะเล่าให้ฟังแบบละเอียดว่าภายใน High Season Pool Villa & Spa  Koh Kood  มีมุมเก๋ๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้างตลอดเวลาที่เราอยู่ภายในที่พักแห่งนี้ 








นอกจากชายหาดที่ยาว น้ำที่ใสน่าเล่นแล้ว ก็อยากจะเล่าให้ฟังถึงอีกจุดหนึ่งซึ่งเราเชื่อว่าเป็นอีกจุดสำคัญของที่พักเลย ก็คือสระว่ายน้ำค่ะ ที่นี่จะมีสระว่ายน้ำใหญ่ใช้ระบบเกลืออยู่บริเวณห้องอาหารซึ่งสามารถมองเห็นชายหาดได้ชัดเจนเลยละค่ะ และไม่เพียงเท่านี้ สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวแล้วละก็ เราจะบอกเลยว่าห้องพักของที่นี่ทุกห้องเป็น Pool Villa ก็คือจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวระบบเกลือสำหรับห้องพักทุกหลัง ซึ่งก็จะมีขนาดที่แตกต่างกันไปตาม Type ของห้องพัก  





หากใครที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย แม้จะมาเที่ยวหรือพักผ่อนสำหรับบางคนแล้วการออกกำลังกายก็เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ และที่นี่มีห้อง Fitness ไว้บริการ นอกจากนั้นการออกไปวิ่งออกกำลังกายชายหาดก็เป็นอะไรที่ไม่เลวเลยทีเดียวนะคะ  หรือเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบการนวด หรือทำสปา ที่นี่ก็มีบริการเช่นกันค่ะ  อาคารสปาของที่นี่ออกแบบได้กลมกลืนกับธรรมชาติมากๆ แต่ละอาคารจะเชื่อมโยงกันและมีบ่อบัวอยู่ด้านล่างอาคาร เราสามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งในอาคารและศาลาริมชายหาด สำหรับการนวดน้ำมันและนวดไทย ส่วนบริการอื่นๆ เช่น ซาวน่า wishy อบไอน้ำ สามารถใช้ได้ในอาคารสปาของโรงแรม ในครั้งนี้เราเลือกนวดไทยที่ศาลาริมชายหาด ลมธรรมชาติพัดเย็นสบาย วิวสวยสบายตา ซึ่งตอนช่วงที่เราไปนี้ ทุกเมนูสปาจะลดราคา 50% ด้วยแหล่ะ  









ระหว่างที่เรานวดไปนั้น พี่บอยก็ไปพักจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ยามบ่ายกับของว่าง และหลังจากที่เรานวดผ่อนคลายกันไปแล้วก็ตามมานั่งที่เปลตาข่ายด้วยกัน ที่ Beach Bar ในช่วง บ่ายๆ วันแบบนี้เหมาะมากกับการนั่งชิลๆ มองทะเล ดูผู้คนเล่นน้ำ เดินไปมาริมชายหาด และหากเป็นยามเย็นส่วนนี้ก็จะเป็นบาร์เล็กๆให้ได้ผ่อนคลาไปกับเพลงเบาๆ เครื่องดื่มเย็นๆ กับ Happy Hour 5-7 pm แนะนำว่าจองไว้ก่อนก็ดีค่ะ  





สำหรับมือกลางวันของพวกเราในทริปนี้ ก็กินด้านในโรงแรมนี่แหล่ะค่ะ อาหารอร่อยเลยทีเดียวค่ะ ส่วนนี้คือจุดที่เราจะมากินข้าวเช้าด้วยค่ะ ซึ่งเราสามารถจะมากินเองหรือจะสั่งอาารเช้าไปกินที่ห้องพักก็ได้ค่ะ พนักงานที่นี่สุภาพมากๆ เลยแหล่ะ ในบริเวณที่เรานั่งทานอาหารนี้จะมีห้องสมุดบริการด้วยนะคะ จริงๆ เป็นเหมือนห้องเล่นเกมก็ยังได้ค่ะ เพราะภายในนอกจากจะมีหนังสือให้อ่านแล้วก็ยังมีเกมส์ต่างๆ ให้ได้เล่นและยังมีคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานด้วยค่ะ 



สำหรับในทริปนี้เรามีมื้ออาหารและของว่างที่สุดแสนจะโรแมนติกอยู่ 2 มื้อ ค่ะ จึงอยากจะเล่าให้ฟัง เพราะเป็นบริการที่ต้องจองล่วงหน้าค่ะ อย่างแรกคือ การชมพระอาทิตย์ตกบน Bird's Nest  ซึ่งอยู่ด้านบนต้นไม้ พร้อมกับทานอาหารหรือของว่างไปด้วยค่ะ บอกเลยว่ามันดีงามมากๆ เรียกว่าฟินสุดๆ ก็ยังได้ และอีกมื้อคือมื้อเย็นใต้แสงเทียนริมชายหาดอันสุดแสนจะโรแมนติก  และในบางวันก็จะมี Beach BBQ ริมหาดบริการด้วยนะคะ แบบบุฟเฟต์ก็มี  











