การเดินทางวันที่สอง มรดกโลกในกรุงโซล เดินทางสู่ชอนจู นอนHomestayแบบเกาหลีใน Slow City

การเดินทางวันที่สองของเราเริ่มต้นกันที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้นี่ละครับ วันนี้ยังเป็นวันที่เราเที่ยวอยู่ในกรุงโซล แต่จะออกไปนอกเมืองอีกสักหน่อย ไม่ไกลมาก แค่เพียง 24กิโลเมตรเท่านั้น ไปเที่ยวมรดกโลกแห่งใหม่ของเกาหลีใต้ ที่เพิ่งได้รับเป็นมรดกโลกในปี 2014 นี้เองครับ คือ ป้อมปราการนัมฮันซันซอง (Namhansanseong) สามารถเดินทางได้ทั้งรถเมล์และรถไฟ เลยละครับ เอาเป็นว่าเล่าประสบการณ์เที่ยวให้ฟังกันก่อน แลวรายละเอียดทั้งหลายจะแยกไว้ให้ เป็นที่ที่ไปนะครับ 



สำหรับป้อมปราการ นัมฮันซันซอง (Namhansanseong) เพิ่งได้รับเป็นมรดกโลล่าสุด 2014 จากองค์กรยูเนสโก เมื่อเร็วๆนี้เองครับ เป็นป้อมปราการที่น่าทึ่งมากครับ อยู่บนภูเขาที่เราสามารถมองเห็นกรุงโซลได้ และด้านบนยังมีกำแพงล้อมรอบ ยาวกว่า 11.76 กิโลเมตร คนเกาหลีมักจะมาเดิน trekking กันที่นี่ เพราะเป็นเขาสูงอากาศดี และเหมือนได้ออกกำลังกาย เพราะอยู่บนเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเล 500เมตร 

ป้อมปราการแห่งนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากรัฐบาลเกาหลีใต้ นักท่องเที่ยวชาวไทยอาจจะยังไม่ค่อยรู่จักที่นี่กันสักเท่าไหร่ บนเขาแห่งนี้เหมือนเมือง เมืองหนึ่งเลยละครับ ป้อมปราการ นัมฮันซันซอง (Namhansanseong) ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเมืองหลวงสำรองของราชวงศ์โชซอน มีการวางผังเมืองและการบริหาร รวมถึงการวางแผนทางการทหารเป็นอย่างดี ป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์โชซอน ปีค.ศ.1392-1910 


ภาพ : เคยใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์ในสมัยสงคราม


ภาพ : จุดชมพระราชวัง


ภาพ : ประตูทางทิศเหนือ


ภาพ : กำแพงล้อมรอบ 11.76กิโลเมตร 


ภาพ : ให้เดินรอบคงต้องใช้เวลาสักวันนะครับ วันนี้เดินพอหอมปากหอมคอนะ เหนื่อย


ภาพ : จุดนี้ใกล้จุดสูงสุดของป้อมปราการ มองเห็นวิวเมืองโซล เกาหลีใต้

เดินเที่ยวชมป้อมปราการกันแล้ว เราก็มากินอาหารชื่อดังของป้อมปราการ นัมฮันซันซอง (Namhansanseong) เป็นอาหารโบราณที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือโบราณ ตอนนี้ได้รับการนำมาทำขึ้นอีกครั้ง เป็นลักษณะซุปเนื้อแบบเฉพาะของ นัมฮันซันซอง (Namhansanseong) เลยละครับ ชื่อว่า 효종갱 (Hyojonggaeng) ร้านอยู่บริเวณลานจอดรถของป้อมปราการแห่งนี้เองครับ เห็นจากป้ายหน้าร้านแล้วก็มีออกทีวี ลงหนังสือพิมพ์ด้วยครับ สุดยอดจริงๆ ต้องลอง 


ภาพ : อาหารโบราณ ซุปเนื้อ นัมฮันซันซอง (Namhansanseong) 효종갱 (Hyojonggaeng)


ภาพ : นอกจากเนื้อแล้วมีหอยเป๋าฮื้อด้วย


ภาพ : ข้าวยำ(บิบิมบับ)ก็อร่อยครับสำหรับร้านนี้ 

จากนั้นเราก็เดินทางกันต่อไปยังเมืองน่ารักที่ผมเองชอบเอามากๆ คือเมืองชอนจู (jeonju) เราใช้เวลาเดินทางกันนานพอสมควร มาถึงชอนจูก็ประมาณ 5โมงเย็นแล้ว ระยะทางจากกรุงโซลมาชอนจู เดินทางได้สะดวกทั้งทางรถไฟ และทางรถนะครับ เมืองนี้ความน่ารักอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆกลางเมืองชอนจูที่ชื่อว่า "หมู่บ้านชอนจูฮันอก" ซึ่งเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมของเมือง ที่ได้ชื่อว่าเป็น Slow city บ้านในโซนนี้จะสร้างในแบบเกาหลีโบราณ แต่หลายหลังก็สร้างใหม่นี้ละครับ แต่ว่าสร้างในแบบเก่า ส่วนที่เป็นของเก่าก็มีหลายจุดมากๆ ไว้ตอนเช้าคงได้ออกไปเดินสำรวจกัน เพราะมีจุดสำคัญเยอะมาก มากพอที่จะอยู่ได้สัก 2-3วันเลยละครับ 

