งามสม...ที่ลานสาง

คมฉานตะวันฉาย's picture
ตามตำนานเล่ากันว่า.....เมื่อ 200 กว่าปีก่อน  สมัยที่ป่าลานสางยังอุดมสมบูรณ์กว่านี้    สมเด็จพระเจ้าตากสินได้ยกทัพไปตีเชียงใหม่ครั้งที่ 2    ทรงหยุดพักพลที่บ้านระแหง แขวงเมืองตาก  มีพวกมอญหนีพม่าเข้ามาสวามิภักดิ์   พระเจ้าตากสินได้ยกทัพเข้าตีขับไล่พม่าที่ติดตามพวกมอญเข้ามา    ในคืนหนึ่งพระองค์ได้พลัดหลงทางออกไปจากกองทัพ ทำให้ไพร่พลทหารของพระองค์พากันออกติดตามก็ไม่พบ   ประจวบกับภูมิประเทศซึ่งในสมัยนั้นเป็นป่าทึบรกชัฏ ในเวลากลางคืนเดือนมืด   ทำให้ยากแก่การติดตาม   ทหารที่ติดตามก็อ่อนล้า   จึงพากันหยุดพัก ขณะที่ทหารไทยเหล่านั้นพักอยู่ก็เกิดปาฏิหาริย์   มีแสงสว่างพุ่งสู่ท้องฟ้าพร้อมกับได้ยินเสียงม้าร้องอื้ออึง  ทหารที่พักอยู่นั้นต่างก็พากันรีบตรงไปหาจุดที่มีแสงสว่างนั้น   พอไปถึงจึงเห็นพระเจ้าตากสินประทับม้าพระที่นั่งกลางลาน    มีแสงสว่างออกมาจากพระวรกาย พรั่งพร้อมไปด้วยทหารพม่าประมาณ 50 คน ที่คุกเข่าหมอบกราบสวามิภักดิ์ยอมแพ้อยู่เบื้องหน้า ทหารไทยต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างปาฏิหาริย์นั้น ประจวบกับเวลาเป็นเวลาฟ้าสางพอดี  ต่อมาจึงเรียกบริเวณนั้นว่า “ลานสาง”



นั่นคือเรื่องในตำนาน   แต่เรื่องจริงคือ ป่าที่เป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติลานสางในปัจจุบัน เคยผ่านการสัมปทานมาก่อนเหมือนป่าหลายที่ในบ้านเรา  มีไม้มีค่ามากมายในพื้นที่ ไม้สัก ไม้แดง ไม้มะค่าโมง ฯลฯ  ก่อนจะมายกเลิกสัมปทานในภายหลัง   ในขณะที่ผืนป่าเบญจพรรณแห่งนี้ก็ทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำ เกิดเป็นลำธารน้ำไหลผ่านชั้นหินเป็นชั้นต่างๆ เกิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม

ในปี 2498  ป่าไม้เขตตาก ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดตาก  ได้จัดตั้งบริเวณน้ำตกลานสางให้เป็นวนอุทยานเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน       ต่อมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2502 ให้กำหนดป่าลานสาง จังหวัดตาก และป่าอื่นๆ ย่านนั้นรวม 14 ป่า ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ 

 ปี 2504 กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการสำรวจเบื้องต้น  พบว่าพื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัย ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางพื้นที่อุทยานแห่งชาติ  มียอดเขาอุมยอมเป็นยอดเขาสูงสุด สูงประมาณ 1,065 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

หินที่ปรากฏในพื้นที่เป็นหินอัคนี ที่มาจากใต้โลก แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงของแผ่นเปลือกโลกที่ทั้งการคดโค้ง โก่งตัว เป็นร่องหุบธารและถูกดันขึ้นเป็นภูเขา   ส่วนที่เป็นร่องต่ำก็โดนน้ำเซาะกัดจนเป็นรูปร่างต่างๆ   เราจะพบเห็นหินไนส์ ซึ่งเป็นหินอัคนีประเภทหนึ่ง อยู่ตามลานหินน้ำตก  มีอายุราว 350 ล้านปี    บางแห่งมีหินแปร เช่น หินอ่อน และหินปูน แทรกอยู่บ้าง  พื้นที่เหมาะสมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ



เริ่มแรกกรมป่าไม้เลยประกาศเป็นป่าสงวนก่อน ต่อมา จึงจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2522 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 15 ของประเทศไทย ถือเป็นอุทยานแห่งชาติในยุคแรกๆ
อุทยานแห่งชาติลานสางแม้จะเป็นอุทยานฯเก่าแก่แห่งหนึ่ง แต่ความมีเสน่ห์นั้นไม่เคยเสื่อมคลาย โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การดำเนินการอุทยานแห่งชาติมีความคืบหน้าไปมาก  สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งลานกางเต็นท์   ห้องน้ำ ปลั๊กไฟ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ฯลฯ   

จุดขายของอุทยานแห่งชาติลานสางคือการท่องเที่ยวน้ำตก ที่มีอยู่ตามรายทางนับตั้งแต่ผ่านด่านตรวจไปโยไล่ไปตั้งแต่ชั้นล่างสุดคือน้ำตกผาลาด ตรงนี้เป็นลานกางเต็นท์ที่อยู่ตรงขามับสำนักงาน เป็นน้ำตกหินเตี้ยๆที่ไหลลดหลั่นลาดลง ครั้นเดินทวนขึ้นไปราว 100 เมตร จะเป็นน้ำตกลานเลี้ยงม้า ที่นี่เหมาะในการเล่นน้ำ  แต่ถ้าขับรถเข้าไปตามทางอีกราว 2 กม. ก็จะถึงย่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และบ้านพักและลานกางเต็นท์อีกแห่งหนึ่ง 

ตัวน้ำตกลานสางนั้นเป็นน้ำตกหนที่ไหลลงมาราว 3 ชั้น เป็นชั้นใหญ่หนึ่งชั้นและชั้นเล็กๆอีกสองชั้น ไหลซอกซอนคดโค้ง  ที่เป็นเอกลักษณ์คือลายหินที่อยู่ตามหน้าน้ำตกที่มีลวดลายสวยงามมาก  แต่ก็ลื่นน่าดูชม

อีกทั้งบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวยังเป็นจุดเริ่มเดินเท้าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติไปยังน้ำตกต่างๆอีก 3  น้ำตก คือน้ำตกผาผึ้ง  น้ำตกผาน้อย  และน้ำตกผาเท   ซึ่ง น้ำตกแต่ละแห่งจะมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไประยะทางรวมเบ็ดเสร็จราว 4  กม.จะเจอน้ำตกต่างๆตามทางจนไปสิ้นสุดที่น้ำตกผาเท   ระหว่างทางเราก็จะเหินพืชพันธุ์หลายหลาก โดยเฉพาะในฤดูฝนจะเห็นดอกไม้ เห็นป่า ระหว่างทางเดินค่อนข้างหนาตา   เส้นทางสายนี้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชอบกันมากเพราะเดินไม่ไกล ขึ้นเขาชั้นในช่วงแรกที่เริ่มเดิน แต่ก็ชันไม่มาก นอกนั้นก็เดินสบายไปตามทาง


แม่อุทยานแห่งชาติลานสางจะเป็นอุทยานฯเก่าแก่ เป็นที่รู้จักกันมานาน แต่ผ่านมา 40 ปี อุทยานแห่งนี้ก็ยังมีมนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย

น้ำตกลานสาง

ลานสางมาง่าย จากกรุงเทพมุงหน้าจังหวัดตากก่อนเข้าตัวเมืองตากให้เลี้ยวซ้าย ไปทางเดียวกับที่ไปแม่สอด ไปเรื่อยๆราว ๘ กม. เจอด่านตรวจ เลยด่านตรวจไป 1 กม. มีทางแยกเข้าอุทยานฯซ้ายมือ เข้าไป 1.5 ก.ม. เจอด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานฯและน้ำตกผาลาดเป็นประเดิม

ไปก็ง่าย ไปในที่สวยๆ สงบ ร่มรื่นแบบนี้  แล้วจะรออะไรกันอีก เก็บกระเป๋ากันเถอะ......