เท่าที่เล่าให้เพื่อนๆ ฟังมาทั้งหมดนี้ ยังไม่ถึงห้องพักของเรากันซักทีนะคะ มาค่ะ มา !!!! ถึงเวลาพาไปชมห้องพักแล้วค่ะ  ห้องพักของ High Season Pool Villa & Spa  Koh Kood มีทั้งหมด 3 แบบ ค่ะ  ในทุกๆ แบบจะสร้างด้วยดินคือ ซึ่งมันก็คือบ้านดินนั่งเองค่ะ แต่เป็นบ้านดินที่สร้างได้เนี๊ยบมากๆ เลย เห็นในตอนแรกนึกว่าเป็นปูนซีเมนต์ด้วยซ้ำไป แต่ด้วยความที่สร้างจากดิน ทำให้ภายในที่พักจะค่อนข้างเก็บความเย็นได้ดีมากๆ ค่ะ บางครั้งที่ไม่ได้เปิดแอร์แต่ห้องก็ยังมีความเย็นอยู่ บ้านพักทุกๆ หลังจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัว เล็กใหญ่ก็ตามแต่ขนาดของห้องพักค่ะ ในทุกๆ หลังจะมีพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวมากๆ มีประตูปิดจากส่วนด้านนอกอีกชั้น การตกแต่งโดยรวมนั้นอิงความเป็นธรรมชาติค่ะ มีการใช้ไม้ไผ่มาตกแต่ง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก็จะปั้นจากดินและบางส่วนก็เป็นเกาอี้ไม้ค่ะ และที่อดพูดถึงไม่ได้อีกอย่างก็คือ เรื่องระบบไปภายในห้องพักทุกๆ ห้อง ของที่นี่ เป็นอะไรที่ว้าวมากๆ คือการคิดเรื่องการวางระบบไฟต่างๆ ที่จะไม่รบกวนหากมีคนหนึ่งนอนไปแล้วแต่อีกคนยังนั่งทำงานอยู่ เพราะสวิตซ์ไฟจะแยกไฟด้านบนและไฟที่อยู่ด้านล่าง คือเราสามารถปิดไฟที่มันอาจจะรบกวนสายตาได้ ส่วนไฟที่เป็นทางเดินจะยังเปิดอยู่ จริงๆ เราค่อนข้างประทับใจส่วนนี้มากเลยแหล่ะ และอีกอย่างที่เราชอบไม่แพ้กันก็คือ พวกแชมพู ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำ สบู่ โลชั่น ที่มีให้ใช้ในห้องน้ำ จะมีกลิ่มหอมตระไคร้มากๆ และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำเองซะด้วยค่ะ   



เล่าแบบรวมๆ เกี่ยวกับที่พักไปแล้ว เดี๋ยวเราจะพาไปชมห้องพักทั้ง 3 แบบ กันค่ะ ว่ามีแบบไหนบ้างแต่ละแบบแตกต่างกันยังไง   จึงจะพาชมห้องที่เราพักก่อนเลยค่ะ ก่อนที่จะขอไปชมห้องแบบอื่นๆ เพื่อเก็บข้อมูลไว้เผื่อครั้งต่อไป 
ซึ่งในทริปนี้พวกเราพักในแบบที่เรียกว่า Deluxe Pool Villa ค่ะ  