แต่สำหรับค่ำนี้ เดี่ยวเราเอาของไปเก็บที่ Home stay ที่พักแบบคนเกาหลีของเราคืนนี้ก่อน พิเศษนิดนึง ที่พักของผมคืนนี้ เป็นบ้านของราชวงศ์เกาหลี ที่เปิดทำโฮมสเตย์ มีรูปของท่านติดอยู่ด้วย ซึ่งเป็นหลานของกษัตริย์เกาหลีองค์สุดท้าย การนอนแบบโฮมสเตย์ในหมู่บ้านชอนจูฮันอกนั้น เป็นที่นิยมมากๆ บริเวณนี้ทั้งหมดจะมีแต่โฮมสเตย์สไตล์บ้านโบราณทั้งนั้น ถ้าจะนอนแบบโรงแรมต้องนอกหมู่บ้านละครับ ซึ่งก็หาไม่ยาก มีเยอะมาก แต่มาชอนจูทั้งที ต้องนอนHome Stay แบบนี้ จะได้สัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีไปด้วยในตัว ไม่ว่าจะเป็นการนอน การกิน การทักทาย เหมือนอยู่บ้านคนเกาหลีจริงๆเลย ชอบมาก 


ภาพ : มาถึงเมืองชอนจูกันตอนเย็นแล้ว


ภาพ : บรรยากาศในหมู่บ้านชอนจูฮันอก 


ภาพ : ที่พักของเราคืนนี้ Homestay

ตอนค่ำเรานัดกันออกไปกินอาหารพื้นเมืองกัน มื้อนี้กินปิ้งย่างกันครับ แต่เป็นย่างหมู เห็นชื่อภาษาอังกฤษเขียนว่า "Dduckgalbi" เป็นเนื้อหมูหมักพิเศษกินคู่กับผัดสด และซอส เนื้อหมูนี้จะผ่านการย่างมาแล้ว2วันด้วยถ่านเพื่อกำจัดกลิ่นของหมู แล้วเราก็เอามาย่างกินกันอีกทีครับ ชุดละ 9,000วอน 


ภาพ : ร้านหมูย่างสูตรพิเศษ


ภาพ : หมูย่าง


ภาพ : วิธีกินต้องห่อพักและใส่เครื่องลงไป ซอส กินเป็นคำโตๆ

กินเสร็จเราก็เดินเล่นซิครับ ความรู้สึกเหมือนเราเดินในเมืองท่องเที่ยวน่ารักๆ ถึงแม้ว่าจะค่ำมากแล้ว แต่ก็ยังมีนักท่องเทียวออกมาเดินกันอยู่บ้างครับ ร้านกาแฟแถวนี้ก็ปิดกันดึกประมาณ 5ทุ่มเสียส่วนใหญ่ เจอร้านปลาหมึกย่างที่คนต่อแถวยาวก็เลยลองกินกับเขาบ้าง 3,000 วอน เพราะเท่าที่ดูเห็นขายหลายร้าน แต่ร้านนี้คนเยอะแบบไม่ขาดสายแถวยาวตลอดเห็นตั้งแต่เย็นละ แม้ว่าจะอิ่มแล้วแต่ก็ขอชิมนิดนึง 


ภาพ : โบสถ์แห่งแรกของเกาหลี อยู่สุดถนนเมนของหมู่บ้านชอนจูฮันอก




ภาพ : หมึกย่าง


ภาพ : ได้มาแล้วหมึกย่างแบบเกาหลี มีราดซอส2แบบคือ หวานกับเผ็ด แล้วแต่จะเลือก

ในหมู่บ้านชอนจูฮันอก สะอาดและมีการจัดระเบียบได้ดีมากๆเลยครับ ฟุตบาทน่าเดิน มีการจัดสวน จัดทำลำธารริมฟุตบาทด้วย น่ารักมาก ร้านค้าร้านอาหารแถบนี้ก็น่ารักมาก ทำเป็นสไตล์โบราณเห็นแล้วน่าเข้าน่านั่งน่าเดินมากๆ อากาศก็กำลังเย็นสบายๆ 


ภาพ : ฟุตบาท ทางเดินมีการจัดสวน จัดลำธารด้วย 

ผมเลยตัดสินใจหาร้านกาแฟนั่งสักร้าน เลือกเอาร้านที่มีจุดชมวิวเมืองชอนจูสวยๆ เป็นร้านกาแฟที่อยู่บนตึกสูง ที่มองลงมาจะเห็นหมู่บ้านชอนจูฮันอก สวยมากๆเลยละครับ นั่งกินกาแฟบนนี้รับอากาศดีๆ ทำให้ผมอยากนั่งทำงานสักพักบนวิวสวยๆแบบนี้ ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าผมอัพเดทเรื่องการเดินทาง ระหว่างการเดินของผมผ่านทางเฟสบุ๊คตลอด ถ้าใครติดตามท่องเที่ยวสะดุดตามาเรื่อยๆทางเฟสบุ๊ค คงได้เห็นบ้างช่วงผมก็รายงานสดภาพจากเกาหลี มาให้ชมกันตลอด 


ภาพ : ร้านกาแฟวิวสูงของเมืองชอนจู


ภาพ : ออกไปชมวิว ถ่ายพานอรามามาให้ชมกัน


ภาพ : จิ๊บลาเต้สักแก้ว นั่งชิวทำงานไปด้วย

บอกเลยว่าเวลาเดินทางมาต่างประเทศ หรือต่างจังหวัด ผมทำงานทุกที่ครับ ออฟฟิศกลายเป็นโลกว้างไปแล้ว  ทำงานได้ทุกที่แล้วละครับเดี๋ยวนี้ จะจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ เดี่ยวนี้พึ่งออนไลน์เอา ยิ่งมาต่างประเทศนี้ ผมเปิดโรมมิ่งแบบเหมาจ่ายเลย เพราะยังมีเรื่องงานติดต่อกับหลายๆคนตลอด อย่างจ่ายค่ามือถือนี้ ค่าเนต ฯลฯ ก็ใช้ K-Cyber Banking นี้ละครับ คอยตรวจสอบเงินเข้าเงินออก จัดการด้านการเงินสะดวกเลยละครับ  ช้อปปิ้งส่วนใหญ่ผมจะเบิกเงินจาก ATM ที่เกาหลีนี้ละ รู้สึกว่าคุ้มกว่าการแลกเงินมาเยอะๆ ใช้เท่าไหร่ก็เบิกเท่านั้น อาศัยเช็คยอดจากบัญชีที่ออนไลน์นี้ละ เราจัดการเงินให้พอดีกับการใช้จ่ายได้ เป็นเคล็ดลับการเดินทางนะครับ 


ภาพ : K-Cyber Banking 


ช่วงนี้ ใครสมัครใช้ K-Cyber Banking ของกสิกรไทย เขามีโปรโมชั่น รับ1 สิทธิ์ แลกกาแฟฟรีที่ ร้านกาแฟ Cafe Amazon ด้วยนะครับ 

ส่วนเรื่องอินเตอร์เนตที่เกาหลีนี้เครือค่ายที่ใช้นี้ เป็นระดับ LTE เร็วมากอยู่แล้ว เหมาจ่ายมานี้ใช้ดาต้าได้ไม่อั้นต่อกับคอมพิวเตอร์เล่นเนตสบาย เพราะฉะนั้นไม่ขาดการติดต่อจากเมืองไทยแน่นอน 

ส่วนค่ำคืนนี้ เราเข้านอนในบ้านแบบเกาหลีโบราณ ต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกจริงๆสำหรับผม ที่ได้นอนแบบนี้ นอนพื้นแล้วก็ต้องปูที่นอนเอง แต่ในห้องมีห้องน้ำส่วนตัวครับ แต่ไม่ใหญ่พอดีๆสำหรับผม มีทีวีให้ดู ที่น่าสนใจคือ พื้นห้องครับ เป็นพื้นห้องแบบอุ่น ซึ่งผมมาเห็นอีกทีตอนเช้าว่ามีระบบทำให้พื้นอุ่นด้วยแก๊ส ซึ่งสมัยก่อนจะใช้เตาไฟ ทำให้ค่ำคืนที่อากาศหนาวของเกาหลีกลายเป็นอุ่นสบายมากๆ 


ภาพ : โฮมสเตย์ที่พักของเราคืนนี้ ผมนอนห้องกลาง


ภาพ : ที่นอนของผม พื้นอุ่นมาก 

อีกอย่างเรื่องปลั๊กไฟ ที่เกาหลีใช้ปลั๊กแบบหัวหลมนะครับ เราต้องมีหัวต่อแปลงมาเอง หลายคนบอกว่าทางโรงแรมมีบริการ แน่นอนครับถ้าเดินทางมากับทัวร์เค้ามักจะมีเตรียมไว้ให้ แต่ถ้าเราเดินทางมาพักในที่ไม่ค่อยมีคนไทยมาเที่ยวแบบนี้ก็ต้องเตรียมทุกอย่างกันมาเอง มีสายปลั๊กพวงไว้อีกสักอันก็OK แล้วละครับ 

คืนนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์ พรุ่งนี้พาไปกินอาหารเช้าแบบคนเกาหลี แปลกตา น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวครับ ติดตามตอนต่อไปนะครับ 


ขอบคุณ : การท่องเที่ยวเกาหลี และสายการบินเจจูแอร์

ต่างประเทศ: 

ท่องเที่ยวสะดุดตา Spotlight Travel

porna,yetiskin porno,porno film izle,+18 periscope izle,