การเดินทางสู่ทุ่งโนนสน เดินขึ้นเขา ตั้งแคมป์ สำรวจรอบๆจุดกางเต้นท์ทุ่งโนนสน (วันที่1)

ทริปการเดินทางสู่ทุ่งโนนสนของเราครั้งนี้เริ่มต้นจากรุงเทพฯ โดยมีทีมงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก มารับถึงที่ นัดกันประมาณ 6โมงเย็นครับ เดินทางโดยรถตู้ เพื่อจะขึ้นไปนอนที่ทุ่งแสลงหลวง ทางฝั่งของ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สล.12(รักไทย) ในคืนนี้แล้วตอนเช้าจึงเริ่มเดินทางขึ้นเขาอย่างกระปี้กระเปร่า 

ทุกคนมาพร้อมกัน ในเวลาประมาณ 2ทุ่มเห็นจะได้ เราออกไปแวะกินอาหารเย็นกันที่อยุธยาแล้วคราวนี้ก็มุ่งหน้า สู่พิษณุโลกเลยครับ ตามเส้นทางขึ้นเหนือ ผ่านนครสวรรค์ ไปพิษณุโลก ก่อนถึงตัวเมืองพิษณุโลกจะมีเส้นทางเลี้ยวขวาไปทุ่งโนนสน มีป้ายบอกทางชัดเจนครับ เข้าถนนหมายเลข1295 จากจุดนี้ก็ไปตามทางครับ ด้วยว่ามาในเวลากลางคืนอาจจะมองเห็นอะไรไม่ค่อยถนัด แต่ให้สังเกตุจะมีป้ายบอกทางไปบ้านรักไทย เลี้ยวซ้ายขึ้นเขา ตรงขึ้นเขาไปเรื่อยๆบนทางลูกรัง ไกลพอสมควรล่ะครับก็จะถึง หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สล.12(รักไทย) กันในเวาลาประมาณ ตี1เห็นจะได้ สิ่งที่พวกเราทำทันที คือแยกย้ายกันนอนเอาแรงเพราะพรุ่งนี้จะต้องเดินทางไกลหลายกิโลเมตร 

ทางหน่วยรักไทย เจ้าหน้าที่อุทยานก็เตรียมบ้านไว้สำหรับกลุ่มผู้หญิง ส่วนพวกผู้ชายอย่างผมก็แยกย้ายกันไปนอนเต้นท์ ที่ทางทางหน่วยรักไทยกางไว้ให้แล้ว พอเข้าเต้นท์ได้ก็หลับเลยครับ เพราะระหว่างการเดินทางนอนบนรถตู้ไม่ค่อยหลับ ดีที่เลือกมาให้ถึงไวๆ เพื่อนอนเอาแรงก่อน พรุ่งนี้เช้าจะได้สบายๆ 



ประมาณ 6โมงเช้าได้เวลาตื่นนอน เต็มอิ่มแล้วครับ ตื่นมาก็ได้เห็นแสงสวยๆยามเช้า กับสนามหญ้าเขียวขจี อากาศบริสุทธ์ สดชื่นจริงๆ อากาศแบบนี้ตื่นเช้าไม่มีงัวเงียล่ะครับ สดชื่น เลยมาชักภาพไว้ก่อนหนึ่งภาพ ประเดิมรูปแรกของทริป 


แสงรับอรุณ ที่หน่วยพิทักษ์อุทยาน สล.12 รักไทย

จากหน่วยรักไทย เราเตรียมตัวทุกอย่างกันตรงนี้ก่อนเข้าป่า ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ เข้าส้วมถ่ายให้เรียบร้อย …เพื่อจะได้อั้นได้เต็มที่เมื่ออยู่บนเขา จัดสัมภาระแยกของที่จะขนโดยลูกหาบกับที่จะแบกเองขึ้นไป ทางอุทยานเขาจัดลูกหาบมาให้ด้วยครับทริปนี้ เป็นคนในหมู่บ้านใกล้นั้นแหละครับ เขามีเป็นชมรมท่องเที่ยวทุ่งโนนสน นำโดยผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้จัดหาลูกหาบมาบริการ ค่าบริการก็ อยู่ที่ 1,300 บาท/คน สำหรับ 3วัน2คืน พวกเขาจะอยู่กับเราตลอดที่ทุ่งโนนสน ราคานี้เป็นราคาบริการปกติสำหรับนักท่องเที่ยวนะครับ การแบกของของลูกหาบจะอยู่ที่ 20 กิโลกรัม โดยประมาณ สำหรับลูกหาบหนึ่งคน แตกต่างจากที่ภูกระดึงนะครับ ดังนั้นใครมาเที่ยวลองคำนวณน้ำหนักของตัวเองนะครับว่าเท่าไหร่ จะได้จัดจ้างจัดหาลูกหาบตามจำนวนได้ถูกต้อง ครั้งนี้เราจะต้องเตรียมข้าวปลาอาหารแห้ง ขึ้นไปทำกับข้าวด้วย อุปกรณ์ครัวก็ได้รับการสนับสนุนจากทางอุทยานฯ แล้วก็เต้นท์กับถุงนอนด้วย ที่ลูกหาบจะแบกขึ้นไปให้ 


เอาของมาชั่งน้ำหนักก่อน

ทุกทริปจะต้องมีเจ้าหน้าอุทยานขึ้นไปกับนักท่องเที่ยวด้วยเสมอ เพื่อดูแลความปลอดภัย การมาเที่ยวที่ ทุ่งโนนสนแห่งนี้อาจจะเป็นพื้นที่ ที่เหมาะเฉพาะกลุ่ม กลุ่มที่รักการพจญภัย อยากจะสัมผัสธรรมชาติแบบดิบๆสดๆ ไม่มีใครมาบุกรุก นั้นแหละครับเหมาะเลย 

เช้านี้เราได้กินข้าวต้ม แล้วก็ข้าวผัดเป็นอาหารเช้าก่อนขึ้น …ต้องขอบอกว่า ตอนกินลืมคำนวณไปว่าจะต้องใช้แรงเยอะ เลยกินไปไม่มากนัก เล่นเอาหิวกลางทาง แต่ดีที่เอาผงเกลือแร่มาด้วย ช่วยได้มากเลยกับการเดินป่าที่ต้องเสียพลังงาน เสียเหงื่อเยอะๆ 

นอกจากอาหารที่ต้องเตรียมกันขึ้นไปทำกันเองแล้ว เรายังต้องเตรียมน้ำดื่มพกกันไปเองด้วยนะครับ สำหรับ 3วัน ถ้าหมด เราก็จะต้องต้มน้ำกินกันล่ะครับ …สำหรับนักท่องเที่ยวที่ลืมนะครับ แนะนำว่า ที่หมู่บ้านรักไทยจะพอมีร้านขายของชำให้ซื้อของเล็กน้อยอยู่บ้าง แต่ถ้าต้องลงเขาไปซื้อล่ะก็เรื่องใหญ่ ดังนั้นก่อนเดินทางมาต้องคำนวณมาดีๆนะครับ น้ำ และอาหาร ผมแบกไปทั้งหมด 6 ขวด สำหรับ 3วัน ใช้ขึ้นเขาก็ 2ขวดเข้าไปแล้ว เพราะเหนื่อยมาก 


ทุกคนพร้อมมั๊ย แบกเองนะกล้อง

สำหรับเรื่องไฟฟ้า ที่หน่วยรักไทยไม่มีไฟฟ้านะครับ ดังนั้นการชาร์ตแบตหรืออะไรก็ตามกล้องถ่ายรูปคำนวณพลังงานให้ดีครับ สำหรับ3วัน

เราเริ่มออกเดินทางด้วยรถกะบะก่อนครับ เวลาตอนเริ่มเดินทางนี้ ประมาณ 9.30น. ระยะทางเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร ทางช่วงแรกนี้รถเข้าได้ จะขับผ่านไร่มันสัมปะหลัง ไร่สัปประรด ไร่ข้าวโพด สวนยางของชาวบ้านหลายแปลง มาลงรถกันที่บ้านหลังหนึ่งที่เจ้าหน้าที่เล่าให้เราฟังว่า เมื่อก่อนจุดนี้ เคยเป็นสนามรบกับพวกกลุ่มคอมมิวนิสต์ เรียกบ้านฐานแตก จากจุดนี้เราจะต้องเดินเท้าเข้าไปกันแล้วล่ะครับ ระยะทางประมาณ 8กิโลเมตร 


เดินทางด้วยรถกะบะเข้าไป 8 กิโลเมตร เดี๋ยวมีเดินเท้าอีก 8 กิโลเมตร


พร้อมลุยสู่ทุ่งโนนสน


ลงรถที่จุดนี้แล้วเดินทางต่อเลยครับ อีก8กิโลเมตร

แผนการเดินทางของเราวันนี้ไม่มีอะไรมากครับ ไม่รีบ แค่ไปให้ถึงจุดกางเต้นท์ เท่านั้นยังไม่เดินเที่ยวไหน แต่ระหว่างทางนี้ก็มีอะไรน่าสนใจหลายอย่าง เดี่ยวมาติดตามกันเลยครับ ว่าจะมีอะไรสะดุดตากันบ้างกับระยะทาง 8 กิโลเมตร 

ช่วงแรกของการเดินทางเหมือนจะดูง่ายๆ สบายๆ เดินผ่านจุดที่ทางอุทยานฯปลูกหญ้าเนเปียไว้เป็นอาหารช้าง เพื่อเป็นกันชนไม่ให้ช้างออกมากินพืชไร่ของชาวบ้าน 


เดินผ่านทุ่งหญ้าเนเปีย อาหารช้างที่ทางอุทยานฯปลูกไว้ให้ช้างป่ากิน


เดินป่ากัน ..มีขอนไม้ให้ข้าเยอะมากจริงๆ

มาถึงลานหินลาด ประมาณ 10.27น. เราพักกันตรงนี้เป็นจุดแรก ตรงนี้เป็นลำธารเล็กๆ ในป่าที่เริ่มครึ่มแล้วล่ะครับ คือเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ แดดแทบส่องไม่ถึง แวะพักเหนื่อยกันก่อนเดินทางต่อ และจากจุดนี้ มันเพิ่งจะเป็นการเริ่มต้นการเดินทางครับ แต่เหนื่อยมากแล้วล่ะ เพราะแบกของเอง(11กิโลกรัม) เดินขึ้นเขา เราเดินทางกันต่อยาวเลยครับคราวนี้ แล้วจะแวะพักกินข้าวที่ป่าซาง …


ลานหินลาด ..เราพักกันตรงนี้สักครู่

แล้วป่าซางคืออะไรครับ ผมถามเจ้าหน้าที่ มันเป็นบริเวณที่มีต้นไผ่ขึ้นเยอะนะครับเราจึงเรียกว่าป่าซาง ก่อนจะถึงป่าซางเราจะต้องผ่านทั้งป่ารก เขาชันอย่างสมบุกสมบันมากๆ  เดินไปก็ต้องคอยจิ๊บน้ำเกลือแร่ไปด้วย เพื่อทดแทนเหงื่อที่สูญเสียไปอย่างมาก กางเกงขายาวช่วยได้มากครับเพราะว่าป่ารก หลายที่ครั้งที่โดนเถาวัลย์เกี่ยว 


เดินป่ากันต่อ


ทางชันมากก่อนถึงป่าซาง


จุดสีแดงๆนี้แหละครับที่บอกเราว่ามาถูกทางแล้ว 

 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 060 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 061 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 059

ตลอดเส้นทางเราจะได้เห็นต้นไม้หลายต้น มีสัญลักษณ์สีแดงพ่นอยู่ …สีแดงแบบนี้เป็นการทำไว้ของพวกลูกหาบ กลุ่มเซอร์เวย์แรกๆ เพื่อจะได้ไม่หลงเส้นทางครับ เราก็ได้สังเกตุไปด้วยว่าเราไม่ได้เดินออกนอกเส้นทางไปแล้ว เห็นสีแดงที่ต้นไม้ก็แสดงว่ามาถูกทางแล้ว เจ้าหน้าที่ว่าอย่างนั้น เพราะมีหลายครั้งที่เราอาจจะถูกทิ้งห่างในบางจังหวะที่สภาพภูมิประเทศค่อนข้างลำบากในการเดิน ก็ใช้สังเกตุเองพอได้ 

พวกเราทุกคนมาถึงป่าซาง ได้ในช่วงเวลา 12.16น. เดินมาเกือบถึงยอดเขาแล้วครับ ปรากฏว่าโทรศัพท์ทรูมูฟเอช(True move H)ของผมมีสัญญาณแล้ว …แต่มีแค่ตรงนี้แหละนิดเดียว เราแวะกินข้าวกันตรงจุดนี้ ป่าซางเป็นจุดที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 665 เมตร เราเหลือเส้นทางอีกไม่ไกลมากครับ

12.35 กินข้าวเสร็จแล้วเตรียมเดินทางต่อ พักนานหน่อยจุดนี้


พักกันที่ป่าซาง จุดนี้แหละครับกินข้าวเที่ยง 


เจอผีเสื้อระหว่างทาง

ช่วงไหนที่เป็นป่าทึบแล้วเราหยุดพักสิ่งที่เราจะเจอทันทีเลยคือยุงครับ มันเยอะมากแล้วก็ตัวใหญ่ด้วย ต้องระวังนะครับ ถ้ามีสเปรย์กันยุงจะดีมากเลยครับ  

13.58 เดินทางมาถึงจุดชมวิว ซึ่งเป็นเขาลูกสุดท้ายแล้ว(พูดตามเจ้าหน้าที่) ข้ามเขาลูกนี้ไปก็จะถึงป่าสนแล้ว ไม่น่าเกิน 15 นาที จากจุดนี้อีกไม่ถึงกิโลเราก็จะถึงที่พักแล้ว ….ได้ยินอย่างนี้แล้วก็มีกำลังใจ จุดชมวิวบริเวณนี้เราจะเห็นความสูงที่เราเดินมาได้ชัดเลยครับว่าเดินขึ้นมาสูงแล้ว 


จุดชมวิว ..เหนื่อยมาก แต่เริ่มมีกำลังใจเมื่อรู้ว่าใกล้ถึงแล้ว


วิว ณ จุดชมวิว เป็นแบบนี้เอง

แล้วเราเดินมาถึงป่าสนตอนเวลา 14.20 น. ห่างจากจุดชมวิว ประมาณ 20 นาที นับฝีเท้าผมนะ ช้ากว่าคนอื่นหน่อย  หลุดออกจากป่าเบจพรรณออกมาเป็นทุ่งหญ้าป่าสน ทางเดินค่อนข้างรกไปด้วยต้นหญ้าครับ ธรรมชาติยังดูดิบๆเลยแตกต่างากภุกระดึงก็ตรงนี้แหละครับ ที่รู้สึกว่าจะหลงได้ตลอดเวลา ถ้าไม่มีคนนำเพราะทางมันรกมาก 


เจอป่าสนแล้ว ดีใจมาก


ป่าสนสองใบ


เดินผ่านน้ำตกปางหวาย

ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 073 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 072 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 080
เจอดอกไม้สวยๆก็อดถ่ายรูปไม่ได้ 

บ่ายสามโมงเราก็เดินมาถึงจุดกางเต้นท์ ของเราเสียที พักหายเหนื่อยแล้วเราก็จัดการกางเต้นท์กัน เก็บข้าวของเตรียมทำกับข้าว หาฟืน ก่อไฟ 


ถึงจุดกางเต้นท์แล้ว


หายเหนื่อยแล้วก็กางเต้นท์เลยครับ

ทีมส่วนหนึ่งออกสำรวจพื้นที่รอบๆก่อนว่าเป็นอย่างไร ห้องน้ำเป็นยังไง อาบน้ำได้มั๊ย เป็นอย่างที่เขาล่ำลือมั๊ยว่าจะไม่ได้อาบน้ำ จากห้องน้ำยืนยันเลยว่าไม่ไหว ไม่เข้าแน่ จากนั้นผมเดินไปดู จุดที่เขาบกว่าอาบน้ำได้ ก็ตรงลำธาร "น้ำตกปางหวาย" จุดที่เราเดินผ่านเมื่อตอนกลางวันก่อนถึงจุดตั้งแคมป์ ซึ่งห่างจากจุดตั้งแคมปืของเราแค่ 500 เมตรเห็นจะได้ ปรากฏว่า มีน้ำตกแต่น้ำมันมีน้อยนะไม่ค่อยไหลด้วย ดูน้ำเหมือนน้ำขังมากกว่า ก็เลยลงความเห็นไม่เวิร์ค เช็ดตัวเอาแล้วกันงานนี้  แต่ด้านในตรงที่น้ำไหลลงมาเป็นฝักบัว พอไหวอยู่


น้ำตกปางหวาย จะเห็นว่าเหมือนน้ำไม่ค่อยจะไหลนะ


ให้ดูใกล้ๆ น้ำตกปางหวายใกล้ที่พัก


ทีมแม่ครัวเตรียมทำกับข้าวแล้ว


ทีมลูกหาบก่อไฟเตรียมพร้อม

ลูกหาบท่านหนึ่งอาสาพาเราไปที่น้ำตกกุหลาบแดง เพราะบอกว่าตรงนั้นอาบน้ำได้ เราตัดสินใจเดินไปดูกันเพราะเขาบอกว่านิดเดียว ..แต่มันไม่นิดแล้วอ่ะเดินมาเรื่อยๆไกลมาก เกือบจะขอตัวกลับหลายที แต่ในที่สุดก็มาถึง (น่าจะกิโลกว่าๆ) …ภาพที่เห็นนี้ พอจะผ่อนคลายลงได้มาก เพราะมันสวยมีเสน่ห์เอาเรื่อง น้ำตกกุหลาบแดง ที่ชื่อกุหลาบแดงเพราะมีต้นกุหลาบพันปีออกดอกสีแดงอยู่ริมลำธารโดดเด่ดสวยมาก คนที่เตรียมชุดมาอาบน้ำก้เลยได้อาบน้ำที่น้ำตกนี้เลย ขากลับ เราไปอีกทางใกล้กว่าตอนมาเยอะเลย ไปโพล่ที่ลานหินหลังจุดกางเต้นท์ ใกล้กว่า เดินสบายกว่า ทางแรกเยอะ …ไว้พรุ่งนี้มาอาบน้ำที่นี่บ้าง "น้ำตกกุหลาบแดง"


นึกว่าใกล้ จะไปดูที่อาบน้ำอีกแห่ง น้ำตกกุหลาบแดง


ถึงแล้วครับ น้ำตกกุหลาบแดง


นอนแช่น้ำกันเลย


บรรยากาศดีมาก น้ำตกกุหลาบแดง ทุ่งโนนสน


กลับอีกทางมาเจอลานดอกไม้สวยมากๆ



ลานหินที่เต็มไปด้วยดอกเหลืองพิศมร

ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 120 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 126 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 123
เดินต้องระวังลื่นนะครับ มีตะไคร่ขึ้นเต็ม ลื่นมากๆๆๆ ใครหลายคนเอาทั้งเลนส์ถ่ายภาพและฟิลเตอร์มาทิ้งแถวๆ นี้หล่ะ


มาถึงแคมป์แล้ว


ดวงอาทิตย์กำลังจะตกสวยมากๆ

มาถึงแคมป์ เห็นดวงอาทิตย์ตกครับ สวยมากเลยอ่ะ ดวงกลมโต สีส้ม กลางป่าสน แต่จุดถ่ายรูปนี้หามุมถ่ายยากมาก แต่มองด้วยตาเปล่าสวยจริง 

17.30 น. กินข้าวเย็นกันครับ เริ่มตั้งวงมื้อแรก กินอะไรง่ายๆก่อน มีแม่ครัวกิติมาศักดิ์ เป็นพี่หนิงและพี่เชอรี่ เป็นแม่ครัวช่วยทำกับข้าวให้กิน ขอบคุณมากครับ พอกินเสร็จฟ้าก็มืดพอดีเลยครับ จะไปล้างจานคงลำบาก พวกเราเลยรวมกองไว้ว่าจะไปล้างพรุ่งนี้เช้า ปรากฏว่าลูกหาบอาสาไปล้างให้น่ารักจริงๆ 


อาหารเย็นของเรามื้อแรก ก่อกองไฟ หม้อสนาม แล้วก็อาหารง่ายๆ

ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 140 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 138 ทุ่งโนนสน การเดินทางวันที่1 ภาพที่ 141

คืนนี้คงจะไม่มีอะไรมากครับ พักผ่อนก่อน มาแปลกที่แปลกทาง ห่างจากระบบอินเตอร์เนตไม่เคยนานขนาดนี้ แต่บรรยากาศบนทุ่งโนนสนเราไม่เงียบนะครับ ปรับมาเป็นการนั่งคุยกันไปเรื่อยๆกินกาแฟ ต้มน้ำร้อน ฟังเรื่องเล่าจากพี่ป้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง พร้อมขับกล่อมพวกเราด้วยบทเพลงแห่งทุ่งโนนสน ที่บอกเล่าถึงพันธุ์ดอกไม้ต่างๆ ที่ขึ้นอยู่บนป่าสนแห่งนี้ ประมาณ 3ทุ่ม ก็เข้านอน ราตรีสวัสดิ์ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาถ่ายรูปดวงอาทิตย์ขึ้นตอน 6 โมงเช้าสวยมากขอบอก วันนี้ขอนอนเก็บแรงก่อน...เพลียสุดๆ 

เรื่องราวการเดินทางวันที่ 2 ยังมีต่อ คลิ๊กที่นี่


เที่ยวทุ่งโนนสน สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (สำนักงาน) โทร. 0 5526 8019
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก โทร. 0 5525 2742-3, 0 5525 9907
ชมรมท่องเที่ยวทุ่งโนนสน โทร. 089 856 4491
ผู้ใหญ่แดง (ประธานชมรม) โทร. 086 210 3315 

ทริปนี้ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก , พี่(มะขามป้อม) ปัญญา จันทร์มา และ พี่ประดิษฐ์ ธงยี่สิบ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มากครับสำหรับการให้ความรู้และการดูแลตลอดทริป 


จังหวัด: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,