สำหรับ Deluxe Pool Villa  นั้น ถือว่าเป็นห้องพักขนาดเล็กสุดของ High Season Pool Villa & Spa  Koh Kood เลยค่ะ แต่ที่ว่าเล็กแล้วนั้นก็ยังใหญ่สำหรับเราอยู่ดีค่ะ  ขนาดห้องพัก 130 ตารางเมตร แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ค่ะ คือส่วนที่ 1 ด้านนอก ก็จะมีชุดเก้าอี้นั่งริมสระว่ายน้ำ พอเข้าไปด้านในจะเจอส่วนที่2 เป็น Living Room ในส่วนนี้ จะประกอบด้วยส่วนที่เป็นมินิบาร์ ตู้เย็น มีส่วนของที่เป็นคอมพลิเมนทรี่ ก็คือ น้ำดื่มธรรมดา ชา กาแฟ โดยจะใช้เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล มีแก้วน้ำ และกระติกน้ำแข็งบริการ จากส่วนนี้ขึ้นไปอีกสเตปจะเป็นส่วนที่ ซึ่งก็คือส่วนของเตียงนอน ซึ่งที่พิเศษมากๆ คือ เราสามารถเลือกหมอนได้ด้วยนะ ว่าชอบนอนหมอนแบบไหน ซึ่งทางโรงแรมจะมีเมนูหมอนให้เลือกอยู่ 3 แบบ ที่ปลายเตียงจะมีทีวี โต๊ะทำงานและโตีะเครื่องแป้งค่ะ ส่วนที่ 4 คือ บริเวณห้องน้ำ  ในส่วนนี้เรียกว่าใหญ่พอๆ กับพื้นที่ของส่วนที่เป็นเตียงนอนเลยละค่ะ จะแบ่งย่อย เป็นอ่างอาบน้ำซึ่งจะมีเกลือขัดผิวและเกลือแช่ตัวไว้บริการด้วย และส่วนห้องอาบน้ำแบบฝักบัวและชาวเวอร์เรน เป็นอีกส่วนที่เราชอบเพราะเป็นห้องอาบน้ำที่มีช่องให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ด้วย และเมื่อเปิดประตูออกไปจะมีระเบียงเล็กๆ สำหรับตากผ้าที่เปียกให้ด้วยค่ะ 















ส่วนในแบบที่สองนั้นคือ Grand Pool Villa ห้องพักแบบนี้ยังคงสไตล์การออกแบบคงคอนเซปเดียวกันค่ะ แต่ห้องนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าห้องแบบแรก คือจะแบ่งพื้นที่ Living Room  ออกเป็นอีกหนึ่งห้องเลยค่ะ และนั้นยังมีสระว่ายน้ำที่ใหญ่กว่าแบบแรกและมีที่นอนตาข่ายริมสระว่ายน้ำเพิ่มขึ้นมาด้วย  นอกจากนั้นก็มีห้องอาบน้ำแบบไทย คือใช้ขันตักอาบจากตุ่มโดยจะมีผ้าถุงและผ้าขาวม้าไว้ให้ค่ะ 











และในแบบสุดท้าย คือ Beachfront Suite Pool Villa  ซึ่งจะเป็นแบบที่ใหญ่สุดของที่นี่ มีความพิเศษคือเป็นห้องพักที่อยู่ติดชายหาดและยังมีทางเดินส่วนตัวสู่ศาลาที่พักส่วนตัวริมชายหาดซึ่งสามารถมานั่งเล่นหรือสั่งอาหารเช้ามากินก็ยังได้ค่ะ. ในส่วนของห้องพักนี้จะแบ่งห้องนอนและห้อง Living Room อยู่คนละฝั่งกันเลยค่ะโดยออกแบบให้มีสะพานไม้กั้นตรงกลางระหว่างสองห้อง และมีห้องน้ำที่ใหญ่มากๆ อยู่ติดกับห้องนอน 



















สำหรับทริปฮันนีมูน พักผ่อน นอนเกาะกูด ของเราในเวลา 3 วัน 2 คืน ก็จบลงไปอย่างรวดเร็วมากๆ ยังอยากอยู่ชิลต่ออีกซักหน่อยเลยละค่ะ ในทริปนี้ถึงแม้เราจะไม่ได้ที่เที่ยวมาแนะนำเพื่อนๆ แต่ก็เก็บข้อมูลที่พักมาฝากแทนละกันนะคะ และหากเพื่อนๆ ที่เดินทางช่วง Low Season ก็มีโปรโมชั่นพิเศษอยู่หลายสิ่งอย่างค่ะ รวมถึงราคาห้องพักด้วยนะคะ ซึ่งถ้าเพื่อนๆ สนใจก็สามารถสอบถามผ่านทางโรงแรมได้เลยค่ะ http://www.highseasonresort.com/

ส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับห้องพัก ที่พวกเรานอน ช่วงโลซีซั่น ที่พวกเราไปราคาต่อคืนอยู่ที่ 13,000 บาท และห้องใหญ่สุดติดหาด Beachfront Suite Pool Villa ราคาที่ 30,000 กว่าๆ แต่ถ้าชวงไฮซีซั่น ราคาก็จะ 50,000 กว่าๆ สำหรับราคาอาหาร ที่โรงแรมเราสั่งเป็นจานๆ จร้า ยกเว้นอาหารเช้า รวมมาในราคาห้องพักแล้ว มื้อดินเนอร์ใต้แสงเทียน และที่ รังนก มีราคาคอร์สตั้งแต่ 7,000-15,000 บาท ถ้าสนใจลองติดต่อทางโรงแรมได้จร้าาา 



แผนที่ Google map: 
ประเภทบทความ: 
จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel